For Love ฉบับรักร้ายของยัยปีศาจ

For Love ฉบับรักร้ายของยัยปีศาจ

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-16
Oleh:  PeachyOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
2 Peringkat. 2 Ulasan-ulasan
26Bab
160Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

"อย่าลามปามแม่ฉัน!" "ฉันจะลาม ใครจะทำไม?" "นี่เธอ..." "เห็นบอกว่าดีนักดีหนา ที่แท้ก็แค่ผู้หญิงที่เข้ามาแย่งพ่อไปจากแม่ฉัน" "หยุดพูด!" เขากดเสียงต่ำใส่ฉัน คิดจะสั่งฉันเหรอ เหอะ! "ก็แค่ผู้หญิงที่เข้ามาจดทะเบียนสมรสเพราะสมบัติ..." "ฉันบอกให้หยุด!" "ทำไม รับไม่ได้เหรอ ที่แม่นาย...อุ้บ!" ฉันสะดุ้งเฮือกที่อยู่ดีๆ เขาก็จัดการปิดปากฉันด้วยการกดริมฝีปากหนักๆลงมาบนปากฉันแบบที่ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าคนอย่างเขาจะกล้าทำ "อื้อ!" ฉันเผลอเผยอปากเพราะเจ็บแต่มันดันเป็นโอกาสให้เขาสอดเรียวลิ้นเข้ามาในปากฉัน มือของฉันที่เคยทุบเขาตวัดขึ้นข่วนต้นคอเขาแทน ไม่นะ ฉันจะไม่จูบกับเขา มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ

