ログインTyler ไทเลอร์ อายุ 28 ปี เป็นมาเฟียแดนมังกร ลูกครึ่งไทย - เยอรมัน มีธุรกิจมากมายรวมถึงธุรกิจมืดค้าขายอาวุธสงครามดัดแปลงต่างๆ นิสัย นิ่งเงียบ เย็นชา สายตาเพลย์บอย สุดๆ มีบอดี้การ์ดสองคน เป็นบอดี้การ์ดที่สนิทกันมาก รู้ใจมากที่สุดและไทเลอร์ก็ไว้ใจบอดี้การ์ดสองคนนี้มากกว่าคนในครอบครัวเสียอีก คนแรกชื่อ โรวัน / Rowan คนที่สองชื่อ ไซอัน / Zion ทั้งสองเป็นคนเยอรมันแท้ไม่ใช่ลูกครึ่ง พูดได้หลายภาษา ******************** เซญ่า อายุ 22 ปี เป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูง รักเพื่อนพ้อง กำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เป็นคนตรงๆ แรงมาแรงกลับ ถึงจะมีเพื่อนน้อยแต่ก็เน้นคุณภาพ มีเพื่อนอยู่สองคน คนแรกชื่อ จ๊ะจ๋า คนที่สองชื่อ มีนา
もっと見るในเวลาเช่นนี้นี้ภิญตรัยรอคอยด้วยความกระวนกระวายใจอีกครั้ง แล้วเมื่อไหร่หล่อนจะเลิกงานเสียทีนะ ทำให้เขานั้นอดบ่นไม่ได้ และความเป็นจริงตั้งแต่แรกนั้น เขาไม่อยากให้หล่อนทำงานแบบนี้หรอก เพราะมันเลิกดึกเกินไปและค่อนข้างอันตรายสำหรับตัวผู้หญิงคนเดียว
แต่หล่อนก็ไม่ฟังเขาค่อนข้างดื้อนี่จะรู้ไหมว่าเขายืนรอคอยหล่อนเป็นเวลาเนิ่นนานแล้วนะ จนรู้สึกเมื่อย แต่เขาก็อดทนเพื่อที่จะบอกถึงความสำคัญของวันนี้ คือวันแห่งความรักไง หากเมื่อเหลือบมองดูนาฬิกาที่ข้อมืออีกครั้ง
เขาอยากจะพาเธอไปทานข้าวในวันที่แสนจะโรแมนติกอย่างในวันนี้ ที่ดอกกุหลาบนั้นดูสะพรั่งพรึบเต็มไปทั่วท้องตลาดสดแล้วก็ราคาแพงที่สุดอย่างมากมาย คือ วันนี้
หากเมื่อครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาเกลียวลินินอดที่จะแปลกใจไม่ได้อีกครั้งเพราะเขาโทร.ผ่านมือถือมาหา หล่อนไม่ได้รับหรอกเพราะทำงานอยู่ มาเปิดดูในภายหลังที่ล็อกเกอร์ส่วนตัว
จึงได้รู้ว่าเขาโทร.มารู้ว่าหล่อนและเขาคบหากันมานานแต่เกลียวลินินไม่เคยวาดหวังสูงไปกว่านั้น ได้ยินเขาเอ่ยผ่านโทร.มือถือ หล่อนไม่เคยให้ความหวังเขา
แต่ฝ่ายภิญตรัยต่างหากที่เขาเป็นฝ่ายตามตื้อหล่อน จนกระทั่งว่าเกลียวลินินยินยอมใจอ่อนลงในที่สุด
