Se connecterนิยายเรื่องนี้เค้าโครงเดิมจากเรื่อง สายรักสายรหัส ใครมีสายรักสายรหัสอยู่แล้ว โปรดอ่านตัวอย่างก่อนซื้อนะคะ สายรักสายรหัส มีเนื้อหาประมาณ 3หมื่นคำ เรื่องนี้มีเนื้อหา 7หมื่นคำ ************************** เขาคือประธานนิสิตคนดัง เขาคือคนผู้ชายที่อยากได้เป็นพ่อของลูก อ่อยมาเป็นปีทำไมพี่ไม่สนใจหนู ถ้าพี่ยังไม่มีใคร...ขอหนูจีบได้ไหมคะ ************ นิยายเรื่องนี้เค้าโครงเดิมจากเรื่องสายรักสายรหัส ********** นิยายใน ซีรีส์ 1.ลุงรหัสที่รัก 2.ขอจีบได้ไหมถ้าใจยังว่าง 3.สาววิศวะกับหนุ่มบริหาร 4.เมียบังเอิญ 5.รักร้ายนายข้างบ้าน 6.รักร้ายยัยรุ่นพี่ 7.เพื่อนนอนไร้สถานะ 8.เพื่อนนอนสถานะแฟนเก่า 9.สถานะแค่รู้สึกดี 10.เมื่อรักอยู่แค่บนเตียง ******************
Voir plusHari ini Serena Collins dan Ethan, pacarnya, berjanji untuk bertemu. Serena tiba di apartemen Ethan dengan hati bahagia.
Tidak ada momen istimewa sebenarnya, tapi Serena tipe gadis yang selalu bisa menemukan alasan untuk merasa bahagia. Mungkin karena Ethan jarang punya waktu, jadi setiap janji bertemu terasa seperti perayaan kecil.
Awalnya, Serena berjalan riang, penuh semangat meski rintik air hujan yang tersisa hampir saja merusak blow-dry rambutnya.
Tangannya menggenggam payung kecil yang kini sudah dilipat, sementara hatinya penuh bunga.
Namun, begitu tiba di depan pintu nomor 3B yang tidak tertutup rapat, entah kenapa firasatnya jadi buruk.
"Ethan tidak pernah seceroboh ini, apa mungkin dia tidak sadar kalau pintunya masih belum terkunci...?" gumam Serena.
Tangannya terulur hendak mengetuk, tapi sesuatu menghentikannya. Hatinya benar-benar tidak tenang.
Ia mengernyit, kemudian mendorong pintu dengan hati-hati.
Ia melangkah dengan hati-hati, memasuki ruang tamu yang remang. Hanya lampu sudut yang menyala, menciptakan bayangan tanaman hias di dinding. Sofa terlihat berantakan, ada kemeja pria tergeletak di sandarannya. Jantung Serena mulai berdegup aneh. Tak hanya itu, Serena juga melihat ada gaun wanita dan pakaian dalam yang berserakan di depan pintu kamar. “Ethan?” panggilnya pelan. Tak ada sahutan. Ia melangkah lebih dalam. Suasana apartemen membuat dada Serena berdegup kencang, dan benar saja. Ketika ia hampir mendekati pintu kamar, telinganya menangkap suara. “Aahhh… lebih dalam, Ethan… jangan berhenti…!” suara perempuan, renyah, penuh desahan. Tubuh Serena langsung kaku. Kemudian suara laki-laki menyusul, jelas, suaranya ia kenal di luar kepala. “Kamu gila, Marissa… tubuhmu membuatku candu.” Serena berdiri terpaku, kepalanya jadi berdenyut. Suara ranjang berderit, disusul helaan