Share

บทที่ 7

Author: Phat_sara
last update publish date: 2025-10-04 03:42:48

จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ!

“อื้อ! อ่อย!”

“อ่อย!!!”

“ฮึ! ครางทำไมวะแค่จูบ แหกปากร้องอย่างกับโดนกระแทกเข้าไปทั้งดุ้น”

เขาจับไหล่ฉันแล้วกระชากให้ผละออกจากตัวก่อนที่จะพ่นคำพูดที่มันเลวร้ายยิ่งกว่าอะไรออกมาจากปาก

“...เลว” ด่าว่าเลวยังน้อยไปแต่ฉันก็ไม่รู้ว่าจะด่าคำไหนได้มากกว่านี้ เพราะยังไงมันก็คงไม่สะเทือนใจเขาหรอก

“ฮึ ๆ ๆ ฉันเลวได้มากกว่าที่คิดอีก โดยเฉพาะกับผู้หญิงอย่างเธอ!” เขาตะคอกใส่หน้าฉันอีกครั้งแล้วก็ใช้สองมือที่จับไหล่ฉันผลักฉันออกจนหลังฉันไปชนกับผนังแล้วเขาก็เดินไปทันที ทิ้งไว้แค่ฉันที่อยู่ในอารมณ์โกรธ โมโห สับสน แล้วก็สมเพชตัวเอง ทำไมคนที่ไม่เคยรู้จักกันถึงได้ทำอะไรแย่ ๆ แบบนี้ต่อกันด้วยนะ

“ฮึก!” ฉันพยายามกลั้นไม่ให้ร้องไห้แสดงความอ่อนแอแล้วค่ะ แต่ฉันก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่มีเกาะป้องกันตัวจากอะไรเลย ไม่มีใครคอยปกป้องพอมาเจอกับคนเลวแบบนี้ฉันก็เลยทำได้แค่ร้องไห้เพราะความโกรธที่ไม่รู้จะระบายกับใคร

“ฮื่อ ๆ ๆ” ฉันเปิดประตูที่อยู่ใกล้ ๆ มันเป็นประตูที่เปิดออกไปเจอระเบียงที่ผู้ชายคนนั้นเปิดเข้ามานั่นล่ะ เปิดออกไปแอบร้องไห้แล้วก็ถูปากตัวเองซ้ำ ๆ เพื่อลบความสกปรกของเขา

แอด~

“ฮึก!” ฉันได้ยินเสียงเปิดประตูก็เลยรีบเช็ดน้ำตาแล้วก็ก้มหน้าจะเดินสวนคนที่มาใหม่ออกไปทันที

“...เป็นอะไรเจ้าขา”​ ฉันไม่ได้เงยหน้ามองหรอกค่ะว่าคนที่เข้ามาเป็นใครถึงได้รู้จักฉัน ฉันได้แต่ส่ายหน้าตอบเขาเท่านั้นไม่งั้นคนที่ถามฉันคนนี้คงรู้แน่ว่าฉันมายืนร้องไห้

“ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” ฉันรีบตอบแล้วก็จะเปิดประตูแต่เขาคนนั้นรีบเอามือมาขวางไว้ก่อน

“เดี๋ยว...ร้องไห้นี่ ร้องไห้ทำไม” เขาก้มหน้าลงมามองหน้าฉันที่เอาแต่ก้มหน้าหลบสายตาแล้วฉันก็จำได้ว่าเขาคือหนึ่งในเพื่อนสนิทของพี่ชัตเตอร์ ทำไมวันนี้ฉันต้องเจอแต่ผู้ชายกลุ่มนี้ด้วยนะ

“ปะ เปล่าค่ะ” ฉันรีบปฏิเสธแต่เขาเอามือมาประคองแก้มฉันไว้แล้วดันให้เงยหน้าซะก่อน

“เปล่าอะไร ร้องไห้ชัด ๆ” เสียงทุ้มที่ฟังดูมีอำนาจเหมือนพวกมาเฟียดังออกมาจากปากของเขาทำให้ฉันเลิกเถียงเขาแล้วก็ยืนกลั้นน้ำตาแทน

“...”

