Masukหนุ่มสาวเดินทางถึงคอนโดมิเนียมสุดหรูของเธอในตอนบ่าย ทั้งคู่แยกย้ายกันเก็บสัมภาระเข้าห้องตัวเอง ไม่นานคนตัวโตก็ออกมาเดินสำรวจห้องชุดสุดหรูของเธอ เพื่อตรวจเช็กเรื่องความปลอดภัย ก็ปรากฏว่าคอนโดมิเนียมที่ราคาแพงหูฉี่แบบนี้ ระบบรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยม พื้นที่ใช้สอยในห้องกว้างขวาง แถมตรงโถงกว้างใกล้กับระเบียงอีกด้านมีสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดไม่เล็กนัก มิน่าล่ะ สาวๆ ถึงบอกว่าจะมาจัดปาร์ตี้กันที่ห้องนี้แทนที่จะออกไปเที่ยวบ่อยๆ
“ในตู้เย็นมีของสด เดี๋ยวมื้อนี้ฉันทำอาหารง่ายๆ ให้ทานก่อนแล้วกันนะ”
“ครับ ให้ผมช่วยไหม”
เขาตอบเธอกลับไปด้วยใบหน้างงๆ กำลังจับต้นชนปลายว่าเธอพูดว่าจะทำอาหารให้เขาทานจริงๆ หรือเขาหูฝาดไป ตั้งแต่รู้จักกันมาก็ไม่เคยเห็นลูกสาวตระกูลคลาร์กเข้าครัวเสียที อาหารง่ายๆ ที่เธอบอกจะคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือเปล่าก็ไม่รู้
“ไม่ต้องหรอก นั่งรอเถอะ คุณขับรถมาหลายชั่วโมงแล้ว โปรโมชันแค่วันนี้เท่านั้นนะ”
ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว คุณหนูพลอยชมพูมีหรือจะมาคอยทำอาหารบริการบอดี้การ์ดอย่างเขา เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
“ครับ”
คนตัวโตเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหารตัวเล็กใกล้กับเคาน์เตอร์ครัว มองร่างบางในชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวคลุมทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีชมพูหวานดูน่ารักน่าทะนุถนอม กำลังเปิดตู้เย็นหาวัตถุดิบที่ให้แม่บ้านซื้อมาใส่ตู้เย็นไว้ให้ก่อนหน้านี้แล้ว
เธอหยิบจับอุปกรณ์ทำครัวอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานข้าวผัดหมูร้อนๆ หนึ่งจานใหญ่และหนึ่งจานเล็ก ก็ยกมาเสิร์ฟเขาถึงโต๊ะอาหาร โดยที่คนตัวโตเองก็มองทุกอิริยาบถของเธอตาไม่กะพริบ
ข้าวผัดหมูจานใหญ่ หน้าตาน่าทาน สีสวย ส่งกลิ่นหอมฟุ้งวางอยู่ตรงหน้าชวนน้ำลายสอ ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะทำอาหารได้น่าทานและรวดเร็วคล่องแคล่วเหมือนคนที่เข้าครัวเป็นประจำแบบนี้ ทั้งๆ ที่ลูกคุณหนูแบบเธอ มีแม่บ้านคอยดูแลรับใช้ทุกเรื่อง จนแทบไม่ให้เธอได้หยิบจับอะไรเลยสักนิด
เธอเห็นเขาจ้องข้าวผัดหมูตรงหน้าเหมือนเห็นเป็นของแปลก จึงนึกหมั่นไส้ เห็นเธอเปรี้ยวๆ แบบนี้ แต่เธอก็ถูกมาดามพิมพ์มาดาเคี่ยวเข็ญให้ทำอาหารคาวหวานแทบทุกชนิด เขาคงคิดดูถูกในใจหาว่าเธอจะทำอะไรไม่เป็นสินะ เดี๋ยวรอเธอมีอารมณ์ก่อนเถอะ จะทำอาหารไทยยากๆ ให้เขาได้กินเป็นบุญปาก
