로그인เธอ..เป็นของต้องห้ามสำหรับเขา..คุณหนูผู้เอาแต่ใจ ลูกสาวเจ้านายผู้มีพระคุณ เขา..เป็นของร้อนสำหรับเธอ อยู่ใกล้แล้วมันร้อนรุ่ม บอดี้การ์ดหน้าโหดที่ขัดใจเธอไปเสียทุกอย่าง และแม้ว่าบอดี้การ์ดอย่างเขา จะอยากขย้ำเธอให้จมเขี้ยว สักเท่าไร แต่ก็ทำได้เพียงอดทน..จนกว่าจะถึงวันที่เขา..คู่ควร
더 보기PERNIKAHAN
- Kecewa "Kenapa kamu diam? Jawab siapa laki-laki itu?" Suara Bram begitu dingin. Namun tatapannya tajam, bak mata elang yang sedang mengintai mangsa. Bram yang tidak banyak bicara terlihat sangat marah karena sang istri tidak mau jujur. Puspa membeku menatap keluar jendela kamar yang terbuka. Angin malam berembus masuk. Jemarinya yang bertaut di atas pangkuan terasa dingin dan gemetar. Apa ia harus menceritakan kelamnya peristiwa itu? Dia pikir, Bram tidak akan mempermasalahkannya. Kemarin malam usai momen sakral itu hingga sore tadi sang suami diam saja. Puspa tenang. Dipikirnya Bram bisa menerima apa adanya. Tapi malam ini, sang suami mengajaknya bicara di kamar. "Kenapa kamu tidak mau mengatakan sejak awal? Kamu sengaja ingin menjebakku?" Hening. "Kamu memang mau menipuku." Bram bangkit dari duduknya. Berdiri tegak di hadapan Puspa dengan tangan dimasukkan ke dalam saku celana. Tatapan penuh kemarahan tak beralih dari wanita cantik yang memucat itu. "Aku memang duda. Usiaku tak muda lagi. Namun pantang bagiku untuk ditipu. Kamu tahu apa konsekuensinya bagi orang yang sengaja mempermainkanku, Puspa?" Puspa masih bungkam. Jemarinya yang gemetar dengan cepat menghapus air mata yang merambat ke pipi. "Katakan siapa lelaki yang melakukan itu padamu? Kekasihmu? Teman kuliahmu? Atau kamu memang sengaja menjualnya pada orang yang sanggup membayar mahal. Bukankah itu biasa dilakukan oleh gadis yang ingin mendapatkan uang banyak secara instan?" Kilatan mata lelaki itu menunjukkan habisnya kesabaran. Dia sudah menuntut penjelasan pada istrinya sejak tadi. Namun ucapan itu begitu tajam menusuk ke dasar hati. Semurah itukah dia di mata lelaki yang baru sebulan menjadi suaminya? "Jadi ini alasan gadis berumur dua puluh tiga tahun, mau menikah denganku yang sudah berumur tiga puluh sembilan tahun. Setuju menikah denganku untuk menutupi aibmu? Kamu salah memilih orang, Puspa. Pantang bagiku untuk ditipu. Kecuali kamu mau jujur sebelumnya. Selain untuk menutupi aibmu, apa kamu juga mengincar supaya hidup