Home / วัยรุ่น / Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา / ตอนที่ 3 บ้านพักตากอากาศ

Share

ตอนที่ 3 บ้านพักตากอากาศ

Author: JAOTUNTEE
last update Last Updated: 2025-12-21 13:13:47

พายุยังคงยิ้มหวานให้พะแพงอย่างเดิมโดยที่ไม่ได้ตอบคำถามนั้นของเธอ มือหนายังคงยื่นส่งกุญแจห้องพักให้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกชวนฝัน

“พี่ชื่อพายุนะครับ.. เป็นเจ้าของที่นี่เอง”

คำพูดนั้นทำเอาพะแพงถึงกับเบิกตากว้าง หันไปสบตากับเพียงพอที่ยืนอ้าปากค้างไม่ต่างกัน

“หา!”

ก่อนที่สองสาวจะได้สติแล้วร้องออกมาพร้อมกันเสียงดังลั่นโถงรับรองหน้าเคาน์เตอร์ ก่อนที่พะแพงจะรีบหันกลับไปมองชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง ดวงตากลมกวาดสายตามองชายหนุ่มอย่างเสียมารยาทตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่แน่ใจ ก่อนจะรวบรวมความกล้าเท่าที่พอรวบรวมได้แล้วเอ่ยถามออกไปด้วยเสียงสั่น ๆ

“เดี๋ยวนะคะพี่.. เอ่อคือ.. พี่เป็นเจ้าของไร่ชานี้จริง ๆ เหรอคะ พี่โมเมขึ้นมาเพื่อจีบสาวปะเนี่ย”

พะแพงถามออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า ตัวเองกล้าถามคนอื่นแบบเสียมารยาทแบบนี้ แต่กลับเป็นพายุที่ทำเพียงแต่หัวเราะเบา ๆ ในลำคอราวกับคำถามนี้เป็นเรื่องตลก แล้วพยักหน้าช้า ๆ ปนท่าทางขำขัน

“ก็จริงนะสิครับทำไมเหรอ.. หน้าตาของพี่มันไม่เหมือนกับว่าเป็นเจ้าของไร่ชาที่นี่งั้นเหรอ”

ชายหนุ่มหันมามองพะแพงนิ่ง ๆ ด้วยสายตาเอ็นดู ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะจ้องเธอราวกับกำลังยืนยันว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นคือความจริงทุกประการไม่มีบิดพลิ้ว

“พี่เป็นเจ้าของไร่ที่นี่คือเรื่องจริง.. แล้วที่พี่บอกว่าอยากจีบเราก็เป็นเรื่องจริงด้วยนะครับ”

พะแพงยืนอึ้งกับคำพูดที่ไม่เขินอายนั้นของเขาจนแทบจะลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ  บอกตามตรงว่าตั้งแต่เกิดมาเธอเองก็ไม่เคยถูกผู้ชายคนไหนส่งขนมจีบเช่นนี้มาก่อนเลยสักครั้ง

แม้ว่าใบหน้าของเธอนั้นจะถือว่าเป็นคนสวยระดับตัวท็อปเลยก็จริง แต่เพราะก่อนหน้านี้พะแพงนั้นมักจะสวมแว่นตาหนาเตอะเหมือนเด็กเรียนตลอดเวลา จึงทำให้ไม่มีใครสนใจเธอในเชิงชู้สาวเลยมาก่อน

จนเมื่อเธอนั้นไปติดตามบล็อกเกอร์สาวท่านหนึ่ง ที่สอนวิธีแต่งหน้าง่าย ๆ ฉบับมือใหม่ เธอจึงเพิ่งมาเปลี่ยนวิธีการแต่งหน้าและเปลี่ยนไปสวมคอนแทคเลนส์ก็เมื่อตอนย้ายมาอยู่ที่เชียงรายนี่แหละ

“เอ่อ..”

พะแพงพูดได้แค่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ แต่ดูเหมือนว่าทางด้านเพียงพอนั้นพอได้ยินคำพูดหวานหูของเขา ก็ทำเอาหญิงสาวเกือบสำลักน้ำลายตัวเอง เธอรีบกระแอมออกมาเสียงดังเป็นการขัดจังหวะ

“อะแฮ่ม! พูดจีบสาวได้อย่างช่ำชองเลยนะคะ! ความจริงใจเป็นศูนย์ ความประทับใจศูนย์ แต่คะแนนความมั่นหน้ามั่นโหนกนี่หนูให้ร้อยเต็มเลยค่ะ!”

