LUCIANO
-7-
ชี้เป็นชี้ตาย
[LUCIANO VS DAMON]
บรื้น…บรื้น...เสียงเครื่องยนต์ Lamborghini Aventador สีดำด้านแผดคำรามทุ้มลั่นกึกก้องไปทั่วทั้งสนามแข่งที่เงียบสงัดในยามค่ำคืน
ลำโพงสนามพ่นเสียงเพลงบีตหนักหน่วงตัดกับเสียง นิสสัน GTR สีเงิน
บรื้นนนน...รถอีกคนทะยานเข้าสู่สนามแข่ง เสียงดังคำรามแทบข่มกันไม่มิด เดม่อนที่เร่งรอบเครื่องจนท่อไอเสียพ่นไฟพรูออกมาจนแทบมองไม่เห็นล้อหลังของเขา รถของเดม่อนเหมือนแต่งมาเพื่อแข่งโดยเฉพาะ
ครืนน...บรื้นน...รถทั้งสองคนขับตรงเข้าไปจอดที่จุดสตาร์ตของสนาม การแข่งขันรอบอื่นทั้งหมดถูกยกเลิกอย่างกะทันหัน เพื่อการแข่งแมตช์สำคัญในรอบนี้
ท่ามกลางความมืดมิดของสนามแข่งเถื่อนที่กฎหมายไม่มีผลในพื้นที่นี้ กลิ่นน้ำมันเครื่องโชยคละคลุ้งตัดกับอากาศเย็นยะเยือก แสงไฟสปอตไลต์สลัว ๆ สาดส่องให้เห็นพื้นถนนคอนกรีตที่แตกร้าว คราบน้ำมัน คราบการเผาไหม้ และร่องรอยอุบัติเหตุมีแทบจะทุกมุมของสนาม
เฌอร์ชีวาค่อย ๆ เดินตรงเข้ามาที่ขอบสนาม เธอค่อย ๆ งัดกล้องโทรศัพท์แอบถ่ายอย่างระแวดระวังรอบ ๆ ตัว เนื่องจากภายในสนามแข่งแห่งนี้มีกฎที่ชัดเจนว่า ห้ามบันทึกภาพและวิดีโอใด ๆ ออกไป และก็ไม่เคยมีใครกล้าละเมิดกฎข้อนี้ด้วย
“แค่ทำมันให้สำเร็จ แล้วทุกอย่างมันก็จะจบลง...ใจนิ่งเข้าไว้ ๆ” นักข่าวมือสมัครเล่นสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อีกครั้ง มือเล็กของเธอถือกล้องอย่างสั่น ๆ
เสียงคำรามลั่นของรถสองคันที่จุดสตาร์ตดึงดูดความสนใจจากทุกคนในสนาม รวมถึงตัวของเธอที่เผลอมองไปยังรถของลูเซียโน่ อย่างไม่สามารถจะละสายตาไปทางอื่นได้เลย
เฌอร์ชีวาลอบกลืนน้ำลายเล็กน้อย เธอมาเพื่อทำข่าวขุดคุ้ยความโสมมของวงการนี้ และมาเพื่อทำข่าวฉาวของเขา แต่ภาพตรงหน้ากลับสะกดให้เธอตกอยู่ในภวังค์แห่งความหวาดกลัวแสนเย้ายวนนี้ในแบบที่ตัวของเธอเองก็ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลย
“เดม่อน ๆ” เสียงเชียร์ที่ส่วนใหญ่เชียร์ทางฝั่งของเดม่อนดังกระหึ่มลั่นผสมผสานกับเสียงเครื่องยนต์ที่กังวานของทั้งคู่
ภายในสนามแข่งที่ไร้ซึ่งกฎกติกาใด ๆ พริตตี้สาวสุดเซ็กซี่เดินก้าวออกมาที่จุดสตาร์ตด้วยรองเท้าส้นสูงเกือบหกนิ้ว
