LOGINขณะที่กำลังก้มๆ เงยๆ ช่วยแม่จัดเก็บของกระจุกกระจิกภายในบ้านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวดในใจ ซาร่าก็พลันรู้สึกหน้ามืด เวียนหัววูบขึ้นมาจนต้องรีบเอามือยันขอบโต๊ะไว้ ร่างบางคล้ายจะทรงตัวไม่อยู่ ก่อนที่ความรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรงจะตีขึ้นมาจากช่องท้องจนเธอต้องรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำทันที
"อุ๊บ... อ้วก!" ซาร่าโก่งคอโก้งโค้งอาเจียนออกมา แต่กลับมีเพียงน้ำย่อยและลมเท่านั้นที่ออกมาจากลำคอ ใบหน้าหวานซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึมตามไรผม ร่างกายรู้สึกหมดแรงอย่างประหลาด เมื่อความเวียนหัวเริ่มทุเลาลง ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ... *'ไม่นะ... สภาพแบบนี้มัน...' * ซาร่ายกมือขึ้นกุมหน้าท้องตัวเองด้วยความตื่นตระหนก พลันนึกขึ้นได้ว่า ประจำเดือนของเธอขาดหายไปร่วมเดือนแล้ว! 'เป็นไปไม่ได้... เรา... เรามีอะไรกับคารัสแค่ครั้งเดียวเองนะ! ครั้งเดียว..เอ่อ...หรือสองครั้งในคืนนั้นที่ห้องน้ำและบนเตียง... ไม่จริงน่ะ!' ความสับสนและความกลัวถาโถมเข้าใส่จนซาร่าทำตัวไม่ถูก หากเธอท้องขึ้นมาจริงๆ ในช่วงเวลาที่เธอกำลังเข้าใจผิดและหนีเขามาแบบนี้ เธอจะทำอย่างไรต่อไป? "ซาร่า! เป็นอะไรไปลูก?!" แม่ที่เห็นเหตุการณ์รีบเดินตามเข้ามาในห้องน้ำด้วยความตกใจและเป็นห่วง มือเรียวของแม่ช่วยลูบหลังให้ลูกสาวพลางประคองร่างที่สั่นเทาของซาร่าออกมานั่งที่โซฟาด้านนอก แม่มองใบหน้าซีดเซียวของลูกสาวแล้วขมวดคิ้วด้วยความสังเกตเห็นอาการที่ไม่ค่อยดี "อาการไม่ดีเลยนะลูก หน้าซีดขนาดนี้... ไปหาหมอกับแม่ดีกว่า ให้คุณหมอตรวจดูหน่อยนะ" คุณแม่เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงร้อนใจ "ไม่... ไม่เป็นไรค่ะแม่" ซาร่ารีบปฏิเสธทันควัน หลุบสายตาต่ำเพื่อซ่อนความพรั่นพรึงและกังวลใจไว้ "ซาร่าแค่อ่อนเพลีย แล้วก็เครียดๆ นิดหน่อยค่ะ... ขอนอนพักก็น่าจะดีขึ้นแล้ว ไม่ต้องไปหาหมอหรอกนะคะ" แม่มองลูกสาวด้วยสายตาอาทร แม้จะยังสงสัยในอาการแปลกๆ นั้น แต่เมื่อเห็นซาร่ายืนยันหนักแน่นและดูอ่อนแรงมาก จึงยอมถอยให้ "งั้นก็ไปนอนพักในห้องก่อนนะลูก... มีอะไรต้องรีบบอกแม้นะ" ซาร่าพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ พาร่างอันสั่นเทาของตัวเองเดินกลับเข้าห้องนอนเดิม เธอค่อยๆ ล้มตัวลงนอนบนเตียง มือบางลูบหน้าท้องตัวเองอย่างแผ่วเบาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสับสน สับสน และหวาดหวั่นต่อสิ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ --------- "ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมไอ้ทัด!! เสียงทุ้มดุดันของคารัสตวาดลั่นห้องทำงานจนลูกน้องรอบข้างถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความขวัญผวา ความโกรธเกรี้ยวพุ่งสูงจนใบหน้าคมเข้มเกร็งตึง มือหนาตบลงบนโต๊ะทำงานดัง ปัง! จนสิ่งของบนโต๊ะสะเทือน "ฉันสั่งให้แกคอยดูแลซาร่าให้ดีที่สุด! แล้วทำไมถึงปล่อยให้เธอเดินออกไปจากบ้านได้ง่ายๆ แบบนั้น!!" "ผม... ผมขอโทษครับคุณคารัส" ทัดก้มหน้ารับผิดด้วยสีหน้าหน้าซีดสลด "คุณซาร่าเธอร้องไห้หนักมาก แล้วเธอก็ยืนยันว่าจะออกไปให้ได้ พวกเราพยายามห้ามแล้ว แต่เธอไม่ยอมฟังใครเลย และพวกเราก็ไม่กล้าใช้กำลังรั้งเธอไว้..." คำว่า 'ร้องไห้หนักมาก' และ 'คราบน้ำตา' เหมือนเข็มพันเล่มที่พุ่งแทงเข้ากลางหัวใจของคารัสอย่างจัง! ความโมโหขีดสุดในตอนแรกพลันทลายลง แทนที่ด้วยความกลัวจับขั้วหัวใจ ชายหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดในโลก บัดนี้หัวใจกลับสั่นระสับและวูบโหว่จนแทบตั้งรับไม่ทัน ความทรงจำเกี่ยวกับฝันร้ายที่เกือบเสียเธอไปแวบกลับเข้ามาเตือนสติ 'ทำไมซาร่าถึงร้องไห้? เธอร้องไห้เพราะอะไร? ฉันทำอะไรให้เธอเข้าใจผิดงั้นเหรอ?!' ความคิดสับสนและความกลัวว่าจะสูญเสียดวงใจไปอีกครั้ง ทำให้คนอย่างคารัสทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ เขากำกล่องแหวนเพชรในกระเป๋าเสื้อไว้แน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว "บ้าเอ๊ย!" คารัสสบถออกมาอย่างเสียขวัญ เขาไม่อาจทนอยู่นิ่งได้แม้แต่วินาทีเดียว เขาคว้ากุญแจรถสปอร์ตคันหรูบนโต๊ะแล้ววิ่งพรวดพราดออกจากห้องทำงาน ตรงไปยังลานจอดรถทันที โดยไม่สนใจเสียงร้องทักของใครทั้งสิ้น บรึน!! เสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตคันหรูดังกระหึ่มบาดแก้วหู ก่อนที่ตัวรถจะพุ่งทะยานออกจากบริษัทด้วยความเร็วสูงปานพายุ คารัสเหยียบคันเร่งจมมิด หักพวงมาลัยแทรกแซงรถคันอื่นบนท้องถนนอย่างไม่เสียดายชีวิต นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์เต็มไปด้วยความร้อนรนและกังวลใจอย่างถึงที่สุด เขาพอจะรู้ดีว่าซาร่าจะหนีไปที่ไหน... เพราะเวลาที่เธอเสียใจ ไร้ที่พึ่ง หรือเจ็บปวดที่สุด สถานที่เดียวในโลกที่เธอจะใช้เป็นที่พักพิงซับน้ำตาก็คือ บ้านของคุณแม่ของเธอ เท่านั้น "รอฉันก่อนนะซาร่า... อย่าเพิ่งปิดประตูหัวใจหนีฉันไปไหน ได้โปรดฟังฉันก่อน..." คารัสพึมพำกับตัวเองในใจด้วยน้ำเสียงพร่าสั่น รถสปอร์ตคันหรูกำลังแล่นมุ่งหน้าตรงไปยังบ้านของคุณแม่ซาร่าด้วยความเร็วสูงสุด เพื่อนำหัวใจและคำอธิบายทั้งหมดไปคืนให้เธอ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป! ******** เอี๊ยด! เสียงเบรกรถสปอร์ตดังสนิทที่หน้าบ้านพักของแม่ซาร่า คารัสรีบก้าวลงจากรถแล้วตรงเข้าไปด้านในด้วยความร้อนรน เขาทรุดตัวลงไหว้คุณแม่และเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟังอย่างเปิดอก