“กินได้ ไม่มียาพิษหรอกน่า”
“ผมก็ไม่ได้คิดแบบนั้น”
“หึ หน้าตาคุณมันฟ้อง กินไปเถอะน่า ไม่ตายหรอก”
“ครับ ถ้าผมตายก็ช่วยบอกพ่อกับแม่ผมด้วยว่า ผมรักท่าน”
หน็อย ไอ้ฝรั่งบ้า มาดูถูกคุณหนูพลอยชมพูคนสวยได้อย่างไร นี่ใครคะ นี่น้องพลอย สาวสวยเพอร์เฟค ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการออกเรือนเป็นศรีภรรยาของสุภาพบุรุษผู้โชคดีเลยนะ เพียงแต่ว่าพี่ชายเธอไม่ยอมเปิดโอกาสให้เธอมีคนๆ นั้นเสียที พอมีใครเข้ามาจีบก็ให้บอดี้การ์ดทุกคนสกัดดาวรุ่งจนหมด แถมเธอเองก็ดันเป็นประเภทเลือกมาก ชอบคนยาก เลยยิ่งแล้วใหญ่ คานทองนิเวศน์มารอคุณหนูพลอยชมพูอยู่ตรงหน้านี่แล้วค่ะ
“นี่คุณ ไม่กินก็ไม่ต้องกิน เอามานี่เลย”
คนตัวบางในชุดผ้ากันเปื้อนสีชมพูหวานหน้างอง้ำ สองมือน้อยๆ ดึงจานข้าวของเขาออกมาทันที แต่ก็ยังช้าไปเมื่อเขาใช้สองมือใหญ่ตะครุบบนมือน้อยนุ่มนิ่มของเธออย่างรวดเร็ว
ทันทีที่มือของทั้งคู่สัมผัสกัน ก็เหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งแล่นไหลผ่านทั้งสองร่างจนชะงักค้าง หนุ่มสาวก้มมองมือของเธอที่มีมือของเขาประกบอยู่ ก่อนเงยหน้าขึ้นมองสบตากัน และเป็นเขาที่กระแอมแก้เก้อแล้วดึงมือออกมาจากมือนุ่มนิ่มนั้นอย่างแสนเสียดาย
“เดี๋ยวสิคุณ ผมยังไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อย”
“หึ”
เธองอนเขาเล็กน้อยแล้วนั่งลงตรงข้ามกับเขา จัดการกับข้าวผัดตรงหน้าให้เขาดูเป็นขวัญตา ว่ามันเอร็ดอร่อยขนาดไหน
คนหล่ออมยิ้มมุมปาก แล้วตักข้าวผัดกลิ่นหอมตรงหน้าเข้าปากคำโตแล้วก็ต้องพยักหน้าพึงพอใจ เมื่อรสชาติของมันอร่อยมากๆ สมกับหน้าตาน่ากินของมันและหน้าตาสวยๆ ของคนผัด จริงๆ
“อร่อยครับ”
คนสวยอมยิ้มน้อยๆ แล้วเชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ไม่มีถ่อมตัวเลยสักนิด จนเขาอดที่จะแอบขำกับกิริยาท่าทางแบบเด็กๆ ของเธอไม่ได้
เมื่อทานข้าวเที่ยงในเวลาบ่ายกันเสร็จ เขาก็ทำหน้าที่ล้างจานและช่วยเธอเก็บโต๊ะ ก่อนจะมานั่งย่อยอาหารกันที่โซฟาตัวโตกลางห้อง โดยที่เขาให้คำแนะนำวิชาที่เธอควรจะลงเรียน
เขาเปิดเอกสารของเธอดูไปพลางๆ แล้วจดโน้ตไว้ให้เธอ ปากก็อธิบายวิชาต่างๆ ตามที่เขาเคยเรียนมาและมีประโยชน์ จำเป็นต่อการปรับใช้ในการทำงาน แต่พูดอยู่นานก็ไม่มีเสียงโต้ตอบกลับมา จึงหันกลับไปมองคนตัวบางที่ปกติไม่เคยสงบปากสงบคำ ก็เห็นคุณหนูพลอยชมพูนั่งเอนหลังพิงโซฟา กอดหมอนอิงแนบอก และหลับตาพริ้มเข้าสู่ห้วงนิทราไปเรียบร้อย ก็ถึงกับต้องส่ายหน้า นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นพูดมากจริงๆ