เธอสวมชุดรัดรูปสีดำที่เน้นสัดส่วนโค้งเว้าอย่างชัดเจน ดวงตาคู่สวยของเธอสบตากับลูเซียโน่ก่อนจะส่งรอยยิ้มยั่วยวนไปทางเขา สลับกับเดม่อนอย่างเท่าเทียม
ฟุ่บ... หญิงสาวหยุดตรงกลางระหว่างรถทั้งสองคน เธอค่อย ๆ ถอดกางเกงในสีแดงสดออกมาอย่างช้า ๆ แล้วยกมันโบกสะบัดไปมาในอากาศ
บรื้น...บรื้นนน...ทั้งสองคันต่างวอร์มเครื่องยนต์คำรามลั่นรอตรงจุดสตาร์ตเพื่อรอจังหวะออกตัว
พรึ่บ...ก่อนจะปล่อย มันปลิวตกลงบนพื้นถนนอย่างช้า ๆ ทันทีที่กางเกงในสีแดงลายลูกไม้ของพริตตี้สาวแตะถึงพื้น
บรื้น...บรื้น...บรื้นนนนน...เดม่อนก็เหยียบคันเร่งมิดไมล์ รถสีเงินวาววับของเขาพุ่งตัวออกไปแทบจะไม่ทิ้งฝุ่นและควันสีขาวหนาทึบไว้เบื้องหลัง เสียงล้อบดกับถนนดังสนั่นหวั่นไหว...เดม่อนส่ายหน้าเล็กน้อย เพราะเขาคิดว่าตัวเองประเมินอีกฝ่ายสูงเกินไป
บรื้น...บรื้นนน...ลูเซียโน่ทะยานรถออกมาแบบไม่เหยียบเต็มกำลัง ทำให้รถของเขาทั้งคู่ทิ้งห่างกันเกือบระยะหนึ่ง
กึก ๆ ฝ่าเท้าของเขากดที่คันเร่งช้า ๆ เมื่อถึงทางตรง เขาหลับตาลงเพียงเสี้ยววินาที เพื่อฟังเสียงจังหวะเครื่องยนต์รถหรูคู่ใจของตนเอง
“หวังว่าเธอจะถ่ายได้ครบทุกช็อตเด็ดนะ” ลูเซียโน่กระตุกยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก นัยน์ตาสีดำสนิทฉายแววบ้าคลั่ง เขารู้ดีว่าชัยชนะไม่ได้มาจากการออกตัวที่รวดเร็ว แต่มาจากการควบคุมที่แม่นยำ และรู้จักกำลังเครื่องยนต์ของตนเองให้มากที่สุด
ปลายเท้าของเขาเร่งไต่ระดับเหยียบคันเร่งขึ้นไปอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง เสียงเครื่องยนต์เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเสียงคำรามที่ดุดัน...
ในช่วงเข้าโค้งจากที่ทิ้งห่าง รถของเขาก็ทะยานมาขนาบข้างคู่แข่ง ทว่าเดม่อนไม่ได้ยอมให้เขาขึ้นแซงได้ง่าย ๆ รถสีเงินสะบัดเหวี่ยงชนเข้าที่มุมซ้ายเพื่อตั้งใจให้ลูเซียโน่เสียหลัก
บรื้น...ปึก...ปึก...โคร่ม...เสียงโครงเหล็กรถเสียดสี และกระแทกกันเต็มแรง จนรถสะเทือนไปทั้งคัน
“แบบนี้สิ...ค่อยน่าสนุกหน่อย” ใบหน้าคมสันเคร่งขรึม ดวงตาของเขาฉายแววบ้าคลั่ง มือหนาคว้าคันเกียร์แล้วสับเปลี่ยนจังหวะอย่างรุนแรง เสียงเครื่องยนต์คำรามตอบรับแรงเท้าที่เหยียบมิดไมล์