enak dengan menjadi istriku?" Puspa terhenyak. Ini jauh lebih menyakitkan daripada kata menjual diri tadi. Harga dirinya terbanting, hancur berkeping-keping. "Maaf," ucap Puspa dengan bibir bergetar. "Katakan, siapa orang itu?" Bram setengah berteriak. "Hanya masa lalu." Akhirnya Puspa menjawab dengan suara lirih. Bram menyeringai. "Dan aku yang kamu jadikan korban akhibat perbuatan masa lalumu. Kenapa kamu tidak memberitahuku sejak awal?" Puspa diam. Tubuhnya terasa dingin oleh embusan angin malam yang menerobos jendela kamar yang terbuka. Jantungnya berpacu hebat. Takut, khawatir, dan malu tentu saja. Tak ada yang kehormatan yang bisa dipersembahkan kepada suaminya. Ah, kenapa dia terlalu berani masuk ke dalam kehidupan lelaki ini. "Aku ingin bertemu orang tuamu." Bram berkata datar dan mulai melunak. Mendengar kalimat itu membuat Puspa mengangkat wajah. Memberanikan diri membalas tatapan pria tegap yang menjadi suaminya. Bagaimana ia menjelaskan. Orang tuanya tidak tahu apa-apa. Apa Bram akan menceraikannya di usia pernikahan mereka yang baru sebulan? "Bagiku ini tentang harga diri. Kamu sudah berani membohongiku. Besok pagi, kita pergi menemui ayah dan ibumu." Selesai bicara pria tampan itu meninggalkan kamar. Dan tidak kembali lagi hingga pagi. ***L*** Puspa tergesa turun ke lantai bawah. Mak Sri, pembantu di rumah itu sudah selesai menyiapkan sarapan. Pagi ini Puspa terlambat turun karena tidak bisa tidur semalaman. Dengan cekatan ia mengambilkan nasi untuk suami dan dua anak tirinya. "Nggak usah. Saya bisa ngambil sendiri." Vanya, si sulung yang berumur lima belas tahun menggeser piringnya. Nasi di centong yang dituangkan Puspa jatuh ke meja. "Vanya. Nggak sopan itu!" hardik Bram pada putrinya.บ้านพักบนเกาะส่วนตัวของตระกูลคลาร์ก ได้ต้อนรับเจ้าบ่าวเจ้าสาวป้ายแดงที่พากันบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาด้วยเครื่องบินส่วนตัวหลังคืนส่งตัวเข้าหอที่เจ้าสาวแทบไม่ได้หลับได้นอน ทั้งคู่ตั้งใจมาฮันนีมูนในสถานที่ที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวแบบที่เธอกับเขาชอบ เพราะอยากหลีกหนีความวุ่นวายและมีเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ เพื่อเดินหน้าผลิตทายาทอย่างที่คนเป็นสามีหวังเอาไว้ “Baby ครับ คุณหน้าซีดจัง ผมจะพาไปหาหมอก่อนก็ไม่ยอม” “ไม่ต้องหรอกค่ะ พลอยมียาติดตัวมาด้วย” เธอชูกระเป๋ายาใบน้อยสีหวาน ที่ภายในบรรจุสารพัดยาสามัญประจำบ้านที่จำเป็นมาจนเต็มกระเป๋า “แต่เรายังไม่รู้เลย ว่าคุณเป็นอะไรกันแน่ คุณทานยาโรคกระเพาะมาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ก็ยังอาเจียนอยู่เลยนี่นา” “คืนนี้ขอพลอยนอนพักก่อนนะคะ เผลอๆ พรุ่งนี้เช้าเราอาจได้รู้กัน ว่าพลอยเป็นอะไร” เธอจูงมือพาคนตัวโตที่เริ่มทำหน้างอแงเพราะเป็นห่วงเธอ แต่ก็ไม่เคยสามารถขัดใจอะไรเธอได้สักอย่างเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำพร้อมกันเหมือนทุกวัน แต่วันนี้ที่เห็นจะต่างกันก็ตรงที่เธอกับเขาใช้เวลาในห้องน้ำไม่นานเท่าไร เพราะอยากรีบอ
หน้าพระแท่นพิธีที่โบสถ์เก่าแก่ของอเมริกา เจ้าบ่าวในชุดสูทสากลสีดำ กำลังบรรจงจูบเจ้าสาวแสนสวยในชุดเนื้อผ้าลูกไม้ราคาแพงเป็นเกาะอกสีขาวกระโปรงบานฟูฟ่องลากชายลูกไม้ยาวร่วมสองเมตร ตัวชุดประดับด้วยคริสทัลและดอกไม้สามมิติเล็กๆ ล้อแสงไฟระยิบระยับไปหมด บ่าวสาวจุมพิตกันอยู่นานหลังจากพิธีสวมแหวนแต่งงาน เจ้าบ่าวก็ละริมฝีปากออกมามองใบหน้าของเจ้าสาวแสนสวยที่เกล้ามวยผมต่ำระท้ายทอย ประดับด้วยช่อดอกกุหลาบสีขาวเล็กๆ และตกแต่งด้วยเวลเจ้าสาวผ้าลูกไม้ราคาแพงหูฉี่ ใบหน้าของเธอตกแต่งด้วยเครื่องสำอางอย่างงดงามเป็นธรรมชาติถูกใจเขาที่สุด เมื่อพิธีแต่งงานอันศักดิ์สิทธิ์จบลง บ่าวสาวก็ออกมาโยนช่อดอกไม้ที่หน้าประตูโบสถ์ และผู้ที่โชคดีได้รับช่อดอกไม้นั้นก็คือ ริชชี่ เพื่อนรักของเจ้าสาวนั่นเอง ทำให้ริชาร์ด คนรักหนุ่มที่ยืนข้างกายไม่ห่างยิ้มหน้าบานเพราะความดีใจ ในห้องชุดสุดหรูหราของคอนโดมิเนียมสูงเสียดฟ้าที่ถูกใช้เป็นเรือนหอชั่วคราว มีชุดแต่งงานฟูฟ่องราคาแพงที่ถูกถอดออกโดยเจ้าบ่าว และชุดสูทสากลพร้อมทั้งเครื่องประดับต่างๆ ถูกทิ้งกองลงที่พื้นอย่างไม่ไยดี เจ้าบ่าวป้ายแดงรีบช้อนอุ้มเรื
“อุบ แหวะ” คนตัวบางรู้สึกตัวตั้งแต่เช้ามืดด้วยอาการเวียนหัวคลื่นไส้เล่นงาน จนต้องรีบวิ่งไปโก่งคออาเจียนเอาน้ำย่อยใสๆ ในกระเพาะอาหารออกมาจนหมด “Baby เป็นอะไรครับ” คนตัวโตรู้สึกตัวตื่นเพราะเสียงอาเจียนของคู่หมั้นสาวสุดที่รัก จึงรีบวิ่งมาลูบหลังให้เธออย่างอ่อนโยน “พลอยคลื่นไส้ค่ะ ช่วงนี้ทานข้าวไม่ค่อยเป็นเวลา มันไม่ค่อยหิวเลย” “เห็นไหม ผมบอกแล้ว ว่าคุณต้องทานข้าวให้ตรงเวลา เรื่องงานก็อย่าไปเคร่งเครียดกับมันมากเกินไปสิครับ ผมก็ไม่ได้กดดันคุณแล้วนะ ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนก็ได้ อีกอาทิตย์เดียวก็จะถึงงานแต่งของเราแล้วนะครับ ถ้าคุณป่วยจะทำยังไง หื้มมม” เขาส่งแก้วน้ำให้เธอบ้วนปาก แล้วพยุงร่างบางที่เหมือนจะผอมลงไปนิดหน่อยกลับมานอนกอดกันบนเตียงนุ่ม “ไม่ได้สิคะ สองพ่อลูกนั่นทำระบบเละเทะ แถมยังทำให้บริษัทเสียชื่อเสียงจนขาดความน่าเชื่อถือขนาดนี้ ถ้าเราไม่รีบปรับระบบแล้วกู้ชื่อเสียงกลับคืนมา บริษัทที่พ่อคุณสร้างมาต้องจบสิ้นแน่ๆ อีกอย่างตั้งอาทิตย์นึงค่ะ แค่โรคกระเพาะ พลอยกินยาไม่กี่วันก็หาย” เขากอดกระชั