ร่างบางในชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวตัวสั้น นั่งเอนหลังหลับสบายโดยที่เครื่องปรับอากาศในห้องนี้ก็แสนจะเย็นฉ่ำ คนขี้เซาที่รู้สึกหนาวจึงยกมือขึ้นมาลูบแขนป้อยๆ แล้วหลับสนิทไปอีกครั้ง
เขาเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าห้องของตัวเอง ไปเอาผ้าห่มผืนหนามาห่มคลุมให้ความอบอุ่นแก่เธอ
เมื่อผ้าห่มผืนใหญ่แตะสัมผัสกับร่างกาย คนตัวบางก็สะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นมาทันที เธอมองเขาที่กำลังห่มผ้าให้เธอแบบงงๆ ก่อนกระแอมแก้เก้อ เขินอายนิดหน่อยที่มานั่งหลับต่อหน้าผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อและพี่ชาย
“เอ่อ ขอบคุณนะ แต่ฉันเข้าไปนอนในห้องดีกว่า”
เธอขยับตัวลุกขึ้นแล้วเดินกลับเข้าห้องของตัวเองไป โดยที่ไม่ลืมจะโผล่หน้าออกมาหาเขาอีกครั้ง
“คุณก็เข้าไปนอนเถอะไคล์ ขับรถมาตั้งหลายชั่วโมง”
“ครับ ผมก็ว่าจะเข้าไปงีบเหมือนกัน”
หนุ่มสาวแยกย้ายกันเข้าห้องนอนของตัวเอง ร่างใหญ่ที่ด้านบนเปลือยเปล่าเพราะเขาชอบที่จะถอดเสื้อนอน ก้าวขึ้นเตียงแล้วห่มผ้าผืนที่เขาเอาไปคลุมร่างกายให้เธอเมื่อสักครู่
จมูกโด่งสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ติดมากับผ้าห่ม ไม่น่าเชื่อเพียงแค่ชั่วครู่ที่ผ้าห่มคลุมทับบนร่างกายงาม ยังมีกลิ่นหอมๆ ติดมาขนาดนี้ สุดท้ายก็นอนลืมตาโพลงไม่สามารถข่มใจให้หลับลงได้
ร่างงามพอแยกเข้ามาในห้องนอนส่วนตัวของตัวเอง ก็กลับกลายเป็นว่าเธอนอนไม่หลับเสียแล้ว จึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาท่องโลกโซเชียลเล่นๆ เผื่อจะง่วงอีกรอบ ก็พอดีกับที่เพื่อนรักโทรเข้ามา
“ไง ซาร่า”
“ไงจ๊ะ คนสวย ถึงคอนโดหรือยัง”
ซาร่า เพื่อนรักของเธอที่ซื้อห้องของคอนโดมิเนียมหรูที่เดียวกันกับเธอ ที่เดินทางมาถึงตั้งแต่เช้า โทรมาเช็กเพื่อนรักว่าเดินทางมาถึงหรือยัง เผื่อคืนนี้จะได้ไปแวะเยี่ยมเยียนถึงที่ห้อง
“ถึงแล้ว กำลังนอนเล่นอยู่”
“แล้วคุณไคล์ล่ะ อยู่ไหนหรอ”
สาวสวยรีบถามถึงชายหนุ่มที่เธอหมายปองทันที เพราะถ้าเขาว่างๆ อยู่ ก็อยากจะไปหาเรื่องพูดคุยทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้นกว่านี้
“สรุปโทรมาหาผู้ชาย”
“บ้า ก็โทรหาเพื่อนนั่นแหละ แต่ผู้ชายคือผลพลอยได้ เพราะอยู่กับเพื่อนนี่นา”
“ชิ สนใจผู้ชายมากกว่าเพื่อนสิไม่ว่า”
“อย่างอนสิจ๊ะ ก็เขาคือเพื่อนใหม่ เลยอยากที่จะทำความรู้จักให้มากกว่านี้ แค่นั้นเอง”
“ใช่หรอ”
“เบื่อคนรู้ทัน แต่เขาก็ไม่เห็นจะมีท่าทีอะไรกับฉันเลย สงสัยเสน่ห์ของฉันมันคงหมดไปแล้วล่ะ”
คนสวยเซ็กซี่อย่างซาร่า ที่ไม่ว่าจะให้ท่าผู้ชายคนไหน เป็นต้องไม่พลาด อยู่ที่ว่าเธอจะสานต่อกับผู้คนชายนั้นหรือแค่บริหารเสน่ห์เท่านั้นเอง