napas yang bergantian. “Ahh, Ethan… lebih cepat… aku hampir—” “Diam, biar aku yang mengendalikanmu malam ini.” Serena menutup mulutnya dengan kuat, agar napasnya tak terdengar. Ia melangkah sedikit, sampai bisa mengintip dari celah pintu kamar yang terbuka beberapa centimeter. Dan di sanalah, semua keyakinannya hancur. Marissa, kakak tirinya, terbaring dengan rambut berantakan di bantal, dan tubuhnya yang telanjang, wajahnya mabuk penuh kenikmatan. Ethan, lelaki yang menjadi tunangannya, mencumbui kakak tirinya dengan rakus. Serena mematung. Air matanya memang jatuh, tapi wajahnya tetap keras. Ia bukan gadis yang akan menangis meraung di depan pintu. Ia hanya berdiri, menelan pahit kenyataan yang menikam jantungnya. Tangannya gemetar, tapi Serena tetap menegakkan punggung tak membiarkan dirinya jatuh saat itu. Ia menolak hancur di depan mereka. Dengan sisa kekuatan, ia mundur, meninggalkan celah pintu itu. Suara mereka masih mengiris telinga, tapi Serena memilih pergi. Serena sakit hati, tapi justru pikirannya yang makin kacau. Ia lebih bingung harus bagaimana dengan hubungannya bersama Ethan. Pertunangan mereka bukan sekadar urusan cinta, melainkan kesepakatan dua keluarga besar. Jika ia membatalkannya, ibu tirinya bisa membuat ayahnya untuk menarik semua biaya pengobatan ibu kandungnya yang sedang dirawat intensif di rumah sakit. Tapi kalau ia tetap melanjutkan, ia merasa seperti menusuk dirinya sendiri dengan pisau yang sama. Serena menggenggam dadanya, antara ingin berteriak atau sekadar pingsan. Rasanya semua jalan yang ada di depannya membawa pada kehancuran. Ia berlari keluar dari apartemen, kepalanya terasa penuh. Ia mendorong pintu dengan tergesa. Napasnya terengah, wajahnya sudah basah oleh air mata. Serena buru-buru berjalan di lorong. Dan saat itulah ia hampir menabrak seorang pria tinggi dengan setelan jas rapi.Serena menengadah.
Pria itu menatapnya dalam. Matanya gelap, penuh perhitungan pada gadis itu.
Sedangkan Serena kembali menunduk, melewatinya tanpa kata.
Pria itu adalah Steave Alexander Whitmore, paman Ethan.
Steave pun memperhatikan gadis itu berjalan tanpa arah dan ada air mata di pipinya. Lalu, curiga muncul. Steave melangkah ke apartemen Ethan, membuka pintu begitu saja. Dan benar dugaan hatinya, terdengar suara desahan, erangan, serta ranjang yang berderit. Sekali lihat saja, ia sudah tahu apa yang terjadi. Senyum miring muncul di bibirnya. Ia merogoh ponsel dari saku, lalu menempelkan ke telinga. “Paul,” ucapnya datar. “Rencana kita maju lebih cepat. Persiapkan semuanya.”