LOGIN“เขาเห็นเธอครั้งแรกผ่านหน้าจอ…และตกหลุมรักโดยไม่มีเหตุผล” เพียงเสี้ยววินาทีในสายวิดีโอคอลที่เธอคุยกับน้องสาวฝาแฝดซึ่งเพื่อนสนิทของเขา ภาพของผู้หญิงที่ไม่เคยพบหน้ากลับฝังลึกอยู่ในความทรงจำของเขาอย่างไม่อาจลบเลือน ดวงตาคู่นั้น รอยยิ้มบางเบานั้น ทำให้ผู้ชายที่ไม่เคยสนใจใครอย่างเขา…เริ่มคลั่งไคล้โดยไม่รู้ตัว จากความบังเอิญ กลายเป็นความตั้งใจ จากความสนใจ กลายเป็นความต้องการ และจากความต้องการ…กลายเป็นความอยากครอบครอง หลายปีผ่านไป เธอกลับมาเมืองไทยเพื่อศึกษาต่อ โดยไม่รู้เลยว่า “ใครบางคน” เฝ้ารอเธอมาโดยตลอด การพบกันครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือ “แผนการ” ที่ถูกวางไว้ตั้งแต่วันแรกที่เขาได้เห็นเธอ เขาจะไม่ปล่อยให้เธอหายไปอีกครั้ง ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหน… ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร… เพราะสำหรับเขา เธอไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่เขารัก แต่คือ “คนที่เขาต้องได้มา” เท่านั้น
View MoreEP.1 เอญ่า
เอญ่า (aya) ลูกเสี้ยว ไทย-อังกฤษ-จีน
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเอญ่า อายุ20ปี ส่วนสูง 167 ซม.
ใบหน้าสวยได้รูป ตาโต ผมยาวสสวย ผิวที่ขาวจัด
หุ่นนาฬิกาทราย เอวคอด สะโพกผาย หน้าอกอวบอิ่มเกินตัว
นิสัย นิ่งๆ เหมือนจะหยิ่ง ไม่ค่อยสนใจใคร แต่จะคุยเก่งเวลาอยู่กับคนที่สนิท
ฉันเกิดที่ไทยแต่ไปเติบโตที่ที่ประเทศอังกฤษ ฉันย้ายไปอยู่อังกฤษกับมามี้ตั้งแต่ฉันอายุได้ 12ขวบ สาเหตุที่ฉันและมามี้ต้องย้ายไปอยู่ที่อังกฤษก็เพราะป๊ากับมามี๊ของฉันนั้นเลิกรากัน ฉันเลือกที่จะไปอยู่กับมามี้ (เลิกที่หมายถึงเลิกปลอมเพราะทั้งคู่ทั้งแอบมาเจอกันและยังใช้เวลาร่วมกันเหมือนคู่สามีภรรยาปกติ เหมือนที่จดทะเบียนหย่าก็เพราะอากงที่ไม่ค่อยจะชอบมามี้ของฉันที่ทำอาชีพเป็นนางแบบสักเท่าไร ป๊ากับมามี้ก็เลยต้องทำแบบนี้เพื่อตัดปัญหา)
ฉันมีพี่สาวฝาแฝด 1คน ชื่อเอวา (Ava) พี่สาวของฉันเลือกที่จะอยู่กับป๊าที่เมืองไทย ถึงแม้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่เราสนิทกันมาก เราทั้งคู่จะคุยและปรึกษากันทุกเรื่อง เอวาและป๊ามาหาฉันและมามี้อยู่ประจำ บางทีฉันกับมามี้ก็บินไปหาเอวาและป๊าที่เมืองไทยอยู่ที่ว่าช่วงไหนใครว่าง จริงๆก็ถือได้ว่าพวกเราเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมากเพราะเราอยู่ด้วยความเข้าใจ
ฉันกับเอวาเราเป็นฝาแฝดที่แทบจะไม่มีที่อะไรเหมือนกันเลย ทั้งหน้าตาและนิสัย เอวาบุคลิกร่าเริง พูดเก่ง หน้าตาจะออกไปทางหมวยๆน่าจะเหมือนป๊าเพราะป๊าเป็นลูกครึ่งไทย-จีน
