แชร์

ตอนที่ 2 Hill Tribe Tea

ผู้เขียน: JAOTUNTEE
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-21 13:13:24

หลังจากผ่านมื้ออาหารอันหนักท้อง สองสาวก็ได้แยกย้ายกันไปอาบน้ำเตรียมนอน พะแพงนั่งอยู่บนเตียงด้วยชุดนอนสบาย ๆ พร้อมกับเลื่อนมือไถฟีดแอปพลิเคชันในมือถืออย่างขะมักเขม้น ราวกับว่ามันมีเรื่องให้เธอต้องทำเยอะแยะ

ทางด้านเพียงพอเองก็นั่งอยู่บนเตียงฝั่งตรงข้าม มือเล็กกำลังเช็ดผมเปียก ๆ อยู่เพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบไดร์ร้อนขึ้นมาเตรียมไดร์ผม

“เพียงพอ.. แพงว่าเรามีอะไรเหมือนกันนะ”

“อะไรเหรอ”

เพียงพอถามออกมาเสียงเรียบพลางขมวดคิ้วนิด ๆ ก่อนจะกดเปิดไดร์เบา ๆ โชคดีที่ของที่เธอใช้นั้นค่อนข้างแพงเอาเรื่อง ทำให้เสียงของมันเบามากจนแทบไม่ส่งเสียงรบกวนอะไรนัก

“เรื่องชาไง แพงชอบชาเขียวมาก ๆ เลยนะ แล้วก็ไม่คิดว่าจะเจอใครที่ชอบเหมือนกันแบบนี้”

เพียงพอเหลือบมองหญิงสาวก่อนจะอมยิ้มเล็ก ๆ แล้วตอบเสียงเบา

“ฉันชอบนะ แต่ก็ไม่ถึงกับคลั่งไคล้”

พะแพงหันมามองเธอด้วยดวงตาเป็นประกาย ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินมานั่งข้าง ๆ

“งั้น.. อีกตั้งสามวันกว่ามหาลัยจะเปิดเทอม เราไปเดินเล่นที่ไร่ชาจริง ๆ กันไหม”

เพียงพอหยุดคิดแวบหนึ่งด้วยสีหน้าไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรออกมามากนัก แม้ว่าจะรู้จักกันเพียงไม่ถึงวัน แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ดูไม่มีพิษมีภัยเท่าไหร่ เมื่อเพียงพอปรายตามองพะแพงที่เอาแต่เลื่อนฟีดหาไร่ชาแล้วได้แต่พยักหน้า

“อืม.. ไปสิ”

“ดี! งั้นเราจะไปสำรวจทุกมุมของไร่ชาให้เต็มที่กันไปเลย!”

“ฉันไม่เคยเจอใครที่ตื่นเต้นเวลาพูดถึงเรื่องชาเหมือนเธอมาก่อนเลยจริง ๆ นะ”

 "อิอิ"

เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่น เมื่อพะแพงมองที่หน้าจอก็เห็นว่าเป็นเวลาเกือบตี5แล้ว ทำให้ทั้งคู่ต้องรีบตื่นขึ้นมาก่อนจะรีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งสองสวมเสื้อผ้าสบาย ๆ เสื้อเชิ้ตกางเกงยีน พร้อมหมวกกันแดดและรองเท้าผ้าใบอย่างเรียบร้อย

พะแพงที่แต่งตัวเสร็จก่อนรีบหยิบมือถือขึ้นมาเปิดโซเชียลแล้วค้นหาไร่ชาที่ใกล้มหาวิทยาลัยที่สุดอย่างเร่งรีบ แม้ว่าเมื่อคืนเธอจะนอนส่องไร่ชาจนดึกดื่น แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่ถูกใจสักเท่าไหร่

“แพงดูหลายไร่มากแล้ว แต่ยังไม่ถูกใจเลย มีแนะนำไหม”

พะแพงบ่นไปพลางเลื่อนหน้าจอด้วยท่าทางรน ๆ เพราะทั้งเธอและเพียงพอนั้นตื่นแต่เช้ามาแต่งตัวเตรียมพร้อม แต่กลับยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนกันดี ก่อนที่เพียงพอนั้นจะยิ้มออกมาแห้ง ๆ แล้วเปิดมือถือตัวเองช่วยหา ผ่านไปครู่หนึ่งก็ยื่นมือถือมาให้