“เฮียคิดอะไรอยู่คะ” เสียงหวานถามผมในตอนที่เราสองคนมากางเต็นท์ตอนอยู่ในจุดชมวิวของไร่ “คิดถึงความรักของเรา” “คิดว่าไงคะ” “คิดว่าเฮียหลงเมียมาก” ผมลูบแขนคนตัวเล็กเพราะตอนนี้อากาศเย็นเริ่มโรยตัวปกคลุมทั่วพื้นที่ตามพื้นที่สูงทางภาคเหนือ “แหม ปากหวานจริง” เมียรักว่าพร้อมทั้งจูบลงบนอกแกร่งของผม เนี่ย ว่าผมปากหวาน แต่ตัวเองชอบทำอะไรหวาน ๆ แบบนี้ตลอด “แล้วหนูนายล่ะ หลงเฮียไหม” “บอกเลยว่ามาก” แล้วเธอก็จูบคางของผมหลาย ๆ ครั้ง การกระทำขี้อ้อนของเธอทำให้ผมอดใจไม่ไหว มอบจูบเร่าร้อนให้คนในอ้อมกอดต้องร้องห้าม “อือ...อือ...เฮียพอก่อน” “ก็เมียอ่อยเก่ง” “เฮียว่าหนูเหรอ” “ไม่ได้ว่า เฮียชม ดูสิ แค่ได้กลิ่นหนู เฮียก็แข็งแล้ว” ผมจับมือเธอมาวางตรงส่วนที่บอกว่าแข็งและพร้อมทำงาน “โอ๊ย! จะหื่นไปไหนเนี่ย พอก่อน ตั้งแต่กลับมาเกาะเชจู เรายังไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย นอกจากอุดอู้อยู่แต่บ้าน” นี่ก็เกือบเดือนแล้ว ตั้งแต่กลับจากเกาะเชจู เราก็รู้ว่ายังไม่ท้อง เมื่อไม่ท้อง เราก็ต้องขยันเพิ่มขึ้น
“หนูแค่ดีใจ พี่นายบอกว่าพี่หนึ่งขอแต่งงานแล้ว” “ใช่น่ะสิ เมียฉันเรียนจบแล้วก็ต้องแต่งงานมีลูก”เดี๋ยว ๆ แต่งงานน่ะใช่ แต่มีลูกฉันคงต้องขอเวลาหน่อย หลังจากเรียนจบแล้วเราสองคนก็กลับไปอยู่เชียงรายกัน โดยผับของเฮียหนึ่งก็ยังทำเป็นปกติ แต่ให้หุ้นส่วนดูแลเป็นหลัก แม่แท้ ๆ ของเฮียหนึ่งทำไร่ผักและสวนดอกไม้เมืองหนาว ไร่ของเราสองอยู่ไม่ห่างกัน ใช้เวลาเดินทางแค่สิบนาทีเท่านั้นเราสองคนจัดงานแต่งงานเล็ก ๆ ที่ไร่ของเฮียหนึ่ง หลังจากฉันเรียนจบได้เพียงสองเดือน งานแต่งงานของเรามีเฉพาะคนในครอบครับแค่สองครอบครัว เราไม่ได้เชิญแขกมากมาย เพราะเราต้องการบรรยากาศของครอบครัว ให้เป็นงานแต่งงานที่อบอุ่น แม้แต่เพื่อน เราก็เชิญเฉพาะคนสนิทเท่านั้นน้ำตาของเจสสิก้ากับลักศิกาในวันแต่งงานของฉัน ฉันยังจำได้ดี ทั้งสองร้องไห้ยิ่งกว่าเป็นเจ้าสาวเสียเอง หนูนิดเองก็มาร่วมงาน แต่น้องมาแค่แป๊บเดียว แล้วก็บอกว่าจะไปเที่ยวเชียงใหม่กับเพื่อนต่อหลังจากงานแต่งของเราจบลง แผนการหนีเที่ยวของเราก็เริ่มขึ้น เพราะก่อนหน้านี้เราทั้งสองเรียนหนักและแทบไม่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศกันเลยเราสองคนมีแผนจะเที่ยวทั่
“ยินดีครับ” ฉันมองหน้าเพื่อนกับท่านรองประธาน ทำไมทั้งสองเหมือนไม่ได้พูดเรื่องการสมัครงานเลยนะ ความหมายของทั้งสองคือเรื่องนี้ไหม หรือเรื่องอื่น เทอมสุดท้ายของการเรียน เวลาส่วนมากหมดไปกับโพรเจกต์ แต่เวลาเรียนมีเพียงน้อยนิดเท่านั้น แต่เพราะเป็นโพรเจกต์จบทำให้ทั้งฉันและเพื่อนต้องทำงานกันยันเช้าหลายต่อหลายครั้ง นำเสนอโพรเจกต์กันหลายรอบกับอาจารย์ที่ปรึกษา ทั้งโดนสั่งแก้ สั่งให้ทำใหม่ไม่รู้กี่ร้อยรอบ ทุกอย่างมันกดดันมากจริง ๆ ความกลัวไม่จบพร้อมเพื่อนทำให้ฉันร้องไห้ออกมา “จะเครียดทำไม เดี๋ยวเฮียช่วย” นั่นคือคำพูดของคนข้างกาย