เขากระชากพวงมาลัยหักหลบสิ่งกีดขวางเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะจงใจกระแทกเข้าที่ฝั่งคนขับของคู่แข่ง ทำเอากระจกมองข้างของเดม่อนหักแตกกระเด็นกระจาย
โคร่มม...แรงเหวี่ยงทำให้ตัวเขากระแทกกับเบาะและโครงเหล็กจนไหล่หนาขึ้นรอยช้ำ แต่นั่นกลับยิ่งทำให้เขากระตุกยิ้มร้าย
“เห้ย...นี่เขาตั้งใจจะขับชนกันจริงเลยเหรอ?” ลมแรงจากการพุ่งผ่านของรถทำให้ผมของเธอปลิวสยาย หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก
“ไม่เสียดายชีวิตตัวเองบ้างหรือไงนะ?” เฌอร์ชีวาอึ้งกับความบ้าบิ่นของลูเซียโน่ในสนามแข่งนี้
ความมืดมนของสนามแข่งและความดิบเถื่อนของลูเซียโน่กำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของเธอไปทีละน้อย
เบื้องหน้าคือโค้งหักศอกเป็นโค้งสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัย ที่เต็มไปด้วยร่องรอยการชนอัดเข้ากำแพง มีคราบเลือด รอยแตกร้าวของผู้เข้าแข่งขันรอบก่อน ๆ เลอะเทอะเต็มกำแพงอิฐหนา ราวกับเป็นอนุสรณ์ความตายอย่างไรอย่างนั้น
บรื้น...บรื้น... แรงกดอากาศภายในรถพุ่งสูงจนน่าอึดอัด ลูเซียโน่เหยียบคลัตช์ กระชากเกียร์ต่ำลงพร้อมกับดึงเบรกมือในจังหวะนรก รถทั้งคันไถลออกด้านข้าง ควันสีเทาดำหนาทึบจากยางที่ไหม้ไฟคลุ้งไปทั่วสนาม กลิ่นยางไหม้รุนแรงจนเฌอร์ชีวาที่ยืนอยู่ไกลออกไปยังรับรู้ได้เลย
แต่เธอไม่อาจละสายตาได้เลย...
“หวังว่าฉันคงไม่ได้ข่าวอุบัติเหตุเพิ่มมาอีกหนึ่งนะ” เฌอร์ชีวายืนลุ้นด้วยใจที่เต้นระรัว
โคร่มมม! เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องจนแสบแก้วหู เมื่อเดม่อนจงใจเหวี่ยงท้าย GTR คันเก่งกระแทกเข้าที่ซุ้มล้อหน้าของ Lamborghini Aventador เหมือนกะให้เสียหลักซัดกำแพงเข้าเต็มแรง
เอี๊ยด...ลูเซียโน่รู้ทันและแตะเบรกปัดเบี่ยงออกเล็กน้อย แรงปะทะทำให้รถทั้งสองคันเสียอาการสะบัดไปมา กำลังฟัดเหวี่ยงกันกลางพายุฝุ่นและสะเก็ดไฟจากแรงขูดขีดของโลหะแกร่ง
“มึงจะรีบไปลงนรกขุมไหนวะ...ไอ้เดม่อน” ลูเซียโน่สบถก้อง กระชากเกียร์ลงต่ำจนเครื่องยนต์ครางระงมราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ และเขาก็ไม่สนว่ารถราคาหลายสิบล้านจะพังพินาศ
มือหนาสับพวงมาลัยสวนทิศทางก่อนจะกระทืบคันเร่งมิดไมล์ ส่งแรงม้าทั้งหมดอัดเข้าใส่ด้านข้างรถของเดม่อนแบบเต็มสูบ!