ทั้งเรื่องแผนการขอแต่งงาน พิธีการ แหวนเพชรที่สั่งทำพิเศษ และดีไซเนอร์ที่เขาไปพบลับๆ คุณแม่ถอนหายใจยาวด้วยความเอ็นดูและเข้าใจในทันที เธอมองลูกเขยที่กำลังตาแดงพร่าด้วยความกังวลใจอย่างแท้จริง "แม่เข้าใจแล้วล่ะจ้ะคารัส..." คุณแม่เอ่ยเสียงนุ่ม "ไปปรับความเข้าใจกันดีๆ เถอะ แม่ไม่อยากให้ลูกสาวของแม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง ถ้ามันเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด ก็จงรีบจัดการปัญหานี้ซะนะ" คำอนุญาตของคุณแม่เปรียบเสมือนแสงสว่าง คารัสยกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะค่อยๆ ผลักประตูเดินเข้าไปในห้องนอนของซาร่า เขาย่อตัวลงนั่งบนขอบเตียงข้างๆ ร่างบางที่นอนตะแคงอยู่ เขาถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ยื่นมือหนาหมายจะจับมือเล็กมาแนบกุมไว้เบาๆ ทว่า... ยังไม่ทันที่ฝ่ามือของเขาจะได้สัมผัสผิวเนื้อนุ่ม ซาร่าก็รู้สึกตัวและสะบัดมือออกทันที! เธอลืมตาขึ้นมาพอดี ดวงตากลมโตบวมช้ำจากการร้องไห้จ้องมองเขาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบี่ยงตัวหันหน้าหนีไปอีกทางอย่างเย็นชา ความเจ็บปวดและหวาดหวั่นยังคงแล่นริ้วอยู่เต็มอก "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน..." เสียงหวานเอ่ยพร่าสั่นติดประชด คารัสหัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นท่าทีผลักไส แต่วันนี้เขาจะไม่ยอมถอยหนีอีกแล้ว คารัสค่อยๆ ยื่นมือไปกุมไหล่บางของเธอไว้อย่างแผ่วเบาและทะนุถนอมที่สุด พยายามรั้งร่างที่สั่นเทาให้หันกลับมาสบตากับเขาตรงๆ "ซาร่า..." คารัสเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความจริงจังและอ้อนวอนอย่างที่ไม่เคยทำกับใคร "มองหน้าฉันสิครับ... บอกฉันได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น? เธอเข้าใจอะไรผิดไป หรือฉันทำอะไรให้เธอเจ็บปวด บอกฉันมาตรงๆ ได้ไหมคนดี?" ความเงียบครอบคลุมไปทั่วทั้งห้องพัก เสียงลมหายใจสั่นพร่าของซาร่าค่อยๆ จังหวะสม่ำเสมอขึ้น ขณะที่ดวงตาคู่สวยซึ่งบวมช้ำจากการร้องไห้ทอดมองใบหน้าคมเข้มของคารัส ลึกๆ แล้วในใจของเธอ... เธอก็ยังคงอยากฟังความจริงและอธิบายทุกอย่างจากปากของเขาเอง เธอยังอยากเชื่อมั่นในความรักที่เขามีให้เธอตลอดเวลาที่ผ่านมา ร่างบางค่อยๆ พลิกตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา คารัสไม่ยอมปล่อยมือออกจากไหล่เธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว แววตาของเขาฉายแววว้าวุ่น อ้อนวอน และตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในชีวิตของผู้ชายที่ชื่อคารัส ซาร่าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ ก่อนจะเอ่ยถามออกไปตรงๆ ด้วยสายตาตัดพ้อ "ก็ได้... ฉันจะยอมฟังคุณอธิบาย" ซาร่าสบตากับเขานิ่ง "บอกฉันมาสิคะว่า... ผู้หญิงคนนั้นที่คุณไปเจอที่บริษัท คนที่คุณยิ้มให้และก้มดูเอกสารอยู่ด้วยกันอย่างใกล้ชิด... เธอคือใคร?" คำถามที่หลุดออกมาทำเอาคารัสชะงักกึกไปชั่วครู่ ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะกะพริบปริบๆ ความตื่นตระหนกในตอนแรกค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความโล่งอกอย่างมหาศาล รอยยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและความคลั่งรักค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่ม "ที่เธอหอบเสื้อผ้าหนีฉันมา... ร้องไห้จนตาบวมขนาดนี้ เพราะผู้หญิงคนนั้นเองเหรอ?" คารัสเอ่ยถามเสียงนุ่ม น้ำเสียงของเขาทั้งอ่อนโยนและแฝงความเอ็นดูภรรยาตัวเล็กจับใจ "อย่ามาทำเป็นยิ้มนะ!" ซาร่าทำหน้ามุ่ย พยายามจะสะบัดไหล่ออกอีกครั้งด้วยความเขินผสมความหงุดหงิด "ตอบมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นฉันจะไม่ฟังอะไรทั้งนั้น!" "ตอบแล้วครับๆ..." คารัสรีบกระชับอ้อมกอด รวบเอวบางของเธอเข้ามาชิดอกแกร่งเบาๆ ราวกับกลัวว่าเธอจะบินหนีไปไหนอีก "ผู้หญิงคนนั้น... เธอคือนักออกแบบอัญมณีระดับโลกครับ แล้วเอกสารที่เธอนั่งดูกับฉัน... มันคือแบบร่างแหวนแต่งงานเพชรที่ฉันสั่งทำพิเศษขึ้นมาเพื่อเธอคนเดียวต่างหากล่ะ" คำตอบของคารัสทำเอาซาร่าถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใบหน้าหวานชาไปแถบๆ... เธอจะบ้าตาย! นี่เธอเข้าใจผิดไปไกลขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย! ทุกอย่างที่เขาทำ ความซุ่มซาบ ลับลมคมใน และความใกล้ชิดกับผู้หญิงคนนั้น ทั้งหมดมันก็เพื่อตัวเธอเองทั้งนั้น! ซาร่าแอบต่อว่าตัวเองในใจอย่างหนัก ซาร่าเอ๊ย... เธอเกือบจะทำลายความรักและเสียคนที่ดี ใส่ใจเธอขนาดนี้ไปเพราะความงี่เง่าของตัวเองแล้วไหมล่ะ! ทว่า ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่ความงอนและความฟึดฟัดในใจของเธอมันก็ยังไม่หายไปง่ายๆ อยู่ดี! "ทะ..ถ้าเป็นนักออกแบบ... แล้วทำไมต้องนั่งก้มหน้าใกล้ชิดกันขนาดนั้นด้วยล่ะคะ!" ซาร่าทำทีเป็นเถียงแก้เขิน เสียงอ่อยลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหวานเริ่มซับสีเลือดฝาด แต่แล้ว... ความทรงจำบางอย่างในวันนั้นก็พลันวูบเข้ามาในหัว! ซาร่านึกขึ้นได้ทันทีว่า ตอนที่เธอวิ่งร้องไห้ออกจากหน้าห้องทำงานของเขา นรินทร์ เลขาสาวของคารัส ได้รีบวิ่งตามเธอมาและพยายามจะรั้งเธอไว้เพื่อพูดอะไรบางอย่าง แต่ตอนนั้นเธออารมณ์ชั่ววูบและกำลังเสียใจหนักมาก จึงไม่ยอมฟังใครทั้งนั้น เดินหนีและวิ่งลงลิฟต์มาเลย... ที่แท้เลขาฯ ก็กำลังจะบอกความจริงเรื่องนี้กับเธอนี่เอง! คารัสมองอาการอึกอัก หน้าแดงสลับซีดของภรรยาตัวเล็กแล้วก็พอจะเดาออก คารัสหลุดหัวเราะหึในลำคอด้วยความเอ็นดูจับใจ เขายื่นมือไปบีบแก้มนุ่มของเธอเบาๆ อย่างหมั่นไส้ "หักคะแนนความแคลงใจ... แล้วเปลี่ยนเป็นยอมรับคำขอแต่งงานจากฉันได้หรือยัง...