ส่วนฉันเป็นประเภทพูดน้อย นิ่งๆจะออกไปทางหยิ่งๆกับคนที่ไม่สนิท แต่ถ้าสนิทแล้วจะคุยเก่งและสนุกสนาน หน้าตาจะออกแนวลูกครึ่งมากกว่า ฉันจะเหมือนกับมามี้ที่เป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ
วันนี้ฉันบินกลับมาที่ไทยเพื่อที่จะมาศึกษาต่อที่นี่ ฉันย้ายจากมหาลัยที่อังกฤษกลับมาต่อมหาวิทยาลัยที่ไทย คณะบริหารธุรกิจ ปี2
สาเหตุที่ต้องย้ายกลับมาที่ไทยก็เพราะอากงสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงท่านอยากให้ฉันกลับมาอยู่ที่ไทย ท่านคงอยากใกล้ชิดกับฉันให้มากกว่านี้นี่ก็ผ่านมา8ปีแล้วที่ฉันไม่ได้เจออากงกับอาม่าเลย อีกอย่างท่านก็คงอยากปรับความเข้าใจและรู้สึกผิดต่อสิ่งที่ทำกับมามี้ ทั้งสองครอบครัวก็ได้ปรึกษากันและตกลงให้ฉันมาอยู่ที่ไทย คนที่ดีใจที่สุดก็น่าจะเอวาที่เร่งวันเร่งคืนให้ฉันบินมาไวไว
ฉันลงจากเครื่องเดินลากกระเป๋าใบใหญ่ออกมาจากทางเดินผู้โดยสารขาออก ผู้คนที่เดินผ่านต่างหันมามองที่ฉันเป็นระยะอาจจะด้วยหุ่นและหน้าตาที่โดดเด่นนี้สามารถเรียกความสนใจจากผู้คนได้เป็นอย่างดี
อากาศเมืองไทยร้อนมากๆ ดีที่วันนี้ฉันเลือกใส่เสื้อครอปเอวลอยสีขาวกับกางเกงยีนส์ขาสั้น มีแจ็คเก็ตยีนส์แขนยาวแต่ไม่ใส่หรอกนะเพราะร้อนมาก ฉันเดินออกมาไม่นานก็เจอเอวายืนโบกไม้โบกมือแล้วก็วิ่งมากอดฉันทันที
“คิดถึงจังเลยญ่า” เธอกอดฉันไว้แน่นด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอย่างดีใจ
“อืม คิดถึงเหมือนกัน รีบไปกันเถอะร้อนมากๆ”
“ไปสิ ญ่าเอากระเป๋ามาแค่นี้เองเหรอ”
“แค่นี้แหละ เดี๋ยวค่อยซื้อเอาใหม่”
“วันนี้เราเข้าไปที่บ้านตอนค่ำนะ วาจะพาญ่าไปที่สนามแข่งรถ วันนี้เขาจัดงานใหญ่มากเลยนะญ่า”
“โห่ ที่เร่งให้มาก่อนตั้งสองวันเพื่อที่จะพาไปดูแข่งรถเนี้ยนะ”
“ ญ่าก็รู้ว่าวาชอบแข่งรถมาก ญ่าไปดูด้วยกันนะวาอยากให้ญ่าไปด้วยจริงๆ”
“ก็มาซะขนาดนี้แล้วจะปฏิเสธยังไงหละ”
“ไปขึ้นรถก่อนเถอะ”
ยัยวาพาฉันเดินมาที่รถฉันมองแล้วไม่ใช้รถของยัยวาหรือรถของที่บ้าน ฉันมองไปที่รถแล้วก็เริ่มบ่นให้ยัยวา
“คิดไงเอารถคันนี้มารับฉัน กระเป๋าฉันจะใส่เข้าไปยังไง”
“ก็มาแบบรีบไง ถ้าเอารถวามาก็มารับญ่าไม่ทันแน่”
“อย่าบอกนะว่าวาดูแข่งรถจนลืมญ่า”
“อย่าพึ่งบ่น เรารีบขึ้นรถกันเถอะ”
“ แต่กระเป๋าญ่าน่าจะใส่รถไม่ได้นะ”
ระหว่างที่ฉันกำลังคุยยัยวาอยู่ ประตูรถด้านคนขับก็เปิดออกมาพร้อมผู้ชายที่ก้าวเท้าลงมา เขาจัดได้ว่าเป็นผู้ชายที่หล่อมาก ตัวสูง ผิวขาว หน้าตาดุดัน ดูแบดบอย เขามองมาที่ฉันด้วยสายตาเรียบนิ่งไม่มีการทักทายใดๆ ออกไปทางหยิ่งเสียด้วยซ้ำ
“จะยืนอยู่กันอีกนานไหม?” คำพูดแรกที่พูดออกมาบ่งบอกได้เลยขึ้หงุดหงิดดูท่าจะไม่ค่อยเป็นมิตร
“ใจเย็นสิเตอร์” วาหันไปพูดกับผู้ชายที่ชื่อเตอร์
“เอาแบบนี้เตอร์พาญ่าไปรอเราที่สนามแข่งก่อน เดี๋ยวเราจะนั่งแท็กซี่ตามไป”