“บ้า เธอออกจะทั้งสวยทั้งเซ็กซี่ เพียงแค่ไคล์เป็นคนจริงจังกับงาน เลยไม่อยากว่อกแว่กละมั้ง”
คนสวยเริ่มมีความหวังอีกครั้ง เพราะวันนั้นคือวันแรกที่เขาทำงาน ถ้าว่อกแว่กกับผู้หญิงที่เป็นเพื่อนของเจ้านายเลย ก็คงจะดูไม่ดี
“อืม งั้นขอเบอร์เขาหน่อยสิ เผื่อมีอะไรเร่งด่วนจะได้ติดต่อกันได้”
“ไม่ต้องมาอ้างเลย เดี๋ยวส่งให้ในข้อความแล้วกัน”
“อืม งั้นไม่กวนละ เย็นนี้จะขึ้นไปหาพร้อมอาหารเย็นนะจ๊ะ”
“จ้า”
พลอยชมพูวางสายของเพื่อนรักไปแล้วก็รู้สึกแปลกๆ ในหัวใจ สงสัยเพราะเธออิจฉา ที่ไคเลอร์คนนี้มาแย่งความรักของเพื่อนเธอไปจากเธออีกแล้ว ทั้งพ่อ ทั้งเพื่อน เป็นอะไรกันไปหมด ถึงได้ให้ความสำคัญกับนายคนนี้นัก
บ้านพักบนเกาะส่วนตัวของตระกูลคลาร์ก ได้ต้อนรับเจ้าบ่าวเจ้าสาวป้ายแดงที่พากันบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาด้วยเครื่องบินส่วนตัวหลังคืนส่งตัวเข้าหอที่เจ้าสาวแทบไม่ได้หลับได้นอน ทั้งคู่ตั้งใจมาฮันนีมูนในสถานที่ที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวแบบที่เธอกับเขาชอบ เพราะอยากหลีกหนีความวุ่นวายและมีเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ เพื่อเดินหน้าผลิตทายาทอย่างที่คนเป็นสามีหวังเอาไว้ “Baby ครับ คุณหน้าซีดจัง ผมจะพาไปหาหมอก่อนก็ไม่ยอม” “ไม่ต้องหรอกค่ะ พลอยมียาติดตัวมาด้วย” เธอชูกระเป๋ายาใบน้อยสีหวาน ที่ภายในบรรจุสารพัดยาสามัญประจำบ้านที่จำเป็นมาจนเต็มกระเป๋า “แต่เรายังไม่รู้เลย ว่าคุณเป็นอะไรกันแน่ คุณทานยาโรคกระเพาะมาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ก็ยังอาเจียนอยู่เลยนี่นา” “คืนนี้ขอพลอยนอนพักก่อนนะคะ เผลอๆ พรุ่งนี้เช้าเราอาจได้รู้กัน ว่าพลอยเป็นอะไร” เธอจูงมือพาคนตัวโตที่เริ่มทำหน้างอแงเพราะเป็นห่วงเธอ แต่ก็ไม่เคยสามารถขัดใจอะไรเธอได้สักอย่างเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำพร้อมกันเหมือนทุกวัน แต่วันนี้ที่เห็นจะต่างกันก็ตรงที่เธอกับเขาใช้เวลาในห้องน้ำไม่นานเท่าไร เพราะอยา
หน้าพระแท่นพิธีที่โบสถ์เก่าแก่ของอเมริกา เจ้าบ่าวในชุดสูทสากลสีดำ กำลังบรรจงจูบเจ้าสาวแสนสวยในชุดเนื้อผ้าลูกไม้ราคาแพงเป็นเกาะอกสีขาวกระโปรงบานฟูฟ่องลากชายลูกไม้ยาวร่วมสองเมตร ตัวชุดประดับด้วยคริสทัลและดอกไม้สามมิติเล็กๆ ล้อแสงไฟระยิบระยับไปหมด บ่าวสาวจุมพิตกันอยู่นานหลังจากพิธีสวมแหวนแต่งงาน เจ้าบ่าวก็ละริมฝีปากออกมามองใบหน้าของเจ้าสาวแสนสวยที่เกล้ามวยผมต่ำระท้ายทอย ประดับด้วยช่อดอกกุหลาบสีขาวเล็กๆ และตกแต่งด้วยเวลเจ้าสาวผ้าลูกไม้ราคาแพงหูฉี่ ใบหน้าของเธอตกแต่งด้วยเครื่องสำอางอย่างงดงามเป็นธรรมชาติถูกใจเขาที่สุด เมื่อพิธีแต่งงานอันศักดิ์สิทธิ์จบลง บ่าวสาวก็ออกมาโยนช่อดอกไม้ที่หน้าประตูโบสถ์ และผู้ที่โชคดีได้รับช่อดอกไม้นั้นก็คือ ริชชี่ เพื่อนรักของเจ้าสาวนั่นเอง ทำให้ริชาร์ด คนรักหนุ่มที่ยืนข้างกายไม่ห่างยิ้มหน้าบานเพราะความดีใจ ในห้องชุดสุดหรูหราของคอนโดมิเนียมสูงเสียดฟ้าที่ถูกใช้เป็นเรือนหอชั่วคราว มีชุดแต่งงานฟูฟ่องราคาแพงที่ถูกถอดออกโดยเจ้าบ่าว และชุดสูทสากลพร้อมทั้งเครื่องประดับต่างๆ ถูกทิ้งกองลงที่พื้นอย่างไม่ไยดี เจ้าบ่าวป้ายแดงรีบช้อนอุ้มเรื
“อุบ แหวะ” คนตัวบางรู้สึกตัวตั้งแต่เช้ามืดด้วยอาการเวียนหัวคลื่นไส้เล่นงาน จนต้องรีบวิ่งไปโก่งคออาเจียนเอาน้ำย่อยใสๆ ในกระเพาะอาหารออกมาจนหมด “Baby เป็นอะไรครับ” คนตัวโตรู้สึกตัวตื่นเพราะเสียงอาเจียนของคู่หมั้นสาวสุดที่รัก จึงรีบวิ่งมาลูบหลังให้เธออย่างอ่อนโยน “พลอยคลื่นไส้ค่ะ ช่วงนี้ทานข้าวไม่ค่อยเป็นเวลา มันไม่ค่อยหิวเลย” “เห็นไหม ผมบอกแล้ว ว่าคุณต้องทานข้าวให้ตรงเวลา เรื่องงานก็อย่าไปเคร่งเครียดกับมันมากเกินไปสิครับ ผมก็ไม่ได้กดดันคุณแล้วนะ ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนก็ได้ อีกอาทิตย์เดียวก็จะถึงงานแต่งของเราแล้วนะครับ ถ้าคุณป่วยจะทำยังไง หื้มมม” เขาส่งแก้วน้ำให้เธอบ้วนปาก แล้วพยุงร่างบางที่เหมือนจะผอมลงไปนิดหน่อยกลับมานอนกอดกันบนเตียงนุ่ม “ไม่ได้สิคะ สองพ่อลูกนั่นทำระบบเละเทะ แถมยังทำให้บริษัทเสียชื่อเสียงจนขาดความน่าเชื่อถือขนาดนี้ ถ้าเราไม่รีบปรับระบบแล้วกู้ชื่อเสียงกลับคืนมา บริษัทที่พ่อคุณสร้างมาต้องจบสิ้นแน่ๆ อีกอย่างตั้งอาทิตย์นึงค่ะ แค่โรคกระเพาะ พลอยกินยาไม่กี่วันก็หาย” เขากอดกระชั
“กรี๊ดดดดด ไคล์” เสียงกรีดร้องของพลอยชมพูดังขึ้น เธอวิ่งเข้ามากอดร่างที่หมดสติไม่ไหวติง นอนจมกองเลือดอยู่กับพื้นท่ามกลางความโกลาหลของเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย “พลอย ออกมาก่อน ให้เจ้าหน้าที่ช่วยไคล์ก่อน” คนเป็นพ่อรีบลากลูกสาวที่เอาแต่กรีดร้องกอดร่างโชกเลือดที่หายใจรวยรินของคนรักหนุ่ม เธอแอบตามพวกเขามา จนทันได้เห็นคนรักล้มลงไปกองต่อหน้าต่อตา ทันทีที่คนเป็นพ่อดึงลูกสาวสุดที่รักขึ้นมากอดแนบอก ร่างบางก็อ่อนแรง เป็นลมทันทีเพราะความสะเทือนใจ “พลอย พลอยลูก” “รถพยาบาลมาถึงแล้วครับ เรารีบพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาลก่อนดีกว่า” “ไคล์..” ดวงตากลมโตลืมขึ้น แล้วเจ้าของมันก็ลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว “พลอย ใจเย็นๆ ลูก” มาดามพิมพ์มาดารีบถลาไปที่เตียงโรงพยาบาลที่ลูกสาวนอนพักอยู่เพราะเป็นลมหมดสติที่เห็นคนรักถูกยิงล้มลงต่อหน้าต่อตา “แม่ ไคล์ ล่ะคะ ไคล์อยู่ไหน” มือเล็กสั่นเทาไล่คว้ามือของมารดามาเขย่าแรงๆ เอ่ยถามถึงคนรักอย่างร้อนรน เธอใจคอไม่ดีเลยตั้งแต่ที่รู้ว่าเขาต้องทำตามแผนนี้ แต่ไม่ว่าจะ
