LOGIN"โครตเซ็งว่ะ"
ฉันบ่นผ่านคอลไลน์กลุ่ม เพราะเหตุการณ์เมื่อวานทำให้ฉันถูกลงโทษโดยการถูกสั่งพักงานตั้งสิบวัน! (โอ๋ ไม่เอาสิ ถือว่าพักผ่อนเนอะ) ปลายฟ้าพูดพลางทำหน้าสงสารฉัน "พักผ่อนก็ดี แต่เงินนี่สิ ไอ้เวรนั่นอย่าให้ฉันเจอข้างนอกนะ" ฉันบ่นจนได้ยินเสียงลูกโซ่พูดเตือน (ใจเย็นๆหน่อยสิแก ฉันก็ไม่ได้อยู่ทำงานด้วยแล้วเนี่ย ใครจะห้ามได้) "ไม่มีใครห้ามไงถึงได้ลงเอยแบบนี้" (เอ้อ ฉันว่าเปลี่ยนเรื่องคุยเถอะจะได้ไม่ซีเรียส) ข้าวหอมพูดขึ้นบ้างและเพื่อนสนิทอีกสองคนของฉันก็พยักหน้า (เดี๋ยวฉันจะไปฝึกงานที่เชียงใหม่แล้วอ่ะ คงเหงาแน่เลย) "เหรอ แน่ใจว่าจะเหงา กลัวจะมีความสุขจนลืมเพื่อนมากกว่ามั้ง" (โอ้ยไอ้หยี ทำไมมาแซะกันล่ะ) (ฮ่ะๆ นั่นสิ ยังไงก็อย่าลืมโทรหาเพื่อนบ้างนะข้าว) (ปลายฟ้า เดี๋ยวนี้แกก็แซวเก่งนะ) (ยังไงก็เถอะ ไปฝึกงานนะ หวังว่ากลับมาคงไม่พาหลานมาให้พวกฉันแสดงความยินดีนะ) (โซ่ แกนี่ ระวังไว้เถอะ ฉันจะยุพี่ตะวันให้ทำลูกให้แก) "ฮ่าๆ ฉันควรคุยอะไรดีล่ะ โสดอยู่คนเดียวเนี่ย" (ก็ใครจะกล้าจีบแกล่ะ เหวี่ยงเก่งเบอร์นี้เนี่ย ฮ่ะๆ) "นั่นสิ สงสัยฉันต้องเดินขึ้นคานทองแล้วล่ะ" ฉันพูด จริงๆก็ไม่ได้ใส่ใจจะหาคู่ให้ตัวเองหรอก อย่างที่รู้ๆกันฉันค่อนข้างแรง หาแฟนยากอยู่แล้ว ถามว่ามีใครเข้ามาไหม มันก็มี แต่พอมาทำไม่ดีใส่ก็ถูกฉันวีนใส่หนีหายกันหมด แต่ก็ดีนะ ไม่มีก็ดีแล้ว มีแฟนน่าปวดหัวจะตายไป หลังจากวางสายเพื่อนๆฉันก็มานั่งดูทีวี ก็กดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆเพราะไม่มีอะไรให้น่าสนใจ เบื่ออ่ะ! ฉันเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องนั่นแหละ ก็อก ก็อก ก็อก~ จนเสียงเคาะประตูหน้าห้องฉันดังขึ้นฉันถึงรีบไปเปิดมันแบบไม่คิดเลย แอด~ "ไวเกิน" เสียงเอ่ยเมื่อเห็นหน้าฉันทำให้ฉันมองหน้าเขาอย่างแปลกใจ ปกติเขาไม่เคยเคาะห้องฉันแบบนี้เลยนะ "ว่าไงเสือ?" "ไม่ไปทำงานเหรอ เห็นห้องไม่ล็อกกุญแจ" "หึ โดนพักงาน" "กะแล้ว" เสือพูดกลั้วหัวเราะจนฉันชักสีหน้าใส่เขา "เห้ย อย่าเพิ่งจ้องจะตบนะ" "ก็ถ้าไม่หยุดหัวเราะจะตบ" "เออๆ นี่บางทีก็นึกว่ารุ่นเดียวกันนะ" "นี่นึกมานานแล้วเหอะ" "เห้อ เห็นว่าสวยนะเลยปล่อยผ่าน" "ไม่ต้องมาหยอด ว่าแต่มีอะไร ไม่ได้หิ้วสาวมาเหรอ" ฉันถามพลางเหล่มองประตูห้องเขา "กำลังจะออกไป ว่าแต่ไม่ได้ทำงานใช่มั้ย" "อ่าห๊ะ" "งั้น...