“เป็นอะไรใครรังแกไหนบอกพี่มาพี่จะไปจัดการให้” พี่เวกัสเอานิ้วเกลี่ยน้ำตาให้ฉัน พอมีคนมาอ่อนโยนกับตัวเองฉันก็เลยยิ่งน้ำตาไหล

“ฮึก! เปล่าค่ะไม่มีใครทำอะไร” ฉันส่ายหน้าเบา ๆ เพื่อปฏิเสธ บอกว่าเป็นเพื่อนสนิทของเขาที่ทำร้ายฉันเขาจะไปจัดการให้เหรอคะ อีกอย่างฉันก็ไม่ได้เป็นคนขี้ฟ้อง พี่เวกัสกับฉันเราก็ไม่ได้สนิทกันแค่พี่เขาเคยชวนฉันคุยเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้วตอนฉันเสิร์ฟเหล้าให้ก็แค่นั้น

“ถ้าไม่มีใครทำก็ไม่ต้องร้องไห้สิจริงไหม หรือถ้ามีใครทำก็แค่ต่อยหน้ามันให้คว่ำแค่นั้นเอง จะเก็บมาร้องไห้คนเดียวทำไมครับ” พี่เขาวางมือไว้บนหัวฉันข้างหนึ่งส่วนอีกข้างก็เอามันล้วงเข้าไปในกระเป๋าก่อนที่จะขยี้ผมฉันเบา ๆ แล้วยิ้มอบอุ่นให้ฉัน

“ฮึก! ต่อยคนมันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอคะ” ฉันพยายามเช็ดน้ำตาแล้วก็ยิ้มให้กับคำแนะนำของพี่เวกัส

“ไม่ง่ายหรอก แต่ก็ไม่ยาก ขนาดคนที่เขามารังแกเราเขายังไม่รู้สึกเลยว่าการรังแกเราเป็นเรื่องยาก แล้วเราจะคิดว่าการสู้กลับมันยากทำไมล่ะจริงไหม” นั่นสินะ ไม่เห็นจะยากเลยแค่ปกป้องตัวเอง แต่ฉันก็ไม่กล้าทำแบบนั้นอยู่ดีนั่นล่ะ

“ค่ะ แต่เจ้าขาก็ไม่กล้าอยู่ดี”

“ถึงเวลาที่ทนให้ใครรังแกไม่ไหวเดี๋ยวก็ฮึดสู้เอง ไม่ต้องรีบกล้าก็ได้แต่อย่าปล่อยให้ใครมารังแกบ่อย ๆ เข้าใจไหม” พี่เขายิ้มปลอบทั้งที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าฉันเจอกับอะไรมา แค่เห็นฉันร้องไห้เขาก็สามารถพูดปลอบโยนให้กำลังใจจนฉันรู้สึกดีได้

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

“ครับ แต่ถ้าสุดท้ายแล้วไม่กล้าตอบโต้คนที่คอยรังแกก็มาฟ้องพี่ได้นะ” พี่เวกัสยิ้มให้ฉันแต่ฉันใจเต้นแรงเพราะพี่เขาพูดเหมือนรู้ว่าฉันโดนรังแกมาเลย หรือว่าเมื่อกี้เขาแอบเห็นนะ

“คือ...” ฉันอยากจะเอ่ยปากถามแต่ก็ยังไม่กล้าพออยู่ดี

“แล้วจะไม่บอกพี่หน่อยเหรอว่าไปโดนใครแกล้งมาถึงได้แอบมาร้องไห้คนเดียว” ฉันอ้ำอึ้งพี่เวกัสก็เลยเป็นฝ่ายพูดขึ้นมา และคำถามของเขาก็ทำให้ฉันโล่งใจเพราะเขาคงไม่มาเห็นตอนที่ฉันโดนผู้ชายคนนั้นรังแกแน่นอนถึงได้ถามแบบนี้

“แค่เรื่องเล็ก ๆ น่ะค่ะไม่มีอะไรหรอกเจ้าขาโกรธก็เลยร้องไห้”​ ฉันยิ้มตอบพี่เวกัส ไม่บ่อยหรอกค่ะที่ฉันพูดโกหกแบบนี้ถ้าเลือกได้ฉันจะไม่โกหกใครเลยด้วยซ้ำ แต่บางเรื่องมันก็ไม่ควรพูดออกไป เลี่ยงไม่พูดถึงคงจะดีกว่า

“อื้ม ถ้างั้นอยากยืนร้องไห้ต่อไหมถ้ายังไม่สบายใจ หรือว่าไปล้างหน้าล้างตาดี”

“ไป...” แอด~

ฉันกำลังจะตอบพี่เวกัสว่าไปล้างหน้าล้างตาดีกว่าเพราะหายมานานเกรงใจฟลุ๊คแล้วแต่ประตูมันถูกเปิดซะก่อน แล้วคนที่เปิดก็ก้าวเข้ามาก่อนที่จะชะงักเพราะเห็นฉันยืนอยู่โดยที่ยังมีมือพี่เวกัสวางไว้บนหัวเหมือนเดิม

“...ฮึ!”