จึงได้ขยับเลื่อนฐานะของเขามาเป็นแฟนและเรื่องนี้เป็นที่รับรู้กันระหว่างหล่อนกับเขาเพียงสองคนเท่านั้นกับเพื่อนสนิทอีกไม่กี่คน ก็ไม่นึกว่าเขาจะจริงจังและ แสดงผ่านความรู้สึกออกมาให้หล่อนรับรู้ด้วย
ทีแรกหล่อนคิดว่า คงเป็นเพียงคำพูดที่เลื่อนลอยผ่านริมฝีปากของเขาเท่านั้น เมื่อเรียนจบก็คงจบแล้วกันไป เพราะต่างคนต่างเลือกเส้นทางเดินของตัวเอง
แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น ภิญตรัยติดหนึบหนับเกาะเธอติดแน่นเหมือนตังเม ทั้งที่เขาเป็นรุ่นพี่จบการศึกษาไปแล้วก่อนหล่อน
หากแต่เขายังเทียวไปเทียวมา เพื่อแวะรับและส่งเสมอ มันคือครั้งแรกในความรู้สึกของหนุ่มหล่อตระกูลผู้ดี นั่นเพราะว่าในหัวใจของภิญตรัยนั้นในยามที่ได้พบกับเกลียวลินินในครั้งแรก
เขาก็ตกตะลึงในความสวยน่ารักของหล่อน
ที่มีผิวพรรณขาวผุดผ่องแม้ไม่ได้ขาวจัดแต่ก็ขาวละเอียดนวลเนียน หล่อนวางตัวได้เหมาะสม ทั้งบุคลิกท่าทาง
จนเขานั้นแอบเก็บเธอไว้เทิดทูนบูชาอยู่ในใจด้วยความภักดี ที่เขาหมายมั่นปั้นมือ จะแต่งงานกับเธอให้ได้ในอนาคต
เขาคิดอย่างนี้ ทั้งที่เกลียวลินินไม่เคยรู้สักนิด เขาไม่เคยคาดเดาความรู้สึกของหล่อน รู้แต่ว่า..คนนี้ใช่เลย แบบถูกสเปกต์มากที่สุด เพราะหล่อนมีรูปร่างบอบบางระหงอ่อนหวานทั้งกิริยาคำพูดและการวางตัว
ดังนั้นความรู้สึกที่เรียกว่ารัก นั้นมันเกิดขึ้นตั้งนานนมแล้วในใจของภิญตรัย ตั้งแต่แรกพบเจอผู้หญิงคนนี้
เพราะหลังจากนั้นที่ได้พบเจอหล่อน
ภิญตรัยไม่เคยคบหาผู้หญิงคนไหนอีกเลย ในตำแหน่งแฟน นอกจากคำว่าเพื่อน เพราะถือว่าเขาได้ยกไปให้หล่อนแล้วคนเดียว เขาทำให้หล่อนรู้และวางใจ จนสายสัมพันธ์นั้นผสานแนบแน่น เป็นเกลียวใยรักที่หวานชื่นของทั้งคู่ ที่รับรู้ถึงความรู้สึกของกันและกันตามลำพังเท่านั้น
มีดอกกุหลาบหรูผูกช่อไว้อย่างสวยงามช่อหนึ่ง ที่เขาวางไว้ในเบาะหลังของรถสปอร์ตปอร์เช่คันงามส่วนตัว
และเพราะภิญตรัยนั้นเขาอยากจะส่งดอกกุหลาบนี้ให้ถึงมือหล่อนเพื่อบอกถึงความรักที่แน่นแฟ้นและซาบซึ้งตรึงใจเหมือนวันปีที่ผ่านมา
ที่เขานั้นซื่อสัตย์ต่อหล่อน และภิญตรัยจึงอยากให้หล่อนซื่อสัตย์กับเขาแบบนี้ตลอดไป
ในยามนี้นั้น หากบนท้องถนนนั้นรถค่อนข้างโล่ง..