เที่ยวม่ะ?" เขาถามฉัน ฉันเลิกคิ้ว ปกติฉันไม่ค่อยเที่ยวกลางคืนอยู่แล้วเพราะทำแต่งาน ถ้าไม่มีงานเลี้ยงหรือปาร์ตี้อะไรสำคัญฉันก็ไม่ไปไหนหรอก แต่ยกเว้นวันนี้ล่ะกัน "ก็ดีนะ" "โอเค เดี๋ยวรอในรถ ให้เวลาครึ่งชั่วโมง" "ยี่สิบนาทีก็พอ" พูดจบฉันก็ปิดประตูห้องพร้อมเดินเข้าไปแต่งตัวในห้อง ฉันเพิ่งอาบน้ำก็เลยไม่เสียเวลามากเท่าไหร่ 20 นาทีต่อมา ฉันก็นั่งอยู่บนรถเสือแล้ว เขากำลังขับรถสู่ถนนสายหลัก บรื้นนน~ "วันนี้มีปาร์ตี้ต้อนรับของรุ่นพี่ฉันนะ เพิ่งกลับมาจากอังกฤษ" "อ้าว นึกว่าเที่ยวเฉยๆ" "ก็ถือว่าเที่ยวด้วย ไม่ต้องคิดมาก รุ่นพี่ฉันเป็นกันเองเหมือนฉันนั่นแหละ" ฉันมองหน้าเขา "อะไร" "ม่อเหมือนนายด้วยมั้ย" "พูดจา ฉันไม่เคยม่อใคร ที่เห็นๆน่ะมาด้วยใจทั้งนั้นหรอก" "เหรอ?" "เออสิ" "จ่ะ พ่อคนหล่อ" ฉันเบะปากพลางส่ายหัวให้เขาก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างรถ เสือเป็นผู้ชายที่เรียกว่านิสัยก็เหมือนชื่อนั่นแหละ ชื่อเสือก็เลยทำตัวเป็นเสือ เจ้าชู้แต่หล่อและรวยเลยถูกเรียกว่าเพลย์บอย กกสาวบ่อยอย่างที่บอก เวลาเจอกันฉันเห็นเขาอยู่กับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าทุกที จนเมื่อขับรถมาถึงหน้าผับแห่งหนึ่ง ผับนี้เป็นผับหรู นักท่องราตรีส่วนมากเป็นลูกคนมีตังค์ ซึ่งถ้าเป็นปกติฉันไม่มีทางมาที่นี่แน่ๆ สวบ~ เมื่อจอดรถเราสองคนก็เดินเข้าผับ เสือพาฉันเดินไปที่โซนโกลด์วีไอพีซึ่งจะเป็นโซนแยกที่ใหญ่ที่สุดในผับ ดูก็รู้ว่าเจ้าของปาร์ตี้น่ะระดับไหน "ว้าวๆๆ วันนี้ไอ้เสือของเราควงสาวผมทองมาเว้ยเฮ้ย" แต่ถึงจะรวยแค่ไหน เรื่องปากปีจอก็ไม่เข้าใครออกใคร ในโซนนี้มีผู้ชายนั่งรออยู่แล้วประมาณห้าคน เสือแนะนำให้ฉันแต่ฉันไม่ได้จำว่าชื่ออะไรบ้าง "อยากดื่มอะไรก็สั่งนะ" เสือที่นั่งข้างฉันหันมาบอก ฉันก็พยักหน้าแล้วบอกเขาว่าเอาอะไรมาก็ได้ เสือก็หันไปสั่งให้ จากนั้นฉันก็นั่งมองพวกเค้าเฮฮากันตามประสา จนมีผู้หญิงอีกสองคนเดินเข้ามาจากนั้นฝ่ามือของแม่เขาก็ฟาดใส่หน้าเขาเต็มๆ ใบหน้าเขาสะบัดหันมาทางฉันและฉันเบนสายตาหนี "ทำไมเป็นคนแบบนี้ห๊ะ ทำอะไรแบบนี้!" ฉันเพิ่งเคยเห็นแม่ของเขาโวยวายเป็นครั้งแรก เธอตวาดเสียงดังลั่นใส่ลูกชายตัวเอง "ทำร้ายน้องใช่มั้ย แม่ไม่คิดเลยนะว่าแกจะเป็นคนแบบนี้!" "ผม..." ธันวาพึมพำ เขามองหน้าแม่ของตัวเองก่อนจะมองหน้าพ่อของฉันที่ก็มองเขาและเงียบไปเหมือนกันจากนั้นก็เลื่อนสายตามามองฉันแค่แว่บเดียวก็หันกลับไปมองหน้าแม่ของเขาอีก "ขอโทษครับ" เหอะ! "แต่งตัวแล้วออกมาคุยกับแม่ เดี๋ยวนี้!" พูดจบแม่ของเขาก็เดินออกไป ฉันหันมามองหน้าพ่อ พ่อส่ายหัวก่อนจะตวัดสายตาไปมองธันวาแล้วเดินออกไปจากห้องพร้อมกับปิดประตูลง 05.10 น. หลังจากธันวาออกไป ฉันตัดสินใจลุกไปอาบน้ำในห้องน้ำของเขาแล้วกลับมาใส่เสื้อผ้าชุดเดิม แต่รอยแดงและรอยจ้ำบนตัวฉันทำให้ฉันต้องคว้าเสื้อคลุมแขนยาวของเขามาใส่ทับเพื่อปกปิดมันไว้ ฉันเดินออกมาจากห้องและกำลังจะลงบันไดแต่กลับได้ยินเสียงพูดคุยที่ค่อนข้างดังจากทางโถงด้านล่าง เป็นพ่อฉัน แม่ของเขา และตัวเขาเอง... "ผมขอโทษครับ คุณลุง" ฉันได้ยินเสียงเขาขอโทษพ่อฉัน ไม่รู้ว่าครั้ง
"อื้อ!" ฉันดิ้นอีกครั้งเมื่อมืออีกข้างของเขาเลื้อยไปด้านหลังของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เขาใช้มันดันแผ่นหลังฉันให้ยกขึ้นและรูดซิบชุดเดรสของฉันลงอย่างรวดเร็ว "อะ ไอ้บ้า อย่ามาทำระยำกับฉันนะ!" ฉันด่ากราดทันทีที่เขาผละริมฝีปากออกไป เขาขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ตวัดสายตามองฉันก่อนจะฉกริมฝีปากลงบนต้นคอฉันแทน "อะ โอ้ย!" และฉันเจ็บเมื่อเขาใช้ปากและลิ้นดูดดึงต้นคอฉันจากนั้นก็ลากไล้มันไปเรื่อยๆตามไหปลาร้าและผิวเนื้อช่วงอกที่โผล่พ้นเกาะอกของฉันขึ้นมา มันทำให้ฉันโกรธตัวเองที่ดันใส่เกาะอกมาแบบนี้! "อย่านะ ไอ้...อ๊ะ!" ฉันตกใจที่เขาดึงชุดฉันลง ฉันรู้ว่าบราเซียและทรวงอกถูกเปิดเผยเพราะความเย็นจากภายนอกสัมผัสกับผิวเนื้อฉัน ริมฝีปากและใบหน้าเขาคลอเคลียอยู่บริเวณนั้นไม่ห่าง ฉันกำมือแน่นและอยากจะใช้มันทุบตีทำร้ายเขาแต่ก็ทำไม่ได้ ถึงในห้องนี้จะเปิดแอร์ แต่เขาทำให้ผิวบริเวณนั้นทุกจุดที่ริมฝีปากเขาลากผ่านมันกลับร้อนวูบวาบ “ไอ้เลว อื้อ!” คนข้างบนฉกริมฝีปากลงมาประกบจูบฉันอย่างแรง เรียวขาทั้งสองข้างของฉันถูกแยกออกจากกันในขณะที่เขากำลังปลดเปลื้องอาภรณ์ท่อนล่างของตัวเอง ปึก! “อื้อ!!!” ราวกับ