หึคนดี?" คารัสเอ่ยเสียงนุ่ม พลางล้วงเอากล่องกำมะหยี่สีแดงหรูหราออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วเปิดมันออกต่อหน้าเธอ ประกายเพชรน้ำเอกเม็ดโตบนตัวเรือนที่ถูกออกแบบอย่างประดิดประดอยส่องแสงวาววับวิบวับไปทั่วทั้งห้อง ซาร่ามองแหวนวงนั้นตาค้าง... หัวใจดวงน้อยเต้นระสับด้วยความซาบซึ้งและเขินอายจนทำตัวไม่ถูก******* และแล้ว... วันที่แสนพิเศษที่สุดในชีวิตของซาร่าก็มาถึง กำหนดวันแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ วันนี้เธอพร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดและมีความสุขที่สุดในโลก เคียงคู่กับสามีผู้เคยเย็นชาที่สุด แต่บัดนี้กลับกลายเป็นคนที่อบอุ่นและคลั่งรักเธอที่สุดในชีวิต หัวใจดวงน้อยเต็มไปด้วยความรักอันหนักแน่น... รักที่เธอมีให้เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป เช้าวันงาน ซาร่าไม่ได้เดินทางไปแต่งตัวที่สตูดิโอแต่งงานหรือห้องชุดในโรงแรมหรูหราที่ไหน แต่กลับได้แต่งหน้าทำผมอยู่ภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์แทน แม้จะแอบแปลกใจกับความลับและขั้นตอนอันแปลกประหลาดที่สามีจัดเตรียมไว้ แต่เธอก็ยอมทำตามด้วยความเต็มใจ ทีมช่างแต่งหน้าและช่างทำผมระดับประเทศบรรจงเนรมิตความงามให้อย่างพิถีพิถัน ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยโทนสีนวลละมุน งดงามโดดเด่นสมฐานะ *เจ้าสาวของมาเฟียและเจ้าพ่ออันดับหนึ่งของประเทศ* ชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดเย็บจากผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสสุดเรียบหรู ออกแบบให้เว้าเปิดเผยไหล่เนียนสวยและร่องอกอวบอิ่มเล็กน้อยอย่าง
เมื่อความลับถูกเปิดเผยจนหมดเปลือก และแผนการเซอร์ไพรส์ไม่จำเป็นต้องเป็นความลับอีกต่อไป บรรยากาศอึมครึมระหว่างทั้งคู่ก็ละลายหายไปในทันที เหลือไว้เพียงความหวานอบอวลและประกายเพชรวาววับที่ส่องสว่างอยู่ตรงหน้า คารัสยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลายและไร้ซึ่งความกังวล เขานำกล่องกำมะหยี่สีแดงส่งให้เธอได้มองดูใกล้ๆ ชัดๆ ด้วยตาตนเอง "ในเมื่อไม่เป็นความลับแล้ว... งั้นฉันก็ไม่ต้องแอบๆ ซ่อนๆ ไปเจอดีไซเนอร์ หรือคอยหลบๆ ซ่อนๆ คุยโทรศัพท์อีกต่อไปแล้วสินะ" คารัสเอ่ยเย้าเสียงนุ่ม นัยน์ตาคู่คมฉายแววเจ้าเล่ห์และคลั่งรัก "หลังจากนี้ ถ้าจะเลือกชุดแต่งงาน เลือกธีมงาน หรือปรับไซส์แหวน เธอก็ต้องไปกับฉันด้วยตัวเองทั้งหมด ห้ามหนีไปไหนอีกเด็ดขาด" ซาร่ามองแหวนเพชรสวยหรูตระการตาตรงหน้าด้วยหัวใจที่พองโต ความรู้สึกผิดที่เคยเข้าใจเขาผิดผสานเข้ากับความหวานซาบซึ้งจนแก้มเนียนร้อนผ่าวและเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เธอหลุบสายตาลงต่ำ อ้อมแอ้มตอบกลับไปแก้เขิน "ใคร... ใครบอกว่าจะยอมไปกับคุณกัน" "ไม่ไปไม่ได้แล้วครับ" คารัสคุกเข่าลงข้างเตียงอย่างนอบน้อม ค่อยๆ หยิบแหวนเพชรวงงามออกจากกล่