ปัง...โคร่มมม แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้รถสีเงินของเดม่อนเสียหลัก ตัวรถพลิกคว่ำหลายตลบ หมุนคว้างกลางอากาศก่อนจะพุ่งเข้าอัดกับกำแพงอิฐหนา แต่ไม่ได้แรงมากนัก เสียงเหล็กบดขยี้และกระจกแตกละเอียดดังกังวานไปทั่วสนามที่ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ
บรื้น...บรื้นนนน...รถของลูเซียโน่ไฟท้ายแตกละเอียด น้ำมันเครื่องหยดไหลไปตามทาง รอยยางไหม้เป็นทางยาวจากจุดที่ชนกับอีกฝ่ายไปจนถึงเส้นแห่งชัยชนะ
บรื้น...บรื้น...เอี๊ยดดด!!! เขาเหยียบเบรกจนตัวรถนิ่งสนิทท่ามกลางเสียงโห่ร้องที่บ้าคลั่งของผู้คน
แอ๊ด... ลูเซียโน่ที่ค่อย ๆ เปิดประตูรถออกมา เขาก้าวลงจากรถด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เลือดสีแดงสดไหลซึมจากหน้าผากผ่านคิ้วคมเข้ม ร่างสูงคว้าเอาเบียร์เย็นที่เสิร์ฟอยู่ข้างสนามกระดกดื่มเกือบสองถึงสามกระป๋องติดกันเพื่อดับความกระหาย
นัยน์ตาคู่นั้นกลับยังคงฉายความน่ากลัวและดุดันเหมือนกำลังมองไปรอบ ๆ สนามอีกครั้ง ก่อนจะเขาจะหยุดมองตรงมาทางเฌอร์ชีวา และดื่มเบียร์ต่อจนหมดแล้วขยำทิ้งลงกับพื้น
เฌอร์ชีวายืนตัวแข็งทื่อ กล้องในมือสั่นระริกจนแทบร่วงหล่น เธอรีบเก็บกล้องและหลบสายตาของเขาในทันที
ทางด้านของเดม่อน เขาออกแรงถีบประตูรถที่พังยับเยินออกอย่างทุลักทุเล นาทีนี้เดม่อนแทบเกือบจะต้องคลานออกมาจากตัวรถที่หงายท้องไม่เป็นท่าของเขา
ท่ามกลางกลุ่มควันที่โขมง ลูกน้องของเขาพุ่งตัวเข้าไปหมายจะช่วย แต่เดม่อนกลับยกมือห้ามไว้ เขาใช้หลังมือเช็ดเลือดที่มุมปากและแผลถลอกปอกเปิกที่ต้นแขน ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนด้วยขาสั่นเทา
สภาพของเขาสะบักสะบอมหนักกว่าทางลูเซียโน่เป็นเท่าตัวเลย เพราะแรงกระแทกและการพลิกคว่ำหลายตลบจนทำให้เดินแทบไม่ได้ แต่เขาก็เป็นฝ่ายที่จะหยัดยืนขึ้น และกัดฟันเดินขากะเผลก ๆ ตรงมาที่ลูเซียโน่ในทันที ท่ามกลางสายตาของเฌอร์ชีวาที่บันทึกภาพทุกวินาทีไว้อย่างไม่ละสายตา
“คืนนี้สนุกมากเลย หวังว่าครั้งหน้ากูจะมีโอกาสได้แก้ตัวนะ” เดม่อนหยุดตรงหน้าชายหนุ่มผู้ชนะ ก่อนจะยื่นมือไปตรงหน้าของอีกฝ่าย
“กูนึกว่า...มึงจะแน่กว่านี้ซะอีกน่ะ” ลูเซียโน่จ้องมองมือนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือหนาไปจับกระชับแน่น
“หึ ๆ แล้วสรุปว่ามึงต้องการอะไร ชี้มาได้เลย” เดม่อนไม่ลืมข้อตกลงของเขา ซึ่งลูเซียโน่ก็เหยียดยิ้มอย่างพึงพอใจ
CHERCHEEVA’S PART