“ลองดูที่นี่ไหม”

ทันทีที่พะแพงเห็นภาพบนเว็บไซต์ เธอก็เบิกตาโตอย่างตื่นเต้น ก่อนจะเลื่อนอ่านเนื้อหาที่ทางเพจลงรายละเอียดไว้คร่าว ๆ

“ว้าว! สวยจัง! Hill Tribe Tea! ไร่ชาขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ภูเขาถึงสามลูก มีโฮมสเตย์ด้วย แถมยังมีคอร์สเดินชมไร่ เก็บชา และชมโรงงานผลิตชาที่ส่งออกต่างประเทศด้วย!”

พะแพงพูดพลางชี้นิ้วจิ้ม ๆ ภาพบนหน้าจอด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะกดดูพิกัดก็เห็นว่าห่างจากที่นี่มากอยู่ แต่ก็ดูน่าจะไม่เกินความพยายามของเธอทั้งสองคนสักเท่าไหร่

“เราไปที่นี่กันเถอะ ถึงจะห่างจากนี่เกือบ 60 กิโลเมตรก็เถอะนะ แต่ฉันอยากไปมากเลย!”

“ได้! งั้นไป Hill Tribe Tea กัน”

“งั้นแพงเรียกรถเลยนะ”

ทันทีที่พูดจบหญิงสาวก็กดเข้าแอปพลิเคชันเตรียมที่จะเรียกรถแบบที่เธอเคยทำตอนอยู่กรุงเทพบ่อย ๆ มือเล็กเริ่มปักหมุดสถานที่เตรียมกดยืนยัน แต่ก็เป็นเพียงพอที่เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

“ถ้าพะแพงอยากสัมผัสบรรยากาศแบบเต็ม ๆ เราลองแว๊นมอเตอร์ไซค์ไปกันไหม ถึงช้าหน่อยแต่ก็น่าจะสนุกดีนะ”

ทันทีที่พะแพงได้ยินแบบนั้นก็หยุดมือนิ่ง ๆ ก่อนจะทำหน้ากังวล ไม่ใช่ว่าเธอนั้นไม่เคยซ้อนมอเตอร์ไซค์หรือจักรยาน แต่สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่เคยไปแบบนี้ สำหรับผู้หญิงสองคนแล้วก็ค่อนข้างอันตรายไม่น้อย

“แต่มันอันตรายไม่ใช่เหรอ อีกอย่างแพงขี่มอเตอร์ไซต์ไม่เป็นนะ”

แต่นอกจากเพียงพอจะไม่ได้สนใจอะไรแล้ว เธอยังเอื้อมไปหยิบกระเป๋าเงินแล้วหยิบใบขับขี่ออกมายื่นให้พะแพงได้ดูด้วยท่าทางภูมิใจอีกด้วย

“ฉันขี่ได้เธอไม่ต้องห่วง แค่หกสิบเจ็ดสิบกิโลเองไม่ใช่เหรอ ไกลกว่านี้ฉันก็ขี่มาแล้วน่า สบายมาก!”

“งั้น.. ฝากด้วยนะ”

ในที่สุด! ทั้งสองก็ตัดสินใจเช่ามอเตอร์ไซค์จากร้านเช่ารถหน้ามหาลัย ทั้งคู่เลือกรถที่คันใหญ่และเร็วหน่อย จนเมื่อได้คันที่ถูกใจก็เตรียมพร้อมที่จะเดินทางทันที

เสียงเครื่องยนต์ครืดคราดดังขึ้นท่ามกลางลมเย็นของแนวเขา พวกเธอขี่ผ่านถนนเส้นทางตัดผ่านภูเขาที่คดเคี้ยว พร้อมกับสูดอากาศสดชื่นกันมาตลอดทาง