“ได้ไงวา ทำไมเราไม่ไปด้วยกัน”
“กระเป๋าญ่าใบใหญ่มากอ่ะ ตกลงตามนี้ญ่า” ฉันยังไม่ทันตอบอะไรยัยวาก็ลากประเป๋าฉันไปที่รถแท็กซี่ทันที
“จะขึ้นรถได้ยังหรือจะยืนอยู่ตรงนี้ต่อ” พูดจบเขาก็เดินขึ้นรถไป ฉันจะทำอะไรได้หละก็ต้องเดินตามเขาขึ้นรถไป
ขึ้นรถมาก็ยังไม่มีการพูดคุยระหว่างเราสองคน ปกติฉันก็เป็นคนไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอนายคนนี้ยิ่งไม่อยากจะพูดขึ้นไปอีก ฉันทอดสายตามองออกไปด้านนอกรถ การจราจรที่ติดและอากาศที่ร้อน
“นาย.. เปิดแอร์เพิ่มให้หน่อยได้ไหม”
“อืม..” คำตอบสั้นๆแล้วเขาก็ปรับเพิ่มความเย็นใจ
“นาย เราหิวน้ำอ่ะ จอดซื้อน้ำก่อนได้ไหม” เขาหันมามองหน้าฉันสายตาที่ส่งมาเหมือนเขาเริ่มจะรำคาญฉันแน่ๆ
“เราชื่อฮันเตอร์ เรียกเราเตอร์ก็ได้” อย่างน้อยเขาก็รู้จักแนะนำตัวเอง
“อืม เราเอญ่า เรียกเราญ่าก็ได้” ฉันเอ่ยบอกชื่อกลับเหมือนกัน
นั่งรถไปไม่นานเขาก็จอดรถที่7-ELEVEN ให้ฉันเดินลงไปซื้อ จะทำไงดีละฉันไม่มีเงินไทยติดตัวเลย
“เตอร์เราไม่มีเงินอะ” พาลงไปซื้อหน่อยได้ไหม ส่งสายตาอ้อนวอนไปที่เขา
“ลงมาสิ จะได้รีบไป” ใจดีเหมือนกันนะเนี้ยถึงหน้าจะดุไปหน่อย
เราสองคนเดินเข้าไปที่เซเว่น สายตาของผู้หญิงในเซเว่นต่างมองมาที่เขาแล้วปลายตามองมาที่ฉันอีกที ฉันเข้าใจแหละก็เขาหล่ออะนะ ขนาดฉันมองเขาครั้งแรกยังใจสั่นเลย เขาเดินไปหยิบตะกร้าแล้วเดินตามฉันที่กำลังเลือกของ
“ซื้อขนมด้วยได้ไหม?”
“อยากได้อะไรเธอก็หยิบได้เลย”
“เคร”
ฉันซื้อน้ำและขนมอีกหลายอย่าง เขาก็ถือตะกร้าไปจ่ายเงินพนักงานมองหน้าเขาแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แต่เขาก็ไม่ได้ยิ้มตอบยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย เขาก็คงจะชินกับสายตาแบบนี้
ขึ้นรถมาฉันก็แกะน้ำดื่มทันที ดื่มน้ำเสร็จก็แกะขนมกินต่อไม่ได้ถามเขาหรอก ตอนแกะขนมกินก็แอบมองไปที่เขาอยู่เหมือนกันแต่เห็นว่าเขาไม่ได้ว่าอะไรก็เลยกินต่อ
นั่งรถมาเรื่อยๆ บรรยากาศก็อึดอัดเหมือนกัน ฉันไม่คุยเขาก็ไม่คุยนั่งมาด้วยกันด้วยความเงียบสงบ ไม่นานรถหรูก็แล่นเข้ามาที่สนามแข่งรถ เป็นสนามแข่งที่มองไปมันใหญ่มากๆ
รถแล่นเข้ามาจอดที่จุดจอดรถมองดูแล้วน่าจะมีไว้สำหรับรถของเขาโดยเฉพาะ พอก้าวเท้าลงจากรถสิ่งแรกที่รับรู้ได้คือสายทุกคู่จ้องมองมาที่เราทั้งคู่ทันที เสียงเครื่องยนต์ที่ดังสนั่นชวนให้ปวดแก้วหู อีกทั้งเสียงกองเชียร์และพิธีการที่บรรยายการแข่งขันในสนามอีก
มองไปรอบๆ ถัดจากจุดจอดรถเดินไปไม่กี่ก้าวก็เหมือนจะเป็นคลับ เขาพาฉันเดินเข้าไปภายในคลับ ด้านในมีห้องรับรองพร้อมร้านอาหาร บาร์และอื่นๆ จัดและตกแต่งอย่างสวยงาม มองลงไปเหมือนจะมีชั้นใต้ดินน่าจะเป็นผับสำหรับนักท่องราตรี เดินขึ้นมาชั้นสองจะเป็นห้องพักสำหรับลูกค้าVIP และห้องพักสำหรับนักแข่ง