ขณะที่กำลังก้มๆ เงยๆ ช่วยแม่จัดเก็บของกระจุกกระจิกภายในบ้านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวดในใจ ซาร่าก็พลันรู้สึกหน้ามืด เวียนหัววูบขึ้นมาจนต้องรีบเอามือยันขอบโต๊ะไว้ ร่างบางคล้ายจะทรงตัวไม่อยู่ ก่อนที่ความรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรงจะตีขึ้นมาจากช่องท้องจนเธอต้องรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำทันที "อุ๊บ... อ้วก!" ซาร่าโก่งคอโก้งโค้งอาเจียนออกมา แต่กลับมีเพียงน้ำย่อยและลมเท่านั้นที่ออกมาจากลำคอ ใบหน้าหวานซีดเผือด เหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึมตามไรผม ร่างกายรู้สึกหมดแรงอย่างประหลาด เมื่อความเวียนหัวเริ่มทุเลาลง ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ... *'ไม่นะ... สภาพแบบนี้มัน...' * ซาร่ายกมือขึ้นกุมหน้าท้องตัวเองด้วยความตื่นตระหนก พลันนึกขึ้นได้ว่า ประจำเดือนของเธอขาดหายไปร่วมเดือนแล้ว! 'เป็นไปไม่ได้... เรา... เรามีอะไรกับคารัสแค่ครั้งเดียวเองนะ! ครั้งเดียว..เอ่อ...หรือสองครั้งในคืนนั้นที่ห้องน้ำและบนเตียง... ไม่จริงน่ะ!' ความสับสนและความกลัวถาโถมเข้าใส่จนซาร่าทำตัวไม่ถูก หากเธอท้องขึ้นมาจริงๆ ในช่วงเวลาที่เธอกำลังเข้าใจผิดและหนีเขามาแบบนี้ เธอจะทำอย่างไรต่อไป? "ซาร่า! เป็นอะ
การผ่าตัดแขนของแม่ซาร่าผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างราบรื่น คุณแม่ย้ายเข้าพักฟื้นในห้องพักพิเศษระดับ VIP ที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และในทุกๆ วันที่ซาร่าเดินทางมาเยี่ยมแม่ ร่างสูงใหญ่ของคารัสก็จะคอยก้าวตามหลังเคียงข้างเธอมาด้วยเสมออย่างไม่เคยขาด ซาร่าไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการนั่งนอนเฝ้าไข้จนเสียสุขภาพ เพราะคารัสได้จัดหาพยาบาลพิเศษคอยดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งคุณแม่เองก็รับรู้ได้ถึงความหวังดีนั้น เธอมักจะคอยบอกให้ซาร่ากลับไปทำงานและใช้เวลากับสามีให้เต็มที่ สำหรับผู้เป็นแม่... การได้เห็นลูกสาวมีความสุข ได้เห็นรอยยิ้มสดใสปรากฏบนใบหน้าที่เคยเศร้าหมอง และได้รู้ว่าลูกสาวได้อยู่กับผู้ชายที่รักเธอจากใจจริง แค่นี้ก็ทำให้คนเป็นแม่อิ่มเอมใจและมีความสุขที่สุดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ภาพที่คารัสคอยคอยประคอง คอยดูแลเอาใจใส่ซาร่าอย่างทะนุถนอม ไม่เคยแสดงท่าทีเย่อหยิ่ง ถือตัว หรือหยิบยกเรื่องความแตกต่างทางฐานะเงินทองขึ้นมาข่มแม้แต่นิดเดียว ยิ่งทำให้แม่ของซาร่ามองลูกเขยคนนี้ด้วยความเอ็นดูและปลื้มปิติในหัวใจอย่างถึงที่สุด
