LOGINFAKE LOVE #6
ฟุบ!
คินโยนเสื้อเชิ้ตลงบนตัวของเอวาที่กำลังพยายามจะดันตัวเองขึ้นนั่ง “ใส่แล้วออกไปซะ คนของฉันกำลังจะมา ฉันไม่อยากให้เค้ามาเห็นเธอในสภาพนี้”
เอวาคว้าเสื้อเชิ้ตมาใส่แล้วรีบเดินไปคว้ากระเป๋าของตนเองเพื่อจะออกไปจากตรงนี้ให้ไวที่สุด
“หวังว่าพรุ่งนี้ที่ฉันเรียกประชุม จะเห็นเธออยู่ที่นั่นนะ”
“...”
“เพราะถ้าเธอไม่ทำตามที่ฉันสั่ง ฉันจะทำลายบริษัทฯพ่อเธอให้ไม่เหลือชิ้นดี” คินพ่นควันบุหรี่พร้อมกับยิ้มมุมปาก “เธอรู้จักฉันดี เธอรู้ว่าฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ถ้าอยากจะลองก็ได้ ลองดู”
“ขู่เสร็จรึยัง” เอวาจ้องหน้าชายหนุ่มพร้อมกับปาดน้ำตาบนใบหน้า
“ทำไมมองหน้าผัวตัวเองอย่างงั้นล่ะ”
“หุบปาก” เอวาหยิบหมอนปาใส่คินด้วยความโมโห “มันน่าขยะแขยง!”
“น่าขยะแขยงหรอ?” คินยิ้มแล้วเดินเข้าไปหาหญิงสาวด้วยสีหน้าที่ไม่สะทกสะท้านใดๆ “ถึงมันจะน่าขยะแขยง เธอก็ต้องทน เพราะตอนนี้เธอคือของฉัน ชีวิตของเธอก็เป็นของฉัน!”
เอวายืนนิ่งจ้องหน้าชายหนุ่มก่อนจะสะบัดแขนแล้วเดินออกจากห้องไปทันที
.
.
ตึ้ง!
เอวายกมือปาดน้ำตาแล้วเดินก้าวเดินเข้าไปในลิฟต์เป็นจังหวะเดียวกับที่หญิงสาวอีกคนหนึ่งเดินออกมาพร้อมมองหน้าเธอด้วยแววตานิ่งเฉย
“เธอ...” ญาดามองหน้าเอวาราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง
“ขอตัวนะคะ” เอวาเอ่ยปัดหญิงสาวแล้วรีบเดินเข้าลิฟต์ไปทันที
“เค้ามาหาคุณคินหรอ” หญิงสาวหันไปถามลูกน้องของคินที่ยืนอยู่ด้านหลังตนเอง
“ไม่ทราบคครับ”
“ปกติเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้บ่อยมั้ย”
“ไม่ทราบครับ”
“แล้วทราบอะไรบ้าง”
“เรื่องของนายผมไม่ทราบครับ”
ญาดายืนนิ่งแล้วรีบเดินตรงไปยังห้องของคินเพราะรู้ว่าถ้าตนเองไปช้า ก็จะถูกชายหนุ่มโมโหใส่เอาได้
-1 ชั่วโมงต่อมา-
เอวาเดินเข้าไปในร้านขายยยาพร้อมกับมองไปรอบๆด้วยสายตาหวาดระแวงและดูกังวลจนเภสัชกรสังเกตได้ “เอ่อ...”
“มีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ”
“คือ...” เอวาฝืนยิ้มแล้วเดินเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ขะ...ขอซื้อ เอ่อ ยาคุมฉุกเฉินค่ะ”
เภสัชกรนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับแล้วเดินไปหยิบยาให้ตามที่หญิงสาวบอก “เคยทานมาก่อนมั้ยคะ”
“ไม่เคยค่ะ”
“ไม่เป็นค่ะ” เภสัชกรเอ่ยขึ้นอย่างใจดี “เม็ดแรกต้องทานหลังมีเพศสัมพันธ์ให้เร็วที่สุดนะคะ ทางที่ดีไม่ควรเกิน 72 ชั่วโมง ส่วนเม็ดที่ 2 กินภายใน 12 ชั่วโมงหลังจากเม็ดแรกนะคะ”
“ค่ะ” เอวาพยักหน้ารับแล้วหยิบเงินในกระเป๋าด้วยเนื้อมือสั่นเทา “เท่าไหร่คะ”
“ขออนุญาตนะคะ” เภสัชกรจับมือหญิงสาวแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ “เป็นเพศสัมพันธ์ครั้งแรกรึเปล่าคะ”
“ค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวจ่ายยาแก้อักเสบไปให้ด้วยนะคะ เพราะอาจจะมีการอักเสบเกิดขึ้นได้”
“ขอบคุณค่ะ”
“สักครู่นะคะ เดี๋ยวจัดยาให้”
“ได้ค่ะ” เอวาพยักหน้ารับมองเภสัชที่จัดเตรียมยาให้อย่างคล่องแคล่วก่อนจะหันหลังกลับมาแนะนำการรับประทานยาให้กับเธอ “ทั้งหมด 230 บาทค่ะ”
“ขอบคุณมากนะคะ” เอวายื่นเงินให้เภสัชแล้วรีบเดินออกไปจากร้านขายยาตรงกลับไปที่รถตนเองก่อนจะปล่อยโฮออกมาด้วยความรู้สึกอึดอัดในใจ “ไม่ได้นะ ฮึก ไม่ได้เอวา เธอต้องสู้ ต้องสู้เท่านั้น ฮึก ฮืออ จะ ฮึก จะมาร้องไห้แบบนี้ไม่ได้ มันไม่ประโยชน์” หญิงสาวเอ่ยกับตนเองก่อนจะหลับตานิ่งราวกับตั้งสติแล้วขับรถตรงกลับไปยังคอนโดของตนเองด้วยหัวใจและร่างกายที่แตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี
.
.
เอวาในชุดคลุมอาบน้ำเดินออกมานั่งที่ระเบียงด้านนอก เพื่อให้สายลมและความเงียบเรียกสติเธอกลับมาให้เร็วที่สุด หญิงสาวถอนหายใจแล้วยกโทรศัพท์โทรหาเลขาของตนเอง
(ค่ะคุณเอวา)
“คุณเมย์คะ เอวาของไฟล์ข้อมูลที่เราคุยกันวันนี้หน่อยได้มั้ยคะ”
(ได้ค่ะ เดี๋ยวเมย์ส่งอีเมลล์ไปให้ แล้ว เอ่อ คุณเอวาจะเข้าประชุมผู้ถือหุ้นมั้ยคะ เมย์จะได้ส่งอีเมลล์ตอบกลับไปค่ะ”
“...”
(คุณเอวาคะ)
“ค่ะ” เอวาตอบปลายสายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า “เข้าค่ะ รบกวนคุณเมย์ด้วยนะคะ”
(ได้ค่ะ) ปลายสายเอ่ยเสียงนิ่ง (คุณเอวา...)
“...”