เพียงพอพูดประชดประชันส่งไปก่อนจะดึงพะแพงให้ออกห่างมาเล็กน้อย โดยที่สายตาคู่นั้นก็ยังแอบชำเลืองมองมองผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่วางตา แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าหน้าตาของผู้ชายคนนี้จัดได้ว่าหล่อเกินมาตรฐานจริง ๆ แต่เรื่องนิสัยนั้นดูท่าทางจะกะล่อนไม่น้อย

แต่ดูเหมือนว่าทุกการกระทำของเพียงพอนั้นจะตรงกันข้ามกับพะแพงอย่างสิ้นเชิง  สาวน้อยวัยแรกแย้มยังคงทำหน้าเขินอายใบหน้าแดงก่ำ ก่อนจะบิดตัวไปมาแล้วพูดเสียงเบาหวิว

“พี่.. ไม่คิดว่ามันเร็วไปหน่อยเหรอคะ เรา.. เพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึง 10 นาทีเองนะคะ”

หญิงสาวพูดจาด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม พร้อมทั้งใช้สองมือจับกันบิดไปบิดมาอยู่แบบนั้น แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้เพื่อนอย่างเพียงพอนั้นต้องยกมือมาตีหน้าผากตัวเองอย่างแรง

เพี๊ยะ!

“กูจะบ้า!”

“ถ้าเจอคนที่ใช่ ต่อให้เร็วแค่ไหนก็เหมือนว่าเจอกันช้าเกินไปอยู่ดี.. พี่น่าจะเจอหนูให้ไวกว่านี้สักสองสามปีเนอะ”

“ถ้าเจอเร็วกว่านี้ พี่ก็พรากผู้เยาว์แล้วค่ะ!”

เพียงพอพูดดักคอก่อนจะดึงเพื่อนให้ออกห่าง แต่พะแพงนั้น เธอยังคงยืนบิดซ้ายบิดขวาพร้อมกับกำกุญแจห้องเอาไว้แน่น นั่นจึงทำให้เพียงพอลากเธอให้ออกมาห่างอีกเล็กน้อย จนพะแพงต้องหันไปสบตาเพื่อนที่ยังคงจ้องที่ชายหนุ่มเขม็งราวกับว่าอยากจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะเพียงพอจะเอียงตัวมาหาเธอเล็กน้อยแล้วกระซิบเสียงเบา 

“แพง.. นี่เธอกำลังโดนหลอกไหมเนี่ย คนแบบนี้น่ะเหรอจะมาเป็นเจ้าของไร่ชาเป็นร้อยสองร้อยไร่ได้อะ ถ้าเป็นเจ้าของไร่จริง ป่านนี้โดนสาวปอกลอกหมดตัวเหลือแต่เปลือกแล้วมั้งเปย์ขนาดนี้!”

พะแพงที่ยืนมองหน้าเพื่อนอยู่ก่อนแล้วก็เอียงไปป้องปากกระซิบตอบ

“เรื่องนี้ก็ไม่รู้สิ.. แต่ที่เธอพูดก่อนที่จะมาที่นี่ศักดิ์สิทธิ์มากนะ เพียงพอเธอไปสักสาริกาลิ้นทองมาปะเนี่ย”

“บ้าเหรอฉันกลัวเข็ม!  ว่าแต่ฉันไปพูดอะไรไว้เหรอ จำไม่เห็นได้เลย”

“ก็เธอบอกให้ฉันหาแฟนเป็นเจ้าของไร่ชาไง! แบบนี้ก็พอดีเลยไม่ใช่เหรอ ลองสักหน่อยก็ไม่น่าเสียหายหรอกมั้ง”

“นี่เธอจะบ้าเหรอพะแพง! คิดอะไรอยู่เนี่ย!!”

เพียงพอเสียงดังขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่นจนหัวคิ้วแทบจะขึ้นมาเกยกัน

“ก็แบบว่าตามน้ำไปก่อนไง ถ้าเขาไม่ดีก็ไม่ได้เสียหายอะไรไม่ใช่เหรอ ถ้าฉันยอมให้พี่เขาจีบไปเรื่อย ๆ ฉันก็มาที่ไร่นี้ได้ตลอดเวลาโดยไม่เสียตังค์ไง”

เพียงพอมองหน้าเพื่อนด้วยใบหน้าที่แสดงออกเลยว่าไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ก่อนจะส่ายหน้าแล้วยกมือมานวดวน ๆ ที่ขมับ

 “ถ้าพี่เขามาเล่น ๆ ละ แบบว่าไม่ได้จริงใจ หมาหยอกไก่ หลอกฟันอะไรแบบนี้เธอจะเสียหายมากกว่านะ”

