Share

บทที่ 4

last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-14 04:47:10

LUCIANO

- 4 -

ทางเลือก

ลูเซียโน่ก้มลงมองซากกระจกมองข้างที่เขาเพิ่งทุบจนแหลกละเอียดนั้น ก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายไปที่แผงวงจรของรถมอเตอร์ไซค์แนวน่ารักสีพาสเทลที่ขัดหูขัดตาเขามากที่สุดในตอนนี้

“คนอย่างฉันไม่มานั่งดักรอโง่ ๆ ให้เสียเวลาเปล่าหรอก!” ร่างสูงกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับคราบเลือดบนฝ่ามือตัวเองไปพลาง ๆ

“หึ หึ!” ลูเซียโน่คว้าเอามีดพับขนาดพกพาออกมาจากกระเป๋าเสื้อช็อปวิศวะของเขา

กึก!! แกร็ก!! มือหนากระชากฝาครอบพลาสติกออกเพียงนิดเดียวจนเห็นสายไฟที่พันกันยุ่งเหยิงอยู่ภายใน ปลายนิ้วเรียวยาวคัดแยกสายไฟสีแดงและสีดำออกมา

“อยากรู้เหมือนกันว่า ไอ้รถเส็งเคร็งนี่ มันจะใช้งานได้ดีแค่ไหน?” ลูเซียโน่ทำการปอกสายไฟออก ก่อนจะคาบมีดพกไว้ที่ริมฝีปากเพื่อใช้มือทั้งสองข้างจับสายไฟแตะเข้าด้วยกัน และเพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียว...

แจ๊ะ ๆ ๆ... ครืน ครืน!! เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คันเล็กก็คำรามขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องใช้กุญแจใด ๆ

“หึ...ฉันชักจะอยากเจอเธออีกสักครั้งแล้วสิ” ร่างสูงเหยียดยิ้มอย่างสะใจ ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง

ลูเซียโน่ยังคงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อีกครั้งเพื่อดูว่าจะมีใครโผล่เข้ามาห้ามไม่ให้เขาขี่รถคันนี้ออกไปไหม

ร่างสูงใหญ่ในชุดช็อปวิศวะขยับขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์คันจิ๋วสีขาว ซึ่งแน่นอนว่ามันดูผิดหูผิดตาไปมากเมื่อเขาเป็นคนขับ

บรื้นนน!! บรื้นนน!! แม้ว่าจะบิดเกือบสุด แต่รถก็เคลื่อนที่ไปอย่างช้า ๆ ตามแรงม้าอันน้อยนิด

((เสียงซุบซิบที่เริ่มดังขึ้นรอบ ๆ))

“แก ๆ นั่นมันลูเซียโน่ใช่ไหม?” สาวคนหนึ่งหันมองตามลูเซียโน่แทบเหลียวหลัง

“ที่เป็นคิงวิศวะอะนะ? จะใช่เหรอ?” สาวอีกคนก็เอ่ยเสริม และหรี่ตามองตามอย่างแทบไม่เชื่อสายตา

“ใช่แน่นอน หน้าหล่อ ๆ แบบนี้ฉันจำได้”

คนแทบจะทั้งมหาวิทยาลัยต่างหันมองทางลูเซียโน่เป็นตาเดียว แทบจะตลอดทั้งเส้นทางที่เขาขับขี่ไป

เพราะปกติถ้าเขาไม่ขี่บิกไบก์เท่ ๆ ก็มักจะเป็นรถซูเปอร์คาร์หรูหรา

ซึ่งแน่นอนว่าเจ้ามอเตอร์ไซค์คันจิ๋วสีขาวนี้มันขัดกับลุคดุดันของเขาอย่างสิ้นเชิง

CHERCHEEVA’S PART

วันต่อมา (08:30 น.)

มหาลัยอเธน่า

คณะนิเทศ

แสงแดดยามเช้าสาดส่องไปทั่วอาคารคณะนิเทศศาสตร์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักของนักศึกษา เนื่องจากวันนี้ไม่มีเรียน แต่มีกิจกรรมรับน้องและก็เรื่องของกีฬาสีมหา’ลัย

หลังจากที่เมื่อคืนเธอตัดสินใจทิ้งรถไว้ที่คณะ เพราะคิดว่ามันน่าจะปลอดภัย เนื่องจากเธอเคยจอดค้างคืนอยู่บ่อยครั้งจนเป็นเรื่องปกติ

“ฉันควรจะรีบเอาเจ้าจิ๋วไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัยก่อน ช่วงนี้ก็ขอติดรถยัยซีมาสักเดือนแล้วกัน” เธอพึมพำกับตัวเองพลางถอนหายใจไปพลาง ๆ

มือบางล้วงลงไปในกระเป๋าเป้เพื่อหยิบกุญแจรถเตรียมจะขี่ไปเก็บไว้ที่หอพักตัวเอง แต่ทว่า...

เท้าที่กำลังก้าวเดินก็ต้องหยุดกึก!

“ระ...รถฉันล่ะ?” เฌอร์ชีวาขยี้ตาตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะตรงจุดที่ 'เจ้าจิ๋ว' สีขาวพาสเทลควรจะจอดเด่นสง่าอยู่ กลับกลายเป็นเพียงที่ว่างเปล่า มีเพียงรอยฝุ่นจาง ๆ บนพื้นปูนเท่านั้น

แต่รถคันอื่น ๆ ทั้งบิกไบก์ ทั้งรถที่แพง ๆ ที่จอดค้างคืนไว้เหมือนกันไม่มีคันไหนเลยที่หายไป

“ไม่นะ ๆ ๆ บอกทีว่า...มันไม่จริง” หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม รถมอเตอร์ไซค์คันรักที่เธอฟูมฟักเหมือนลูกสาว และเป็นเครื่องมือทำมาหากินเพียงอย่างเดียว ตอนนี้มันกลับอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย!

คนตัวเล็กรีบวิ่งหน้าตั้งตรงไปยังป้อมยามที่เฝ้าอยู่หน้าตึกคณะทันที

“ลุงคะ! ลุง! รถมอเตอร์ไซค์หนูสีขาวคันเล็ก ๆ ที่หนูจอดไว้เมื่อคืนหายไปค่ะ ลุงพอจะช่วยเปิดกล้องวงจรปิดหรือช่วย...”

“มหา’ลัยเราไม่มีรถหายหรอกนะหนู” ลุงยามเงยหน้ามองเฌอร์ชีวาด้วยแววตางุนงง ก่อนจะขยับหมวกให้เข้าที่ แล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ ด้วยท่าทีใจดี

“อ๋อ ลุงนึกออกแล้ว ๆ ก็เมื่อวานตอนเย็น ลุงเห็นแฟนหนูเป็นคนมาขี่ออกไปไม่ใช่เหรอ?”

ลุงยามพูดพลางส่งยิ้มแซว เพราะแกค่อนข้างสนิทกับนักศึกษาแถวนี้ และมั่นใจในความปลอดภัยของมหา'ลัยนี้มาก

“แฟน?” เฌอร์ชีวาขมวดคิ้วจนเป็นปม

“ก็ไอ้หนุ่มวิศวะหน้าหล่อ ๆ คนนั้นไง ที่ตัวสูง ๆ ใส่ชุดช็อปน่ะ ลุงเห็นนะ พวกสาว ๆ แถวนี้มองกันตาค้างทั้งตึก หาแฟนได้หล่อไม่เบาเลยนะเราน่ะ”

คำบอกเล่าของลุงยามทำเอาเฌอร์ชีวาหน้าชาไปครึ่งแถบ ร่างกายแข็งทื่อเหมือนถูกสาป เพราะเธอรู้ดีว่า ไอ้หนุ่มวิศวะหน้าหล่อที่ลุงยามว่าน่ะ... คือปีศาจชัด ๆ!

เฌอร์ชีวากำหมัดแน่นจนสั่นไปทั้งตัว ยืนมองที่ว่างตรงลานจอดรถด้วยอารมณ์ที่อยากจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ

“นี่มันความซวยอะไรของฉันวะเนี่ย! แล้วไอ้บ้านี่ก็เหมือนกัน”

“ฉันไม่ได้ปล่อยข่าวนายซะหน่อย จะมาเจ้าคิดเจ้าแค้นอะไรหนักหนาเนี่ย!”