どんな男の心にも、手に入らなかった「特別な女」がいるという。

江崎詩織(えざき しおり)はずっと、賀来柊也(かく しゅうや)だけは違うと信じていた。なにしろ二人は、若い頃からずっと一緒にいたのだから。

でも、そんなのはただの幻想だった。

結局、誰もがそんな「忘れられない人」を胸に抱いて生きている。柊也もまた、その例外ではなかったらしい。

詩織が柊也と付き合い始めたのは18の時。それから、もう7年が経つ。

二千日を超える夜と朝を共にし、誰よりも深く肌を重ねてきたというのに。それでも、彼が若い頃に一度だけ目にしたという女性の面影には、敵わないなんて。

なんだか、笑えてくる。

7年もかけて、一人の男の本心さえ見抜けなかったのだ。

一体どれほどの想いだったのだろう。こんなにも長い間、その人を胸の内に秘めさせてしまうほどだなんて。

詩織の意識が逸れていることに、彼女の上で激しく体を動かしていた柊也は気づいた。不機嫌さを隠しもせず、彼女に集中を促す。

彼はベッドの上では、いつも貪欲だった。

その拍子に、彼の腕がベッドサイドに置かれていた黒いビロードの小箱に当たった。

落ちそうになったそれを、柊也は慌てて受け止める。下にいる詩織に当たらないように。

見慣れないものだったからだろう。彼は珍しく興味を示した。

「なんだ、これ」

詩織は感情の読めない表情でその小箱をひったくると、無造作にベッドの脇へ放る。そして柊也の首に腕を絡め、喉仏に唇を寄せた。

「こんな時に別のものに気を取られるなんて。もしかして、私に飽きたの」

その吐息まじりの囁きに、柊也は抗えない。小箱のことなど一瞬で思考の彼方へ追いやられた。

男が自分に夢中になっているその時、詩織は傍らに追いやられた黒い小箱に視線をやった。瞳が、じわりと潤む。

──柊也、あなたはこの箱の中に何が入っているかなんて、永遠に知ることはないのよ。

……

ひと月前、エイジア・キャピタルが上場を果たした。柊也の仲間たちが、彼のためにささやかな祝賀パーティーを開いてくれた。

詩織はめいっぱいお洒落をして、そのパーティーで柊也にプロポーズするつもりでいた。

本来、そういうことは男がするべきだろう。

でも詩織は、柊也を深く愛していたから。彼のためなら、女の意地もプライドも捨てて、自分からプロポーズしたって構わなかった。

この日のために、彼女が丸7年も待っていたなんて、誰も知らない。

柊也は仕事一筋の男だった。詩織はそんな彼のために、好きだった専攻を変え、興味のなかった金融の世界に飛び込んだ。

大学を卒業すると、海外の有名大学からの誘いも断り、エイジア・キャピタルに入社して柊也を支えた。

一番下の平社員から、一歩一歩キャリアを積み上げ、彼のトップ秘書にまで上り詰めたのだ。

その裏にあった苦労は、詩織本人にしかわからない。

付き合い始めて一番夢中だった頃、詩織は何度も柊也に問いかけたくなった。

「私と、結婚してくれる?」

けれど、その言葉を飲み込んで、結局一度も口にすることはなかった。

母がよく言っていた。贈り物も愛情も、自分からねだるものじゃない、と。

相手が自ら与えてくれるのが「愛情」で、こっちから求めるのはただの「施し」よ、と。

それに、柊也は愛情を言葉にするような男ではなかった。

これまでの長い間、彼の隣には詩織しかいなかったし、他の女性の影など一度も見えたことはない。

だから結婚は、二人にとってごく自然な成り行きのはずだった。

詩織はその未来を信じて、これまで会社の矢面に立ち、がむしゃらに戦ってきた。

仕事の大小や困難さなんて、関係なかった。

交渉のためにどれだけ酒を飲み、何度病院に担ぎ込まれたか、自分でももう覚えていないくらいだ。

急性アルコール中毒で流産した時は、手術台の上で本当に死にかけた。

親友の近藤ミキ(こんどう みき)が彼女に尋ねた。

「死の淵を彷徨って、少しは後悔した?たった一人の男のために、自分をこんなボロボロにしてまで、それって価値のあることなの」

詩織は迷いなく頷いた。

「価値はあるよ」

そんな詩織に、ミキは称号を授けた。

『愛に突っ走る勇者』!

そして、こう言った。

「あんたが、負けないことを祈ってる」

その時の詩織は、自信満々に答えたのだ。

「柊也が私を負けさせたりしない」

その信念だけを頼りに、彼女はエイジア・キャピタルが上場するその日まで、ひたすら耐え抜いたのだった。

柊也が本港市で上場を知らせる鐘を鳴らしたあの日、詩織が部屋に閉じこもって、一人で泣きじゃくっていたことなど誰も知らない。

泣き終えると涙を拭い、詩織は柊也へのプロポーズのサプライズを準備し始めた。

仕方ない。柊也はあまりにも忙しすぎた。

エイジア・キャピタルが上場を果たし、いくつものプロジェクトを抱えている。親しい友人や仕事仲間からの祝いの席にも、次から次へと顔を出さなければならない。二人のことまで考える余裕なんて、きっとないはずだ。

だから、自分から動くことにした。

柊也の負担を、少しでも軽くしてあげたかったのだ。

早くから覚悟を決めていたというのに、いざその瞬間を前にすると、詩織は心臓が張り裂けそうなくらい緊張していた。

ドアの外に立ち、何度も深呼吸を繰り返しながら、震える手をもう片方の手でさする。

口を開く前に声が詰まって、暗記するほど練習したプロポーズの言葉が出てこなくなってしまいそうで、怖かった。

ドアの向こうではパーティーがたけなわで、男たちの大きな話し声が聞こえてくる。

「なあ柊也、柏木志帆(かしわぎ しほ)とはまだ連絡取ってんのか」

「柏木志帆?それって、柊也の『忘れられない女』だろ?なんで今さらその名前が」

「あいつ、近々桜国に帰ってくるらしいぞ」

「マジで?じゃあ、柊也もついに本命とよりを戻せるってわけか」

その言葉に、興奮で微かに震えていた詩織の手が、ぴたりと止まった。

「つーか、志帆ちゃんの親父さん、最近じゃかなり出世してるらしいじゃないか。柊也が彼女と結婚すりゃ、柊也自身にとっても会社にとっても、メリットは計り知れないだろ。エリートと美人のお嬢様、家柄だって釣り合ってるしな。

