เข้าสู่ระบบ"อ้าว หวัดดีเสือ"
สองคนนั้นทักทายพวกผู้ชายที่นั่งฝั่งตรงข้ามฉันก่อนจะหันมาทักทายเสือแล้วตามมาด้วยการมองหน้าฉันแล้วยิ้มให้ "ดีเว้ย ไอซ์ เปรม" เสือทักทายกลับ "แล้วน้องคนนี้ใครอ่ะ...ไม่แนะนำเพื่อบ้าง" "อ้อ ชื่อยาหยี" "ชื่อน่ารักจัง" "ขอบคุณค่ะ" ฉันยิ้มให้ พวกเธอดูเป็นมิตรดี จากนั้นสองคนนั้นก็มานั่งข้างฉัน ชวนดื่ม ชวนคุยทำให้ฉันเริ่มไม่เบื่อแล้ว "เออ ว่าแต่พี่เจมส์เมื่อไหรจะมา" "เห้ย โทรมาบอกเมื่อกี้ว่าถึงแล้ว" เสือหมายถึงเจ้าของปาร์ตี้น่ะ เราก็นั่งคุยกันไปอีกสักพักเจ้าของงานก็โผล่หัวมาสักที เป็นผู้ชายลูกครึ่งตาน้ำข้าว ตัวสูง ผิวขาว ผมบรอนด์แบบไม่ต้องโกรกย้อม เขาเดินเข้ามาในท่วงท่าอารมณ์ดีและลั้นลาขั้นสุด "โย่ว ทุกคนนน" แถมพูดไทยชัดแจ๋วเลยด้วย เขาทักทายแค่นั้นแล้วเหมือนไลน์เขาก็เข้า เขาก้มลงแล้วพิมพ์โต้ตอบไลน์กับอีกฝ่ายก่อนจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง "วันนี้เต็มที่ พี่เลี้ยงไม่อั้น" "เอ้าชนนน" "เออ ทุกคนวันนี้มีเพื่อนพี่คนนึงที่ร่วมทุนเปิดบริษัทด้วยกัน รู้ใช่มั้ยว่าพี่มีบริษัทร่วมกับเพื่อนอีกสองคน แต่ทุกคนคงยังไม่รู้จักมันหรอกเพราะปกติมันไม่ค่อยมีเวลาว่างไปไหน แต่วันนี้มาว่ะ สงสัยต้องจัดเต็มให้มันสักหน่อย ฮ่ะๆ" "ได้ครับพี่ ดีครับผมมม" พอพี่เจมส์มาทุกคนก็คึกคักขึ้น ก่อนที่เขาจะหันมามองฉัน "โอ้ เดี๋ยวนะ วันนี้เหมือนมีสมาชิกใหม่" เขายิ้มกรุ้มกริ่มใส่ฉัน อย่ามาม่อนะ อารมณ์ดีก็ดีๆไป ถ้าอารมณ์ไม่โอเค ก็ไม่รู้ด้วยนะ "ของใครครับ?" "ไอ้นั่น" ทุกคนพร้อมใจชี้มือไปที่เสือ เสือก็พยักหน้ารับแบบเต็มอกเต็มใจ "ของผมแต่เป็นเพื่อน พอดียัยนี่เซ็งๆก็เลยพกมาด้วย" "ใช่เหรอ?" เพื่อนของเสือแซวถามแต่ยังไม่ทันได้โต้ตอบอะไรกันก็มีใครอีกคนโผล่เข้ามาอีก สวบ~ "อ่ะ โอ้โห กว่าจะเสด็จมาได้นะมึง คุณชายสายเสมอจริงๆ" พี่เจมส์โพล่งขึ้นทันที ฉันหันไปมองผู้มาใหม่แล้วเขาคนนั้นก็ทำให้ฉันชะงักไป "เอ้าๆ มาแนะนำหน่อย เพื่อนพี่ครับทุกคน ชื่อธันวา หรือเรียกมันว่าพี่ธันเฉยๆก็ได้ จะพี่ครับ พี่จ๊ะ พี่จ๋า อะไรก็ตาม แต่ขออย่างเดียวอย่าเรียกไอ้ธันพอ ฮ่าๆ" โลกมันกลมเกินไปหรือเปล่าวะ --' "ใช่ ใช่มั้ย?" เมื่อเห็นหน้าเพื่อนของรุ่นพี่เสือ เสือก็ขยับเข้ามากระซิบถามฉัน เขาคงจำได้นั่นแหละ แต่ว่านะ อีตานี่เพื่อนเยอะชะมัด ดูท่าจะมีหลายกลุ่มเหลือเกิ๊น หึ! "เซ็งกว่าเดิมอีก กลับได้ป้ะไม่อยากเห็นหน้า" ฉันกระซิบพูดกับเสือบ้าง นายธันนั่นก็หันมามองเราก่อนจะนั่งลงข้างๆเพื่อนเขานิ่งๆ เขาทำเหมือนเราไม่รู้จักกันด้วยการละสายตาจากไป ก็ดี ไม่ได้อยากรู้จักอยู่แล้ว! "ก็ไม่ต้องใส่ใจดิ เขาก็ดู...