เกือบหนึ่งชั่วโมงผ่านไป จากเส้นทางในเมืองที่มีแต่สิ่งก่อสร้าง ก็เริ่มเหลือเพียงถนนที่ตัดผ่านกลางทิวเขา รถที่เคยขับสวนกันไปมา เหลือเพียงแค่มอเตอร์ไซต์คันใหญ่ของทั้งสองที่แทบจะเรียกว่ากำลังครอบครองถนนทั้งเส้น จนเมื่อขี่ไปเรื่อย ๆ จากถนนที่เดิมทีสองข้างทางมีแต่ต้นไม้และภูเขา ก็เริ่มเปิดออกเป็นวิวกว้าง ยิ่งพอรถมอเตอร์ไซต์ของพวกเธอแล่นไปเข้าเขตไร่ชา ภาพที่เห็นไกล ๆ ตรงหน้าทำเอาพะแพงนั้นแทบกรี๊ดด้วยความตื่นเต้น

Hill Tribe Tea ไร่ชาที่กว้างสุดลูกหูลูกตา สีเขียวของต้นชาที่ปกคลุมภูเขาทั้งสามลูกเป็นขั้นบันไดสีเขียวสด ใบเขียวเรียงตัวเป็นระเบียบ แม้จะมองไกล ๆ ก็ยังเห็นว่าทางเดินระหว่างแถวชานั้นดูเรียบร้อยสะอาดตา ทำให้มองเห็นภูมิทัศน์ของจริงเต็มสองตาไม่ใช่แค่เห็นในอินเทอร์เน็ตเท่านั้น

พะแพงมองแสงแดดอ่อน ๆ ที่ส่องกระทบหยดน้ำค้างเป็นประกายราวกับเพชร ยิ่งขี่เข้าไปใกล้ก็ยิ่งได้กลิ่นชาอ่อน ๆ ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศที่ค่อนข้างเย็น ทำให้หัวใจของสองสาวนั้นเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นไม่น้อย

หญิงสาวตัดสินใจล้วงมือไปในกระเป๋ากางเกง หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอไปตลอดทางราวกับว่าตอนนี้เธอเป็นบล็อกเกอร์สาวสายท่องเที่ยว ก่อนจะหันไปพูดกับเพียงพอที่กำลังขับรถอยู่

“เพียงพอเห็นไหม นี่แค่ทางเข้านะ สวยมาก!”

“อื้อ!”

มือเล็กที่สวมถุงมือหนังสีดำยังคงบิดแฮนด์มอเตอร์ไซค์ตรงเข้าไปตามถนน ซึ่งเป็นทางเข้าที่ตรงไปยังโฮมสเตย์ที่ตั้งอยู่บริเวณเนินเขา

ทั้งสองสาวพูดคุยกันด้วยความครึกครื้นพร้อมทั้งถ่ายวิดีโอไว้เป็นความทรงจำ มองดูบ้านไม้ตากอากาศที่เหมือนจะเรียบง่ายแต่กลับดูสะอาดสะอ้าน พร้อมทั้งมีระเบียงที่เอาไว้ชมวิวภูเขา ไร่ชา ได้อย่าง 360 องศา

ทันทีที่ทั้งสองนั้นมาถึงจุดจอดรถ ทั้งคู่ก็รีบลงมายืนรับลมที่พัดตลอดเวลาเป็นระลอก พลางสูดอากาศและกลิ่นใบชาอ่อน ๆ นั้นลึก ๆ

“ไร่ชาของจริงมันหอมแบบนี้นี่เอง”

“งั้นเราเข้าไปจองห้องพักกันก่อนเถอะ”

“อื้อ แพงนี่อยากจะอยู่ที่นี่สัก365วัน”

“งั้นแพงคงต้องมีแฟนเจ้าของละแหละ”

เพียงพอพูดขึ้นมาก่อนจะหัวเราะขำ ๆ แต่พะแพงกลับทำหน้าเขินบิดไปบิดมาแล้วหันไปมองเพื่อน

“ถ้าหล่อแล้วไม่มีเมียก็ไม่ติดนะเพียงพอ งื้อ!!”

“ยัยบ้า!”

