เข้าสู่ระบบนิยายเรื่องนี้เค้าโครงเดิมจากเรื่อง สายรักสายรหัส ใครมีสายรักสายรหัสอยู่แล้ว โปรดอ่านตัวอย่างก่อนซื้อนะคะ สายรักสายรหัส มีเนื้อหาประมาณ 3หมื่นคำ เรื่องนี้มีเนื้อหา 7หมื่นคำ ************************** เขาคือประธานนิสิตคนดัง เขาคือคนผู้ชายที่อยากได้เป็นพ่อของลูก อ่อยมาเป็นปีทำไมพี่ไม่สนใจหนู ถ้าพี่ยังไม่มีใคร...ขอหนูจีบได้ไหมคะ ************ นิยายเรื่องนี้เค้าโครงเดิมจากเรื่องสายรักสายรหัส ********** นิยายใน ซีรีส์ 1.ลุงรหัสที่รัก 2.ขอจีบได้ไหมถ้าใจยังว่าง 3.สาววิศวะกับหนุ่มบริหาร 4.เมียบังเอิญ 5.รักร้ายนายข้างบ้าน 6.รักร้ายยัยรุ่นพี่ 7.เพื่อนนอนไร้สถานะ 8.เพื่อนนอนสถานะแฟนเก่า 9.สถานะแค่รู้สึกดี 10.เมื่อรักอยู่แค่บนเตียง ******************
ดูเพิ่มเติม“เฮียคิดอะไรอยู่คะ” เสียงหวานถามผมในตอนที่เราสองคนมากางเต็นท์ตอนอยู่ในจุดชมวิวของไร่ “คิดถึงความรักของเรา” “คิดว่าไงคะ” “คิดว่าเฮียหลงเมียมาก” ผมลูบแขนคนตัวเล็กเพราะตอนนี้อากาศเย็นเริ่มโรยตัวปกคลุมทั่วพื้นที่ตามพื้นที่สูงทางภาคเหนือ “แหม ปากหวานจริง” เมียรักว่าพร้อมทั้งจูบลงบนอกแกร่งของผม เนี่ย ว่าผมปากหวาน แต่ตัวเองชอบทำอะไรหวาน ๆ แบบนี้ตลอด “แล้วหนูนายล่ะ หลงเฮียไหม” “บอกเลยว่ามาก” แล้วเธอก็จูบคางของผมหลาย ๆ ครั้ง การกระทำขี้อ้อนของเธอทำให้ผมอดใจไม่ไหว มอบจูบเร่าร้อนให้คนในอ้อมกอดต้องร้องห้าม “อือ...อือ...เฮียพอก่อน” “ก็เมียอ่อยเก่ง” “เฮียว่าหนูเหรอ” “ไม่ได้ว่า เฮียชม ดูสิ แค่ได้กลิ่นหนู เฮียก็แข็งแล้ว” ผมจับมือเธอมาวางตรงส่วนที่บอกว่าแข็งและพร้อมทำงาน “โอ๊ย! จะหื่นไปไหนเนี่ย พอก่อน ตั้งแต่กลับมาเกาะเชจู เรายังไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย นอกจากอุดอู้อยู่แต่บ้าน” นี่ก็เกือบเดือนแล้ว ตั้งแต่กลับจากเกาะเชจู เราก็รู้ว่ายังไม่ท้อง เมื่อไม่ท้อง เราก็ต้องขยันเพิ่มขึ้น
“หนูแค่ดีใจ พี่นายบอกว่าพี่หนึ่งขอแต่งงานแล้ว” “ใช่น่ะสิ เมียฉันเรียนจบแล้วก็ต้องแต่งงานมีลูก”เดี๋ยว ๆ แต่งงานน่ะใช่ แต่มีลูกฉันคงต้องขอเวลาหน่อย หลังจากเรียนจบแล้วเราสองคนก็กลับไปอยู่เชียงรายกัน โดยผับของเฮียหนึ่งก็ยังทำเป็นปกติ แต่ให้หุ้นส่วนดูแลเป็นหลัก แม่แท้ ๆ ของเฮียหนึ่งทำไร่ผักและสวนดอกไม้เมืองหนาว ไร่ของเราสองอยู่ไม่ห่างกัน