(คุณเอวาทานอะไรรึยังคะ ให้เมย์สั่งอาหารให้มั้ยคะ)
“ไม่เป็นไรค่ะ” เอวาตอบปลายสาย “ขอบคุณคุณเมย์มากนะคะ”
(ค่ะ งั้นเดี๋ยวเมย์รีบส่งอีเมลล์ให้นะคะ)
“ค่ะ”
เอวากดวางสายก่อนจะเอนตัวพิงลงบนเบาะและทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมด ใบหน้าและแววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความผิดหวัง และในใจยังคงภาวนาว่ายังอยากให้เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงความฝันไปเท่านั้น
-วันต่อมา-
เอวาเดินเข้าไปบริษัทฯด้วยสีหน้านิ่งเรียบ ดวงตากลมตากวาดสายตามองบริษัทฯที่เคยเป็นของครอบครัวแต่ตอนนี้ต้องกลายไปเป็นของคนอื่นโดยสมบูรณ์
“คุณเอวา”
หญิงสาวหันไปมองอดีตผู้ถือหุ้นที่เอ่ยทักเธอด้วยน้ำเสียงเอ็นดู “สวัสดีค่ะคุณลุง”
“เป็นไงบ้าง ไม่เจอกันเลย”
“ค่ะ” เอวาพยักหน้ารับ “คุณลุงมาทำอะไรหรอคะ”
“มาเคลียร์เอกสารให้คุณคินณภัทร” ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าสดใส “ดีใจด้วยนะลูก คุณคินณภัทรเค้ารักหนูมากเลยนะ ถึงขนาดมาขอให้ลุงขายหุ้นให้เพื่อที่จะเอาไปเป็นของขวัญให้กับหนู แถมยังขายให้ลุงในราคาที่สูงกว่าตลาดอีก”
“ค่ะ” เอวาตอบเสียงนิ่ง “ขอตัว...”
“เอ้า นั่นไง คุณคินณภัทรมาพอดีเลย” ชายวัยกลางคนยิ้มพร้มกับเอ่ยทักทายโดยไม่ทันได้สังเกตสีหน้าของเอวาที่ดูนิ่งเฉยจนแทบจะเรียกว่าไร้ความรู้สึก
“คุณวิโรจน์ มาเซ็นต์เอกสารหรอครับ”
“ครับ นี่เพิ่งเจอหนูเอวา เลยเอาอวยคุณคินณภัทรให้ฟัง”
“หรอครับ” คินยิ้มมุมปากแล้วหันไปสบตาเอวา “อวยว่ายังไงหรอครับ”
“ก็บอกว่าคุณคินณภัทรใจดีแค่ไหนไงครับ อยากให้เค้ารู้ว่าคุณคินณภัทรรักเค้ามากแค่ไหน”
“ครับ” คินแสยะยิ้ม “ตอนนี้เอวาเค้าคงรู้แล้วว่าผมรักเค้า...มากแค่ไหน”
FAKE LOVE #44-วันต่อมา-“ไปยกซุปออกมาเลยก็ได้ ใกล้เวลาที่คุณคินจะลงมาแล้ว” ญาดาหันไปสั่งแม่บ้านและเดินวนไปมาเพื่อจัดการอาหารเช้าให้กับคิน “ลืมบอกเลย ไม่ต้องใส่พริกไทยนะ คุณคินไม่ทานพริกไทย”“ค่ะคุณผู้หญิง” เสียงแม่บ้านตะโกนตอบออกมาจากห้องครัว“เสียงดังอะไรแต่เช้า” คินมองญาดาลงมาจากชั้นบนก่อนจะเดินลงไปยังโต๊ะอาหารด้านล่าง“ซุปแก้แฮงค์ค่ะ” ญาดาส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม “เป็นสูตรที่บ้านญาเอง รับรองว่าทั้งอร่อย ทั้งได้ประโยชน์แน่นอนค่ะ” หญิงสาวเลื่อนถ้วยซุปไปตรงหน้า “ส่วนนี้กาแฟดำค่ะ คนขับรถรออยู่ด้านนอกนะคะญาแจ้งไว้เรียบร้อยแล้วว่าคุณจะไปดูงานที่พัทยา”“...”