ไม่ว่าเรื่องอะไรเขาก็พร้อมช่วยเสมอจริง ๆ “หนูรักเฮีย” “ถ้ารักเฮียก็ขึ้นให้บ่อย ๆ แค่นั้นแหละที่เฮียต้องการ” คำพูดของเขาทำให้ฉันหัวเราะทั้งน้ำตา เป็นเสียอย่างนี้แหละ กำลังจะซึ้งก็พาเข้าเรื่องทะลึ่งตลอดบทส่งท้าย กาลเวลา “จบสักที” ทันทีที่เกรดตัวสุดท้ายออก ความกังวลใจของฉันกับเจสสิก้าก็หมดลง ตอนนี้เราสองคนเรียนจบแล้ว จบจริง ๆ ไม่น่าเชื่อว่าการเรียนตลอดสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัยจะให้อะไรมากขนาดนี้ฉันได้อะไรมากมายจากการ
“กรี๊ด!!!” เสียงกรี๊ดดัง ๆ ของคนบ้า เกิดมาเพิ่งเคยเห็นคนบ้าของจริงก็ครั้งนี้แหละ “คุณ นี่โรงพยาบาลนะ” หมอเจ้าของไข้พยายามห้าม “อีบ้า! อีสำออย แก้วบาดแค่นี้” นอกจะด่าว่าฉันแล้ว ยังจะปรี่เข้ามาหาฉันอีก “โอ๊ย! อีบ้า มึงตบกูทำไม” ก่อนที่คนบ้าจะถึงตัวฉัน ยายลักไม่รู้เข้ามาในห้องตอนไหน กระชากยายป้าผีโพงนั่นและตบหน้าอย่างแรง “มึงจะทำพี่กู กูแค่ทำเพราะป้องกันตัว” “โอ๊ย!” เสียงตบอีกครั้งดังขึ้นบนแก้มข้างเดียวกัน เสียงกรีดร้องของคนโดนตบยังดังไม่หยุด แต่ผู้ชายที่เหลือดูเหมือนไม่มีใครเข้าไปช่วยยายน้ำเน่านั่นสักคน “มึงออกไปเลยถ้าไม่อยากโดนกูกระทืบตายก่อน” ยายลักถลกแขนเสื้อขึ้น บอกได้คำเดียวว่าพร้อมมีเรื่อง เสียงร้องไห้ของยายน้ำเน่าหายไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล “ขอบใจมากลัก” ฉันเอ่ยขอบคุณน้องรหัสของตัวเอง เพราะยายน้ำเน่าเป็นผู้หญิง เฮียหนึ่งจึงไม่กล้าลงมือเอง แต่น้องรหัสฉันเป็นผู้หญิงไง ผู้หญิงตบผู้หญิงมันก็แค่เรื่องทะเลาะวิวาท “เสียดายน่าจะได้ตบมากกว่านี้ ถ้าไม่เกรงใจคุณหมอ ลักตบมันหน้าแหกแล้ว”ฉันโคลงศีรษะกับค
“เดี๋ยวเฮียไปรับ” “ค่ะ” ฉันยิ้มให้กับโทรศัพท์ แต่ยังไม่ทันจะกลับเข้าไปในห้องก็เจอคนที่ไม่อยากเจอ “นึกว่าตาฝาด ที่แท้ก็เมียคนปัจจุบันของเต็งหนึ่งนี่เอง” ป้าน้ำฟ้าน้ำเน่า มาตอนไหนเนี่ย “ค่ะ ขอตัวนะคะ” ฉันไม่อยากมีเรื่องเพราะอีกแค่เดือนเดียวก็จะฝึกงานจบแล้ว
เมียผมก็คงไม่ต่างจากยายลัก ขอให้เรียนจบก่อน แต่ผมนี่สิอยากแต่ง เมียผมเนี่ยสวยมากระดับดาวมหาวิทยาลัยเลยนะครับ แล้วรุ่นน้องปีหนึ่ง ปีสอง ขายขนมจีบเยอะมาก บางคนพอรู้ว่าหนูนายคบผมก็ถอยไปบ้าง บางพวกคิดว่ากูไม่สน เผื่อฟลุก แล้วไหนจะพวกต่างมหาวิทยาลัยอีก อย่าให้พูด แล้วยังมีไอ้เด็กเวรน
กว่าไอ้พัทธุ์จะมาถึงกรุงเทพฯ ได้เกือบสิบโมง มันรีบวิ่งออกมาอย่างไม่คิดชีวิต “ลักอยู่ไหนแล้วพี่” “อยู่โรงบาลน่ะสิ เพิ่งออกจากห้องฉุกเฉิน” หน้าตาไอ้พัทธุ์ดูไม่ได้เลย ความหล่อของมันหายไปเกือบครึ่ง มือไม้สั่นไปหมด “เข้าห้องฉุกเฉินเลยเหรอ” แล้วมันก็ร้องไห้อีกครั้ง
ฉันควานหาโทรศัพท์มือถือข้างเตียง สงสัยไม่น้อยว่าใครที่โทรมาเวลาเช้าตรู่ขนาดนี้ ฉันกดรับสายก็ได้ยินเสียงสะอื้นจากอีกฝ่าย ทำให้ฉันที่ยังตื่นไม่เต็มตา ตอนนี้ตาเบิกกว้างเพราะความตกใจ “ลักเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม” ไม่ใช่เรื่องดีแน่ ปกติน้องรหัสฉันไม่เคยร้องห่มร้องไห้แบบนี้ แล้วยิ่งเวลานี