ใช้เวลาเดินทางแค่สิบนาทีเท่านั้นเราสองคนจัดงานแต่งงานเล็ก ๆ ที่ไร่ของเฮียหนึ่ง หลังจากฉันเรียนจบได้เพียงสองเดือน งานแต่งงานของเรามีเฉพาะคนในครอบครับแค่สองครอบครัว เราไม่ได้เชิญแขกมากมาย เพราะเราต้องการบรรยากาศของครอบครัว ให้เป็นงานแต่งงานที่อบอุ่น แม้แต่เพื่อน เราก็เชิญเฉพาะคนสนิทเท่านั้นน้ำตาของเจสสิก้ากับลักศิกาในวันแต่งงานของฉัน ฉันยังจำได้ดี ทั้งสองร้องไห้ยิ่งกว่าเป็นเจ้าสาวเสียเอง หนูนิดเองก็มาร่วมงาน แต่น้องมาแค่แป๊บเดียว แล้วก็บอกว่าจะไปเที่ยวเชียงใหม่กับเพื่อนต่อหลังจากงานแต่งของเราจบลง แผนการหนีเที่ยวของเราก็เริ่มขึ้น เพราะก่อนหน้านี้เราทั้งสองเรียนหนักและแทบไม่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศกันเลยเราสองคนมีแผนจะเที่ยวทั่
“ยินดีครับ” ฉันมองหน้าเพื่อนกับท่านรองประธาน ทำไมทั้งสองเหมือนไม่ได้พูดเรื่องการสมัครงานเลยนะ ความหมายของทั้งสองคือเรื่องนี้ไหม หรือเรื่องอื่น เทอมสุดท้ายของการเรียน เวลาส่วนมากหมดไปกับโพรเจกต์ แต่เวลาเรียนมีเพียงน้อยนิดเท่านั้น แต่เพราะเป็นโพรเจกต์จบทำให้ทั้งฉันและเพื่อนต้องทำงานกันยันเช้าหลายต่อหลายครั้ง นำเสนอโพรเจกต์กันหลายรอบกับอาจารย์ที่ปรึกษา ทั้งโดนสั่งแก้ สั่งให้ทำใหม่ไม่รู้กี่ร้อยรอบ ทุกอย่างมันกดดันมากจริง ๆ ความกลัวไม่จบพร้อมเพื่อนทำให้ฉันร้องไห้ออกมา “จะเครียดทำไม เดี๋ยวเฮียช่วย” นั่นคือคำพูดของคนข้างกาย ไม่ว่าเรื่องอะไรเขาก็พร้อมช่วยเสมอจริง ๆ “หนูรักเฮีย” “ถ้ารักเฮียก็ขึ้นให้บ่อย ๆ แค่นั้นแหละที่เฮียต้องการ” คำพูดของเขาทำให้ฉันหัวเราะทั้งน้ำตา เป็นเสียอย่างนี้แหละ กำลังจะซึ้งก็พาเข้าเรื่องทะลึ่งตลอดบทส่งท้าย กาลเวลา “จบสักที” ทันทีที่เกรดตัวสุดท้ายออก ความกังวลใจของฉันกับเจสสิก้าก็หมดลง ตอนนี้เราสองคนเรียนจบแล้ว จบจริง ๆ ไม่น่าเชื่อว่าการเรียนตลอดสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัยจะให้อะไรมากขนาดนี้ฉันได้อะไรมากมายจากการ