“ญาขอตัวนะคะ” หญิงสาวยิ้มกว้างแล้วทำท่าหันหลังกลับไปที่ห้องครัว“ไปไหน”“คะ?” ญาดาหันมาทำหน้าสงสัย “คุยกับญาหรอคะ”“มันมีคนอื่นอีกหรอไง” คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “นั่งสิ กินข้าวแล้วออกไปพร้อมกับฉัน”ญาดายืนนิ่งก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นท่าทีที่อ่อนลงของคิน หญิงสาวเดินมานั่งที่โต๊ะก่อนจะมีแม่บ้านเดินเข้ามาตักอาหารให้ “อร่อยมั้ยคะ”“อือ”“ไว้เดี๋ยวญาทำให้ทานหลายๆสูตรเลยนะคะ”“...”“รับรองได้ว่าคุณคินติดใจชัวร์”“รีบกินซะ ฉันมีธุระต้องไปทำ”
FAKE LOVE #43เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำลายความเงียบบนรถ คินล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงที่ดูเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัด “ฮัลโหล”(คุณคินอยู่กับคุณเอวามั้ยคะ)“อืม มีอะไร”(ตัวแทนของบริษัทฯญาติของญาโทรมาบอกว่าท่านมนัสต่อสายมาโดยตรง)“มันว่ายังไง”(ท่านถามว่าคุณเอวาปลอดภัยรึเปล่าค่ะ ท่าทางท่านน่าจะติดกับดักแผนที่เราวางไว้แล้ว คุณเอวาเก่งมากเลยนะคะ) ญาดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงชื่นชม (แล้วคุณกับคุณเอวาเป็นยังไงบ้างคะ ปลอดภัยดีใช่มั้ย)“อืม”(โอเคค่ะ งั้นฐาไม่กวนแล้วแค่โทรมาแจ้งข่าว แล้ว เอ่อ วันนี้คุณคินจะกลับมามั้ยคะ จะได้...)“เดี๋ยวกลับไป” คินตอบพร้อมกับหันไปมองหญิงสาวข้างกายที่มองออกไปด้านนอกไม่แม้แต่จะหันมามองตนเองแม้แต่น้อย “แค่นี้นะ”(ค่ะ)คินกดวางสายและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “มันโทรไปถามหาเธอ”“...”“ถามว่าเธอปลอดภัยดีมั้ย”“ค่ะ” เอวาพยักหน้ารับ“ทำงานได้เร็วกว่าที่คิดนะ”“ขอบคุณค่ะ” เอวาตอบแล้วหันไปสบตาคิน “เริ่มแผนต่อไปเลยมั้ยคะ”“หึ อยากไปหาไอ้เวรนั่นขนาดนั้นเลย?” คินแสยะยิ้ม “ได้ ฉันก็อยากกลับไปที่ไอ้ไซต์งานเวรนั่นเต็มทนแล้วเหมือนกัน!”“ค่ะ อยากให้ทำอะไรบอกมาได
FAKE LOVE #42คินสะดุ้งเปิดประตูออกมาจากรถแล้วหันไปมองในงาน “เกิดอะไรขึ้น”“ไม่ทราบครับนาย”“ก็ไปดูดิวะ! ไป!”“ครับ” ชายชุดดำพยักหน้าด้วยความลนลานแล้วรีบวิ่งเข้าไปด้านในงานเลี้ยงทันที“นายครับ!” ธีระวิ่งเข้าไปหาคิน “ในงานเกิดเหตุยิงกันครับ ตอนนี้...”“เอวาล่ะ” คินถามลูกน้องตนเอง “เอวาอยู่ไหน!”