หลังจากนั้นทั้งสองสาวก็เดินตรงเข้าไปที่โซนต้อนรับ ที่หอมกลิ่นชาอ่อน ๆ จากเครื่องอบโชยคลุ้ง ทำให้บรรยากาศที่นี่อบอวลไปด้วยความผ่อนคลาย พะแพงกวาดสายตามองที่นี่รอบ ๆ ราวกับอยากดื่มด่ำกับบรรยากาศให้มากที่สุด ก่อนที่ดวงตาของเธอนั้นจะเบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อมองไปที่เคาน์เตอร์

“อุ๊ย!!”

เธอเผลอร้องอุทานออกมาอย่างลืมตัว จนเพียงพอที่ยืนข้าง ๆ และชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตานั้นหันมามองเธอเล็กน้อย

“อะไรพะแพง”

“หล่อจัง”

“ยัยนี่!!”

เพียงพอตีแขนเพื่อนเบา ๆ อย่างอดไม่ได้ ก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้สักอีกครั้ง เขาเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มงานแทบจะทันที ดวงตาคมหวานจ้องมองทั้งสองราวกับจะสะกดให้ทั้งคู่นั้นหยุดหายใจเสียให้ได้.. โดยเฉพาะพะแพง

เขาจ้องเธอไม่กะพริบ เหมือนโลกทั้งใบนั้นเหลือเพียงแค่เขาและเธอ พะแพงเองก็จ้องมองชายหนุ่มอย่างไม่อาจจะละสายตาได้ ดวงตากลมกวาดตามองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา

ผิวขาวจัดแต่ไม่ซีด ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มละมุน ใบหน้าคมปนหวานของเขาช่างละม้ายภาพวาด และเพียงชั่ววินาทีที่สบตากันนั้นเธอก็รู้สึกเหมือนว่าลืมวิธีหายใจไปเสียดื้อ ๆ

“สวัสดีครับ.. มีอะไรให้รับใช้หรือเปล่าครับ”

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำเอาพะแพงหัวใจเต้นรัว ทำให้เพียงพอที่เห็นท่าทางอ้อร้อของเพื่อนแล้วได้แต่ถอนหายใจในอกหนัก ๆ ก่อนจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเรียบ ๆ สลับกับมองหน้าเพื่อนสาวที่เคลิบเคลิ้มจนกู่ไม่กลับ

“พวกหนูอยากได้ห้องพักที่ดีที่สุดค่ะ เอาห้องที่เช้ามามองเห็นไร่ชาได้กว้างที่สุด สามารถสูดกลิ่นใบชาหรือชมทะเลหมอกได้ใกล้ที่สุด เรื่องราคาห้องพักไม่เกี่ยง”

ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบา ๆ พร้อมกับปรายตาเหลือบมองพะแพงก่อนจะตอบออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มชวนฝัน

“บังเอิญจังเลยครับมีอยู่หนึ่งห้องพอดีเลย อยู่บนเนินเขาอีกลูกหนึ่ง เป็นส่วนตัว เงียบสงบจากเสียงรอบข้าง แล้วก็มองเห็นไร่ชาได้ไกลสุดสายตาแน่นอน มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน และแถมคอร์สเดินเก็บชาพร้อมกับชมโรงงานให้ฟรีด้วยครับ”

“เอาห้องนั้นเลยค่ะ! พักหนึ่งคืน”

เพียงพอรีบตอบทันควัน เพราะรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ชาเขียวเลิฟเวอร์ขนาดไหน ทำให้พะแพงที่นิ่งเงียบอยู่นั้นหันไปมองเธอด้วยความรู้สึกที่ว่าขอบอกขอบใจเพื่อนอย่าสุดซึ้ง

“ได้เลยครับ รบกวนขอบัตรประชาชนด้วยนะครับ”

เพียงพอได้ยินแบบนั้นก็รีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าควานหากระเป๋าสตางค์อยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วก็ต้องชะงักทำสีหน้าสลดเล็กน้อย เมื่อเพิ่งนึกได้ว่าตอนที่นำใบขับขี่ให้พะแพงดูนั้นเธอวางไว้บนเตียงลืมหยิบมาด้วย ก่อนจะหันไปสะกิดเพื่อน