“นายนี่มันตัวซวย ตัวหายนะของฉันจริง ๆ เลยอะ…ไอ้ลูเซียโน่ ๆ ไอ้ลูกหมาเอ๊ย”

วันต่อมา

หลังเลิกเรียน

เฌอร์ชีวาไปนั่งปรับทุกข์กับเพื่อนสนิทสองคน ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้ว

“ทำไมกูถึงได้ซวย ๆ ๆ ได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้” เฌอร์ชีวาบ่นให้กับชีวิตที่ยุ่งยากของเธอนับตั้งแต่ตัดสินใจรับงานทำข่าวเกี่ยวกับไอ้บ้าลูเซียโน่อะไรนั่น

ซีไมเนอร์คือเพื่อนที่เรียนอยู่คณะนิเทศฯ เหมือนกัน ส่วนสายขิม เรียนอยู่คณะบริหาร แม้ว่าเธอจะอยากย้ายมาเรียนที่นิเทศมาก ๆ แต่ด้วยความที่ทางบ้านของสายขิมมีธุรกิจใหญ่ ๆ เยอะมาก ๆ ทางพ่อแม่ของเธอจึงอยากให้เธอเรียนงานด้านบริหารมากกว่า

“กูว่า... มึงเลิกรับงานแบบนี้เถอะ โคตรเสี่ยงเลย” ซีไมเนอร์เอ่ยเตือนทันที เพราะเท่าที่ฟังคร่าว ๆ ชีวิตของเฌอร์ชีวาที่ต้องเจอปัญหาตอนนี้ก็เพราะไปรับงานแบบนี้นี่แหละ

“กูก็ไม่อยากรับแล้วนะเว้ย... แต่ตอนนี้มันจะมีงานไหนวะที่หาเงินได้เยอะ ๆ แบบนี้” เฌอร์ชีวานั่งนวดขมับตัวเองซ้ำ ๆ อย่างคิดไม่ตก มันก็จริงที่อาชีพนักข่าวมันเป็นงานที่เสี่ยง แต่ว่าจ็อบจ็อบหนึ่งก็ได้ไม่ต่ำกว่าสามพันบาทเลย

แล้วมันก็เป็นงานที่เธอถนัดอยู่แล้วด้วย แต่ไม่คิดเหมือนกันว่า วันนี้จะมาเจอกับปัญหามากมายแบบนี้ได้

“แต่ถ้ามึงมีปัญหาเรื่องเงินจริง ๆ ให้กูไปยืมพี่ชายกูให้ก่อนดีไหม? มึงเป็นหนี้ค่ากล้อง แค่แสนกว่า ๆ ไม่ใช่เหรอ?” สายขิมถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง เพราะในบรรดาสามคนนี้ สายขิมเนี่ยแหละที่สามารถช่วยทุกคนได้เกี่ยวกับปัญหาทางด้านการเงิน เพราะบ้านของเธอค่อนข้างมีฐานะที่ดีมาก ๆ

“...ไม่เอาอะขิม ค่ารักษาฌอนรอบก่อน...กูก็ยังผ่อนคืนมึงไม่ถึงครึ่งเลย” เฌอร์ชีวาส่ายหน้าทันควันพลางเอ่ยปฏิเสธไปในทันที แม้ว่าเธอกับสายขิมจะสนิทกันมากแค่ไหน แต่ถ้ายืมบ่อย ๆ เธอก็กลัวครอบครัวของสายขิมจะมองเธอไม่ดี แล้วอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของคำว่าเพื่อนที่ยาวนานมันมีปัญหาตามมาได้

“แต่กูเป็นห่วงมึงนะ...จากที่มึงพูดมาเขาไม่ใช่คนธรรมดา ๆ เลยนะเว้ย” สายขิมเอ่ยเตือนอย่างห่วงใย

“ใช่...ไม่ธรรมดา แล้วก็เป็นคนที่อันตรายมากเลยด้วย” ซีไมเนอร์เอ่ยสวนขึ้นมาอย่างเสียงแข็ง