“กรี๊ดดดดด ไคล์” เสียงกรีดร้องของพลอยชมพูดังขึ้น เธอวิ่งเข้ามากอดร่างที่หมดสติไม่ไหวติง นอนจมกองเลือดอยู่กับพื้นท่ามกลางความโกลาหลของเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย “พลอย ออกมาก่อน ให้เจ้าหน้าที่ช่วยไคล์ก่อน” คนเป็นพ่อรีบลากลูกสาวที่เอาแต่กรีดร้องกอดร่างโชกเลือดที่หายใจรวยรินของคนรักหนุ่ม เธอแอบตามพวกเขามา จนทันได้เห็นคนรักล้มลงไปกองต่อหน้าต่อตา ทันทีที่คนเป็นพ่อดึงลูกสาวสุดที่รักขึ้นมากอดแนบอก ร่างบางก็อ่อนแรง เป็นลมทันทีเพราะความสะเทือนใจ “พลอย พลอยลูก” “รถพยาบาลมาถึงแล้วครับ เรารีบพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาลก่อนดีกว่า” “ไคล์..” ดวงตากลมโตลืมขึ้น แล้วเจ้าของมันก็ลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว “พลอย ใจเย็นๆ ลูก” มาดามพิมพ์มาดารีบถลาไปที่เตียงโรงพยาบาลที่ลูกสาวนอนพักอยู่เพราะเป็นลมหมดสติที่เห็นคนรักถูกยิงล้มลงต่อหน้าต่อตา “แม่ ไคล์ ล่ะคะ ไคล์อยู่ไหน” มือเล็กสั่นเทาไล่คว้ามือของมารดามาเขย่าแรงๆ เอ่ยถามถึงคนรักอย่างร้อนรน เธอใจคอไม่ดีเลยตั้งแต่ที่รู้ว่าเขาต้องทำตามแผนนี้ แต่ไม่ว่าจะ
ตอนแรกที่ว่าจะพาเธอกลับบ้านแต่เช้า กลับเป็นออกเดินทางกันจนสายโด่งจนได้ เพราะเมื่อคืนหลังจากที่เขาลบสัมผัสของผู้ชายคนอื่นที่โซฟาแล้ว ก็อุ้มพาเธอไปอาบน้ำพร้อมกันแบบมีสติและเปิดไฟเป็นครั้งแรก พลอยชมพูทั้งตื่นเต้นและเขินอาย เพราะไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน แทบไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองสบตากับ
หลังจากที่พี่ชายของเธอกลับประเทศไทยไปแล้ว อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาเขาก็กลับอเมริกามาอีกครั้งพร้อมกับเจ้าของบริษัททัวร์ที่ต้องทำสัญญาร่วมธุรกิจกันและเลขาสาวสวยของเขาที่ต้องยอมรับเลยว่าสาวไทยคนนี้สวยมากๆ ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่คนจากประเทศไทยมาดูสถานที่ที่นี่ พี่ชายเธอไม่ยอมกลับบ้านเลย เอาแต่
“คุณต้องการอะไร” เสียงทุ้มกดต่ำอย่างพยายามจะสะกดกลั้นอารมณ์ทั้งหมดที่มี “คุณฟ้องพ่อฉันเรื่องเมื่อวานกับวันนี้ พ่อโทรมาด่าฉันเมื่อกี้” “ครับ ผมฟ้องท่าน เพราะท่านสั่งให้ผมดูแลคุณ และคอยห้ามไม่ให้คุณดื่มหรือแม้กระทั่งจัดปาร์ตี้บ้าๆ ที่แทบจะแก้ผ้านี่”
ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสของเธอ มันทำให้เขาทนไม่ไหวอีกต่อไป มือใหญ่บีบขยำหน้าอกอวบ กัดฟันกรอด แล้วกดแทรกตัวตนใหญ่โตของเขาลงในช่องทางรักฉ่ำเยิ้มของเธอทีเดียวจนสุดโคน “กรี๊ดดดดด เจ็บบบบ” สาวสวยที่ตกอยู่ในภวังค์หวาม กรีดร้องดังลั่นเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมใหญ่โตสอดแทร
리뷰