อีกทั้งภิญตรัย ได้ขอร้องให้หล่อนอยู่คอย หลังขากเลิกงาน เมื่อเขาโทร.ไปอีกครั้ง ที่ใกล้เวลาเลิก หล่อนรับสายของเขาแล้วพูดคุยเพียงไม่กี่คำเป็นการตอบรับ เพื่อไม่ให้เขาน้อยใจ
เขาสักครู่ วันนี้เป็นวันพิเศษ และเขามีของขวัญที่จะมอบให้แก่สาวสาย พร้อมตั้งใจจะบอกคำว่ารักออกจากปากด้วย ถ้าตัวเองไม่เขินอายมากนัก
“รอหน่อยนะเกลียวเรายังไม่อยากให้เกลียวกลับไปตอนนี้..น่าเรามีสิ่งที่จะมาเซอร์ไพรสเป็นพิเศษแป๊บเดียว ขอเวลาสิบนาที คอยอยู่ที่ป้ายรถเมล์ก่อนนะ”
นั่นคือเหตุผลของภิญตรัย เและเกลียวลินินตกลงรับปากตามที่เขาเอ่ย..ด้วยความเกรงใจมากกว่า
แล้วก็พบว่ารถสปอร์ตคันหรูของภิญตรัยนั้นปราดแล่นมาหยุดจอดเยื้องไปจากป้ายรถเมล์ ตรงนั้นไม่กี่ก้าว
เมื่อกวาดตามองเห็นหล่อนแล้วร่างสูงได้กลับไปที่รถคันหรูอีกครั้งพร้อมกับในมือขาวแข็งแรงนั้นถือช่อดอกกุหลาบราคาแสนแพง
เมื่อหล่อนเห็นแล้ว หล่อนถึงกับอึ้งแกมตะลึงไปในทันทีแล้วภิญตรัยก็เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มกระซิบที่ริมกกหูของหล่อน
หลังจากที่เขาถือวิสาสะดึงแขนของเธอพ้นห่างจากป้ายรถเมล์ตรงที่เดิมในบรรยากาศท่ามกลางแสงเงาที่ตะคุ่มของดวงไฟริมทาง และป้ายโฆษณาขนาดมหึมา
“วันวานเลนไทน์ปีนี้ไงจากภิญรับเอาไว้สิครับ เกลียวจ๋า เอ้อ เพราะภิญตรัยอยากมอบให้เกลียวคนเดียวเท่านั้น ถ้ารู้ว่าดอกกุหลาบสื่อความหมายถึงอะไร เกลียวก็คงพอจะเข้าใจความรู้สึกของภิญที่มีต่อเกลียวนะจ้ะ”
เกลียวลินินยิ้มหวาน ทำไมหล่อนจะไม่รู้ ยินยอมรับช่อดอกไม้จากมือเขา ด้วยกิริยาที่แสนขวยเขิน
“ขอบคุณมากค่ะภิญ ขอบคุณกับความรู้สึกที่ภิญคิดอย่างนั้นตลอดมา ไม่เคยเปลี่ยน”
หล่อนเอ่ยตอบเบาหลังจากรับช่อดอกไม้ที่มีความหมายของความรักไว้ในอ้อมแขนของหล่อน
“ก็ภิญชอบ เอ้อ รักเกลียวนี่จ้ะ ภิญอยากได้หัวใจของเกลียวมาครอบครอง” เขาเอ่ยในคำพูดที่หวานหู
“อยากให้เกลียวเอ่ยบอกถึงความรู้สึกสักหน่อย..ว่ารู้สึกอย่างไรกับดอกกุหลาบช่อใหญ่ที่ภิญคนนี้มอบให้”
และเกลียวลินินตอบไปตามความรู้สึกนึกคิดของตนเอง ซึ่งแบบนั้นมันช่างผิดไปจากการคาดหวังของเขายิ่งนัก เพราะภิญตรัยอยากให้หล่อนพูดหวานกว่านั้น ทั้งไม่ปฏิเสธเขาเลยยิ่งดี
แต่หากว่าเกลียวลินินเป็นตัวของตัวเองเหลือเกิน หล่อนไม่ได้โอนอ่อนผ่อนตามเขาในทุกอย่าง ถึงแม้จะได้ขึ้นชื่อว่า เป็นคู่รักกันก็ตาม
“ค่ะ ในความคิดของเกลียวนั้น มักจะรู้สึกว่าดอกกุหลาบช่อนี้มันราคาแพงเกินไปค่ะถ้าจะซื้อแบบเล่นๆเหมือนทิ้งขว้าง แต่ถ้าเป็นเกลียวนะคะ จะเก็บสะสมเพื่อเอาไว้ซื้อข้าวของอย่างอื่น ที่จำเป็นมากกว่า ”