เขาพาฉันเดินขึ้นไปที่ชั้นสาม ชั้นนี้มีห้องพักไม่เยอะเหมือนชั้นสอง ชั้นนี้น่าจะมีห้องไม่เกินห้าห้อง ฉันเดินตามเขาเข้ามาภายในห้องไม่มีใครอยู่เลยสักคน ห้องนี้เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่มากภายในห้องมีโซนทำงานทำและยังมีมุมสำหรับรับแขกและน่าจะมีห้องนอนส่วนตัวอีกด้วย การตกแต่งเป็นกระจกเกือบทั้งห้องมองออกไปภายนอกสามารถมองเห็นวิวทั่วทั้งสนามแข่ง
“ลิฟต์ก็มีทำไมพาเดินอ่ะ เมื่อยนะเนี้ย” ฉันบ่นพึมพำเบาๆ ก่อนที่จะทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟา ฉันเหนื่อยกับการเดินทางและเขายังจะพาฉันเดินขึ้นมาชั้นสามนี้อีก
EP.96 แต่งงานกันนะ จบบริบูรณ์1ปีผ่านมา หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์ร้าย ๆ ที่เกิดขึ้น เอญ่าได้กลับไปเคลียร์งานกับงานกับเจ้รินดาและย้ายกลับมาอยู่ที่ไทยถาวร เธอได้เข้ามาช่วยทิวัตถ์บริหารงานในบริษัทส่วนเอวาก็ทำความฝันเต็มตัว เธอกลายเป็นนักแข่งรถที่มีชื่อเสียงและกวาดถ้วยรางวัลได้อย่างมากมายตามความตั้งใจของเธอ ด้านฮันเตอร์ก็ได้กลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงและเป็นที่จับตามองในแวดวงธุรกิจและต่างเป็นที่หมายปองของสาว ๆ พวกนักธุรกิจทั้งหลายต่างพากันผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนพาลูกสาวเข้ามาทำความรู้จักกับเขาแต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสามารถทำให้เขาสนใจได้เลยสักคนเดียวเพราะมีเพียงแค่เอญ่าคนเดียวที่เขาสนใจและให้ความสำคัญมากจนเป็นที่เลื่องลือเรื่องความหวงและไม่ยอมให้ชายใดได้เข้าใกล้เธอ ตอนนี้เอญ่าจะไปไหนก็ต้องมีบอดี้การ์ดคอยตามประกบอยู่ทุกฝีก้าว “คุณนายญ่ามันต้องขนาดนี้เลยเหรอวะ” มิกกี้เอ่ยออกมาเมื่อเห็นเอญ่ามีบอดี้การ์ดประกบติดไม่ห่าง วันนี้พวกเธอนัดทานข้าวกัน “ได้ยินแต่ข่าวลือที่เขาว่ากันมา ไม่คิดว่าจะเป็นจริงอย่างที่เขาพูดกัน” หวานพูดขึ้นจากที่เคยอ่านจากข่าว
EP.95 คลี่คลาย ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! เสียงทุบประตูดังหลายต่อหลายครั้งแต่ข้างในก็ไม่ยอมเปิดสักที “มึงเปิดประตูเอาสองคนนั้นออกมาให้กูเดี๋ยวนี้” เสียงของนทีเรียกให้คนในห้องเปิดประตูเพื่อเอาเอญ่าและเอวาออกมาเป็นตัวประกัน “ผมยังไม่เสร็จ รอก่อนครับ” “เสร็จพ่อมึง! ข้างนอกยิ่งกันจะตายห่าอยู่แล้วไอ้สัส เปิดประตูให้กูไม่งั้นก็จะยิ่ง” นทีตะโกนด่าออกมาด้วยน้ำเสียงโมโหสุดขีดที่ด้านในไม่ยอมเปิดประตูออกมาแล้วยังพูดจากวนประสาทอีก ปั้ง ปั้ง นทียิงปืนสองนัดเข้าไปด้านในห้องพร้อมกับบอกให้ลูกน้องช่วยกันทีบประตูให้เปิดออก “มึงหยุดไอ้นที” เสียงทรงพลังของท่านเจ้าสัวทัตเทพเอ่ยออกมาจนทำให้ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบขึ้นมาเฉียบพลัน บรรดาลูกน้องของนทีที่เหลือเพียงไม่กี่คนถึงกับหน้าเสียคนอื่นที่อยู่รอบนอกก็โดนจัดการกันไปหมดและมองไปยังคนที่เข้ามาใหม่พร้อมกับลูกน้องอีกมากมายที่เข้ามาล้อมพวกเขาเอาไว้หมดสิ้น “หยุดเถอะครับคุณนที อย่าให้เรื่องมันร้ายแรงมากไปกว่านี้เลย” เสียงของผู้กองต้อมที่เข้ามาช่วยเหลือในการจับก
EP.94 รู้มานานแล้วตู๊ดดด ต๊ดดด (ฮัลโหล) “รับสายเร็วจังเลยนะครับ” (มีเรื่องอะไร ฉันไม่ได้มีเวลาว่างนานถ้าไม่พูดก็วาง) เจ้าสัวทัตเทพแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องที่หลานสาวถูกลักพาตัวไปแม้จะคิดไว้อยู่แล้วว่าเป็นใครแต่ก็อยากได้ความชัดเจน “ผมนทีนะครับ พอจะมีเวลาคุยด้วยรึเปล่า” นทีเปิดลำโพงให้เอวาและเอญ่าได้ยินด้วยว่าเขาโทรหาใคร “อากงช่วยวาด้วย” เอวารีบตะโกนเสียงดังเพื่อต้องการให้อากงได้ยินเสียงของเธอ (มึงต้องการอะไร ปล่อยหลานกูเดี๋ยวนี้!) เจ้าสัวทัตเทพเอ่ยบอกเสียงเข้มและแฝงไปด้วยพลังอำนาจที่น่าแกรงข้าม “ผมแค่ต้องการให้ท่านเจ้าสัวเลิกยุ่งกับธุรกิจของผมสักที ผมไม่รู้ไปทำอะไรให้ท่านไม่พอใจมิทราบถึงได้เล่นงานผมไม่ยอมรามือสักที” นทีหมดความอดทนตลาดใส่เจ้าสัวทัตเทพเสียงดังลั่นจนลูกน้องกลัวไปตาม ๆ กัน (มึงไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าไม่ได้ทำอะไรครอบครัวกู) พอได้ฟังคำพูดของเจ้าสัวทัตเทพทำให้นทีถึงกับสะดุ้งตกใจไม่น้อยไม่คิดว่าเจ้าสัวทัตเทพจะล่วงรู้เรื่องนั้นด้วย “ท..ท่
EP.93 จับตัว “หายไปไหนวะ เมื่อกี้ยังเห็นนั่งอยู่ในรถกันอยู่เลย” ชายฉกรรจ์สองคนที่มาดูที่รถก็รีบโทรรายงานเจ้านาย “จับตัวได้ไหมวะ” ชายฉกรรจ์อีกสองคนที่ขับรถอีกคันมาตามรีบเอ่ยถามเพื่อนที่ดูเหมือนจะหาเป้าหมายไม่เจอ “ไม่ได้วะ สงสัยแม่งแอบหนีเข้าไปในป่า มึงโทรหาพวกมาให้ช่วยกันหาเพิ่มดิ กูจะตามไปหาในป่าข้างทางนี้ดูก่อนมันคงยังไปกันได้ไหมไกล” “เออ มึงตามไปก่อน กูรอพรรคพวกแล้วกูจะรีบตามพวกมึงเข้าไป” ชายฉกรรจ์สามคนพร้อมอาวุธรีบเร่งฝีเท้าตามเข้าไปล่าตัวเอญ่าและเอวา ทิ้งชายอีกคนไว้สำหรับรอคนมาสนับสนุนเพิ่ม สองร่างบางที่ค่อยเดินหาทางหนีเข้าไปในป่าพวกเธอพยายามเดินให้มีเสียงดังน้อยที่สุด “ญ่าคิดว่าพวกมันเป็นใคร” เอวาเอ่ยถามเสียงเบา “ไม่รู้เหมือนกัน มันขับรถตามเหมือนกับครั้งก่อนเลยแต่รอบนี้มีวาที่ขับรถเก่งถ้าเป็นญ่าป่านนี้ลงข้างทางเหมือนรอบก่อนไปแล้ว” เอญ่าสีหน้าดูหวาดหวั่นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งก่อน “เราต้องรอดสิ ส่งโลเคชั่นไปให้อากงอีกรอบรึยัง” “ส่งไปเมื่อกี้นี้แล้วคง
reviews