ปัง!

เขา...ผู้ชายที่ทำตัวไม่เป็นสุภาพบุรุษใส่ฉันมาหมาด ๆ เป็นคนเปิดประตูเข้ามาแล้วก็มองฉันกับพี่เวกัสด้วยสายตาว่างเปล่าเดาอารมณ์ไม่ถูก จากนั้นเขาก็แค่แค่นเสียงเหมือนจะเยาะเย้ยแล้วก็ปิดประตูใส่หน้าฉันกับพี่เวกัสเสียงดังลั่น

“ฮึ! ไอ้เหี้ยนี่สันดานแย่ที่สุดในกลุ่มพี่แล้ว ทางที่ดีอย่าไปอยู่ใกล้มันนะเจ้าขา เลี่ยงได้ก็เลี่ยง หนีได้ก็หนี” พี่เวกัสมองที่ประตูแล้ว็บอกฉันที่ยืนขาสั่นเพราะเห็นผู้ชายคนนั้น

“...ค่ะ”

“ครับผม พี่ว่าเจ้าขาไปล้างหน้าล้างตาดีไหมจะได้สบายตัว ร้องไห้จนตาบวมไปหมดแล้วเดี๋ยวพี่ไปเป็นเพื่อน”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่เวกัสเดี๋ยวเจ้าขาไปเองดีกว่า ขอบคุณพี่เวกัสมาก ๆ เลยนะคะที่ปลอบเจ้าขา”ฉันยิ้มขอบคุณพี่เขาเพราะถ้าไม่ได้พี่เขามาปลอบป่านนี้ฉันก็คงจะยังร้องไห้ไม่หยุดแน่ ๆ

“อื้ม มีอะไรไม่สบายใจบอกพี่ได้นะ คิดว่าพี่เป็นพี่ชายคนหนึ่งก็ได้”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” ทีแรกฉันก็กลัวพี่เขานะคะ กลัวเขาทั้งกลุ่มนั่นแหละแต่พอได้คุยกันในตอนนี้ฉันก็รู้สึกว่าพี่เวกัสเหมือนพี่ชายคนหนึ่งจริง ๆ สายตาของเขาไม่มีแววตาที่แสดงออกในทางชู้สาวเลยสักนิด มีแค่แววตาอบอุ่นที่มองฉันเหมือนมองน้องสาวคนหนึ่งมากกว่า

ฉันแยกจากพี่เวกัสไปล้างหน้าล้างตาแล้วก็ขึ้นไปทำงานต่อ เตรียมใจอยู่พักใหญ่ ๆ เลยล่ะค่ะว่าต้องเจอผู้ชายคนนั้นเพราะโต๊ะที่ฉันรับผิดชอบเสิร์ฟก็คือโต๊ะของเขา

แต่พอขึ้นไปพี่พัดลมก็เดินมาบอกฉันว่าไม่ต้องทำแล้วให้ไปพักผ่อนเพราะฉันไม่สบาย ทีแรกก็งง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นฉันไม่ได้บอกใครว่าไม่สบายสักหน่อย จะอ้าปากค้านพี่พัดลมแต่พี่เขาก็พูดแทรกตลอดแถมยังดันหลังฉันให้ไปพัก แล้วสายตาฉันก็ดันมองไปเห็นพี่เวกัสที่มองมาพร้อมกับรอยยิ้มพอดีก็เลยพอจะเข้าใจว่าพี่เวกัสคงจัดการให้ ฉันก็เลยยอมไปพักเพราะฉันก็ไม่พร้อมจะไปเจอคน ๆ นั้นเหมือนกัน

-02.30 น.-

ฉันเผลอหลับไปจนเวลานี้ตี 2 ครึ่งแล้ว แอบรู้สึกผิดเหมือนกันนะคะฉันไม่ได้เป็นอะไรแต่มานอนหลับสบายทั้งที่คนอื่นเขาทำงานกันหัวหมุน ตอนแรกว่าจะรอสนามปิดแล้วรีบขึ้นไปช่วยคนอื่นเคลียร์ทำความสะอาดพื้นที่แต่ดูเวลามันไม่ทันแล้วล่ะ ถ้าจะทำตอนนี้ก็คงมีอย่างเดียวคือเข้าไปเสิร์ฟต่อในปาร์ตี้ส่วนตัวของเจ้าของสนามซึ่งฉัน...ไม่ไปแน่ ๆ เพราะคนเสิร์ฟในนั้นต้องให้หัวหน้าเป็นคนเรียก และถึงเข้าไปได้ฉันก็ไม่ไป เข้าไปก็ต้องเจอผู้ชายคนนั้นน่ะสิคะ