しかも相手は柊也の『忘れられない女』だ。仕事も恋も、一気に手に入れるってか。最高じゃん」

そう言ったのは、柊也の幼馴染である宇田川太一(うだがわ たいち)だった。

自分は柊也と「ガキの頃からの付き合いだ」といつも豪語している男だ。彼の言葉に、嘘はないのだろう。

柊也に……忘れられない人が、いたなんて。

詩織の心臓が、不意にぎしりと軋むような痛みを立てた。

「じゃあ、詩織さんはどうなるんだ?」誰かが興味本位といった口調で尋ねる。「なんだかんだ、もう長年尽くしてくれたんだろ」

太一は、それを鼻で笑った。

「手切れ金でも渡してやればいいだろ。

そんなに惜しいなら、結婚してから囲っとけばいい」

彼の周りでは、そういった男は珍しくもなかった。家庭を壊すことなく、外にも女を作る。それが彼らにとっては当たり前の感覚だったのだ。

ドアの外で、詩織は感覚がなくなるほど強く拳を握りしめていた。

彼女は、柊也の答えを必死に待っていた。

彼がすぐに反論し、そして皆に宣言してくれることを。愛しているのは詩織で、結婚するのも詩織なのだと。

しかし、いくら待っても聞こえてきたのは、彼の気のない一言だけだった。

「いつからそんなゴシップ好きになったんだ、お前ら」

反論も、否定もしない。

それは、まるで事実だと認めているかのような響きだった。

「はいはい、わかったって。せっかくのめでたい日なんだ、もっと面白い話をしようぜ。退屈で寝ちまいそうだ」

太一がソファから身を起こし、その場の空気を変えようとする。彼は札付きの遊び人で、いつも変わったゲームを提案しては場を盛り上げる役だった。

「各自、今までで一番ヤバかった経験を一つ話すってのはどうだ」

すると、誰かがとんでもないことを口にした。

「カーセックス」

太一が茶化す。

「そんなの、別にヤバくもなんともねえだろ」

相手は付け加えた。

「新幹線で、な」

その一言で、個室全体がどっと沸いた。

「お前、やるな!」

太一は興奮気味に、退屈そうにしている柊也に尋ねた。

「柊也は?なんかヤバい経験あるか」

柊也は数秒考え込んだ後、静かに口を開いた。

「好きな女のために、不倫した」

その一言で、部屋中が先ほど以上に沸き立った。

あの賀来柊也が、だぞ。この江ノ本市でも指折りの名家の跡取りで、どんな女だって手に入るはずの男が。本気で愛していなければ、そんなことまでするはずがない。

太一の反応は、誰よりも激しかった。その甲高い声は、ドアを隔てていても詩織の鼓膜をビリビリと震わせる。

「相手、柏木志帆だろ!やっぱりまだ志帆ちゃんのこと、好きだったんだな!昔、お前は志帆ちゃんが好きで、志帆ちゃんは俺のいとこ、宇田川京介(うだがわ きょうすけ)が好きだった。だから、お前は不倫相手に甘んじたのか! 柊也、お前ってやつは……マジもんの純愛ファイターだな!」

男たちの囃し立てるような笑い声が、頭から浴びせられた冷水のように、詩織の体を芯から凍えさせた。

胃の奥から、何かがせり上がってくる。気持ち悪さに耐えきれず、詩織はその場にゆっくりと蹲った。

太一はまだしつこく食い下がっていた。

「なあ柊也、正直に言えよ。十月十日、お前、志帆ちゃんに会っただろ」

柊也が聞き返す。

「なんで知ってる」

「あいつがあの日、SNSに上げてたんだよ。『再会はこの世で一番ロマンチックなこと』だってさ。絶対あんただと思ったぜ!