“พี่เขาคงไม่เลวขนาดนั้นหรอก.. มั้ง”

แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองคนจะได้ตัดสินใจอะไรกัน ก็มีเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบดังมาจากทางด้านหลัง ก่อนจะวิ่งตรงมาที่เคาน์เตอร์แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส

“ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะเจ้านาย ที่มาช่วยดูเคาน์เตอร์ให้”

พะแพงกับเพียงพอสะดุ้งเฮือกรีบหันไปตามเสียง ก็เห็นว่ามีพนักงานผู้หญิงหน้าตาน่ารักในชุดยูนิฟอร์มของไร่ชา เธอเดินเข้ามายืนยิ้มหวานให้กับพายุอย่างคุ้นเคย ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อหันมาเห็นสองสาวยืนทำหน้าตึง ๆ อยู่ตรงนั้น

สายตาพนักงานสาวกวาดมองพะแพง แล้วตวัดสายตางง ๆ ไปหาพายุราวกับว่ากำลังจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอเหมือนจะไม่ได้คำตอบเธอจึงรีบหันไปหาสองสาวแล้วยกมือขึ้นไหว้อย่างสุภาพ

“สวัสดีค่ะคุณลูกค้าสองท่าน ยินดีต้อนรับสู่ Hill Tribe Tea นะคะ เอ่อ.. มีอะไรให้ช่วยไหมคะ”

สองสาวหันมาสบตากันอีกครั้งเหมือนโดนฟ้าผ่าแสกหน้า เพราะนี่มันชัดเจนแล้วว่าเรื่องที่ผู้ชายคนนี้พูดนั้นไม่ใช่เรื่องโกหก และเจ้าตัวที่ยืนข้าง ๆ พนักงานสาวก็ยังทำแค่ยักคิ้วให้ทั้งคู่เล็กน้อย

“เห็นไหม.. พี่บอกแล้วว่าพี่คือเจ้าของที่นี่จริง ๆ”

แม้ชายหนุ่มจะพูดแบบนั้น แต่เพียงพอเองก็ยังไม่เชื่อใจเขาง่าย ๆ จึงได้หันมากระซิบเสียงต่ำกับพะแพงอีกครั้ง

“แพง.. เราไปพักที่อื่นไหม ฉันรู้สึกไม่สบายใจเลยอะ”

พะแพงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองทั้งสองที่เคาน์เตอร์แล้วเอ่ยถามพนักงานสาวอีกครั้ง

“คนนี้.. คือเจ้าของไร่จริง ๆ เหรอคะ”

พนักงานสาวยิ้มกว้างก่อนจะพยักหน้ายืนยันแล้วหันไปมองชายหนุ่ม ก่อนจะหันมาตอบทั้งสองคนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“จริงค่ะ คุณพายุเป็นเจ้าของ Hill Tribe Tea ตัวจริงเสียงจริงเลยค่ะ เอ่อ.. ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าคะ”

สิ้นคำยืนยันจากพนักงาน ก็ทำให้เพียงพอรีบหันขวับไปสบตากับพะแพงอีกครั้ง ก่อนจะเอียงใบหน้าไปใกล้แล้วกระซิบเสียงเบา

“แพง.. เอาไงดีจะพักอยู่ไหม”

พะแพงทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยกคางขึ้นเล็กน้อยกระซิบตอบ

“พักสิ! คิดเสียว่ามาเปิดหูเปิดตาครั้งนี้ ได้ห้องพักวิวแพงฟรี ๆ แล้วกันนะ แต่เรื่องที่พี่เขาพูดน่ะ ฉันไม่เชื่อหรอก”

เมื่อคุยกันเพื่อนจบเธอก็หันกลับไปหาพายุอีกครั้ง ก่อนจะยกมือไหว้ชายหนุ่มตามมารยาทเล็กน้อยด้วยท่าทีสุภาพ

“เรียกหนูว่าพะแพงก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะสำหรับเรื่องที่พัก ยังไงพวกหนูสองคนก็ต้องฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”

ทันทีที่พะแพงพูดจบ ก็เรียกรอยยิ้มหวาน ๆ ประจำตัวของพายุออกมาได้กว้างขึ้นทันที เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เธออีกหน่อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดเล่น

“น้องพะแพงจะแค่ฝากเนื้อฝากตัวอย่างเดียวไม่ได้นะครับ.. ถ้าจะให้ดี ต้องฝากหัวใจไว้ด้วย”