"ปล่อยดิวะ!" ปึ้ก~ ฉันตะคอกเขา จังหวะนั้นก็ทุบกำปั้นลงไปที่หน้าเขาด้วย ฉันแค่คิดว่าเขาจะเจ็บและยอมปล่อยฉันสักที "..." แต่เขาทำแค่กัดฟันและตวัดสายตามาจ้องหน้าฉัน "เห้ย บอกให้...อ๊ะ!" ฟลุ่บ~ และเขาทำให้ฉันเผลออุทานออกมาอย่างตกใจด้วยการเหวี่ยงฉันลงบนฟูกเตียงอย่างแรง ฉันมัวแต่ดิ้นรนจนไม่รู้ว่าถูกลากขึ้นมาบนห้องนี้ตั้งแต่ตอนไหน "อะ ไอ้!" พรึ่บ~ เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อฉันจะรีบเด้งตัวลุกขึ้นเขากลับผลักฉันให้นอนลงไปแล้วโถมตัวลงมาคล่อมฉันไว้อย่างรวดเร็ว มือสองข้างกระชากแขนฉันแล้วกดลงกับฟูกเตียง "ด่าอีกสิ ด่าเลย!" เขากระชากเสียงพูดกับฉัน ฉันตวัดสายตาจ้องหน้าเขาที่อยู่เหนือร่าง ก่อนหน้านี้เขาถูกฉันด่าไว้เจ็บแสบมาก แล้วอย่าบอกนะว่าที่เขาบอก...เขาจะใช้วิธีแบบนี้ "นายคิดว่าฉันจะกลัวเหรอ อย่างนายจะกล้าทำอะไรฉัน ลืมแล้วเหรอว่านายกับแม่ต้องพึ่งสมบัติของพ่อฉัน!" "ไม่ลืม ไม่ต้องย้ำ" "แล้วนายก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้" "เธอก็ไม่มีสิทธิ์คิดจะทำร้ายแม่ฉันเหมือนกัน" เขาโต้กลับฉัน ฉันจ้องหน้าเขาด้วยอารมณ์เดือดดาล "แล้วที่แม่นายเข้ามาในชีวิตแม่ฉันล่ะ ที่แม่นายเข้ามาทำให้ครอบ
กะ แก อะ เฮือก!" "คุณแม่!" "คุณย่า!" ฟลุ่บ~ ฉันชะงักไปที่จู่ๆผู้หญิงวัยชราก็ทรุดลงตรงหน้าฉันแต่ดีที่ลูกสะใภ้ของย่าจับแขนเธอและช่วยพยุงไว้ได้ทัน ทุกคนดูตกใจและเรียกท่านพร้อมกันแต่ฉันกลับทำได้แค่ยืนนิ่ง "...!" "อะ เอา นังเด็ก คน นี้ ออกไป" คุณพ่อกับนายธันเข้าไปช่วยกันพยุงท่านไว้และท่านเงยหน้ามาชี้หน้าฉันด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดไป และทำท่าทางเหมือนจะขาดใจตายอยู่ตรงหน้าฉัน "หยีคุณย่าเป็นโรคหัวใจ" ยี่หวาบอกกับฉันก่อนจะเข้าไปหาคุณย่าของเธออีกคน ฉันที่ดูเหมือนจะได้เปรียบต้องมาแพ้ให้กับคนเป็นโรคหัวใจสินะ หึ "ออกไป" ขนาดนี้ก็ยังไม่วายส่งสายตาอาฆาตมาหาฉัน ฉันยังยืนนิ่งและหลุบตาลงมองท่านจนรู้สึกว่าถูกกระตุกแขนจนเซ หมับ~ ถึงได้หันไปมอง ก็เห็นว่านายธันวาเข้ามาคว้าแขนฉันไว้ "ปล่อย!" ฉันสะบัดแขนออกทันทีแต่เขาไม่ยอม เขาหันไปมองสภาพวุ่นวายของบ้านฉันก่อนจะหันกลับมามองฉันเพียงแค่เสี้ยวนาที "มานี่!" จากนั้นเขาก็ออกแรงลากฉันออกไปทางประตูหลังบ้านทันที สวบ~ "บอกให้ปล่อยไงวะ!" เมื่อโดนลากออกมาไม่ไกลเท่าไหร่ฉันก็รวบรวมแรงฮึดสู้เขา ฉันสะบัดแขนออกจากเขาแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยง
ฉันบิดตัวออกจากมือของยี่หวาพลางเดินเข้าไปหาแจกันใบใหญ่ที่ราคาคงแพงกว่าเสื้อผ้าราคาสูงที่สุดที่ฉันเคยใส่ มันถูกตั้งไว้บนพื้นเพื่อโชว์ความสวยงาม ฉันใช้มือวางทาบลงบนผิวของแจกันและทำท่าเหมือนจะผลักให้มันล้มลง "อย่านะ ห้ามแตะต้องของๆฉัน!" "หึ" "หนูยาหยี อย่าทำเลยนะ ถือว่าแม่ขอ" "ฉันมีแม่คนเดียว!" ฉันหันไปตวาดใส่แม่เลี้ยงของตัวเอง "ไม่ต้องคิดจะยกตัวเองมาเป็นแม่ฉัน ฉันไม่ต้องการ!" "อะ เอ่อ ได้ๆ น้าขอโทษนะ แต่ว่า...วันนี้เรามาสนุกกันเถอะนะ" สนุกเหรอ... ฉันตวัดสายตามองย่าของตัวเองอีกครั้ง และเห็นแว่บๆด้วยว่ามีคนใช้สองสามคนวิ่งออกไปจากตรงนี้ พอเริ่มวุ่นวาย ฉันก็เริ่มสนุกแล้วสิ "หยี พี่ว่า..." ยี่หวาเข้ามาจับแขนฉันอีกและฉันหันไปจิกตามองเธอ คำพูดที่จะออกจากปากเลยถูกกลืนลงคอไป และเพียงแค่ไม่กี่นาทีพ่อของฉันก็เข้ามาตามด้วยนายธันวาที่วิ่งเข้ามาเหมือนกัน "ยาหยี" พ่อเรียกชื่อฉันด้วยท่าทางตกใจ "ลูกมาจริงๆด้วย พ่อดีใจนะ" ก่อนที่ท่านจะยิ้มและเดินเข้ามาหาฉันแต่ก็ชะงักเมื่อคุณย่าแผดเสียงใส่ "นี่พวกแกคิดอะไรกันอยู่ ทำอะไรทำไมไม่ถามฉันก่อน เห็นฉันเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง ห๊ะ ตาย
-ธันวา- "อืม โอเค เดี๋ยวบอกแม่ให้" "ฝันดีเหมือนกันนารา บาย" ผมวางสายของนาราหลังจากที่เธอโทรมาย้ำเรื่องของขวัญวันเกิดแม่ผมที่เธออุตส่าห์ไปซื้อเอาไว้ล่วงหน้าแล้วฝากผมเอามาให้แม่เพราะเธอมีธุระด่วนต้องไปต่างประเทศ ซึ่งที่นั่นก็เวลาห่างจากที่ไทยหลายชั่วโมง ตอนนี้ก็คงดึกแล้ว หลังจากนั้นผมก็เดินกลับเข้ามาในงานเพราะเมื่อกี้ออกมาหาที่ๆเสียงค่อนข้างเบาเพื่อคุยโทรศัพท์ สวบ~ ผมเดินเข้าไปหากลุ่มเพื่อนสนิทที่มางานวันเกิดของแม่ผมในวันนี้ด้วย ผมเป็นคนมีเพื่อนหลายกลุ่ม ซึ่งเพื่อนกลุ่มนี้ที่มาส่วนมากก็จะเป็นเพื่อนสมัยเรียนที่เรียนด้วยกันค่อนข้างนาน โดยเฉพาะไอ้เท็น หมอนี่เรียนกับผมมานาน คบกันมาสิบปี รู้ไส้รู้พุงกันหมดทุกอย่าง ส่วนอีกสองคนที่ผมก็สนิทมากเช่นกัน ก็คือเจมส์กับนารานั่นแหละ เป็นเพื่อนทางธุรกิจที่ดันมาสนิทกันจนเชื่อใจเปิดบริษัทด้วยกัน เรารู้จักกันผ่านผู้ใหญ่นับได้ก็ประมาณสี่ห้าปีแล้วมั้ง แต่วันนี้ทั้งนาราทั้งเจมส์ไม่ได้มา หมอนั่นก็บินด่วนไปอเมริกาเหมือนกัน "เห้ยๆ ไอ้ธันล่ะวะ" ผมมองไปทางต้นเสียง เห็นไอ้เท็นวิ่งมาทางกลุ่มที่พวกเราสุมหัวกันอยู่ ตอนนี้พวกผมอยู่บริเวณงานตรงส