“มึง เข้าไปแทนกูหน่อย”

“บ้า! เข้าไปได้ไงเฮียเขาไม่ได้เรียกกู”

“แต่กูไม่อยากเข้า วันนี้เมาท่าทางอารมณ์ไม่ดีกูโดนหนักแน่ ๆ”

“หูย~ กูก็อยากจะแซบนะแต่ขอแซบตอนไม่เมาดีกว่า กูจำได้ว่าจุกแค่ไหน” ฉันเดินมาทางห้องอะไรก็ไม่รู้ที่มีพวกพริตตี้ของสนามยืนคุยกันอยู่ 2-3 คน ที่ตึกออฟฟิตข้างสนามมีห้องเยอะแยะเต็มไปหมดฉันเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟเลยไม่ได้สนใจเท่าไหร่ว่าแต่ละห้องคือห้องอะไรบ้าง แค่ทำหน้าที่ของตัวเองก็เหนื่อยแล้ว

“ก็ใช่ไงถ้าไม่เมากูเข้าไปรอตั้งแต่เที่ยงคืนแล้ว แต่นี่เมาไงมึง ฮือ~ กูตายแน่ ๆ” ฉันไม่ได้ตั้งใจแอบฟังนะคะแต่พวกเธอ 3 คนคุยกันดังพอสมควร แต่ฉันก็จับประเด็นไม่ได้หรอกว่าคุยเรื่องอะไรกัน ไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไหร่ และไม่อยากเสียมารยาทก็เลยรีบเดินผ่าน

“น้อง ๆ เดี๋ยวก่อน” ฉันรีบเดินผ่านแต่ผ่านมาได้ไม่ถึง 2 เมตรก็มีหนึ่งคนที่เรียกฉัน

“คะ เรียกหนูเหรอคะ”

“อื้ม เรียกเรานั่นแหละ เป็นพริตตี้ที่นี่รึเปล่า เด็กใหม่เหรอพี่ไม่เคยเห็นหน้าเลย”

“เปล่าค่ะ เป็นเด็กเสิร์ฟค่ะ” ฉันยิ้มให้พี่ผู้หญิงคนนั้นที่ถามฉันแล้วก็มองหน้าฉันอยู่ตลอดเวลาจนฉันเริ่มเกร็ง

“สวยขนาดนี้เป็นเด็กเสิร์ฟ! น้องขาทำไมไม่มาเป็นพริตตี้รับรองรุ่งแน่ ๆ”

“เอ่อ...คือ”​ ฉันไม่รู้จะตอบยังไงเพราะฉันเป็นคนที่ค่อนข้างเกร็งทุกครั้งเวลาเจอผู้หญิงแรง ๆ กลัวพูดจาไม่เข้าหูแล้วจะโดนมองแรงใส่

“เออแต่ช่างเถอะไม่เป็นก็ดีแล้วจะได้ไม่มาแย่งซีนพวกพี่ แล้วนี่จะไปไหนจ้ะจะกลับแล้วเหรอ”

“ค่ะ จะกลับแล้วค่ะ” ฉันพยักหน้าตอบ

“อย่าเพิ่งกลับได้ไหมพี่มีงานให้ช่วยหน่อย”

“อีจอย! อย่าบ้า!” พอพี่คนที่ถามฉันพูดจบเพื่อนเขาอีกคนก็เรียกเขาด้วยน้ำเสียงตกใจจนฉันงง

“เออน่า ก็กูไม่สะดวกให้น้องเขาทำแทนก็ได้ งานง่าย ๆ ได้เงินเยอะ หรือมึงจะทำแทนกู” พี่เขาหันไปคุยกับเพื่อน พอเจอคำถามสุดท้ายเพื่อนของเขาก็เลยเงียบไป

“เอ่อ มีอะไรรึเปล่าคะ”​ ฉันสงสัยค่ะไม่เข้าใจก็เลยทำใจกล้าถามออกไป

“ไม่มีอะไรจ้า คืองี้ พอดีว่ามีเพื่อนเฮียเตอร์อ่ะเขาอารมณ์ไม่ดีก็เลยมาดื่มเหล้าคนเดียวในห้องนี้ เหวี่ยงพี่ตลอดเลยจะให้เพื่อนเข้าไปทำแทนก็ไม่มีใครว่างทำ ไม่ใช่ว่าพี่ไม่อยากทำนะแต่พี่เป็นเมนส์ด้วยอ่ะพี่กลัวพี่ปรี๊ดแตกใส่ลูกค้า คือไหน ๆ น้องก็เป็นเด็กเสิร์ฟอยู่แล้วพี่ว่าน่าจะรับอารมณ์ลูกค้าได้ดีกว่าพริตตี้แบบพี่ใช่ไหมล่ะ เข้าไปชงเหล้าแทนพี่หน่อยได้ไหมพี่ให้ 3 พันเลย ตี 4 เขาก็หยุด...ดื่มแล้ว พี่ยอมจ่ายเยอะเลยดีกว่าพี่เสี่ยงตกงาน”