พะแพงชะงักกับมุขหยอดสาวเก่า ๆ นั่นของเขา ก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ ส่งไปให้ เดิมทีก็คิดอยู่แล้วว่าชายหนุ่มนั้นแค่หยอกเล่น ๆ แต่ไม่รู้ทำไมกลับรู้สึกว่าเลือดลมในร่างกายนั้นสูบฉีด

เพียงพอที่ยืนข้าง ๆ เห็นท่าทางเกร็ง ๆ พร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นสีแดงแบบปิดไม่มิดก็ได้แต่กลอกตาไปมา ทางด้านพายุเองก็ได้แต่หัวเราะเบา ๆ ส่งมาให้

“งั้น.. เดี๋ยวพี่พาไปส่งนะครับ รถรางจอดอยู่ตรงนั้น”

เขาพาทั้งคู่ออกมาด้านหน้า ก่อนจะใช้วิทยุส่งสัญญาณไปยังจุดจอดรถราง รอเพียงไม่นานรถรางสีขาวสะอาดตาก็วิ่งมาจอดอยู่ด้านหน้าพวกเขา

“ขอบคุณครับลุง เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเองครับ”

พายุพูดจบก็ขึ้นไปนั่งที่ด้านหน้าคนขับ ก่อนที่สองสาวจะขึ้นตามไปนั่งด้านหลังอย่างว่าง่าย หลังจากนั้นรถรางก็เริ่มเคลื่อนที่ 

ขณะที่รถรางเคลื่อนตัวออกไปตามทางคดเคี้ยวขึ้นเขานั้น พะแพงก็มองทิวทัศน์สองข้างทางที่เต็มไปด้วยไร่ชาเขียวขจี ใบหน้าปะทะสายลมเย็น ๆ ที่พัดมาปะทะผิวเป็นระยะ พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของใบชาสด ๆ จากต้น

“สดชื่นจัง”

เธอพูดขึ้นเบา ๆ แต่ก็ดังพอจะทำให้ชายหนุ่มนั้นยกยิ้ม ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ไร่นี้เริ่มปลูกชาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ของพี่เลยนะ ตอนนั้นพ่อเล่าให้ฟังว่ายังเป็นแค่แปลงเล็ก ๆ ไม่กี่แปลงเอง มีแค่ปลูกไว้ขายในหมู่บ้าน จนเมื่อเริ่มขายดีปู่ก็ปลูกเพิ่มอีกสามสี่แปลงเพื่อส่งในตลาด แต่พอมาถึงรุ่นคุณพ่อถึงได้ขยายพื้นที่ปลูกให้กว้างขึ้นจนกินภูเขาไปถึงสองลูก”

หลังจากพูดจบ รถรางก็เลี้ยวโค้งช้า ๆ เผยให้เห็นวิวภูเขาลูกใหญ่ด้านหน้าที่ปกคลุมไปด้วยแปลงชาเรียงเป็นระเบียบ สวยราวกับผืนผ้าที่ถักทอด้วยมืออย่างไรอย่างนั้น

“จนเมื่อสิบปีก่อน พี่สนใจเรื่องการแปรรูปมาก เลยตัดสินใจพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และมีโรงงานแปรรูปเพื่อส่งออกในไทยเป็นสินค้าโอท็อปด้วย จนตอนนี้สามารถทำเป็นสินค้าส่งออกต่างประเทศด้วย แถมคนงานที่นี่ก็หลายร้อยชีวิต แต่ก็อยู่กันแบบครอบครัว”

เพียงพอนั่งฟังสิ่งที่เขาพูดเงียบ ๆ แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่พายุไม่วางตาด้วยท่าทางไม่ไว้ใจ ในขณะที่พะแพงนั้นกลับเหมือนเด็กน้อยที่ตื่นเต้นกับโลกใหม่ ๆ เธอหันซ้ายหันขวามองไร่ชานั้นอย่างตื่นเต้น

“แล้วชาแต่ละชนิดนี่ต่างกันยังไงเหรอคะ ชาเขียวกับชาขาวพี่พายุว่าอันไหนอร่อยกว่ากัน”

เธอถามไปพลาง จ้องมองไร่ชาที่กำลังขี่ผ่านไปพลาง แต่ยังไม่ทันที่พายุจะเอ่ยตอบหญิงสาวก็ถามขึ้นมาอีกครั้ง

“แล้วใบชาอ่อนนี่เด็ดตอนเช้าใช่ไหมคะ ถ้าเด็ดตอนกลางวันหรือตอนเย็นจะแตกต่างกันไหม”

