LOGIN“ไปสงบสติอารมณ์ซะ !!” คุณป๋าพูดทิ้งท้ายก่อนที่รถยนต์ราคาแพงจะจอดสนิทตรงลานจอดรถที่มีรถจอดเรียงรายนับสิบคัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคุณป๋ารวยขนาดไหน “ค่ะ” เวลาที่ฉันมีเรื่องกับใคร ทุกครั้งที่คุณป๋ารู้จะให้ฉันเข้าไปอยู่ในห้องสีเหลี่ยมที่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ใดๆ อยู่ภายในห้อง เป็นห้องที่ปิดตายไม่มีแม้กระทั่งบานหน้าต่าง และฉันต้องอยู่ข้างในนั้นเป็นเวลาสามชั่วโมง เพื่อสำนึกผิด กับความผิดที่ฉันไม่ได้เป็นคนเริ่ม มันน่าตลกสิ้นดี!! “ถ้าเข้ามหาวิทยาลัยแล้วเธอยังดื้อด้านอยู่แบบนี้ เธอคงรู้ว่าเธอจะไม่ได้เรียนต่อ” คำพูดที่ดูเหมือนเป็นแค่คำขู่ แต่ฉันรู้ดีว่าคุณป๋าพูดจริง คุณป๋าเป็นคนเด็ดขาดในคำพูดของตัวเองมาก ซึ่งฉันก็ไม่ได้โต้เถียงอะไร “มึงลงไป” คุณป๋าสั่งให้คนขับรถลงไปจากรถก่อน ทำเหมือนว่ามีธุระสำคัญอะไรจะคุยกับฉัน หลังจากที่คนขับรถลงไปแล้ว คุณป๋าก็ยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ๆ ใกล้จนรับรู้ได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจ “เวลาอยู่กับฉัน” คุณป๋าเว้นจังหวะในการพูดก่อนจะเพ่งตามองมาที่ริมฝีปากของฉัน “เธอเลิกทำตัวเหมือนหุ่นยนต์สักที !!” “หนูลงจากรถได้หรือยังคะ ?”
View More“เรียนจบวันนี้แล้วพวกเธอยังหาเรื่องตบตีกัน ตั้งแต่ grade 10 จนถึง grade 12 จะมีสักครั้งมั้ยที่กลุ่มของเธอสองคนคุยกันดีๆ”
บรรยากาศภายในห้องฝ่ายปกครองเงียบสนิท ไม่มีใครปริปากพูดอะไร มีเพียงหัวหน้าฝ่ายปกครองที่กำลังอบรมสั่งสอนพวกเราอยู่ ฉันมองไปที่ฮาน่าศัตรูหมายเลขหนึ่ง เธอก็มองหน้าฉันเหมือนกัน ทั้งฉันและมันต่างจ้องกันตาเขม็งอย่างไม่มีใครยอมใคร “เมเบล ฮาน่า นี่ในห้องปกครองเธอสองคนยังไม่สำนึกอีกหรือไง!!” “มันหาเรื่องหนูก่อนนะคะ” ฮาน่ารีบพูดแก้ตัว “อีตอแหล” ฉันใช้เท้าทีบเอ้าอี้ที่ฮาน่านั่งจนเธอหงายท้องไปก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งคร่อมบนตัว แล้วตบหน้าเพื่อสั่งสอนคนตอแหลอย่างมัน ฉันไม่เคยหาเรื่องใครก่อน แต่ทำไมคนอื่นถึงชอบหาเรื่องฉัน ตั้งแต่ย้ายมาเรียนที่นี่มันก็เหมือนกับว่าฉันตกนรกทั้งเป็น ทุกคนต่างดูถูกที่เห็นว่าฉันเป็นเพียงลูกเลี้ยงของนักธุรกิจชื่อดัง ‘คุณป๋าหิรัญ’ ทุกคนต่างมองเหมือนว่าฉันเป็นตัวประหลาด แล้วยังไงฉันต้องยอมถูกคนอื่นรังแกหรือไง “เมเบลหยุดก่อน เดี๋ยวเรื่องก็ถึงหรูคุณอาหิรัญหรอก แกอยากตายหรือไง” เอวาเพื่อนสนิทของฉันรีบมาดึงตัวฉันออกจากฮาน่า