ไม่สนใจนะ" เสือเหลือบตามองเขาก่อนจะกระซิบพูดกับฉันอีก "เอ้าๆ สองคนนั้นช่วยอย่าสวีทกันต่อหน้าพวกกูครับ คนมีเป็นสิบกระซิบกระซาบกันอยู่สองคนได้ไงว้าาา" รุ่นพี่ของเขาดูเป็นคนอารมณ์ขันนะ แซวได้ทุกคนจริงๆ เขาหันมาแซวฉันกับเสือโดยที่บางทีก็ไม่ได้ดูว่าสีหน้าเราสองคนเหมือนสวีทกันตรงไหน ฉันนี่หน้าบึ้งเห็นได้ชัดเลยนะ ฉันถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นยืน หมับ~ "ไปไหน?" เสือมันก็ผู้ชายมือไวไง พอฉันยืนก็คว้าข้อมือฉันหมับและเพราะฉันคงเริ่มกรึ่มๆแล้ว เมื่อกี้กระดกไปหลายแก้วก็รู้สึกว่าหนักๆหัวอยู่หรอกแต่พอลุกเร็วมันก็เลยเหมือนวิ้งๆในหัวแล้วยิ่งโดนคว้าข้อมือและดึงไว้ฉันก็เลยเซลงไปนั่งซ้อนตักเสือ ฟลุ่บ~ "อูยยย" เสียงแซวดังมาอีกระรอก ฉันสะบัดหัวพลางหลุบตาลงมองเสือ "จะกลับ?" เสือไม่ได้สนใจเสียงแซว เขาเลิกคิ้วถามฉันและฉันส่ายหัว "จะไปห้องน้ำ จะตามมั้ยล่ะ" อารมณ์ไม่ดี เดี๋ยวก็พาลส่ง "ตาม" เอ้า ไอ้นี่ก็กวนประสาทอีก อยากโดนกระชากหนังหัวมากว่างั้น? "เสือ!" ฉันกดเสียงเรียกเขา บ่งบอกให้รู้ว่าอารมณ์ไม่ดีจริงๆนะ เวลาเล่นฉันก็เล่น เวลาอารมณ์ไม่ดีก็อย่ามาวุ่นวาย เดี๋ยวจะโดนเหวี่ยงเอาง่ายๆเลยนะ "แหม ล้อเล่น ลุกๆจะไปสูบบุหรี่ด้วย" เสือหัวเราะก่อนจะปล่อยมือออกจากข้อมือฉันแล้วดันให้ฉันลุกขึ้นพร้อมๆกับเขา "คือจะไปไหนกันครับไอ้เสือ?" พี่เจมส์นั่นก็ใส่ใจเราสองคนจัง ฉันจะตวัดตามองเขาเกือบจะด่าแล้วด้วยแต่เสือรู้ทันไง เขาตวัดแขนมาโอบรอบคอฉันพลางดันหน้าฉันให้หันกลับไปจากนั้นเขาก็หันไปตอบรุ่นพี่เขา "ห้องน้ำครับ" เสือตอบจากนั้นก็ลากฉันออกมาเลย เขาลากฉันมาจนถึงห้องน้ำของชั้นนี้เขาส่งฉันไปสงบสติอารมณ์ในห้องน้ำก่อนจะแยกตัวไป ซ่าาา~ ก็นั่นแหละ ฉันเปิดน้ำแล้วเอามือไปรองน้ำให้มันไหลผ่านฝ่ามือของฉันเรื่อยๆ น้ำเย็นๆอาจทำให้ฉันอารมณ์ดีขึ้น สวบ~ จนฉันเริ่มปรับอารมณ์ตัวเองได้ ฉันคิดได้ว่าไม่จำเป็นต้องไปสนใจเขา ต่างคนต่างอยู่แค่อาจจะเกะกะลูกตานิดหน่อย ฉันก็แค่อาจจะแยกตัวออกมานั่งดื่มคนเดียวเงียบๆหรือไม่ก็ลงไปเต้นระเบิดอารมณ์ซะก็จบ ใช่ แค่นั้นแหละ เขาต้องเป็นแค่เศษฝุ่นในสายตาฉัน ฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำระหว่างทางต้องผ่านประตูบานหนึ่งเปิดออกไปจะเป็นระเบียงเล็กๆ ฉันก็หยุดและกะว่าจะออกไปสูดอากาศเย็นๆสักหน่อยดีกว่าจากนั้นฝ่ามือของแม่เขาก็ฟาดใส่หน้าเขาเต็มๆ ใบหน้าเขาสะบัดหันมาทางฉันและฉันเบนสายตาหนี "ทำไมเป็นคนแบบนี้ห๊ะ ทำอะไรแบบนี้!" ฉันเพิ่งเคยเห็นแม่ของเขาโวยวายเป็นครั้งแรก เธอตวาดเสียงดังลั่นใส่ลูกชายตัวเอง "ทำร้ายน้องใช่มั้ย แม่ไม่คิดเลยนะว่าแกจะเป็นคนแบบนี้!" "ผม..." ธันวาพึมพำ เขามองหน้าแม่ของตัวเองก่อนจะมองหน้าพ่อของฉันที่ก็มองเขาและเงียบไปเหมือนกันจากนั้นก็เลื่อนสายตามามองฉันแค่แว่บเดียวก็หันกลับไปมองหน้าแม่ของเขาอีก "ขอโทษครับ" เหอะ! "แต่งตัวแล้วออกมาคุยกับแม่ เดี๋ยวนี้!" พูดจบแม่ของเขาก็เดินออกไป ฉันหันมามองหน้าพ่อ พ่อส่ายหัวก่อนจะตวัดสายตาไปมองธันวาแล้วเดินออกไปจากห้องพร้อมกับปิดประตูลง 05.10 น. หลังจากธันวาออกไป ฉันตัดสินใจลุกไปอาบน้ำในห้องน้ำของเขาแล้วกลับมาใส่เสื้อผ้าชุดเดิม แต่รอยแดงและรอยจ้ำบนตัวฉันทำให้ฉันต้องคว้าเสื้อคลุมแขนยาวของเขามาใส่ทับเพื่อปกปิดมันไว้ ฉันเดินออกมาจากห้องและกำลังจะลงบันไดแต่กลับได้ยินเสียงพูดคุยที่ค่อนข้างดังจากทางโถงด้านล่าง เป็นพ่อฉัน แม่ของเขา และตัวเขาเอง... "ผมขอโทษครับ คุณลุง" ฉันได้ยินเสียงเขาขอโทษพ่อฉัน ไม่รู้ว่าครั้ง
"อื้อ!" ฉันดิ้นอีกครั้งเมื่อมืออีกข้างของเขาเลื้อยไปด้านหลังของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เขาใช้มันดันแผ่นหลังฉันให้ยกขึ้นและรูดซิบชุดเดรสของฉันลงอย่างรวดเร็ว "อะ ไอ้บ้า อย่ามาทำระยำกับฉันนะ!" ฉันด่ากราดทันทีที่เขาผละริมฝีปากออกไป เขาขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ตวัดสายตามองฉันก่อนจะฉกริมฝีปากลงบนต้นคอฉันแทน "อะ โอ้ย!" และฉันเจ็บเมื่อเขาใช้ปากและลิ้นดูดดึงต้นคอฉันจากนั้นก็ลากไล้มันไปเรื่อยๆตามไหปลาร้าและผิวเนื้อช่วงอกที่โผล่พ้นเกาะอกของฉันขึ้นมา มันทำให้ฉันโกรธตัวเองที่ดันใส่เกาะอกมาแบบนี้! "อย่านะ ไอ้...อ๊ะ!" ฉันตกใจที่เขาดึงชุดฉันลง ฉันรู้ว่าบราเซียและทรวงอกถูกเปิดเผยเพราะความเย็นจากภายนอกสัมผัสกับผิวเนื้อฉัน ริมฝีปากและใบหน้าเขาคลอเคลียอยู่บริเวณนั้นไม่ห่าง ฉันกำมือแน่นและอยากจะใช้มันทุบตีทำร้ายเขาแต่ก็ทำไม่ได้ ถึงในห้องนี้จะเปิดแอร์ แต่เขาทำให้ผิวบริเวณนั้นทุกจุดที่ริมฝีปากเขาลากผ่านมันกลับร้อนวูบวาบ “ไอ้เลว อื้อ!” คนข้างบนฉกริมฝีปากลงมาประกบจูบฉันอย่างแรง เรียวขาทั้งสองข้างของฉันถูกแยกออกจากกันในขณะที่เขากำลังปลดเปลื้องอาภรณ์ท่อนล่างของตัวเอง ปึก! “อื้อ!!!” ราวกับ