“เอ่อ...” ฉันอยากจะปฏิเสธพร้อมกับรับข้อเสนอไปพร้อมกัน เข้าไปชงเหล้าถึงตี 4 ได้ 3 พัน ตอนนี้เกือบจะตี 3 แล้วด้วยแค่แป๊บเดียวได้เงินตั้งเยอะ แต่มันติดตรงที่เข้าไปเสิร์ฟในห้องอะไรก็ไม่รู้สองต่อสองนี่สิคะ

“นะ ๆ ช่วยพี่หน่อยนะ คือน้องเข้าใจอารมณ์มนุษย์เมนส์ใช่ไหม มันหงุดหงิดง่ายอ่ะ พี่กลัวพี่ทนลูกค้าไม่ไหวแล้วไปเหวี่ยงกลับมีหวังพี่โดนไล่ออกแน่ ๆ ช่วยพี่หน่อยนะคะ นะ ๆ” พี่เขาจับมือฉันไปกุมไว้แล้วก็ทำตาปริบ ๆ อ้อนวอน

“คือ...”

“นะคะน้อง นะ ๆ ๆ”

“เอ่อ...”

“ช่วยพี่หน่อยนะคนสวยพี่ปวดท้องเมนส์ด้วย”

“...ก็ได้ค่ะ” ฉันรับปากไปแล้วเผลอหลุดปากรับปากแค่เพราะเห็นแววตาอ้อนวอนของพี่ผู้หญิงที่ไม่ได้รู้จักกันด้วยซ้ำ เอาน่ะพัดลมแค่เข้าไปชงเหล้าเอง ได้เงินตั้งเยอะ 3 พันกับชั่วโมงกว่า ๆ หาได้ง่าย ๆ ที่ไหนล่ะ

“เยส! ถ้างั้นเข้าไปเลยค่ะคนสวยเข้าไปเลยลูก” พี่เขายิ้มดีใจอย่างกับถูกหวยแล้วก็รีบเปิดประตูดันฉันเข้าไปในห้องที่เปิดไปสีแดงสลัวเอาไว้

“เออ...พี่คะหนูยังไม่ได้เก็บกระ...”

“เอามา ๆ เดี๋ยวพี่เอาไปเก็บให้ ล็อกเกอร์พนักงานเนอะ ของไม่หายแน่นอนไว้ใจพี่ได้ อ้อ เงินเดี๋ยวพี่ใส่ไว้ในกระเป๋าเลยนะ” พี่เขาแย่งกระเป๋าของฉันไปทันที

“แต่...”

“เข้าไปเถอะลู้ก~ ไป ๆ” พี่เขาส่ายหน้าให้ฉันแล้วก็ผลักหลังฉันเข้าไปในนั้นก่อนที่จะปิดประตูทันที ฉันได้แต่งงแล้วก็หันกลับไปที่ประตูเพื่อจะเปิดออกไปหาพี่คนนั้นก่อนเพราะเห็นพี่เขาบอกว่าลูกค้าเหวี่ยงหนักฉันแค่จะถามเองค่ะว่าลูกค้าชอบเครื่องดื่มแบบไหนเวลาเสิร์ฟจะได้ถูกใจไม่โดนเหวี่ยงเพิ่ม

“เข้ามาแล้วก็มารินเหล้าสักที!” แต่แค่มือฉันจับลูกบิดฉันก็สัมผัสได้แล้วล่ะค่ะว่าลูกค้าที่พี่เขาบอกอารมณ์ไม่ดีแค่ไหน เล่นตะคอกจนลั่นห้องทันทีที่เข้ามาขนาดนี้ ความคิดที่จะออกไปถามเลยต้องหยุดเอาไว้แล้วรีบเดินไปชงเหล้าไม่งั้นลูกค้าคนนี้คงได้อาละวาดที่ไม่ทำตามคำสั่งแน่ ๆ แค่ฟังเสียงก็รู้แล้วว่าเมาหนัก

ฉันเดินมาที่โต๊ะเล็ก ๆ สำหรับชงเหล้าโชคดีที่มันมีแค่ขวดเตกีล่าขวดหรูราคาแพงอยู่ขวดเดียวเลยไม่ต้องชงอะไร ฉันเลยเดินไปที่โซฟาที่ลูกค้าคนนั้นนั่งก้มหน้ากุมขมับอยู่เพื่อหยิบแก้วเหล้าไปรินมาเสิร์ฟเขาใหม่

หมับ!