จากนั้นครูฝ่ายปกครองก็มาแยกตัวฮาน่าออกไป “เรื่องนี้คงต้องถึงหูคุณหิรัญ” ครูฝ่ายปกครองพูดขู่ และฉันก็ไม่สนใจ อยากจะฟ้องก็ฟ้องไป “หนูกลับได้แล้วใช่มั้ยคะ สวัสดีค่ะ” พูดจบฉันก็ยกมือไหว้จากนั้นก็ดึงเอวาออกมาจากห้องปกครอง“เมเบลแกใจเย็นๆ ก่อนนะฉันรู้ว่าพวกนั้นมันยั่วโมโหแก แต่แกจะไปตามเกมมันตลอดแบบนี้ไม่ได้” เอวามักจะเตือนสติฉันทุกครั้งที่ฮาน่ามาหาเรื่อง แต่ด้วยความที่ฉันเป็นคนที่มีความอดจนต่ำจึงระงับความโกรธไว้ไม่ได้
“เป็นไงบ้างวะ จัดอีกแล้วหรอเมล” ฟาร์นที่ยืนรออยู่ที่หน้าห้องปกครอง พอเห็นฉันกับเอวาเดินออกมาก็รีบวิ่งมาถามไถ่ทันที ฟาร์นเป็นเพื่อนสนิทอีกคนของฉัน มันจะชอบเรียกฉันว่าเมล ทั้งที่ชื่อของฉันคือเมเบล มีแค่สองคนนี้แหละที่ไม่เคยดูถูกและเป็นเพื่อนเล่นกับฉันมาตั้งแต่เด็กๆ “หลังจากวันนี้ไปฉันคงไม่เจอพวกมันอีก !!” ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ ถึงภายนอกฉันจะเป็นคนแข็งกร้าว ไม่ยอมใคร แต่ลึกๆ แล้วฉันก็เป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ฉันมีความรู้สึก... “กะ แกนั่นรถคุณอาหิรัญหรือเปล่า” เอวาชี้ไปยังรถสปอร์ตคันครูที่จอดรออยู่ไม่ไกลซึ่งนั่นก็คือรถของคุณป๋าจริงๆ ข่าวไปถึงเร็วดีหนิ!! “กลับก่อนนะ พรุ่งนี้เดี๋ยวฉันไปหาที่บ้าน” ฉันโบกมือลาเอวา และฟาร์น พรุ่งนี้เรามีนัดคุยกันเรื่องที่จะไปเรียนมหาวิทยาลัยไหนดี ตอนนี้ยังตกลงกันไม่ได้เลยฉันเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถคันหรูตรงเบาะด้านหลังมีคุณป๋านั่งอยู่แล้ว ส่วนฉันก็เข้าไปนั่งข้างๆ กับคุณป๋า ไม่ได้กลัวว่าจะถูกต่อว่าเรื่องที่มีปัญหากับเพื่อนที่โรงเรียน เพราะนี่มันไม่ใช่ครั้งแรก
ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศกระทบผิวเนื้อทำให้รู้สึกเย็นวาบ มือหนาของคุณป๋าจับปลายคางของฉันให้หันไปประจันหน้ากับตัวเอง “ครั้งนี้มีเรื่องกับใครอีก ?” คุณป๋าถามเสียงเย็นแล้วใช้นิ้วหัวแม่มีกดลงมาที่แผลตรงมุมปากของฉัน ซึ่งฉันก็ไม่ได้แสดงท่าทางเจ็บปวดอะไรออกมาให้คุณป๋ารับรู้ ทั้งที่จริงแล้วมันเจ็บ “ต้องบอกด้วยหรอคะ คิดว่าคุณป๋ารู้แล้วซะอีก” ฉันตอบเชิงประชด “ฉันถามให้เธอตอบ ไม่ใช่ถามให้เธอย้อนมาถามฉัน” คุณป๋าพูดเสียงเข้มก่อนจะบีบปลายคางแน่น “กับฮาน่าค่ะ” “เมื่อไหร่เธอจะเลิกหาเรื่องปวดหัวมาให้ฉันสักที !!” คุณป๋าตวาดเสียงดังลั่น พร้อมกับสะบัดมือออกจากปลายคางฉันอย่างแรง “ก็ไม่ต้องสนใจสิคะ” ฉันมองคุณป๋าอย่างท้าทาย “ไม่ให้ฉันสนใจ” คุณป๋าตวัดสายตามองฉันอย่างเย็นชา “ถ้าเธอไม่ใช้นามสกุลของฉันอยู่ คิดว่าฉันจะเสียเวลามาสนใจเรื่องปัญญาอ่อนของเธอหรือไง!!” “งั้นก็พาหนูไปเปลี่ยนนามสกุลตอนนี้เลยสิคะ จะได้หมดปัญหา ต่อไปคุณป๋าก็ไม่ต้องมาใส่ใจอีก” “เธอมันก็เป็นแค่เด็กที่ชอบอวดเก่ง ฉันน่าจะปล่อยให้เธอตายตามแม่เธอไปซะตั้งแต่ตอนนั้น!!” บ่อยครั้งที่คุณป๋าพูดคำนี้ ฉันไม่รู้ว่าพ่อกับแม่คือใคร ไม่รู้ที่มาที่ไปของตัวเอง ตอนที่คุณป๋ารับฉันมาเลี้ยงในตอนนั้นฉันยังเด็ก ฉันจำอะไรไม่ได้เลย ตั้งแต่เล็กจนโตฉันถูกเลี้ยงมาด้วยเงิน ฟังดูคงจะเป็นชีวิตที่ดีใช่มั้ยล่ะ ชีวิตฉันคงมีความสุข แต่เปล่าเลยฉันไม่ได้ต้องการเงิน ไม่ต้องการใช้ของแพงๆ ฉันแค่ต้องการความรัก ความเอาใจใส่ แต่ที่ผ่านมาฉันไม่เคยได้สัมผัสมันเลย คุณป๋าไม่เคยให้ความอบอุ่นฉันในฐานะคนในครอบครัวเลยสักครั้ง...คุณป๋ายืนกอดอกทำหน้ายักษ์ไม่รับมุกที่ฉันส่งไปให้ ใจคอจะตีฉันด้วยไม้เรียวนี่จริงๆ หรือไง “เลือกได้หรือยัง” คุณป๋าถามเสียงเข้ม สมองของฉันคิดอะไรไม่ได้นอกจากเรื่องอย่างว่า ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงเดินมาหยุดตรงหน้าของคุณป๋า “เลือกได้แล้วค่ะ” “เลือกอันไหนก็หยิบขึ้นมา” ฉันวางมือลงบนแผงอกแกร่ง แล้วค
ผมค่อยๆ หันมองทางเมียตัวดีของตัวเองที่ในตอนนี้แทบจะยืนไม่อยู่ “ออกไปให้หมด” สิ้นสุดคำสั่งของผม พวกลูกน้องก็รีบพากันออกไปในทันที เหลือเพียงไอ้กล้าที่เป็นลูกน้องคนสนิท “นายอย่าดุคุณหนูเลยนะครับ คุณหนูคงอยากจะออกไปดื่มกับเพื่อนบ้าง” “มึงเลิกให้ท้ายเมียกูสักที” ผมขบกรามแน่นระงับอารมณ์โกรธของตัวเอง
3 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ฉันแต่งงานกับคุณป๋าแล้ว แต่งแบบงงๆ ในตอนนั้นที่คุณป๋าคุกเข่าขอฉันแต่งงาน หลังจากนั้นสองอาทิตย์เราทั้งคู่ก็จูงมือกันเข้าหอ จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ที่ผ่านมสฉันไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าคุณป๋าดูแลฉันดีมาก และซื่อสัตย์กับฉันอย่างที่เคยสัญญาเอาไว้ว่าจะไม่ทำให้ฉ
“อาเหนือสวัสดีค่ะ ^_^” ฉันกับเพื่อนยกมือไหวอาเหนือ “มึงน่าอิจฉาจริงๆ ว่ะไอ้หิรัญที่มีเมียสวยขนาดนี้” อาเหนือรับไว้แล้วหันหน้าพูดกับคุณป๋า “แล้วผู้หญิงของมึงล่ะ ทำไมไม่พามางานด้วย ?” “ก็แค่ของเล่น กูจะพามาออกงานทำไม” อาเหนือตอบแบบไม่ใส่ใจ นี่ถ้าฉันเป็นผู้หญิงคนนั้นคงจะเสียความรู้สึกมากที่ถูกจำกัดแ
reviewsMore