เฌอร์ชีวาขนลุกชันไปทั้งตัว ความเย็นยะเยือกของอากาศยามค่ำคืนไม่ได้ทำให้เธอสงบลงได้เลย โดยเฉพาะเมื่อสายตาอาฆาตแค้นของลูเซียโน่จดจ้องมาที่เธอเป็นจังหวะสุดท้าย ก่อนที่เขาจะขยำกระป๋องเบียร์ทิ้งไปนั้น มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนชะตาจะขาดยังไงก็ไม่รู้
‘ฉันควรรีบออกไปจากที่นี่ ถ้าโลภมากกว่านี้อาจจะซวยได้’ เธอพยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด แฝงตัวไปกับเงามืดของซากสิ่งก่อสร้างเก่าริมสนามแข่งเพื่อมุ่งหน้าไปยังทางออก
ตึก...ตึก...ฟู่บ...ฝีเท้าของเธอย่อง ๆ กลับมาออกทางรั้วพัง ๆ ที่เดิมที่เดียวกับตอนที่เธอแอบเข้ามาในนี้
“ในที่สุดฉันก็…” เฌอร์ชีวาเดินลอดผ่านรั้วพัง ๆ ออกมา จนเธอมั่นใจว่าเธอได้พ้นจากเขตอันตรายของสนามแข่งป่าเถื่อนนี้แล้วจริง ๆ
แต่ทว่า…
“หะ...เหี้ยแล้วไง” เธอเงยหน้าขึ้นมาพบกับชายฉกรรจ์สามคนที่ยืนล้อมอยู่ตรงหน้ารั้วพัง ๆ ที่เธอเพิ่งแอบลอดออกมา
“จะรีบไปไหนล่ะ... คนสวย” ไอ้ชายหัวโล้นที่สักทั่วทั้งใบหน้าเอ่ยทักทายเธอด้วยน้ำเสียงที่คุกคามอย่างชัดเจน
“เออคือ...ฉัน...ฉัน” เท้าที่กำลังจะก้าวถอยหลังกลับต้องหยุดนิ่งเมื่อพบว่า ด้านหลังของเธอก็มีชายชุดดำร่างยักษ์อีกสองคนยืนปิดทางเอาไว้ พวกมันล้อมเธอเป็นวงกลม บีบพื้นที่จนเธอรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก
“คือฉันแอบแฟนมาดูแข่งรถกับกิ๊กน่ะ แล้วแฟนฉันตามมาเอาเรื่องพอดี ฉันเลยต้องรีบหนีออกไปทางนี้น่ะ” เฌอร์ชีวาพยายามแต่งเรื่องเพื่อหาทางรอดไปก่อน
มือบางเผลอกระชับกระเป๋าที่ซ่อนกล้องไว้แน่น เธอคิดว่าตัวเองแอบซ่อนกล้องถ่ายเนียนมากแล้วจริง ๆ นะ
“...” เหล่าพวกชายฉกรรจ์หันมองหน้ากันเหมือนเริ่มไม่ลังเลใจ
“เอ่อ ให้ฉันรีบไปเถอะนะ เดี๋ยวถ้าแฟนฉันตามมาเจอ ฉันโดนมันกระทืบหน้าเละแน่ ๆ เลย” เฌอร์ชีวาพยายามเบี่ยงประเด็น และแสดงละครตบตาอีกฝ่าย แม้รู้ดีว่าไม่มีประโยชน์มาก แต่ก็พอจะดึงความสนใจและหาทางหนีได้ในช่วงเวลาที่สั้น ๆ
“มึงแน่ใจนะว่า ไอ้เวรนั่นชี้มาที่อีนี่?” ชายคนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าเอ่ยขึ้นพลางใช้สายตาหยาบโลนกวาดมองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้า
“เออ ต้องเข้าใจผิดแน่ ๆ เลย...ฉันคิดว่าพวกนายจับผิดคนแล้วละ เอ่อ...ขอตัวเลยดีกว่านะ”
เฌอร์ชีวาฝืนยิ้มแห้ง แผ่นหลังบางเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ เธอพยายามแทรกตัวผ่านช่องว่างระหว่างชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สองคน แต่มือหยาบกร้านดั่งคีมเหล็กกลับคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธอจนรอยเขียวช้ำปรากฏขึ้นทันตา