“ว้าย! ทำอะไรคะ” ฉันร้องด้วยความตกใจเพราะแค่ก้มลงไปหยิบแก้วเขาก็จับข้อมือฉันแล้วก็ชากไปหาแล้ว

“ไม่อยากกินเหล้าแล้ว เอาเธอเลยดีกว่าเผื่ออารมณ์จะดีขึ้น” เขาพูดอะไรนะ! ใจฉันตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม และพอมองหน้าเขาฉันถึงได้รู้ว่าลูกค้าคนนี้เป็นใคร

ผู้ชายคนนั้นไงคะ ผู้ชายที่ทำตัวเลวกับฉันทั้งที่ไม่เคยรู้จักกัน!

“ปะ ปล่อย จะทำอะไร ปล่อย!” ฉันพยายามบิดตัวออกทันทีที่ได้สติแต่เขากลับคร่อมฉันเอาไว้

“อื้อ! ขัดขืนทำไมวะ บอกคนที่ไปตามแล้วไงว่าเข้ามาแล้วต้องพร้อมให้ฉันเอา” ฉันไม่เข้าใจว่าเขาพูดบ้าอะไร ฉันรู้แค่ว่าเขากำลังเมามากและเขากำลังจะขืนใจฉัน

“ไม่! อย่าทำบ้า ๆ นะฉันแค่เข้ามาเสิร์ฟไม่ได้เข้ามาให้นายทำอะไรแบบนี้ ปล่อย!” ฉันขึ้นเสียงใส่เขา แต่พอขึ้นเสียงจบก็โดนเขาตรึงข้อมือทั้งสองข้างกดลงไปที่โซฟาจนรู้สึกเจ็บถึงกระดูก

“จะโวยวายทำไมวะ!” ดูหน้าเขาก็รู้ค่ะว่าเมามาก เมาจนเขาคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่เขาคร่อมอยู่คือฉัน

“คุณ คุณเมามากแล้วนะ คุณดูหน้าฉันดี ๆ ก่อนได้ไหม” ฉันพยายามลดเสียงลงแล้วพูดเรียกสติเขา ท่าทางเขารังเกียจฉันจะตายถ้าได้ดูดี ๆ แล้วเห็นว่าเป็นฉันเขาคงมีสติมากพอจนทำอะไรต่อไม่ลงหรอก

พอฉันบอกเขาก็นิ่งแล้วหรี่ตามองพร้อมกับโน้มหน้าลงมานิดหน่อยเหมือนจะมองใกล้ ๆ

“จะ จำฉันได้แล้วใช่ไหม ปล่อยฉันเถอะนะคะ”

“...สวยว่ะ โคตรชอบเลยสวย ๆ หวาน ๆ แบบนี้ มัน...น่าเอาที่สุด”

“คะ คุณ อื้อ!” ฉันมีสติอีกครั้งก็ตอนที่เขาปิดปากฉันด้วยปากของเขาแล้ว พอจะดิ้นหนีก็โดนมือที่แข็งเหมือนคีมเหล็กบีบเอาไว้จนไปไหนไม่ได้ แถมเขายังทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดทับลงมาที่ตัวฉัน

“อื้อ อื้อ!” ฉันพยายามร้องแต่เขาก็เอาแต่จูบรุนแรง จูบครั้งที่สองในชีวิตห่างจากครั้งแรกไม่กี่ชั่วโมง แต่ความหยาบคายไม่ต่างกันเลยสักนิด! เขาพยายามสอดลิ้นเข้ามาแต่ฉันก็พยายามเม้มเอาไว้ พอทำไม่ได้เขาก็ใช้ปากและฟันทั้งขบทั้งกัดริมฝีปากของฉันจนฉันได้รสคาวของเลือด

“โว้ย! จะเล่นตัวทำไมวะ!” พอจูบไม่ได้เขาก็ผละออกแล้วขยับตัวนั่งทับฉันก่อนจะตะคอกใส่ฉันเสียงดังลั่นห้อง

“ฮื่อ ๆ ๆ ปล่อยฉันเถอะนะ” ฉันกลัว กลัวมากเพราะแค่จากที่โดนเขาพยายามปล้ำจูบก็รู้ตัวแล้วว่าฉันแทบจะสู้เขาไม่ได้เลย

“ปล่อย? ฉันเรียกเธอมาเอาจะเล่นตัวเพื่ออะไรวะ! ฉันไม่ชอบผู้หญิงขี้แอ๊บบอกแล้วไง!”