“ตอนนี้คนของเราที่ส่งเข้าไปข้างในยังกำลังตามหาตัวคุณหนูอยู่ครับ”คินส่ายหน้าด้วยความหงุดหงิดก่อนจะชักปืนที่เอวมาขึ้นลำแล้วเดินเข้าตรงเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงทันที-อีกด้าน-ปัง! ปัง!กรี๊ดดดด!เอวายกมือปิดหูพร้อมกับก้มลงไปแอบอยู่ข้างโต๊ะ มองไปรอบๆงานที่ตอนนี้มีแต่ความชุลมุนวุ่นวายเต็มไปหมด เสียงปืนดังขึ้นสลับกับเสียงร้องโอดครวญและกลิ่นคาวเลือดที่คลุ้งจนเธอรู้สึกอยากจะอาเจียน“ทะ ทำยังไงดี” เอวามองไปรอบๆราวกับกำลังหาที่พึ่ง ดวงตากลมโตสั่นเครือหันมองซ้ายขวาเพื่อหาทางหนีออกไปจากตรงนี้ หญิงสาวมองไปที่ประตูซึ่งอยู่ไม่ไกลมานักก่อนจะชั่งใจทำท่าจะวิ่งออกไปหมับ!“มานี่” คินหันไปดุเอวาแล้วดันหญิงสาวให้เข้าไปใต้โต๊ะ “อยู่ในนี้อย่าเพิ่งออกไป”“มันจะปลอดภัยหรอคะ” เอวาถามพร้อมกับจับมือคินไว้แน่น“วิ่งออกไปตอนนี
FAKE LOVE #41“งานนี้เป็นงานส่วนตัว...”“คนของพี่ธีจะไม่สามารถตามเข้าไปได้ เอวาต้องดูแลตัวเองดีๆ” เอวาเอ่ยแทรกชายหนุ่มที่พูดย้ำเธอมาตลอดทาง “เอวาจำขึ้นใจแล้วค่ะ”ธีระยิ้มให้หญิงสาวที่ตนเองเห็นมาตั้งแต่เด็ก “ยังไงคุณหนูก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีนะครับ ถ้ามีอะไรไม่น่าไว้ใจรีบพาตัวเองออกมาเลยนะครับ ผมกับลูกน้องจะรออยู่ที่ด้านนอก”“ค่ะ” เอวาพยักหน้ารับ ร่างบางรู้สึกประหม่าเล็กน้อยทันทีที่รถหรูเคลื่อนเข้าสู่โรงแรมใจกลางเมืองซึ่งเป็นที่จัดงานวันนี้“ท่านมนัสเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่เจ้าเล่ห์และโหดร้ายพอสมควร” ธีระย้ำกับเอวาอีกครั้ง“เอวามั่นใจว่าเอวาเอาอยู่” เอวายิ้มออกมาด้วยความมั่นใจ “ถ้าเอวาผ่านเจ้านายพี่มาได้ ไม่มีอะไรที่เอวาผ่านไปไม่ได้อีกแล้ว”ธีระมองหญิงสาวที่เปิดประตูเดินลงไปจากรถ “ดูแลตัวเองด้วยนะครับ”“ค่ะ” เอวายิ้มกว้างพร้อมกับหายใจเข้าก่อนจะเดินเข้าไปในงานเพื่อจัดการงานของตนเอง “ทำได้อยู่แล้วเอวา ไม่ต้องกลัว ทำได้อยู่แล้ว”ตุ้บบ!“ว๊ายย!” เอวาร้องขึ้นด้วยความตกใจหลังจากเดินชนกับใครบางคน “ขะ ขอโทษค่ะ ฉันเดินไม่ดูทางเอง”“ไม่เป็นไรครับ แล้วนี่เป็นอะไรรึเปล่า”หญิงสาวส่ายหน้าก้มลงเก็บ