で、どうだったんだよ、その夜は。再会を祝して一発、ってとこか?」

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

คุณเอื้อ นาน่า
คุณเอื้อ นาน่า
นิยายสนุกน่าติดตามมากค่ะ
2026-02-10 23:04:41
0
0
Peachy
Peachy
SET ‘Bad Girls’ For Love For Love แผนร้ายรัก For Love หวงรัก ต้องห้าม! For Love รักเธอเข้าแล้วยัยตัวร้าย For Love ฉบับรักร้ายของยัยปีศาจ 🩷 เซตแบดเกิร์ล 4 สาว ฝากด้วยนะคะ 🩷
2026-02-10 20:18:40
2
0
26 Bab
บทนำ
-ธันวา-*Birth Day Party"เฮ้ย ยังไงวะ กว่าจะโผล่มาได้""ก็มาแล้วไง"ผมพูดพลางตบบ่าเพื่อนที่มันบ่นตั้งแต่ผมมาถึง ตอนนี้ผมอยู่ในกลุ่มเพื่อนนับสิบคนมีทั้งผู้หญิงผู้ชาย พวกเราถูกเชิญมางานปาร์ตี้วันเกิดของ'แวนด้า'อดีตดาวประจำคณะของรุ่นผมที่คอนโดส่วนตัวของเธอหมับ~"ธัน..."ผมหันไปทางด้านหลังเมื่อถูกใครบางคนจับแขน พอหันไปก็เห็นว่าเป็นเจ้าของวันเกิดนี่เองแวนด้าอยู่ในชุดเดรสสั้นสีแดงเพลิง เธอเป็นผู้หญิงแต่งตัวเก่งและเซ็กซี่มากด้วย"ฉันไม่มาช้าไปใช่มั้ย"ผมพูดคุยกับเธอตามมารยาท เราเคยคุยกัยบ่อยๆตอนที่ประกวดดาวเดือนของคณะ เธอเป็นดาว ส่วนผมเป็นเดือน แต่หลังจากขึ้นปีสองเราเรียนต่างสาขาก็ทำให้เจอกันน้อยลง"อื้อ ไม่หรอก ยังมีคนที่มาช้ากว่านายอีกนะ"แวนด้าหน้ามุ่ยลงทันทีที่พูดแบบนั้น ผมว่าผมมาช้าแล้วนะ มีใครช้ากว่าผมอีกเหรอ"หืม?""แฟนด้าไงล่ะ ป่านนี้ยังไม่มาเลย โทรก็ไม่รับ นี่โมโหจริงๆนะเนี่ย ถ้าโผล่หัวมาช้ากว่าห้านาทีต่อจากนี้ ด้าจะล็อกห้องไม่ให้เข้าแล้วจะโกรธไปเจ็ดวันเลยคอยดู""เอาน่า เขาอาจจะมีเซอร์ไพรส์ก็ได้นะ"ผมพูดกลั้วหัวเราะ ผมไม่รู้หรอกว่ามีเซอพงเซอร์ไพรส์อะไรหรือเปล่า แค่อยากพูดให้แวนด้
Baca selengkapnya
บทที่ 1 พอกันที
ฉันหงุดหงิดพี่สาวตัวเองมาก ตอนนี้เรานั่งแท็กซี่เพื่อที่จะไปส่งเธอที่บ้านแต่เธอก็ยังร้องไห้ไม่หยุดสักที ร้องทำไมนักหนา ไม่ได้มีใครตายสักหน่อย! "หวา เลิกร้องไห้ได้แล้วผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลกนะ" พี่สาวของฉันชื่อ'ยี่หวา'ฉันเรียกเธอสั้นๆว่าหวา เราอายุห่างกันสองปี เป็นพี่น้องกันแท้ๆแต่เหมือนเกิดมาจากคนละท้องแม่เพราะนิสัยต่างกันลิบลับ "ถ้าหวาไม่หยุดร้อง หยีจะให้แท็กซี่วนรถกลับไปที่ห้องมันเดี๋ยวนี้เลย!" เมื่อพูดดีก็แล้ว ดุก็แล้วหวาก็ยังไม่เลิกร้องไห้ ฉันก็เลยเลยที่จะขู่เธอและเหมือนจะได้ผล "ฮึก ไม่ร้องแล้ว ไม่ต้องกลับไปที่นั่นอีกนะ" เธอเช็ดน้ำตาออกลวกๆพลางพยายามกลั้นสะอื้น ฉันละเบื่อความอ่อนต่อโลกของพี่สาวจริงๆ ทำไมไม่ได้เชื้อความรุนแรงจากฉันไปบ้างนะ ให้ตายเถอะ "เหอะ แล้วก็ไม่รู้ว่าไอ้นั่นจะเข้ามายุ่งทำไมก็ไม่รู้ ยืนดูเฉยๆไม่ได้รึไง" "อย่าไปเรียกพี่เค้าแบบนั้นสิ อึก" ฉันกรอกตา ฉันจะเรียกใครจิกหัวก็ไม่ได้ ก็ฉันเหม็นขี้หน้าหมอนั่นนิ ถึงจะแก่กว่าฉันตั้งสี่ปีก็เถอะ แล้วไงอ่ะ ฉันมีพี่สาวแค่คนเดียว "พี่ธันอุตส่าห์เข้ามาช่วย แถมยังถูกหยีด่าอีก" เหมือนเรื่องนี้จะพอเบี่ยงประ