“แพง.. ฉันลืมกระเป๋าตังค์ไว้ที่ห้อง”

พะแพงเลิกคิ้วเล็กน้อยราวกับถูกปลุกออกจากภวังค์ แต่ก็รีบยิ้มกลบเกลื่อน

“ไม่เป็นไรใช้ของฉันก็ได้”

พูดจบเธอก็ล้วงบัตรออกจากกระเป๋าเงินไปยื่นให้ ชายหนุ่มรับบัตรประชาชนไปก่อนจะมองชื่อบนหน้าบัตรอยู่นานกว่าปกติ ริมฝีปากที่ดูจะนุ่มนิ่มนั้นยกยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงแหบพร่า

“พนิดา.. ชื่อน่ารักจังเลยนะครับ”

พะแพงที่ได้ยินแบบนั้นก็ต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ ส่งไปให้

“เอ่อ.. ขอบคุณค่ะ”

น้ำเสียงของเธอนั้นแสดงออกว่างุนงงไม่น้อย ที่จู่ ๆ ชายหนุ่มก็เอ่ยชมเธอแบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้นในใจกลับรู้สึกร้อนวูบวาบดีอกดีใจที่เขาเรียกชื่อเธอขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจตัวเอง เขาเสียบบัตรของเธอเข้าไปในเครื่องอ่านข้อมูลสักครู่ก่อนจะกด ๆ จิ้ม ๆ อะไรสักอย่างแล้วยื่นบัตรมาคืนให้ พร้อมกับล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงแล้วยื่นกุญแจห้องที่มีไม้แกะสลักลายใบชาที่ดูแตกต่างจากกุญแจห้องอื่น ๆ ด้านหลังลิบลับมาให้

“เดี๋ยวพี่พาไปนะครับ”

“เอ่อ.. ไม่เก็บเงินก่อนเหรอคะ”

เพราะดูเหมือนว่าเขาจะลืมเก็บเงินค่าห้องทำให้เพียงพอรีบถามแทรก แต่ชายหนุ่มกลับส่ายหน้าช้า ๆ ด้วยท่าทางไม่ได้สนใจอะไร พร้อมกับยิ้มยกมุมปากแบบที่เหมือนตั้งใจให้หัวใจคนดูนั้นหวั่นไหวเต็มที่

“ไม่เป็นไรครับ ห้องพักหลังนั้นเป็นห้องพักตากอากาศส่วนตัวของพี่เอง ไม่คิดเงิน”

เขาตอบออกมาแบบนั้นพร้อมกับส่งสายตาที่หันไปจ้องพะแพงด้วยสายตาที่มองจากดาวอังคารก็รู้ว่ามีความหมายแฝง แต่ถึงอย่างนั้นหัวใจของเธอกลับเต้นแรงจนเธออดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย

“คนดี ๆ ที่ไหนจะมาให้ห้องพักตัวเองกับคนอื่นฟรี ๆ ต้องมีอะไรแน่เลยพะแพง”

เพียงพอโน้มหน้าลงมาใกล้พร้อมกระซิบ ดวงตาของเธอเองยังคงมองไปที่ชายหนุ่มด้วยสายตาที่บอกออกมาว่าเขาดูไม่น่าไว้ใจ แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็อยากจะเอ่ยถามเขาในสิ่งที่เธออยากรู้

“นี่พี่.. กำลังจะจีบหนูเหรอคะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา   ตอนที่ 15 Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา

    คำพูดบ้า ๆ นั่นทำให้พะแพงแทบจะสำลักอากาศทั้งตกใจทั้งเขิน“พี่พูดบ้าอะไรเนี่ย!”หลังจากที่เธอพูดออกมาแบบนั้น ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่รถยนต์จอดสนิทที่หน้าหอพักในเวลาเกือบสี่ทุ่ม ทั้งพายุและพะแพงต่างนั่งนิ่งราวกับถูกกลืนไปกับความเงียบในห้องโดยสาร กระทั่งเสียงทุ้มของเขาเอื้อนเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง“ที่พี่บอกว่าอยากจดทะเบียนสมรสน่ะ.. พี่พูดจริงนะคะ”พะแพงหันไปมองชายหนุ่มเล็กน้อยดวงตากลมโตเบิกกว้างไปด้วยความอึ้ง ก่อนจะกัดริมฝีปากแล้วตอบเสียงเบา“อย่างน้อยผู้ใหญ่ก็ควรรับรู้ใช่ไหมคะ อีกอย่าง.. ไม่ว่าจะคิดยังไง หนูก็ไม่เห็นความเป็นไปได้เลยว่าพี่จะชอบหนูจริง ๆ ได้ ให้เวลาหนูอีกหน่อยได้ไหมคะ”“ไม่มีปัญหาค่ะ เพราะยังไงคนที่จะมาเป็นแม่ของลูกพี่ ก็ต้องเป็นน้องพะแพงคนเดียวเท่านั้น”หญิงสาวกลั้นยิ้มเอาไว้ด้วยความดีใจปนเขินอาย ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ เพราะมหาลัยมีเวลาเปิดปิดประตู หลังจากที่เขาเห็นว่าเธอยืนอยู่หน้ารถแล้ว ชายหนุ่มเองก็ยกมือโบกลาเธอเล็กน้อยก่อนจะเหยียบคันเร่งขับออกไปทันที เสียงเครื่องยนต์ค่อย ๆ ห่างออกไปจนเงียบสนิท พะแพงถึงได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก ก่อนที่จะมีมือนุ่มนิ่มข้างหนึ่งมาตบไหล่

  • Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา   ตอนที่ 14 ห้ามลบนะ

    พะแพงเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อได้ยินคำสั่งนั้นของผู้เป็นพ่อ รวมทั้งสายตาของพายุที่มองไปยังประมุขของบ้านเองก็ดูจะไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่อีกด้วย เรียกได้ว่าสายตาของสองพ่อลูกคู่นี้ทำให้บรรยากาศตอนนี้จะดูตึงเครียดเกินกว่าที่เธอจะพูดอะไรออกมาได้ แต่โชคดีที่ผู้เป็นแม่ซึ่งดูเหมือนจะเห็นว่าบรรยากาศกำลังจะไปกันใหญ่ จึงเลือกที่จะเอ่ยตัดบทขึ้นมาแทน“ทานอะไรกันมาหรือยังพายุ”เมื่อเห็นว่าแม่ตั้งใจถามแบบนั้นพายุเองก็ไม่รอช้ารีบคว้าโอกาสนั้นไว้ทันที เขาจูงมือพะแพงให้เดินไปนั่งที่โซฟาตัวยาว ก่อนที่ตัวเขาเองจะเดินไปนั่งเบียดลงข้าง ๆ ผู้แม่พร้อมกับอ้อนเสียงหวาน“ยังเลยครับแม่ เนี่ย.. วันนี้ผมตั้งใจจะพาว่าที่ลูกสะใภ้มาชิมฝีมือแม่ด้วยนะ พ่ออะทำเสียบรรยากาศหมด”แม่หันไปตีแขนลูกชายเบา ๆ พลางบ่นออกมาแบบไม่จริงจังนัก“ทำมาเป็นพูดจาปากหวาน! นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วหืม.. ดีนะที่เมื่อเย็นแม่ทำกับข้าวเก็บไว้ก่อนแล้วไม่งั้นอดกินแน่”พายุยกยิ้มกว้างก่อนจะเอนหัวลงซบไหล่แม่แล้วเอ่ยออดอ้อน พร้อมกับหันไปมองหน้าพ่อแล้วทำท่าทางน่าหมั่นไส้“รักแม่ที่สุดเลยครับ”“ไอ้ลูกเวรนี่!”ยังไม่ทันที่พ่อจะได้ยกมือขึ้นมาเขกศีรษะลูก

  • Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา   ตอนที่ 13 โกรธไม่ลง

    พายุแสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมาทันทีที่เธอพูดด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน เขารีบกดล็อกประตูรถเพราะรู้ดีว่าหากเขาทำอะไรผิดพลาดขึ้นมานิดหนึ่ง เด็กสาวคนนี้เธออย่างที่พูดจริงแน่ ท้ายที่สุดแล้วทั้งคู่ก็เงียบกันมาโดยไม่พูดอะไรเลยตลอดทาง จนเมื่อรถยนต์คันหรูจอดลงที่หน้าหอพัก ในตอนที่พะแพงลงไปจากรถนั้นชายหนุ่มเองก็รีบตามลงไป เขารีบเดินไปหาพะแพงหวังจะคว้าข้อมือเธอเอาไว้ แต่ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่มีรถตู้คันแพงแล่นมาจอดข้าง ๆ "อ่าวแพง.. แล้วนั่น.. ไปไหนกันมาเหรอ"เพียงพอที่เพิ่งลงมาจากรถคันนั้นหันมามองเพื่อนสลับกับพายุทันที ก่อนที่ชายหนุ่มจะชะงักลงไปเล็กน้อยและก็เป็นพะแพงที่ดวงตาแดงก่ำจนเพียงพอเองถึงกับตกใจ"แพงเกิดอะไรขึ้น"“ขึ้นห้องเถอะเพียงพอ”เพียงพอหันมามองทั้งสองด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะส่งสายตาที่ไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่ส่งไปให้พายุ แต่ก็ยอมเดินตามแรงกระชากจากเพื่อนไปแต่โดยดี“นี่มันเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้ แล้ว.. ไปไหนกับพี่พายุมาเหรอ แล้วทำไมร้องไห้ล่ะ หรือว่าทะเลาะกันเหรอ”พายุมองตามแผ่นหลังของเธอที่จูงแขนเพื่อนเข้าไปในหอพักด้วยสายตาละห้อย หลังจากที่ทั้งคู่หายเข้าไปในหอพักแล้วเขาก็ได

  • Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา   ตอนที่ 12 คนเฮงซวย

    “พี่พายุ!”เสียงหัวเราะของชายหนุ่มดังก้องไปทั่วไร่ชา เมื่อพะแพงนั้นไล่ตีเขาเพราะความกวนประสาท แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับรู้สึกสนุกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“พี่พูดบ้าอะไรเนี่ย! คนเยอะแยะนะ!”เธอหน้าแดงจัดทั้งโกรธทั้งอาย แต่กลับยิ่งทำให้ร่างสูงหัวเราะหนักกว่าเดิม จนคนงานที่ที่ยืนเก็บชาอยู่รอบ ๆ ต่างพากันหันมามองแล้วอมยิ้ม หลุดขำไปกับท่าทางนั้นของทั้งคู่อย่างช่วยไม่ได้ทั้งคู่วิ่งไล่หยอกไล่ตีกันเหมือนเด็ก ๆ ผ่านไปนานพอสมควร จนกระทั่งช่วงสาย ชายหนุ่มเดินตามเธอมายังสุดปลายแถวของไร่ชาก่อนจะเอ่ยถาม“น้องพะแพงอยากไปเที่ยวไหนอีกไหมครับ”หญิงสาวหันหลังมามองใบหน้าเขาครู่หนึ่ง“หนูอยากลองเข้าไปดูในโรงงานตอนที่ทำชาอบแห้งแบบใกล้ ๆ ที่เตรียมส่งออกค่ะ”พายุขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย น้อยคนนักที่อยากจะเข้าไปที่โรงงาน ยิ่งเป็นสาว ๆ ในเมืองกรุงยิ่งแล้ว เพราะพวกเธอต่างคิดว่าที่นั่นทั้งร้อนและอบอ้าว เป็นสถานที่ที่ดูไม่น่าสนใจสักเท่าไหร่ “ที่นั่นดูเหมือนว่าเป็นกระบวนการง่าย ๆ แต่ความจริงแล้วมีขั้นตอนเยอะมากนะ พี่พาไปดูแต่ละขั้นตอนได้ แต่ยังให้ทำเองไม่ได้นะคะ”พะแพงที่เห็นว่าชายหนุ่มดูเหมือนจะอนุมัติ เธอก็ฉ

  • Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา   ตอนที่ 11 ฟันแล้วทิ้ง

    แสงยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอนบาง ๆ พร้อมกับเสียงนกตัวน้อยที่กำลังพากันขับขานราวกับว่ากำลังส่งเสียงปลุกคนในห้อง พะแพงค่อย ๆ ขยับตัวอย่างงัวเงียก่อนจะลืมตาขึ้นมาแล้วต้องชะงัก หัวใจดวงเล็กแทบหยุดเต้นเมื่อพบว่าตัวเองกำลังนอนซุกอยู่ในอ้อมกอดอุ่น ๆ ของผู้ชาย กลิ่นกายหอม ๆ ของเขาทำให้เธอจำได้ดี แต่ที่รู้สึกน่าตกใจกว่านั้นคือสภาพที่ทั้งเธอและเขาไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่แม้แต่ชิ้นเดียว!หญิงสาวพยายามตั้งสติก่อนที่จะค่อย ๆ นึกถึงเรื่องเมื่อคืน ทันทีที่เธอนึกได้ภาพแต่ละฉากแต่ละตอนก็แวบเข้ามาในหัวทีละช็อตจนทำให้แก้มของพะแพงนั้นร้อนผ่าวขึ้นทันตา เธอเงยหน้าเหลือสายตาไปมองพายุอีกครั้งก่อนจะใช้ปลายนิ้วชี้ไปลูบสันจมูกของเขาเบา ๆ ก่อนจะรีบดันตัวเองอย่างเก้ ๆ กัง ๆ พยายามแกะแขนที่เขากอดเธอไว้แน่นออกแล้วหย่อนขาลงจากเตียงช้า ๆทว่าเพียงเสี้ยววินาทีที่ปลายเท้าของเธอนั้นแตะพื้น เรียวแขนที่เกือบจะคุ้นชินก็ได้ตวัดมารัดรอบเอวเธอไว้แน่นอีกครั้ง ร่างบางที่ไม่ทันได้ตั้งตัวถูกดึงกลับไปซุกเข้าหาอกแกร่งอย่างแรง“ยังเช้าอยู่เลยจะรีบไปไหนคะ”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างงัวเงียพร้อมกับริมฝีปากของเขาที่สัมผัสไปตามซอกค

  • Friday กรุ่นไอกลิ่นไร่ชา   ตอนที่ 10 กอด จูบ ลูบ คลำ

    ในคืนนั้นพะแพงนอนพลิกตัวกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงนานเกือบชั่วโมง แต่ไม่ว่าจะพยายามข่มตาให้หลับเท่าไหร่ ความคิดวุ่นวายก็ไม่ยอมหายออกไปจากในหัวเลยสักนิด เธอผุดลุกผุดนั่งอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดก็แพ้ให้กับความอยากรู้ ครั้งที่แล้วเธอเองก็หลับไม่ทันได้สูดอากาศยามค่ำคืน ครั้งนี้เลยตัดสินใจเดินไปเปิดม่านหน้าต่างออกเล็กน้อย เผยให้เห็นท้องฟ้าเหนือยอดดอยที่เต็มไปด้วยดวงดาวพราวระยับ และพระจันทร์ดวงโตที่กำลังส่องแสงสว่างนวลตา“โห!!! สวยจัง!”พะแพงจ้องมองท้องฟ้าราวกับถูกมนต์สะกด มือเล็กดึงผ้าม่านให้เปิดออกกว้างขึ้น ก่อนจะจ้องมองผืนฟ้านั้นด้วยหัวใจที่เต้นระริก ก่อนที่สายตาของเธอจะไปสะดุดเข้ากับร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงระเบียงด้านนอก พะแพงจ้องมองแผ่นหลังของเขานิ่ง ๆ มองดูชายหนุ่มที่ยืนเกาะระเบียงไม้มองพระจันทร์ด้วยท่าทางสงบ ราวกับว่าในหัวของเขานั้นกำลังคิดอะไรบางอย่างที่เคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา พะแพงยืนชั่งใจอยู่สักพัก สุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะปิดม่านแล้วเดินไปเปิดประตูห้องนอนออกไปที่ระเบียงนั้นพายุเหลือบตามามองเธอเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปสนใจผืนฟ้าที่มีดาวระยิบระยับดังเดิม“นอนไม่หลับเหรอคะ”“ค่ะ.. พ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status