“อีนังนี่แหละไม่ผิดตัวแน่…ของรางวัลผู้ชนะในคืนนี้” ไอ้หัวโล้นแสยะยิ้มจนเห็นฟันเหลืองกร่าง มันกระชากตัวเธอจนหน้าแทบจะคะมำไปกระแทกกับแผงอกสกปรกของพวกมัน
“ปล่อยก่อน ๆ พี่ พี่ ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ใช่ ๆ” เฌอร์ชีวาพยายามคุมสติตอบสวนกลับไป แต่เมื่อเห็นว่าพวกมันมีท่าทีจะทำร้าย เธอก็พยายามปัดป้องและจิกเข้าไปที่ดวงตาของมัน
“ปล่อยนะ ๆ ๆ ไอ้พวกสัตว์นรก ๆ” เฌอร์ชีวาทั้งดิ้นทั้งต่อยทั้งถีบสารพัดเพื่อหาทางรอดจากเงื้อมมือของพวกนักเลงสนามแข่งรถ
“โอ๊ย!! ตากู!! ไปจับมันมา ๆ ให้ได้!” ไอ้หัวโล้นโวยวายลั่นด้วยความโกรธจัดที่ถูกนิ้วทิ่มลูกกะตาเต็มเปา
ทันทีที่หลุดจากพันธนาการคนแรก เธอก็ออกแรงวิ่งหนีแบบสุดชีวิต
ฟุ่บ ๆ ๆ ลูกน้องอีกคนของมันก็วิ่งตามหลังของเธอมาติด ๆ ด้วยพละกำลังและความอึดถึกทน
ยังไงเธอก็ไม่สามารถที่จะวิ่งหนีจากผู้ชายตัวใหญ่ยักษ์พวกนี้ไปได้จริง ๆ แม้จะพยายามออกแรงวิ่งแทบจะสุดชีวิตจนขาแทบหลุด
ฟุ่บบบบ!! มือหยาบกระด้างกระชากเข้าที่ปลายผมของเธอ และดึงอย่างแรงจนหน้าหงาย
“อ๊ะ...โอ๊ยยย!”
“รีบจัดการมันให้จบ ๆ ไปดิไอ้เป้!” อีกคนตะโกนบอกด้วยท่าทีหงุดหงิด ๆ
“ไม่! ปล่อยนะ...ปล่อย” ยังไม่ทันจะโวยวายใด ๆ เสียงของเธอถูกกลืนหายไปในลำคอ
พั่บ! ผ้าเช็ดหน้าสีดำสนิทที่โชกไปด้วยยาสลบพุ่งเข้าโปะปิดจมูกและปากของเธอจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว เฌอร์ชีวาดิ้นรนเฮือกสุดท้าย ขาของเธอถีบดิ้นพล่านไปในอากาศ กลิ่นสารเคมีฉุนกึกพุ่งเข้าสู่สมองจนโลกทั้งใบเริ่มหมุนคว้าง
เสียงเครื่องยนต์ที่เธอจำได้ขึ้นใจ... เสียงคำรามที่ทุ้มต่ำและทรงพลังของ Lamborghini Aventador สีดำด้านคันเดิมพุ่งเข้ามาจอดเทียบตรงหน้าของเธอในระยะประชิดแทบจะถึงตัว
ในขณะที่สติกำลังจะหลุดลอย แสงไฟหน้ารถคันหนึ่งก็สาดส่องเข้ามาปะทะใบหน้าของเธอจนทุกอย่างมันขาวโพล้นไปหมด
ผ่านม่านตาที่พร่าเลือนและหนังตาที่หนักอึ้ง เฌอร์ชีวาเห็นเงาร่างสูงใหญ่ในรถคันนั้น ลดกระจกลงพลางพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างไม่ยี่หระต่อสถานการณ์ตรงหน้า
“ลูเซีย...นะ โน่” นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่เธอรับรู้ ก่อนที่ยาสลบจะพรากสติสัมปชัญญะของเธอไปทั้งหมด
…ทุกอย่างดับวูบลงสู่ความเงียบงันและว่างเปล่า…
______📸______