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ไถเงิน
วันต่อมา... "อะไร ฉันจะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน" "วันๆไม่คิดจะทำอะไรบ้างเหรอไง นอกจากเล่นไพ่ ห๊า" "อย่ามาขึ้นเสียงใส่ฉันนะ ฉันเป็นพี่แกนะโว๊ย" ควับ~ ฉันหยุดเดินและหันหลังกลับทันทีที่ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายออกมาจากบ้านหลังหนึ่ง "ยาหยี นั่นยาหยีใช่มั้ย?" กึก~ แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อมีเสียงหนึ่งเรียกชื่อฉัน ฉันกรอกตาพลางหันกลับไปทางเดิม "ใช่จริงๆด้วย เข้ามานี่ซิ" ฉันถอนหายใจพลางเดินเข้าไปในรั้วบ้านหลังนั้นอย่างช่วยไม่ได้ "ป้ากับน้าเถียงอะไรกัน ไม่อายบ้านอื่นบ้างเหรอ ถามจริง?" ฉันถามเพราะแถวนี้เป็นหมู่บ้านจึงไม่ได้มีบ้านตั้งอยู่เพียงหลังเดียว ผู้หญิงสองคนนี้ก็คือป้ากับน้าแท้ๆของฉันเอง "หายหน้าหายตาไปเกือบเดือน แล้วนี่จะหนีกลับหรือไง" ป้าไม่ตอบและถามฉันกลับ ฉันถึงย้อนกลับไปอีกรอบ "ก็เห็นเถียงกันอยู่ เบื่อฟัง" ฉันไม่ใช่เด็กดีและเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ สังคมที่ฉันเติบโตขึ้นมาแตกต่างจากพี่สาวของฉันโดยสิ้นเชิง และนี่คงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นิสัยของฉันกับพี่สาวต่างกันราวฟ้ากับเหวแบบนั้นมั้ง "ไม่ต้องมาพูดมาก แล้วนี่เอาเงินมาบ้างมั้ย?" "อะไรกันเนี่ยพี่ เจอหน้าก็
Baca selengkapnya
บทที่ 3 เพื่อนร่วมงาน
*Paradise Pub "โหยแก สวยมากเลยอ่ะ แพงมั้ยๆ" "ก็ไม่เท่าไหร่หรอกแก" "พี่เค้าสายเปย์เลยเนอะ นี่ขนาดยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนนะเนี่ย ถ้าเมื่อไหร่ที่แกตกลงคบกับเขาล่ะก็ ไม่อยากจะคิดเลยว่าเค้าจะทุ่มขนาดไหน เนอะ" "บ้า ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก นี่มันแค่ของขวัญเล็กๆน้อยๆเอง" ซ่าาา~ ฉันเปิดน้ำล้างมือหลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว ได้ยินแม่สามสี่คนนี่คุยกันเสียงดังลั่นห้องน้ำ ดูเหมือนจะอวดสร้อยคออยู่มั้ง "อ้าว พี่ยาหยี สวัสดีค่ะ" และคงเพราะเสียงน้ำที่ฉันเปิดถึงได้เรียกให้พวกนั้นหันมามองฉัน ผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มก็ทักทายฉัน ฉันเหลือบมองหน้าเธอและเห็นสร้อยเส้นนั้นบนต้นคอขาวเนียนที่เธอกำลังอวดกับเพื่อนๆอยู่ "อืม" ฉันครางรับสั้นๆพลางล้างมือไปด้วย "วันนี้มาไวจังเลยนะคะ" "ก็ปกติ" ฉันโต้ตอบ ไหนๆก็คนทำงานร่วมกัน "อ้อ งั้นแสดงว่าทุกวันมินนี่ไม่ทันได้สังเกตุเอง" "คงงั้นมั้ง" "พี่หยีคะ ชุดมินนี่โอเคมั้ย?" แล้วเธอก็เขยิบเข้ามาหาฉันอีก เธอถามฉันถึงเรื่องชุดที่เธอใส่ทำงาน ฉันปิดน้ำดึงกระดาษทิชชู่มาเช็ดมือก่อนจะหันมามองเธอ กวาดสายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า... "อืม ใส่อะไรก็ใส่เถอะ อย่าแก้ผ้า
Baca selengkapnya
บทที่ 4 แปลงโฉม
ช่วงนี้ฉันต้องเรียนอีกหนึ่งอาทิตย์ก่อนที่จะไปเริ่มฝึกงาน ฉันหาสถานที่ฝึกงานได้แล้วเป็นบริษัทผลิตน้ำหอมแบรนด์หนึ่ง เป็นบริษัทที่เปิดตัวได้ประมาณปีกว่าๆแต่ก็ค่อนข้างติดตลาด คือ เรียกชื่อก็มีคนรู้จักพอสมควร ฉันมาที่นี่กับ'แองจี้'เพื่อนเรียนร่วมสาขาเดียวกันน่ะ "เฮ้ย หยีเลิกเรียนแล้วว่างป่ะ?" แองจี้ที่ตอนนี้ก็เดินอยู่ข้างๆถามขึ้น เราเพิ่งเลิกคลาสเรียน ฉันมีเพื่อนไม่มากเท่าไหร่ ในคณะที่สนิทจริงๆก็มีแองจี้นี่แหละ มันเป็นคนแรงๆพอกันกับฉัน แต่มันไม่ค่อยใช้กำลังหรอก มันแค่แรดไปวันๆเท่านั้นแหละ "ก็ว่าง จะไปไหน" ฉันถาม "ซื้อน้ำหอมไง" "ซื้ออีกแล้ว ฉันเห็นแกมีน้ำหอมเยอะมาก เดือนทั้งเดือนนี่แทบจะฉีดวันละกลิ่นได้อยู่แล้ว" "โหย ทัชมี ออกคอเลคชั่นใหม่มาแล้วนะเว้ย" 'Touch me'เป็นชื่อแบรนด์น้ำหอมของบริษัทที่ฉันกับแองจี้จะไปฝึกงานน่ะ "ฉันยังไม่มีเลย เนี่ยเดี๋ยวก็ไปฝึกงานแล้ว" "แล้ว?" เออ แล้วไงวะ "เอ้า แกนี่มันซื่อบื้อ ก็จะไปฝึกงานบริษัทเค้า ก็ต้องใช้สินค้าเค้าดิ แกจะเอาสินค้าคู่แข่งเค้าเข้าไปใช้ได้ยังไง เกรดน่ะจะเอามั้ย" มันบอกฉัน ซึ่งปกติแองจี้มันก็ใช้แบรนด์นี้อยู่แล้ว ฉันเองก็ใ
Baca selengkapnya
บทที่ 5 ดื่มได้แต่ห้ามเมา 1
*Paradise Pub หลังจากนั้นฉันก็พายี่หวามาเจอเพื่อนๆของเธอที่ผับเอง ฉันจัดการหาโต๊ะให้ด้วย ให้เธอกับเพื่อนๆอยู่ในจุดที่ฉันทำงานและสามารถมองเห็นเธอได้ "ดื่มได้แต่ห้ามเมานะ" ฉันออกคำสั่ง ยี่หวาไม่เคยดื่มด้วยซ้ำ เธอพยักหน้าก่อนที่ฉันจะหันไปพูดกับเพื่อนๆของเธอ "ฝากด้วยนะพี่ๆ" ฉันบอก พวกเพื่อนของเธอพยักหน้ารับปากจากนั้นฉันก็เดินมาเตรียมตัวหลังเวที เห็นยัยเด็กมินนี่กำลังยืนอวดของกับเพื่อนๆอยู่ "อ้าว พี่ยาหยีมาแล้วเหรอคะ" แล้วเธอก็หันมาทักทายฉัน ส่วนเพื่อนๆของเธอก็หน้าเจื่อนไป จริงๆไม่ต้องทักก็ได้นะ "อืม" ฉันพยักหน้าตอบแบบส่งๆ มินนี่ยิ้มให้ฉันก่อนจะหันไปคุยกับเพื่อนอีก ฉันน่ะไม่ได้สนใจหรอกแต่แอบเห็นด้วยหางตาว่าเพื่อนๆของเธอเหลือบมองฉันและซุบซิบกัน วันนี้ไม่อยากมีเรื่อง ไม่ได้ยินก็แล้วไป 21.10 น. ตอนนี้ฉันกำลังเป็นดีเจอยู่บนเวที สายตาก็คอยชำเลืองมองยี่หวาไปด้วย และเริ่มเห็นว่ามีกลุ่มผู้ชายกลุ่มหนึ่งเดินมาที่โต๊ะถัดไปจากกลุ่มของเธอ ยี่หวากับเพื่อนก็สนุกสนานกันไปแต่ผู้ชายกลุ่มนั้นกำลังมองพวกเธออยู่ ไม่นานฉันก็เห็นว่าผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปยืนข้างๆพี่สาวฉัน เขาขอชนแก้วกับย