FAKE LOVE #40“คุณเอวารับอะไรดีคะ”“อะไรก็ได้ค่ะ” เอวาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลียพร้อมกับหันไปมองที่สนามด้านนอก “ขอไปทานที่ศาลาด้านนอกได้มั้ยคะ”“ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูยกไปให้”“ขอบคุณค่ะ” เอวาเอ่ยเสียงนิ่ง “เอวารบกวนดึงผ้าปูที่นอนไปซักให้หน่อยนะคะ แล้วก็ทำความสะอาดห้องให้ด้วย”“ได้ค่ะ”“รังเกียจขนาดนั้นเลยหรอ” เสียงของคินดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมแบรนด์โปรดของชายหนุ่ม “ถึงขนาดทำความสะอาดครั้งใหญ่เลย”“ถ้าทุบห้องทิ้งไปได้ เอวาคงทุบทิ้งไปแล้วค่ะ” เอวาตอบพร้อมกับรวบเอกสารต่างๆมาถือไว้เพื่อหนีชายหนุ่มออกไปยังศาลาด้านนอก“จะไปไหน”“ข้างนอก”“ทำไมไม่ทานที่โต๊ะ”“อึดอัด”“อึดอัด?”“ค่ะ”“...”“ต้องบอกมั้ยคะว่าอึดอัดใคร”“ไม่ต้อง” คินทำสีหน้าไม่พอใจ “แล้วถือเอกสารอะไรเยอะแยะ”“งานที่พี่สั่งไงคะ”“ตั้งใจดีจังเลยนะ”“ค่ะ เพราะเดี๋ยวถ้าทำสำเร็จพี่ก็จะเอาเรื่องอื่นมาขู่เอวาอีก”“เก่งหนิ”“ไม่ได้เก่งอะไรหรอกค่ะ ปกติพี่ก็ทำแบบนั้นอยู่แล้ว”“ปากเก่งจังเลยนะ ไม่เหมือนเมื่อคืนเลย”“พี่ก็ขู่เก่งจังเลยนะคะ ไม่เปลี่ยนเลย”“เอวา”“ถ้าไม่มีอะไรเอวาขอตัวนะคะ”“จะตั้งใจอะไรนักหนา เรื่องพวกนี้ก็ถนัดอยู่แล้วไม่ใช่หรอ
FAKE LOVE #39“คุณเอวา” แม่บ้านยกของว่างเข้ามาเสิร์ฟให้เอวาในห้องทำงานด้านล่าง “ให้หนูจัดห้องนอนด้านล่างให้มั้ยคะหรือว่า เอ่อ...”“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” เอวายิ้มตอบมองแม่บ้านที่เดินออกไป ร่างบางก้มหน้าจัดการงานของตนเองต่อแต่สุดท้ายก็ต้องปิดหน้าจอโน้ตบุ๊คลงด้วยสีหน้าเคร่งเครียดพร้อมกับยกมือลูบใบหน้าตนเองเบาๆราวกับต้องการจะลืมภาพของคินกับหญิงสาวอีกคน “ช่างมันเอวา ช่างมัน”“คุณผู้หญิงโอเคมั้ยคะ” แม่บ้านเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษที่เข้ามาโดยไม่ได้เคาะประตูค่ะ พอดี เอ่อ คุณผู้ชายให้เรียกคุณเอวาขึ้นไปพบที่ห้อง้านบนค่ะ”“เรียกเอวาหรอคะ” เอวาทำหน้าเครียด “เค้าเรียกไปทำไมพอจะรู้มั้ย”“ไม่รู้เลยค่ะ แต่คุณผู้ชายเมามากเลยนะคะ ให้แม่บ้านยกเหล้าขึ้นไปให้ก่อนหน้า นี่แม่บ้านเพิ่งลงมาเอาอีกขวดขึ้นไปค่ะ”“...”“คุณเอวารีบขึ้นไปดีมั้ยคะ เดี๋ยวจะโดนดุเอานะคะ”“ค่ะ” เอวาพยักหน้าอย่างจำใจแล้วลุกเดินขึ้นไปด้านบนด้วยความรู้สึกกลัว...กลัวว่าตนเองต้องมารองรับอารมณ์โกรธของชายหนุ่มอีก “น่าจะชินได้แล้วมั้งเอวา” หญิงสาวบ่นกับตัวเองแล้วเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องของเธอ เสียงหัวเราะของชายหญิงคู่หนึ่งดังออกมาจนเธอร