ในยามดึกสงัด เรือขนส่งสินค้าลำใหญ่สองลำจอดเทียบท่า ในขณะที่คนงาน เครื่องจักรและเคนยกของกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อขนของสำคัญขึ้นเรือเพราะต้องแข่งกับเวลา “ทุกอย่างเรียบร้อยไหม โจอี้” มาเฟียหนุ่มและพ่อของเขาเข้ามาตรวจความเรียบร้อยของการขนสินค้าลงเรืออีกครั้ง เพราะคราวนี้เป็นการระบายสินค้าที่ใหญ่ที่สุด ก่อนที่ทางคนของคลาร์กจะเข้ามาวุ่นวายกันสินค้าในโกดังนี้ “เรียบร้อยดีไม่มีปัญหาอะไรครับ สินค้าปกติขนลงเรือเกือบหมดแล้ว ส่วนเรืออีกลำ คนงานกำลังขนสินค้าสำคัญของเราครับ” “ดี อย่าให้มีอะไรผิดพลาด ต่อไปเราคงสต๊อกของทีละมากๆ แบบนี้ไม่ได้บ่อยๆ” จอห์น รามิเรซ ตอบเสียงทุ้ม ตราบใดที่ยังให้ทายาทคนใดคนหนึ่งแต่งงานกับทางคลาร์กไม่ได้ ก็ยังไม่ควรทำอะไรโจ่งแจ้งไป แม้ทางนั้นจะเป็นมาเฟีย มีโรงแรมและบ่อนกาสิโนที่ยิ่งใหญ่ แต่ทางนั้นก็ไม่เคยทำอาชีพที่ผิดกฎหมายมาเกือบชั่วอายุคนแล้ว แต่ถ้ามีการแต่งงานของทายาททั้งสองตระกูลเกิดขึ้น อะไรๆ ก็คุยกันง่ายหน่อย เผลอๆ เขาอาจดึงให้ทางคลาร์ก กลับมาสนใจแผ่ขยายอำนาจมาในสายสีเทาอีกครั้งก็ได้ ใครจะไปรู้ และคราวน
พอล คลาร์ก ส่งมือดีเข้าไปเป็นพนักงานในท่าเรือของบริษัทขนส่งของรามิเรซมาสักพักใหญ่แล้ว โดยที่ทางรามิเรซไม่มีใครระแคะระคายในตัวลูกน้องที่รับหน้าที่หัวหน้าคนงานคนสำคัญในโกดังเก็บสินค้าคนนี้เลย “เรือใหญ่จะเข้ามารับของวันไหน โจอี้” เจฟฟ์ รามิเรซ เอ่ยถามหัวหน้าคนงานผู้ดูแลโกดังเก็บสินค้าที่ทำงานด้วยความซื่อสัตย์แบบมอบกายถวายชีวิตมาพักใหญ่ เขาเจอโจอี้คนนี้โดยบังเอิญในตอนที่เขาพาคนรักเก่าไปเที่ยวพักผ่อนต่างรัฐแบบส่วนตัวไม่มีบอดี้การ์ดติดตามให้รุงรัง แล้วโชคร้ายสุดๆ ที่บังเอิญว่ารถยนต์เกิดเสียในพื้นที่ห่างไกลตัวเมืองและเขากับคนรักกำลังถูกแก๊งเด็กวัยรุ่นขี้ยาแถวนั้นดักปล้น แม้ว่าเขาจะเป็นมาเฟีย แต่การถูกเลี้ยงดูมาราวกับเจ้าชาย มีคนคอยดูแลล้อมหน้าล้อมหลังตลอดเวลา ทำให้เขาไม่สนใจเรียนเรื่องการต่อสู้ป้องกันตัวมากนัก เพราะคิดว่ามีเงินก็จ้างคนดูแลได้เป็นโขยง ไม่เห็นต้องเรียนต้องฝึกให้เสียเวลาและเจ็บตัวเลย แต่ในระหว่างที่เขากับคนรักสาวกำลังเผชิญเรื่องราวอันตราย แม้แต่ปืนในรถยังหาไม่เจอว่าเอาไปไว้ตรงไหน ก็ยังมีความโชคดีที่มีคนงานในไร่บริเวณนี้ เป็นชายหนุ่มร่างกายให