“กรี๊ด!!!” เสียงกรี๊ดดัง ๆ ของคนบ้า เกิดมาเพิ่งเคยเห็นคนบ้าของจริงก็ครั้งนี้แหละ “คุณ นี่โรงพยาบาลนะ” หมอเจ้าของไข้พยายามห้าม “อีบ้า! อีสำออย แก้วบาดแค่นี้” นอกจะด่าว่าฉันแล้ว ยังจะปรี่เข้ามาหาฉันอีก “โอ๊ย! อีบ้า มึงตบกูทำไม” ก่อนที่คนบ้าจะถึงตัวฉัน ยายลักไม่รู้เข้ามาในห้องตอนไหน กระชากยายป้าผีโพงนั่นและตบหน้าอย่างแรง “มึงจะทำพี่กู กูแค่ทำเพราะป้องกันตัว” “โอ๊ย!” เสียงตบอีกครั้งดังขึ้นบนแก้มข้างเดียวกัน เสียงกรีดร้องของคนโดนตบยังดังไม่หยุด แต่ผู้ชายที่เหลือดูเหมือนไม่มีใครเข้าไปช่วยยายน้ำเน่านั่นสักคน “มึงออกไปเลยถ้าไม่อยากโดนกูกระทืบตายก่อน” ยายลักถลกแขนเสื้อขึ้น บอกได้คำเดียวว่าพร้อมมีเรื่อง เสียงร้องไห้ของยายน้ำเน่าหายไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล “ขอบใจมากลัก” ฉันเอ่ยขอบคุณน้องรหัสของตัวเอง เพราะยายน้ำเน่าเป็นผู้หญิง เฮียหนึ่งจึงไม่กล้าลงมือเอง แต่น้องรหัสฉันเป็นผู้หญิงไง ผู้หญิงตบผู้หญิงมันก็แค่เรื่องทะเลาะวิวาท “เสียดายน่าจะได้ตบมากกว่านี้ ถ้าไม่เกรงใจคุณหมอ ลักตบมันหน้าแหกแล้ว”ฉันโคลงศีรษะกับค
“เต็งหนึ่ง”“ป่าน” ผมค่อนข้างตกใจเพราะว่าเราไม่ได้เจอกันตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลาย เธอเป็นดาวโรงเรียน ส่วนผมน่ะเหรอ หมามองเครื่องบินไงตอนนั้น“ไม่คิดว่าจะเจอหนึ่งที่นี่” ผมเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะเจอเธอที่นี่“เอ่อ ป่านกลับมานานหรือยัง”“กลับมาสักพักแล้ว พอเรียนจบก็กลับมาเลย หนึ่งจบแล้วใช่ไหม” เธอชวน
หลังจากสั่งขนมจีนน้ำเงี้ยว เสร็จแล้วเราก็มานั่งรอที่โต๊ะ ร้านนี้มีคนมากินค่อนข้างเยอะ คงเพราะว่าเป็นร้านที่จัดเป็นแนวเหนือ ๆ ดี มีของประดับตกแต่งที่มาจากทางเหนือ ไม่ว่าจะเป็นตุง เป็นร่มบ่อสร้าง หรือแม้แต่ช้างไม้แกะสลักก็ให้บรรยากาศเหนือ ๆ ได้ดี “พี่นายเจ้า” ฉันได้ยินเสียงคนเรียกฉันจากข้า
“แหม ใคร ๆ ก็รู้ว่าหนูมีแฟน ไม่มีใครเขามาจีบหรอกค่ะ” หนูนายออดอ้อน ใช้ใบหน้าหวานถูกับแขนล่ำ ๆ ของผมอย่างเอาใจ เห็นแบบนี้ผัวก็ใจอ่อนยวบ “หึ” ผมครางในลำคอ เมียผมโคตรมองโลกในแง่ดี ไม่รู้หรอกว่าพวกผู้ชายมันร้ายขนาดไหน “เฮียก็ ไม่เอาไม่พูดเรื่องคนอื่น หาอะไรอร่อย ๆ กินกันดีกว่าค่ะ”
“เฮียร้อน ฝากเสื้อหน่อย” เสื้อสูทตัวนอกของคนบางคนก็ถูกถอดออก แล้วเสื้อตัวนั้นก็มาคลุมที่ไหล่ฉัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเฮียไม่ได้ร้อนอย่างที่พูด แต่เพราะเฮียรู้ว่าฉันหนาว ก็เป็นซะอย่างนี้ แล้วฉันจะไม่รักไม่หลงได้ไง หลังจากถอดเสื้อให้ฉันแล้ว เฮียก็โดนรุ่นน้องลากไปชนแก้วแล้วก็ถ่ายรูป “