“ฉัน ฮื่อ ๆ ๆ ฉันไม่ได้ขายตัว กรี๊ด!!!” / แคว๊ก!

ฉันกรี๊ดเสียงดังเพราะเขาปล่อยมือฉันแล้วฉีกเสื้อเชิ้ตของฉันทีเดียวจนมันขาดเป็นทางยาว

“ปล่อย! ไอ้เลว ปล่อย! ฉันไม่ได้ขายตัว!”

“ไม่ขายตัว? ใครไม่ขายบ้างถ้าเข้ามาหาฉันในนี้ เงียบ ๆ แล้วนอนให้ฉันระบายอารมณ์ดีกว่า เพราะยิ่งฉันอารมณ์เสียเธอยิ่งเจ็บ!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (5)
goodnovel comment avatar
กฤษณา นาหัวนิล
สนุกมากค่ะ
goodnovel comment avatar
Wipada
สนุกมากค่ะ ได้อรรถรสมากค่ะ
goodnovel comment avatar
นารีรัตน์ แจ้งสุวรรณ์
สนุกมาก น่าติดตาม ดำเนินเรื่องดีค่ะ
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • I'm evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก   บทที่ 340

    จุ๊บ!“ขอบคุณนะครับคนดี ของคุณที่เลือกพี่” พี่เตอร์จูบหน้าผากฉันแล้วก็กอดฉันแน่นอีกครั้ง เราสองคนนั่งกอดกันด้วยความรู้สึกที่มันดีจนบรรยายไม่ถูก ไหนจะส่วนนั้นที่ยังประสานกันอยู่เป็นเครื่องตอกย้ำว่าเราสองคนเป็นคน ๆ เดียวกัน“เอ่อ...พัดลมขอเคลียร์เรื่องพี่มิกซ์ต่อได้ไหมคะ” หลังจากนั่งกอดนั่งซึ้งกันมาสั

  • I'm evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก   บทที่ 339

    “ซี๊ด~ เอาออกก่อนก็ได้ค่ะ” พัดลมครางแต่ผมเอามือมาลูบหน้าอกเธอแทน“เดี๋ยวก็ต้องใส่ใหม่ เอาไว้แบบนี้แหละครับ”“อื้อ~ เอาออกก่อนค่ะ พัดลมมีเรื่องจะคุยกับพี่ พัดลมลืมไปเลย” พัดลมพยายามจะขยับตัวออกแต่ผมกอดเธอเอาไว้“อยู่แบบนี้แหละเชื่อฟังผัวบ้าง”“อื้อ!” ฮึ ๆ ๆ เธอหันมามองผมแล้วก็ครางในลำคอใส่ด้วยความขัด

  • I'm evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก   บทที่ 338

    “อื้อ~ ที่รักขา~ เมียไม่ไหวแล้ว ทำให้หน่อย~ รักเมียที~”“รับปากผัวก่อนครับ ถ้าทำให้ต้องไม่ไล่พี่ไปนอนที่อื่น วันนี้เราเริ่มก่อนไม่ใช่พี่” ผมต้องทำให้พัดลมรับปากก่อนให้ได้ เพราะท่าทางศึกวันนี้จะยาวและมันทำให้พัดลมเจ็บและแสบน้องสาวจนเดินไม่ปกติอีกแน่ ๆ“อื้อ~ พัดลมจะไม่ไล่พี่แล้ว ที่รักใส่เข้ามา ใส่เข

  • I'm evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก   บทที่ 337

    “อืม~ คายทิ้งที่รักมันคาว” ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยกินหรอกครับแต่ครั้งนี้มันออกมาเยอะผมสงสาร น้ำรักผู้ชายไม่ได้หอมหวานเหมือนที่บรรยายเป็นตัวหนังสือในนิยายหรอก“เสียดาย~” พัดลมกลืนน้ำรักทั้งหมดลงไปแถมยังตวัดลิ้นเลียรอบริมฝีปาก ตาก็โคตรเยิ้ม คำว่าเสียดายนี่ทำผมสติกระเจิงอีกแล้ว“พี่มีให้กินทุกวันเสียดายทำไม