สองเดือนต่อมาข้าวฟ่างยืนนิ่งอยู่หน้าบ้าน เพราะจู่ๆ ก็มีรถเข้ามาจอดในบ้านของเธอพร้อมกับขนของลงมาไว้ที่หน้าบ้าน เธอไม่รู้ว่ามันคือของอะไรกล่องอะไรทำไมมันถึงเยอะขนาดนี้ แต่ที่แน่ๆ คือเธอไม่ได้สั่งอย่างแน่นอน“ทั้งหมดหนึ่งแสนสามหมื่นห้าพันบาทครับ”“ดะ เดี๋ยวนะคะ ฉันไม่ได้สั่งนะคะ” และที่ทำให้เธอตกใจไปมากกว่านั้นก็เพราะค่าของที่เอามาส่งนั้นมันแพงแสนแพง เธอยังไม่รู้เลยมันคือของอะไรทำไมถึงได้แพงและเยอะขนาดนี้“อ่าว...แต่ว่า”“พี่สั่งเองครับ” เอ็มเจเดินออกมา และหยิบเช็คให้กับคนส่งของ“ของอะไรอะพี่เอ็ม ทำไมมันเยอะขนาดนี้?” เธอถาม“ของลูกไง”“ของอะไรทำไมมันเยอะ แล้วก็แพงด้วยตั้งเป็นแสน พี่ซื้อมาถมที่ดินเหรอ?”“เปล่า ซื้อของมาเตรียมให้ลูกไง”“พี่เอ็มพี่บ้าไปแล้วหรือไง เรายังไม่รู้เลยนะว่าลูกเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แล้วพี่ซื้อมาเยอะขนาดนี้ทำไม เด็กแป๊บๆ ก็โตแล้ว เดี๋ยวก็ต้องเปลี่ยนนะ”“แล้วทำไงอะ พี่ซื้อมาแล้วอะ”“…..” ข้าวฟ่างยืนเท้าเอวมองหน้าเอ็มเจที่กำลังนั่งมองของที่ตัวเองสั่งมา พอถูกภรรยาบ่นเท่านั้นแหละเขาถึงกับไปไม่ถูกเลย"ทำไมพี่ทำอะไรถึงไม่ปรึกษาฉันก่อนล่ะ ของเด็กเราไม่ควรซื้อเยอะเพราะเด็ก
ห้าเดือนถัดมาบริษัทMJ“อึก...” มือหนารีบยกขึ้นปิดปากเพราะกลิ่นกาแฟที่เลขาเอามาให้มันทำให้เขารู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมา ทั้งที่เขาก็กินกาแฟดำทุกๆ เช้าเป็นประจำอยู่แล้วแท้ๆ แต่วันนี้กลับรู้สึกเหม็นขึ้นมาซะได้“ปะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะท่านประธาน กาแฟมันเหม็นเหรอคะ?”“ครับ อึก!”“…..” เลขารีบยกแก้วกาแฟขึ้นดม พร้อมทั้งลองชิมดูว่ามันมีกลิ่นไม่ดีเหมือนกับที่เจ้านายได้กลิ่นหรือเปล่า แต่พอได้ดมและชิมเธอรู้สึกว่านี่มันก็รสชาติของกาแฟทั่วไป ไม่ได้มีกลิ่นเหม็นอะไรเลย “ไม่มีกลิ่นอะไรเลยนะคะ ท่านประธานไม่สบายหรือเปล่าคะ?”“อืม..ช่วงนี้ผมนอนน้อยน่ะ น่าจะเป็นเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอล่ะมั้งครับ” เอ็มเจพูดพร้อมกับมือที่คลึงขมับของตัวเองไปด้วย พอเกิดอาการพะอืดพะอมขึ้นมาอาการอื่นๆ มันก็ตามมาด้วยเช่นกัน มันคลุมเครือจนเธอบอกไม่ถูกเลยเหมือนกัน“เดี๋ยวนะคะ อาการแบบนี้เป็นมานานหรือยังคะ?”“พึ่งเป็นนะครับ”“แล้วมีแค่อาหารพะอืดพะอมเหรอคะ?”“อืม...บอกไม่ถูกหรอกครับ พอมันเกิดอาการแล้วมันก็โหวงตรงหน้าอกไปหมด อยากจะอ้วกอยากจะเป็นลมเวียนหัว” ที่พูดออกมาทั้งหมดนี้คืออาการที่เขากำลังเป็นอยู่ตอนนี้จริงๆ แม้กระทั่งจับปากกามือขอ