“แล้วโรงงานผลิตชาแปรรูปที่พี่บอกนี่มันอยู่ตรงไหนเหรอคะ”

เสียงสดใสเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นนั้นของพะแพง ทำให้พายุเหลือบตามองทางกระจกด้านหลังอยู่หลายครั้ง เขาเห็นรอยยิ้มและดวงตาที่เป็นประกายของเธอแล้วก็เผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว

‘ผู้หญิงคนนี้.. ช่างน่ารักจริง ๆ’

“ใช่ครับ.. ถ้าอยากได้ใบชาอ่อนต้องเก็บตอนเช้า เพราะน้ำค้างยังเกาะอยู่ ทำให้รสชาติจะหวานนุ่มกว่า”

“ส่วนโรงงานแปรรูปนั้นอยู่เชิงเขาลูกโน้น.. ไว้เดี๋ยวพี่พาลงไปดู”

รถรางเคลื่อนตัวช้า ๆ ก่อนจะมาหยุดหน้าที่พักหลังกลาง สองสาวชะโงกหน้าออกไปมองพร้อมกันทันทีที่เห็นบ้านพักสไตล์รีสอร์ตหรูที่ตั้งอยู่บ้านยอดเขา โครงสร้างของที่นี่ทำด้วยไม้สักขัดเงาสวยงาม รอบตัวบ้านมีระเบียงกว้างที่สามารถมองเห็นไร่ชาทั้งสามลูกได้สุดสายตา และดูเหมือนว่าจะสร้างระเบียงไว้แบบสามร้อยหกสิบองศาด้วย

“โอ้โห!! นี่มันสวยเกินไปแล้ว!”

“เข้าไปดูด้านในสิ”

เธอพยักหน้าให้เขา ก่อนจะลงจากรถแล้วขึ้นบันไดเล็ก ๆ ไปไม่กี่ขั้นก็ถึงชานบ้าน ก่อนที่สองเท้าจะก้าวเข้าไปในตัวบ้านแทบจะทันที 

เธอมองห้องพักด้านในที่ตกแต่งเรียบง่ายแต่ช่างดูหรูหรา เฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อดีจัดวางอย่างลงตัว พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของชาสดอบลอยคลุ้งในอากาศ มีผนังกระจกใสที่เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ และทุกมุมของที่นี่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ไร่ชาได้รอบด้าน

“มองด้านนอกนึกว่าทำจากไม้เสียอีก.. นี่มันกระจกเหรอ”

เพียงพอมองเพื่อนที่เข้าไปสำรวจด้านในด้วยสีหน้าเรียบ ๆ เรียกได้ว่าเธอนั้นแทบจะไม่ได้สนใจความสวยงามของที่พักนี้เลยแม้แต่น้อย เพราะหญิงสาวเอาแต่จับตามองพายุอย่างไม่วางตา จนเจ้าของไร่ชาเองยังอดหัวเราะออกมาเสียไม่ได้

“ไม่ต้องทำหน้าเหมือนผมจะหลอกสาว ๆ มาปู้ยี่ปู้ยำก็ได้นะครับ”

พายุที่เอนตัวพองระเบียงไม้นั้นเอ่ยออกมาเบา ๆ ก่อนจะตวัดสายตาไปมองเธอนิ่ง ๆ 

“ผมยอมรับว่าชอบน้องพะแพงก็จริง แต่ผมก็ลูกผู้ชายตัวจริง ไม่ได้ถ่อยหรือสถุนถึงขั้นทำเรื่องบัดซบกับผู้หญิงหรอกนะครับ ที่นี่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์”

“หนูรู้ค่ะว่าที่นี่ปลอดภัย แต่! พี่! น่ะ! ไม่ปลอดภัยเลยสักนิด!”

พูดจบเพียงพอก็สะบัดหน้าแรง ๆ ก่อนจะรีบจ้ำอ้าวเดินเข้าไปในบ้านพร้อมปิดประตูอย่างรีบร้อน ทิ้งให้พายุยืนยิ้มขำ ๆ อยู่ด้านนอก

“มีอะไรเหรอเพียงพอ ทำไมทำหน้าแบบนั้นอะ”

พะแพงที่เห็นเพื่อนทำหน้าตื่น ๆ เข้ามาในห้องโถงก็เอ่ยถาม แต่ยังไม่ทันที่เพียงพอจะตอบอะไร คนด้านนอกก็ตะโกนเข้ามาเสียงดังเสียก่อน

“อีกประมาณหนึ่งชั่วโมงพี่จะขึ้นมารับลงไปเดินดูไร่ชานะครับ!” 