ทั้งสองคนหันไปมองทางซีไมเนอร์อย่างพร้อมเพรียงกัน ขณะที่สายขิมเองก็นั่งขยับปลายนิ้วเข้าหากันด้วยความกังวลไม่แพ้กัน

“ลูเซียโน่เป็นลูกชายท่านจอมพล แคนดิเดตนายกปีนี้...” ซีไมเนอร์เอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงนั้นหนักแน่นและจริงจังกว่าทุกครั้ง

“ถ้าจะถามถึงความรวยและอำนาจของหมอนี่... กูว่าเขาสามารถซื้อชีวิตมึงได้มากกว่าสามรอบเลยด้วยซ้ำ”

“กูว่านะ มึงโทร. ไปถอนตัวจากงานสืบข่าวของหมอนี่เถอะเฌอร์” ซีไมเนอร์ย้ำ

“ส่วนเรื่องงานพาร์ตไทม์ กูว่ามึงไปขี่รถส่งอาหารในผับเปิดใหม่ที่กูเพิ่งทำงานอยู่ก็ได้นะ”

“ระหว่างที่มึงกำลังหางานใหม่ที่มึงถนัด”

“ถ้าไม่มีรถ ใช้รถกูส่งไปก่อนก็ได้ ผับเลิกก็กลับหอด้วยกัน ถึงเงินไม่มากเท่าการทำข่าวฉาว ๆ แต่ก็ไม่เสี่ยงตายแบบนี้แน่”

สายขิมพยักหน้าอย่างเห็นด้วยเช่นกัน

“ก็จริงอย่างที่มึงว่า...ไม่เสี่ยงไปกว่านี้น่าจะดีกว่า” เฌอร์ชีวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

“เออ งั้นเดี๋ยวกูขอกลับไปเคลียร์กับทางสำนักข่าวก่อนนะ” คนตัวเล็กฝืนยิ้ม ๆ ให้ทั้งสองคนก่อนจะเดินแยกออกมาเพื่อหารถกลับหอพัก เนื่องจากซีไมเนอร์ยังมีต้องไปซ้อมดนตรีที่ชมรม ส่วนยัยสายขิมก็มีนัดเลี้ยงสายรหัสของคณะต่อ

หลังจากที่เฌอร์ชีวาได้มีเวลาคิด และอยู่คนเดียวไปสักพัก เธอเองก็คิดไม่ต่างจากที่เพื่อนแนะนำมาเช่นกัน เพราะถ้ายิ่งเข้าใกล้ลูเซียโน่ไปมากกว่านี้ ชีวิตของเธอได้พังยับเยินแน่ ๆ

คนตัวเล็กหยุดชะงักพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเริ่มพิมพ์ข้อความเพื่อจะขอยกเลิกเรื่องงานล่าสุดที่รับมา รวมถึงตัดสินใจที่จะเข้าไปเซ็นเอกสาร รับผิดชอบเรื่องค่าเสียหายเรื่องกล้องนั้นให้มันจบ ๆ ไป ยังไม่ทันที่เธอจะกดส่งข้อความไปหาพี่ฝน รุ่นพี่ที่สำนักข่าวช่องโฟร์คนนั้น

ครืด!! ข้อความใหม่ของแม่ก็แจ้งเตือนแทรกขึ้นมาในทันที

ข้อความ : แม่

‘ฌอนอาการทรุดหนัก มีภาวะเลือดออกในช่องท้อง หมอบอกว่าเส้นเลือดใหญ่ในช่องท้องฉีกขาด ต้องผ่าตัดด่วนคืนนี้’

ครืด...ครืด...ข้อความ : แม่

‘ยังไงเลิกเรียนแล้วโทร. กลับหาแม่ทีนะลูก’

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • LUCIANO | ปรนเปรอรักคุณชายสารเลว   บทที่ 285

    "ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้เมียเป็น ยัยโรคจิตที่ตามแอบถ่ายคลิปโป๊ฉันแบบเธอ" ลูเซียโน่ไม่พูดเปล่า ร่างสูงโน้มใบหน้าคมคายลงมาหอมแก้มเนียนฟอดใหญ่จนเกิดเสียงฉาดฉิน พร้อมกับขยับมือหนาลงไปบีบเคล้นที่แก้มก้นของเธอแรง ๆ อย่างหยอกเย้า"เจ็บ" เฌอร์ชีวากระแทกเสียงไปที เพราะมือของลูเซียโน่แทบไม่เคยอยู่เฉยเลย