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ดื่มได้แต่ห้ามเมา 2
ฉันสั่งให้มันปล่อยหัวพี่สาวฉัน "เฮ้ย พวกแก ยืนดูทำไม มาช่วยฉันสิ" พอสู้แรงฉันไม่ได้ก็เริ่มหาพวก เพื่อนมันก็เชื่อฟังซะเหลือเกินจะถลาเข้ามาหาฉันแต่พี่เบนหวีดเสียงขึ้นซะก่อน "อ๊าาา หยุดนะอีพวกชะนี ใครแหยมแม่ตบล้างน้ำนะ!" พี่เบนชี้หน้าพวกนั้นและพวกนั้นเหมือนไม่ฟังแต่ก็ต้องยอมชะงักเมื่อพวกเพื่อนๆที่พี่เบนโทรตามวิ่งกรูกันมาทางนี้พอดิบพอดี "เอาซิ ใครกล้าห๊ะ" พี่เบนเท้าเอวพูด ตอนนี้เมื่อรวมตัวกันแล้วพวกฉันมีเยอะกว่า หกต่อสี่เชียวนะ "นี่จะรุมกันเหรอห๊ะ" เพื่อนคนหนึ่งของมันโวยขึ้นจนฉันตอกกลับแทบหน้าหงาย "แล้วตอนมาสี่ต่อหนึ่งนี่ไม่รุมเหรอวะ!" "ปล่อยเพื่อนฉันเลยนะ ถ้าไม่ปล่อยรุมเป็นรุมอ่ะบอกเลย พวกแกเริ่มก่อนนะ" พี่แคลร์พูดบ้าง ฉันตวัดสายตามาจ้องยัยผมแดงอีก ยัยนั่นจ้องตอบฉันทำท่าจะไม่ยอมจนพวกเพื่อนๆเข้าไปแยกเธอออกจากพี่สาวฉัน เมื่อยัยนั่นปล่อยมือออกจากยี่หวาฉันก็ดันพี่สาวให้ไปยืนอยู่ข้างหลัง พี่สาวฉันสู้รบปรบมือกับใครเขาไม่ไหวหรอก "เออ วันนี้ถือว่ามึงโชคดีไปนะที่พวกเยอะ คราวหลังถ้ากูเห็นว่ามึงร่านมาอ่อยผัวกูอีกนะ..." "ใครอ่อย ใครบอกมึงว่าพี่กูอ่อย" ฉันแย้งด้วยคำหยาบ ห
Baca selengkapnya
บทที่ 7 ผู้ปกครอง
1 ชั่วโมงผ่านไป... "งั้นพวกเรากลับก่อนนะแก" "อื้อ ขอบใจนะที่อยู่เป็นเพื่อน" "ก็เพื่อนกันนี่นา กลับดีๆล่ะ เอ้อ ยาหยีพวกพี่ไปก่อนนะ" ฉันไม่ได้ตอบอะไรแต่ทำแค่เพียงพยักหน้าด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก พวกเพื่อนๆของยี่หวาแยกกันกลับไปแล้ว ส่วนฉันก็กำลังจะกลับเหมือนกัน "หยี กลับด้วยกันสิ" พี่สาวฉันบอก ฉันหันไปมองเธอเคืองๆเพราะไม่พอใจที่เธอตามไอ้หมอนี่มาช่วยเคลียร์เรื่องนี้ให้ เรื่องมันจบลงด้วยดีก็จริงแต่ฉันไม่ได้ดีใจเลยที่ต้องรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเขาน่ะ "ไม่อ่ะ กลับเองได้" ฉันตอบพลางจะเดินไปแต่เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นก่อน "เดี๋ยวไปส่ง" "ก็บอกว่ากลับเองได้ หูแตกเหรอ" ฉันหันไปแหวใส่เขา แต่นายนั่นแค่ทำหน้าตายใส่ฉัน ยิ่งเห็นก็ยิ่งหมั่นไส้ หมอนี่ยอมจ่ายค่าทำขวัญกับค่าเสียหายให้สองคนนั่นตั้งหลายหมื่น รวยมากกก! "หยี ทำไมพูดกับพี่ธันแบบนี้ พี่เขามาช่วยเรานะ" ยี่หวาเข้ามากระตุกแขนฉันยิกๆ จนฉันพ่นลมหายใจออกมา "ก็ไม่ได้ขอให้มาช่วยป่ะ" "แต่พี่ขอเขาให้มาไง" ฉันกรอกตาก่อนจะหันไปหาเขา "ต้องคลานเข่าเข้าไปกราบขอบคุณมั้ย?" ฉันประชดเขานั่นแหละ นายนั่นถอนหายใจพลางมองหน้าฉันนิ่งๆ