"ปล่อยดิวะ!" ปึ้ก~ ฉันตะคอกเขา จังหวะนั้นก็ทุบกำปั้นลงไปที่หน้าเขาด้วย ฉันแค่คิดว่าเขาจะเจ็บและยอมปล่อยฉันสักที "..." แต่เขาทำแค่กัดฟันและตวัดสายตามาจ้องหน้าฉัน "เห้ย บอกให้...อ๊ะ!" ฟลุ่บ~ และเขาทำให้ฉันเผลออุทานออกมาอย่างตกใจด้วยการเหวี่ยงฉันลงบนฟูกเตียงอย่างแรง ฉันมัวแต่ดิ้นรนจนไม่รู้ว่าถูกลากขึ้นมาบนห้องนี้ตั้งแต่ตอนไหน "อะ ไอ้!" พรึ่บ~ เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อฉันจะรีบเด้งตัวลุกขึ้นเขากลับผลักฉันให้นอนลงไปแล้วโถมตัวลงมาคล่อมฉันไว้อย่างรวดเร็ว มือสองข้างกระชากแขนฉันแล้วกดลงกับฟูกเตียง "ด่าอีกสิ ด่าเลย!" เขากระชากเสียงพูดกับฉัน ฉันตวัดสายตาจ้องหน้าเขาที่อยู่เหนือร่าง ก่อนหน้านี้เขาถูกฉันด่าไว้เจ็บแสบมาก แล้วอย่าบอกนะว่าที่เขาบอก...เขาจะใช้วิธีแบบนี้ "นายคิดว่าฉันจะกลัวเหรอ อย่างนายจะกล้าทำอะไรฉัน ลืมแล้วเหรอว่านายกับแม่ต้องพึ่งสมบัติของพ่อฉัน!" "ไม่ลืม ไม่ต้องย้ำ" "แล้วนายก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้" "เธอก็ไม่มีสิทธิ์คิดจะทำร้ายแม่ฉันเหมือนกัน" เขาโต้กลับฉัน ฉันจ้องหน้าเขาด้วยอารมณ์เดือดดาล "แล้วที่แม่นายเข้ามาในชีวิตแม่ฉันล่ะ ที่แม่นายเข้ามาทำให้ครอบ
กะ แก อะ เฮือก!" "คุณแม่!" "คุณย่า!" ฟลุ่บ~ ฉันชะงักไปที่จู่ๆผู้หญิงวัยชราก็ทรุดลงตรงหน้าฉันแต่ดีที่ลูกสะใภ้ของย่าจับแขนเธอและช่วยพยุงไว้ได้ทัน ทุกคนดูตกใจและเรียกท่านพร้อมกันแต่ฉันกลับทำได้แค่ยืนนิ่ง "...!" "อะ เอา นังเด็ก คน นี้ ออกไป" คุณพ่อกับนายธันเข้าไปช่วยกันพยุงท่านไว้และท่านเงยหน้ามาชี้หน้าฉันด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดไป และทำท่าทางเหมือนจะขาดใจตายอยู่ตรงหน้าฉัน "หยีคุณย่าเป็นโรคหัวใจ" ยี่หวาบอกกับฉันก่อนจะเข้าไปหาคุณย่าของเธออีกคน ฉันที่ดูเหมือนจะได้เปรียบต้องมาแพ้ให้กับคนเป็นโรคหัวใจสินะ หึ "ออกไป" ขนาดนี้ก็ยังไม่วายส่งสายตาอาฆาตมาหาฉัน ฉันยังยืนนิ่งและหลุบตาลงมองท่านจนรู้สึกว่าถูกกระตุกแขนจนเซ หมับ~ ถึงได้หันไปมอง ก็เห็นว่านายธันวาเข้ามาคว้าแขนฉันไว้ "ปล่อย!" ฉันสะบัดแขนออกทันทีแต่เขาไม่ยอม เขาหันไปมองสภาพวุ่นวายของบ้านฉันก่อนจะหันกลับมามองฉันเพียงแค่เสี้ยวนาที "มานี่!" จากนั้นเขาก็ออกแรงลากฉันออกไปทางประตูหลังบ้านทันที สวบ~ "บอกให้ปล่อยไงวะ!" เมื่อโดนลากออกมาไม่ไกลเท่าไหร่ฉันก็รวบรวมแรงฮึดสู้เขา ฉันสะบัดแขนออกจากเขาแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยง
ฉันบิดตัวออกจากมือของยี่หวาพลางเดินเข้าไปหาแจกันใบใหญ่ที่ราคาคงแพงกว่าเสื้อผ้าราคาสูงที่สุดที่ฉันเคยใส่ มันถูกตั้งไว้บนพื้นเพื่อโชว์ความสวยงาม ฉันใช้มือวางทาบลงบนผิวของแจกันและทำท่าเหมือนจะผลักให้มันล้มลง "อย่านะ ห้ามแตะต้องของๆฉัน!" "หึ" "หนูยาหยี อย่าทำเลยนะ ถือว่าแม่ขอ" "ฉันมีแม่คนเดียว!" ฉันหันไปตวาดใส่แม่เลี้ยงของตัวเอง "ไม่ต้องคิดจะยกตัวเองมาเป็นแม่ฉัน ฉันไม่ต้องการ!" "อะ เอ่อ ได้ๆ น้าขอโทษนะ แต่ว่า...วันนี้เรามาสนุกกันเถอะนะ" สนุกเหรอ... ฉันตวัดสายตามองย่าของตัวเองอีกครั้ง และเห็นแว่บๆด้วยว่ามีคนใช้สองสามคนวิ่งออกไปจากตรงนี้ พอเริ่มวุ่นวาย ฉันก็เริ่มสนุกแล้วสิ "หยี พี่ว่า..." ยี่หวาเข้ามาจับแขนฉันอีกและฉันหันไปจิกตามองเธอ คำพูดที่จะออกจากปากเลยถูกกลืนลงคอไป และเพียงแค่ไม่กี่นาทีพ่อของฉันก็เข้ามาตามด้วยนายธันวาที่วิ่งเข้ามาเหมือนกัน "ยาหยี" พ่อเรียกชื่อฉันด้วยท่าทางตกใจ "ลูกมาจริงๆด้วย พ่อดีใจนะ" ก่อนที่ท่านจะยิ้มและเดินเข้ามาหาฉันแต่ก็ชะงักเมื่อคุณย่าแผดเสียงใส่ "นี่พวกแกคิดอะไรกันอยู่ ทำอะไรทำไมไม่ถามฉันก่อน เห็นฉันเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง ห๊ะ ตาย
-ธันวา- "อืม โอเค เดี๋ยวบอกแม่ให้" "ฝันดีเหมือนกันนารา บาย" ผมวางสายของนาราหลังจากที่เธอโทรมาย้ำเรื่องของขวัญวันเกิดแม่ผมที่เธออุตส่าห์ไปซื้อเอาไว้ล่วงหน้าแล้วฝากผมเอามาให้แม่เพราะเธอมีธุระด่วนต้องไปต่างประเทศ ซึ่งที่นั่นก็เวลาห่างจากที่ไทยหลายชั่วโมง ตอนนี้ก็คงดึกแล้ว หลังจากนั้นผมก็เดินกลับเข้ามาในงานเพราะเมื่อกี้ออกมาหาที่ๆเสียงค่อนข้างเบาเพื่อคุยโทรศัพท์ สวบ~ ผมเดินเข้าไปหากลุ่มเพื่อนสนิทที่มางานวันเกิดของแม่ผมในวันนี้ด้วย ผมเป็นคนมีเพื่อนหลายกลุ่ม ซึ่งเพื่อนกลุ่มนี้ที่มาส่วนมากก็จะเป็นเพื่อนสมัยเรียนที่เรียนด้วยกันค่อนข้างนาน โดยเฉพาะไอ้เท็น หมอนี่เรียนกับผมมานาน คบกันมาสิบปี รู้ไส้รู้พุงกันหมดทุกอย่าง ส่วนอีกสองคนที่ผมก็สนิทมากเช่นกัน ก็คือเจมส์กับนารานั่นแหละ เป็นเพื่อนทางธุรกิจที่ดันมาสนิทกันจนเชื่อใจเปิดบริษัทด้วยกัน เรารู้จักกันผ่านผู้ใหญ่นับได้ก็ประมาณสี่ห้าปีแล้วมั้ง แต่วันนี้ทั้งนาราทั้งเจมส์ไม่ได้มา หมอนั่นก็บินด่วนไปอเมริกาเหมือนกัน "เห้ยๆ ไอ้ธันล่ะวะ" ผมมองไปทางต้นเสียง เห็นไอ้เท็นวิ่งมาทางกลุ่มที่พวกเราสุมหัวกันอยู่ ตอนนี้พวกผมอยู่บริเวณงานตรงส