  • I'm evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก   บทที่ 336

    “...พี่เตอร์ทำให้พัดลมเป็นผู้หญิงแบบนี้ได้ยังไง”“ฮึ ๆ ๆ เป็นแค่กับผัวไม่เห็นเสียหายตรงไหนเลยที่รัก” ผมโอบเอวเธอแล้วลูบเบา ๆ เธอยังอยู่ในชุดนอนชุดเดิมอยู่เลยครับ ที่จริงชุดนอนชุดนี้ไม่เหมาะกับการใส่นอนเลยสักนิดมันเหมาะกับการใส่มานั่งคร่อมผัวต่างหาก“พูดมาก” พัดลมพูดเบา ๆ แล้วจากนั้นเธอก็ก้มลงมาจูบผม

  • I'm evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก   บทที่ 335

    -30 นาทีต่อมา-ตอนนี้เราสองคนนอนดูหนังในห้องโฮมเทียเตอร์ นอนบนโซฟาตัวใหญ่ที่ปรับนอนได้พร้อมกับหรี่ไฟจนสลัว และภาพในจอก็คือพระเอกนางเอกหนังแอ็คชั่นที่กำลังจูบกันดุเดือดบนเตียงก่อนที่จะออกไปทำภารกิจ“พี่เตอร์~”“หืม” ผมขานรับทั้งที่ตายังจ้องหน้าจอ แกล้งจ้องทั้งที่ใจกำลังรอเวลาว่าเมื่อไหร่ยาปลุกเซ็กส์จ

  • I'm evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก   บทที่ 317

    “มองหน้าพัดลมทำไมคะ”“...เหอะ!” พี่เตอร์มองหน้าฉันที่ถามเขานิ่ง ๆ แล้วก็แค่นเสียงใส่จากนั้นเขาก็ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์แต่ก็ยังแอบเบะปากใส่ฉัน บางทีพัดลมก็แอบคิดนะ...ว่านี่แฟนหรือเพื่อนสาว“พี่เตอร์”“ไปอาบน้ำเลย”“แค่นี้โกรธเหรอ” ฉันถามต่อแต่พี่เขาก็ยังนิ่ง“...” แถมยังนิ่งมากซะด้วยสิ“ก็พี่หื่นเองนี่ค

    last updateLast Updated : 2026-04-04
  • I'm evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก   บทที่ 305

    “ทำไมถอดเสื้อไม่เสร็จสักทีคะ”“กระดุมมันแกะยาก”“มาค่ะเดี๋ยวพัดลมช่วย”​ “ไม่เป็นไรครับพี่ทำเอง” “พัดลมบอกว่าพัดลมจะถอดให้ไงคะ ส่วนพี่ระหว่างที่พัดลมกำลังถอดเสื้อผ้าให้ก็ตัดสินใจเลือกเอานะคะว่า...จะให้พัดลมง้อพี่หรือว่าพี่จะลงโทษพัดลมก่อน ว่าแต่...พี่มิกซ์อายุเท่าไหร่เท่าเฮียของพัดลมรึเปล่า~”“...

    last updateLast Updated : 2026-04-03
  • I'm evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก   บทที่ 334

    “ไม่มีทาง เกิดพัดลมรู้ตัวว่าโดนยาล่ะกูคอขาดพอดี” ผมเริ่มลังเลกับคำแนะนำของมันแต่อีกใจก็กลัวพัดลมรู้ตัวแล้วโกรธผมหนักกว่าเดิม“ก็บอกวิธีใช้อยู่นี่ไงวะ เจือจางแบบนั้นไม่มีทางรู้หรอก เชื่อกูได้เพราะกูลองมาแล้ว” แม่งบอกผมพร้อมกับยิ้มภาคภูมิใจ แต่มันไปลองกับใคร?“เดี๋ยวนี้มึงต้องใช้ของพวกนี้แล้วเหรอ กูนึ

    last updateLast Updated : 2026-04-05
  • I'm evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก   บทที่ 332

    “ฮึ ๆ ๆ ระวังเอดส์แดกล่ะไอ้น้องรัก แล้วมาทำเหี้ยไรแต่เช้า” ผมขี้เกียจคุยกับมันมากก็เลยถามเข้าเรื่องเลย ง่วงมากแล้วก็อยากไปจัดการยัยเมียสุดหื่นที่กล้าใจร้ายปล่อยผัวสุดที่รักนอนนอกห้องทั้งคืนใจจะขาดแล้ว“มาหาไง แม่กับป๊าไม่อยู่ผมเหงา”“เหงาเหี้ยไรมึงอยู่คอนโดไม่ได้อยู่บ้านไอ้ห่า”“ฮึ ๆ ๆ แสนรู้ว่ะเฮีย

    last updateLast Updated : 2026-04-05
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status