  • LUCIANO | ปรนเปรอรักคุณชายสารเลว   บทที่ 284

    "ไปถึงโน่นแล้วดูแลกันดี ๆ นะลูก..ตั้งใจนะแล้วถ้าว่างก็โทรหาแม่ด้วย" แม่ของเฌอร์ชีวาเอ่ยสั่งเสียงสั่นพลางโผเข้ากอดลูกสาวตัวน้อยด้วยความห่วงใย โดยมีพ่อคอยยืนตบไหล่ให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ ซึ่งในวันนี้ครอบครัวของเธอเดินทางมาจากเขาใหญ่กันพร้อมหน้า เช่นเดียวกับคุณหญิงนาตาลีและท่านจอมพลที่ละทิ้งมาดนิ่งขรึม เ

  • LUCIANO | ปรนเปรอรักคุณชายสารเลว   บทที่ 283

    "โอเค ๆ ฉันผิดเอง..อย่าร้องน่า" แค่เขาเห็นน้ำตาของอีกฝ่าย เขาก็เสียงอ่อนลงในทันที"ขอโทษ" เขากระซิบขอโทษเธอก่อนอย่างยอมจำนน"แต่อย่างน้อยฉันก็ได้รู้ว่าเธอรักฉัน ไม่ว่าฉันจะเป็นยังไง หรืออยู่ในสภาพไหนก็ตาม แค่นี้มันก็..คุ้มแล้วจริง ๆ ""รู้งี้รถคว่ำแบบนี้ไปตั้งนานแล้ว" ลูเซียโน่กระซิบเสียงพร่า แววตาค

  • LUCIANO | ปรนเปรอรักคุณชายสารเลว   บทที่ 282

    ทรวงอกอวบอิ่มกระเพื่อมไหวโยนคลอนตามแรงขยับ เสียงเนื้อกระทบเนื้อผสมเสียงครางกระเส่าอย่างสุขสมของทั้งคู่ดังระงมสะท้อนก้องไปทั่วห้องนอนกว้างขวาง ตับ..ตับ ตับ..ในจังหวะบ้าคลั่งที่พายุสวาทกำลังจะทะยานแตะถึงขอบสวรรค์ฟุ่บ..ปมผ้าพันแผลสีขาวบนดวงตาของลูเซียโน่ที่ถูกแรงขยับโยกบดเบียดจนคลายออกช้า ๆ ก็หลุดร่ว

  • LUCIANO | ปรนเปรอรักคุณชายสารเลว   บทที่ 281

    "ฉัน.." เฌอร์ขบเม้มริมฝีปากของเขาพร้อมกับดันออกอย่างช้า ๆ เพราะเธอกังวลในเรื่องของบาดแผลของเขามากที่สุด ยิ่งในตอนที่ต่างฝ่ายต่างมีอารมณ์แล้วควบคุมความรุนแรงไม่ได้ แผลของเขาอาจจะฉีกได้อีกครั้ง"หรือว่าเธอรังเกียจที่ฉัน..ตาบอดและก็แขน.." ลูเซียโน่เอ่ยขึ้นอย่างตัดพ้อ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยจบ เฌอร์ชีว

  • LUCIANO | ปรนเปรอรักคุณชายสารเลว   บทที่ 280

    เฌอร์ชีวาย้ายเข้ามาในฐานะแขกก็จริง แต่ทุกคนภายในบ้านตอนนี้ปฏิบัติต่อเธอราวกับเธอเป็นสะใภ้ของบ้านหลังนี้ไปแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้เฌอร์รู้สึกเกร็ง ๆ ไม่น้อยเลยในช่วงแรก ๆ หนึ่งเดือนต่อมา ภายในห้องส่วนตัวของลูเซียโน่"ฉันเบื่อมากเลย..เรามาหาอะไรทำกันดีไหม?" เสียงทุ้มต่ำของคนป่วย ขณะเอนหลังพิงหมอนใบ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status