นับตั้งแต่วันนั้น คารัสก็ย้ายข้าวของเข้ามานอนร่วมห้องกับเธออย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งกำแพงหรือสัญญาใดๆ กั้นกลางอีกต่อไป ภายในห้องน้ำกว้างขวาง ร่างบางของซาร่ากำลังนอนเอนกายแช่น้ำอุ่นละมุนอยู่ในอ่างจากุชชี่สุดหรู ฟองสบู่กลิ่นหอมอ่อนๆ ปกคลุมเรือนร่างโง้งเว้า ละอองไอน้ำลอยฟ่องสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย หลังจากที่ผ่านเรื่องราวเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ตึก... ตึก... เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาในห้องน้ำอย่างถือสิทธิ์ ทำให้ซาร่าที่กำลังหลับตานิ่งชะงักกึก เธอรีบลืมตาและหันขวับไปมองทันที ดวงตากลมโตเบิ่งกว้างด้วยความตกใจ! ร่างสูงใหญ่ของคารัสก้าวเข้ามาในสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันเกาะอยู่ที่เอวสอบ เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและมัดกล้ามสมบูรณ์แบบที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราว เขาไม่ได้สนใจสายตาที่มองมาอย่างคัดค้านและลนลานของเธอเลยสักนิด เขาปลดผ้าขนหนูออกอย่างถือดี ก่อนจะก้าวลงมาในอ่างจากุชชี่บานใหญ่ลงมานั่งซ้อนหลังเธอทันที! "คารัส! ทำอะไรเนี่ย!" ซาร่าร้องอุทาน ละล่ำละลักพยายามจะขยับตัวหนี แต่กลับถูกอ้อมแขนแกร่งรวบเอวบางไว้แน่นจนแผ่นหลั
ขณะที่รถยนต์กำลังแล่นไปตามถนนอย่างราบรื่น ซาร่าที่กำลังนั่งจับมือกับคารัสอยู่ก็พลันชะงักกึกขึ้นมา ความทรงจำสำคัญเรื่องหนึ่งสะกิดใจเธออย่างจังจนดวงตากลมโตเบิ่งกว้างด้วยความตกใจ 'จริงสิ! ฉันลืมไปเสียสนิทเลย!' เพราะมรสุมเรื่องการถูก kidnapping(ลักพาตัว) และเรื่องของทิชาที่ถาโถมเข้ามาจนวุ่นวาย ทำให้เธอมัวแต่ตกอยู่ในฝันร้ายจนเกือบลืมเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตไป นั่นคือเรื่อง แม่ของเธอ ที่มีกำหนดการเข้ารับการผ่าตัดแขนในอีก 2 วันข้างหน้านี้แล้ว! ความกังวลใจฉายชัดขึ้นบนใบหน้าหวาน ซาร่ากระชับมือหนาของคารัสแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สีวันที่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วทำให้คารัสสังเกตเห็นได้ทันที "เป็นอะไรไปซาร่า? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" คารัสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยทันที ชายหนุ่มเอี้ยวตัวมามองเธอด้วยความตื่นตัว "คารัสคะ..." ซาร่าหันมามองเขาด้วยสายตาร้อนรุ่มและรู้สึกผิด "ฉัน... ฉันเกือบลืมไปเลย อีกสองวันแม่ของฉันต้องเข้ารับการผ่าตัดแขนแล้ว" คารัสมองท่าทางลนลานของภรรยาแล้วยิ้มบางๆ ออกมา แทนที่เขาจะตกใจหรือแสดงอาการเครียด เขากลับใช้นิ้วโป้งไล