เวลาต่อมางานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างหรูหราสมฐานะ มีผู้คนมาร่วมยินดีมากมายแม้กระทั่งนักข่าวก็ยังมาทำข่าวให้กับงานแต่งของข้าวฟ่างและเอ็มเจ เขาดีใจมากที่ได้แต่งงานกับเธอดีใจที่ได้มีวันนี้"ยืนยิ้มแก้มปริเลยนะพี่เอ็ม" ข้าวฟ่างแอบแซว เพราะเธอยังไม่เห็นเขาหุบยิ้มเลย"ก็แหงสิงานแต่งของเราทั้งทีนะ ทำแต่หน้าบึ้งตึงเสียฤกษ์เสียงานพอดี" แม้จะถูกเจ้าสาวของตัวเองพูดแซว แต่เขาก็ไม่ได้ทำหน้าเปลี่ยนไปจากเดิม กลับกันยังยิ้มกว้างมากกว่าเดิมเสียอีกงานแต่งครั้งนี้ได้ส่งการ์ดเชิญไปให้พ่อของเพลงด้วย และเธอก็ได้มาร่วมงานครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ถึงตอนนี้จะไม่ได้มีปัญหาอะไรกันแล้วแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครจ้องจะเล่นงานเพลงซะเมื่อไหร่ ทำอะไรกับใครไว้เขาก็รอวันเอาคืนอย่างสาสมนั่นแหละ"ยินดีด้วยนะ อาเองก็เห็นเรามาตั้งแต่เด็กแต่เล็ก โตขึ้นมาก็ขยันทำงานเรียนก็เก่ง อาฝากเราดูแลน้องด้วยนะ รักกันให้นานๆ หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน ครอบครัวอยู่ด้วยกันแล้วจะมีกระทบกระทั่งกันไปบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร รับฟังปัญหาของกันและกันและช่วยกันแก้ไข เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง""ครับคุณอา""ขอบคุณค่ะคุณพ่อ""รักกันให้นานๆ แกก็ดูแลน้องให้ดีๆ ล่
ข้าวฟ่าง Talkเวลาต่อมาฉันนั่งเฝ้าพี่เอ็มจนกระทั่งเขาฟื้นขึ้นมา พอหมอมาตรวจและบอกว่าพี่เอ็มไม่มีอะไรแทรกซ้อนฉันก็สบายใจขึ้นเยอะก่อนหน้านั้นหมอบอกว่าพี่เอ็มมีสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าชายนิทราได้ เพราะเสียเลือดไปเยอะ แต่ก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าพี่เอ็มจะหลับไปนานกี่วัน หรืออาจจะเป็นเดือน เพราะแบบนั้นมันเลยทำให้ฉันรู้สึกเป็นกังวลมากกลัวว่าพี่เอ็มจะไม่ฟื้นขึ้นมา"ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วนะครับ ต่อจากนี้แค่รักษาแผลให้หายและระวังแผลติดเชื้อเท่านั้นก็พอครับ""ค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ""ถ้างั้นหมอขอตัวก่อนนะครับ พรุ่งนี้เช้าหมอจะมาตรวจอีกครั้ง แต่หากเกิดอะไรขึ้นก็เรียกหมอมาตรวจได้เลยนะครับ""ค่ะ"คุณหมอและพยาบาลเดินออกไป เหลือเพียงฉันกับพี่เอ็มสองคน ตอนนี้ฉันอยากกอดพี่เอ็มมากแต่ก็กลัวว่าจะทำให้เขาเจ็บ"ร้องไห้เหรอเรา ดูสิตาบวมเชียว""ไม่ต้องพูดเลยเพราะพี่นั่นแหละ""พี่ขอโทษ""พี่ไม่ได้ผิดสักหน่อยฉันต่างหากที่ผิด ฉันทำให้พี่ต้องเจ็บตัว ทำให้พี่ต้องเกือบตาย ฉันก็เลยร้องไห้""ทำไมต้องโทษตัวเองด้วย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเราไม่ได้ผิดเลยนะ""ฉันเกือบจะเสียพี่ไปแล้วนะ" คราวนี้ฉันพูดเสียงสั่น มันอยากจะร้องไห้อ