พะแพงเดินไปมองเขาเล็กน้อยก็เห็นว่าหลังพูดจบพายุก็หันหลังลงไปที่รถรางนิ่ง ๆ  ก่อนที่จะขับกลับลงไปทั้งอย่างนั้น

“พะแพง! ฉันว่าผู้ชายคนนี้น่ากลัวมากนะ เรา.. กลับมหาลัยกันเถอะ!!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา   ตอนที่ 15 Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา

    คำพูดบ้า ๆ นั่นทำให้พะแพงแทบจะสำลักอากาศทั้งตกใจทั้งเขิน“พี่พูดบ้าอะไรเนี่ย!”หลังจากที่เธอพูดออกมาแบบนั้น ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่รถยนต์จอดสนิทที่หน้าหอพักในเวลาเกือบสี่ทุ่ม ทั้งพายุและพะแพงต่างนั่งนิ่งราวกับถูกกลืนไปกับความเงียบในห้องโดยสาร กระทั่งเสียงทุ้มของเขาเอื้อนเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง“ที่พี่บอกว่าอยากจดทะเบียนสมรสน่ะ.. พี่พูดจริงนะคะ”พะแพงหันไปมองชายหนุ่มเล็กน้อยดวงตากลมโตเบิกกว้างไปด้วยความอึ้ง ก่อนจะกัดริมฝีปากแล้วตอบเสียงเบา“อย่างน้อยผู้ใหญ่ก็ควรรับรู้ใช่ไหมคะ อีกอย่าง.. ไม่ว่าจะคิดยังไง หนูก็ไม่เห็นความเป็นไปได้เลยว่าพี่จะชอบหนูจริง ๆ ได้ ให้เวลาหนูอีกหน่อยได้ไหมคะ”“ไม่มีปัญหาค่ะ เพราะยังไงคนที่จะมาเป็นแม่ของลูกพี่ ก็ต้องเป็นน้องพะแพงคนเดียวเท่านั้น”หญิงสาวกลั้นยิ้มเอาไว้ด้วยความดีใจปนเขินอาย ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ เพราะมหาลัยมีเวลาเปิดปิดประตู หลังจากที่เขาเห็นว่าเธอยืนอยู่หน้ารถแล้ว ชายหนุ่มเองก็ยกมือโบกลาเธอเล็กน้อยก่อนจะเหยียบคันเร่งขับออกไปทันที เสียงเครื่องยนต์ค่อย ๆ ห่างออกไปจนเงียบสนิท พะแพงถึงได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก ก่อนที่จะมีมือนุ่มนิ่มข้างหนึ่งมาตบไหล่

  • Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา   ตอนที่ 14 ห้ามลบนะ

    พะแพงเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อได้ยินคำสั่งนั้นของผู้เป็นพ่อ รวมทั้งสายตาของพายุที่มองไปยังประมุขของบ้านเองก็ดูจะไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่อีกด้วย เรียกได้ว่าสายตาของสองพ่อลูกคู่นี้ทำให้บรรยากาศตอนนี้จะดูตึงเครียดเกินกว่าที่เธอจะพูดอะไรออกมาได้ แต่โชคดีที่ผู้เป็นแม่ซึ่งดูเหมือนจะเห็นว่าบรรยากาศกำลังจะไปกันใหญ่ จึงเลือกที่จะเอ่ยตัดบทขึ้นมาแทน“ทานอะไรกันมาหรือยังพายุ”เมื่อเห็นว่าแม่ตั้งใจถามแบบนั้นพายุเองก็ไม่รอช้ารีบคว้าโอกาสนั้นไว้ทันที เขาจูงมือพะแพงให้เดินไปนั่งที่โซฟาตัวยาว ก่อนที่ตัวเขาเองจะเดินไปนั่งเบียดลงข้าง ๆ ผู้แม่พร้อมกับอ้อนเสียงหวาน“ยังเลยครับแม่ เนี่ย.. วันนี้ผมตั้งใจจะพาว่าที่ลูกสะใภ้มาชิมฝีมือแม่ด้วยนะ พ่ออะทำเสียบรรยากาศหมด”แม่หันไปตีแขนลูกชายเบา ๆ พลางบ่นออกมาแบบไม่จริงจังนัก“ทำมาเป็นพูดจาปากหวาน! นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วหืม.. ดีนะที่เมื่อเย็นแม่ทำกับข้าวเก็บไว้ก่อนแล้วไม่งั้นอดกินแน่”พายุยกยิ้มกว้างก่อนจะเอนหัวลงซบไหล่แม่แล้วเอ่ยออดอ้อน พร้อมกับหันไปมองหน้าพ่อแล้วทำท่าทางน่าหมั่นไส้“รักแม่ที่สุดเลยครับ”“ไอ้ลูกเวรนี่!”ยังไม่ทันที่พ่อจะได้ยกมือขึ้นมาเขกศีรษะลูก

  • Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา   ตอนที่ 13 โกรธไม่ลง

    พายุแสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมาทันทีที่เธอพูดด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน เขารีบกดล็อกประตูรถเพราะรู้ดีว่าหากเขาทำอะไรผิดพลาดขึ้นมานิดหนึ่ง เด็กสาวคนนี้เธออย่างที่พูดจริงแน่ ท้ายที่สุดแล้วทั้งคู่ก็เงียบกันมาโดยไม่พูดอะไรเลยตลอดทาง จนเมื่อรถยนต์คันหรูจอดลงที่หน้าหอพัก ในตอนที่พะแพงลงไปจากรถนั้นชายหนุ่มเองก็รีบตามลงไป เขารีบเดินไปหาพะแพงหวังจะคว้าข้อมือเธอเอาไว้ แต่ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่มีรถตู้คันแพงแล่นมาจอดข้าง ๆ "อ่าวแพง.. แล้วนั่น.. ไปไหนกันมาเหรอ"เพียงพอที่เพิ่งลงมาจากรถคันนั้นหันมามองเพื่อนสลับกับพายุทันที ก่อนที่ชายหนุ่มจะชะงักลงไปเล็กน้อยและก็เป็นพะแพงที่ดวงตาแดงก่ำจนเพียงพอเองถึงกับตกใจ"แพงเกิดอะไรขึ้น"“ขึ้นห้องเถอะเพียงพอ”เพียงพอหันมามองทั้งสองด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะส่งสายตาที่ไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่ส่งไปให้พายุ แต่ก็ยอมเดินตามแรงกระชากจากเพื่อนไปแต่โดยดี“นี่มันเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้ แล้ว.. ไปไหนกับพี่พายุมาเหรอ แล้วทำไมร้องไห้ล่ะ หรือว่าทะเลาะกันเหรอ”พายุมองตามแผ่นหลังของเธอที่จูงแขนเพื่อนเข้าไปในหอพักด้วยสายตาละห้อย หลังจากที่ทั้งคู่หายเข้าไปในหอพักแล้วเขาก็ได

  • Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา   ตอนที่ 12 คนเฮงซวย

    “พี่พายุ!”เสียงหัวเราะของชายหนุ่มดังก้องไปทั่วไร่ชา เมื่อพะแพงนั้นไล่ตีเขาเพราะความกวนประสาท แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับรู้สึกสนุกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“พี่พูดบ้าอะไรเนี่ย! คนเยอะแยะนะ!”เธอหน้าแดงจัดทั้งโกรธทั้งอาย แต่กลับยิ่งทำให้ร่างสูงหัวเราะหนักกว่าเดิม จนคนงานที่ที่ยืนเก็บชาอยู่รอบ ๆ ต่างพากันหันมามองแล้วอมยิ้ม หลุดขำไปกับท่าทางนั้นของทั้งคู่อย่างช่วยไม่ได้ทั้งคู่วิ่งไล่หยอกไล่ตีกันเหมือนเด็ก ๆ ผ่านไปนานพอสมควร จนกระทั่งช่วงสาย ชายหนุ่มเดินตามเธอมายังสุดปลายแถวของไร่ชาก่อนจะเอ่ยถาม“น้องพะแพงอยากไปเที่ยวไหนอีกไหมครับ”หญิงสาวหันหลังมามองใบหน้าเขาครู่หนึ่ง“หนูอยากลองเข้าไปดูในโรงงานตอนที่ทำชาอบแห้งแบบใกล้ ๆ ที่เตรียมส่งออกค่ะ”พายุขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย น้อยคนนักที่อยากจะเข้าไปที่โรงงาน ยิ่งเป็นสาว ๆ ในเมืองกรุงยิ่งแล้ว เพราะพวกเธอต่างคิดว่าที่นั่นทั้งร้อนและอบอ้าว เป็นสถานที่ที่ดูไม่น่าสนใจสักเท่าไหร่ “ที่นั่นดูเหมือนว่าเป็นกระบวนการง่าย ๆ แต่ความจริงแล้วมีขั้นตอนเยอะมากนะ พี่พาไปดูแต่ละขั้นตอนได้ แต่ยังให้ทำเองไม่ได้นะคะ”พะแพงที่เห็นว่าชายหนุ่มดูเหมือนจะอนุมัติ เธอก็ฉ

  • Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา   ตอนที่ 11 ฟันแล้วทิ้ง

    แสงยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอนบาง ๆ พร้อมกับเสียงนกตัวน้อยที่กำลังพากันขับขานราวกับว่ากำลังส่งเสียงปลุกคนในห้อง พะแพงค่อย ๆ ขยับตัวอย่างงัวเงียก่อนจะลืมตาขึ้นมาแล้วต้องชะงัก หัวใจดวงเล็กแทบหยุดเต้นเมื่อพบว่าตัวเองกำลังนอนซุกอยู่ในอ้อมกอดอุ่น ๆ ของผู้ชาย กลิ่นกายหอม ๆ ของเขาทำให้เธอจำได้ดี แต่ที่รู้สึกน่าตกใจกว่านั้นคือสภาพที่ทั้งเธอและเขาไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่แม้แต่ชิ้นเดียว!หญิงสาวพยายามตั้งสติก่อนที่จะค่อย ๆ นึกถึงเรื่องเมื่อคืน ทันทีที่เธอนึกได้ภาพแต่ละฉากแต่ละตอนก็แวบเข้ามาในหัวทีละช็อตจนทำให้แก้มของพะแพงนั้นร้อนผ่าวขึ้นทันตา เธอเงยหน้าเหลือสายตาไปมองพายุอีกครั้งก่อนจะใช้ปลายนิ้วชี้ไปลูบสันจมูกของเขาเบา ๆ ก่อนจะรีบดันตัวเองอย่างเก้ ๆ กัง ๆ พยายามแกะแขนที่เขากอดเธอไว้แน่นออกแล้วหย่อนขาลงจากเตียงช้า ๆทว่าเพียงเสี้ยววินาทีที่ปลายเท้าของเธอนั้นแตะพื้น เรียวแขนที่เกือบจะคุ้นชินก็ได้ตวัดมารัดรอบเอวเธอไว้แน่นอีกครั้ง ร่างบางที่ไม่ทันได้ตั้งตัวถูกดึงกลับไปซุกเข้าหาอกแกร่งอย่างแรง“ยังเช้าอยู่เลยจะรีบไปไหนคะ”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างงัวเงียพร้อมกับริมฝีปากของเขาที่สัมผัสไปตามซอกค

  • Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา   ตอนที่ 10 กอด จูบ ลูบ คลำ

    ในคืนนั้นพะแพงนอนพลิกตัวกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงนานเกือบชั่วโมง แต่ไม่ว่าจะพยายามข่มตาให้หลับเท่าไหร่ ความคิดวุ่นวายก็ไม่ยอมหายออกไปจากในหัวเลยสักนิด เธอผุดลุกผุดนั่งอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดก็แพ้ให้กับความอยากรู้ ครั้งที่แล้วเธอเองก็หลับไม่ทันได้สูดอากาศยามค่ำคืน ครั้งนี้เลยตัดสินใจเดินไปเปิดม่านหน้าต่างออกเล็กน้อย เผยให้เห็นท้องฟ้าเหนือยอดดอยที่เต็มไปด้วยดวงดาวพราวระยับ และพระจันทร์ดวงโตที่กำลังส่องแสงสว่างนวลตา“โห!!! สวยจัง!”พะแพงจ้องมองท้องฟ้าราวกับถูกมนต์สะกด มือเล็กดึงผ้าม่านให้เปิดออกกว้างขึ้น ก่อนจะจ้องมองผืนฟ้านั้นด้วยหัวใจที่เต้นระริก ก่อนที่สายตาของเธอจะไปสะดุดเข้ากับร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงระเบียงด้านนอก พะแพงจ้องมองแผ่นหลังของเขานิ่ง ๆ มองดูชายหนุ่มที่ยืนเกาะระเบียงไม้มองพระจันทร์ด้วยท่าทางสงบ ราวกับว่าในหัวของเขานั้นกำลังคิดอะไรบางอย่างที่เคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา พะแพงยืนชั่งใจอยู่สักพัก สุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะปิดม่านแล้วเดินไปเปิดประตูห้องนอนออกไปที่ระเบียงนั้นพายุเหลือบตามามองเธอเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปสนใจผืนฟ้าที่มีดาวระยิบระยับดังเดิม“นอนไม่หลับเหรอคะ”“ค่ะ.. พ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status