Baca selengkapnya
บทที่ 8 หนีไม่พ้น 1
"โครตเซ็งว่ะ" ฉันบ่นผ่านคอลไลน์กลุ่ม เพราะเหตุการณ์เมื่อวานทำให้ฉันถูกลงโทษโดยการถูกสั่งพักงานตั้งสิบวัน! (โอ๋ ไม่เอาสิ ถือว่าพักผ่อนเนอะ) ปลายฟ้าพูดพลางทำหน้าสงสารฉัน "พักผ่อนก็ดี แต่เงินนี่สิ ไอ้เวรนั่นอย่าให้ฉันเจอข้างนอกนะ" ฉันบ่นจนได้ยินเสียงลูกโซ่พูดเตือน (ใจเย็นๆหน่อยสิแก ฉันก็ไม่ได้อยู่ทำงานด้วยแล้วเนี่ย ใครจะห้ามได้) "ไม่มีใครห้ามไงถึงได้ลงเอยแบบนี้" (เอ้อ ฉันว่าเปลี่ยนเรื่องคุยเถอะจะได้ไม่ซีเรียส) ข้าวหอมพูดขึ้นบ้างและเพื่อนสนิทอีกสองคนของฉันก็พยักหน้า (เดี๋ยวฉันจะไปฝึกงานที่เชียงใหม่แล้วอ่ะ คงเหงาแน่เลย) "เหรอ แน่ใจว่าจะเหงา กลัวจะมีความสุขจนลืมเพื่อนมากกว่ามั้ง" (โอ้ยไอ้หยี ทำไมมาแซะกันล่ะ) (ฮ่ะๆ นั่นสิ ยังไงก็อย่าลืมโทรหาเพื่อนบ้างนะข้าว) (ปลายฟ้า เดี๋ยวนี้แกก็แซวเก่งนะ) (ยังไงก็เถอะ ไปฝึกงานนะ หวังว่ากลับมาคงไม่พาหลานมาให้พวกฉันแสดงความยินดีนะ) (โซ่ แกนี่ ระวังไว้เถอะ ฉันจะยุพี่ตะวันให้ทำลูกให้แก) "ฮ่าๆ ฉันควรคุยอะไรดีล่ะ โสดอยู่คนเดียวเนี่ย" (ก็ใครจะกล้าจีบแกล่ะ เหวี่ยงเก่งเบอร์นี้เนี่ย ฮ่ะๆ) "นั่นสิ สงสัยฉันต้องเดินขึ้นคานทองแล้วล่ะ
Baca selengkapnya
บทที่ 9 หนีไม่พ้น 2
"อ้าว หวัดดีเสือ" สองคนนั้นทักทายพวกผู้ชายที่นั่งฝั่งตรงข้ามฉันก่อนจะหันมาทักทายเสือแล้วตามมาด้วยการมองหน้าฉันแล้วยิ้มให้ "ดีเว้ย ไอซ์ เปรม" เสือทักทายกลับ "แล้วน้องคนนี้ใครอ่ะ...ไม่แนะนำเพื่อบ้าง" "อ้อ ชื่อยาหยี" "ชื่อน่ารักจัง" "ขอบคุณค่ะ" ฉันยิ้มให้ พวกเธอดูเป็นมิตรดี จากนั้นสองคนนั้นก็มานั่งข้างฉัน ชวนดื่ม ชวนคุยทำให้ฉันเริ่มไม่เบื่อแล้ว "เออ ว่าแต่พี่เจมส์เมื่อไหรจะมา" "เห้ย โทรมาบอกเมื่อกี้ว่าถึงแล้ว" เสือหมายถึงเจ้าของปาร์ตี้น่ะ เราก็นั่งคุยกันไปอีกสักพักเจ้าของงานก็โผล่หัวมาสักที เป็นผู้ชายลูกครึ่งตาน้ำข้าว ตัวสูง ผิวขาว ผมบรอนด์แบบไม่ต้องโกรกย้อม เขาเดินเข้ามาในท่วงท่าอารมณ์ดีและลั้นลาขั้นสุด "โย่ว ทุกคนนน" แถมพูดไทยชัดแจ๋วเลยด้วย เขาทักทายแค่นั้นแล้วเหมือนไลน์เขาก็เข้า เขาก้มลงแล้วพิมพ์โต้ตอบไลน์กับอีกฝ่ายก่อนจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง "วันนี้เต็มที่ พี่เลี้ยงไม่อั้น" "เอ้าชนนน" "เออ ทุกคนวันนี้มีเพื่อนพี่คนนึงที่ร่วมทุนเปิดบริษัทด้วยกัน รู้ใช่มั้ยว่าพี่มีบริษัทร่วมกับเพื่อนอีกสองคน แต่ทุกคนคงยังไม่รู้จักมันหรอกเพราะปกติมันไม่ค่อยมีเวลาว่าง
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status