LUCIANO
- 6 -
กฎใหม่ของสนามแข่ง
เฌอร์ชีวาเริ่มมองไปรอบ ๆ สนามแข่งรถอย่างพิจารณาอีกครั้ง เพราะเธอไม่มีบัตรผ่านประตูเหล็กบานใหญ่ และแน่นอนว่าแท็กซี่ก็ไม่สามารถขับเข้าไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้าได้เลย
แต่ด้วยความหูไวตาไวตามอุปนิสัยของนักข่าว เฌอร์ชีวาตัดสินใจแอบมุดผ่านช่องรั้วลวดหนามที่ขาดวิ่นของเขตก่อสร้างร้าง
แสงไฟสปอตไลต์จากด้านในส่องสว่างตัดกับความมืดมิดของรอบนอก กลิ่นยางไหม้และควันไอเสียลอยคลุ้งผสมกับเสียงเครื่องยนต์ที่แผดคำรามจนแผ่นดินสะเทือนออกมาจากด้านในนั้น
“ที่นี่มัน... สนามแข่งรถเถื่อนในตำนานที่พวกรุ่นพี่ในคณะเคยพูดถึงแน่ ๆ เลย” เธอพึมพำกับตัวเองเมื่อแทรกตัวเข้าไปภายในสนามได้สำเร็จ โดยไม่ลืมหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมากดบันทึกภาพทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน
เฌอร์ชีวาเคยได้ยินเรื่องเล่าของสนามแห่งนี้มาบ้าง แต่ไม่เคยรู้เลยว่ามันตั้งอยู่ส่วนไหน จนกระทั่งมาเห็นกับตา... ยอมรับเลยว่า บรรยากาศที่นี่มันดูน่ากลัวจนขนลุกไปทั้งตัวจริง ๆ
สิ่งที่ทำให้เธอต้องตาค้างคือภาพของผู้หญิงสวย ๆ หลายคนที่ยืนเกาะกลุ่มกันอยู่ใกล้จุดปล่อยตัว บางคนถูกดึงเข้าไปกอดจูบอย่างจาบจ้วงราวกับเป็นของสาธารณะ
“จะว่าไปก็ดีเหมือนกันนะ ยอมเสี่ยงครั้งเดียวได้ข่าวหลายเรื่อง แบบนี้ค่อยถือว่าคุ้มหน่อย” เธอกระตุกยิ้มปลอบใจตัวเองว่า ถ้าสามารถนำภาพพวกนี้ไปเสนอสำนักข่าวได้ มูลค่าของมันคงมหาศาล
เฌอร์ชีวาเม้มปากแน่นพลางปรับเลนส์กล้องซูมเพื่อมองหาเป้าหมาย จนกระทั่งกล้องหยุดอยู่ที่ร่างสูงโปร่งที่คุ้นเคย เขาเพิ่งก้าวลงจากรถลัมโบร์กีนี
ก่อนจะหันไปคว้าเครื่องดื่มจากสาวเชียร์เบียร์ และรั้งใบหน้าของเธอมาจูบอย่างบดขยี้ พร้อมกับจับหญิงสาวพาดลงบนรถหรู และลูบเรียวขาสวยขึ้นทำท่าราวกับจะมีอะไรกันตรงนั้น หากไม่มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมาคว้าไหล่เขาให้หยุดเสียก่อน
“นายนี่มัน... สุดจะบรรยายจริง ๆ ลูเซียโน่” นักข่าวสาวกลอกตามองบนซ้ำ ๆ แม้จะไม่อยากเห็นฉากพรรค์นี้ แต่พอต้องมาตามถ่ายคนอย่างเขา เฌอร์ชีวาก็รู้สึกเหมือนตาตัวเองใกล้จะเป็นกุ้งยิงเข้าไปทุกที
“ถ้าข่าวนี้หลุดออกไป คะแนนเสียงของพ่อนายคงลดฮวบแน่ ๆ ฉันอยากจะควักสมองนายออกมาดูจริง ๆ ว่าคิดบ้าอะไรอยู่?”
ท่าทางดิบเถื่อนและไม่แคร์โลกของเขาถูกบันทึกไว้ในหน่วยความจำทุกช็อต
Luciano’s Part
ในตอนที่ลูเซียโน่กำลังจูบอย่างดูดดื่มกับสาวเชียร์เบียร์สุดเร่าร้อนจนปากแฉะ มือหนาบีบเคล้นสะโพกมนอย่างจาบจ้วงโดยไม่สนสายตาใคร
ทว่าจู่ ๆ เสียง 'ก๊อก ๆ' จากการเคาะฝากระโปรงรถหรูของเขาดังขึ้นแรง ๆ สองที
“มึงไม่เอากันตรงนี้เลยล่ะ” เสียงทักทายสำเนียงคุ้นหูดังแว่วเข้าโสตประสาท
ลูเซียโน่ถอนหายใจออกมาพลางเหลือบมองอีกฝ่าย ร่างสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบสองเซนติเมตร เส้นผมสีน้ำตาลทอง เจ้าของใบหน้าลูกครึ่งไทย-สเปน... 'เพอร์เช่'
“จะว่าไปคนขี้เสือกเยอะจังเลยนะ... ชีวิตกูเนี่ย” ลูเซียโน่ถอนจูบออกช้า ๆ เขาใช้หลังมือเช็ดคราบน้ำลายที่มุมปากตัวเอง
ก่อนจะป้ายมันลงที่ต้นขาสวยของหญิงสาวตรงหน้าอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงเหยียดยิ้มร้ายหันไปดึงบุหรี่ที่ 'นิโคลัส' เพิ่งเขี่ยไฟลงพื้นมาสูบต่ออย่างหน้าตาเฉย
“นี่มึงไปอดอยากมาจากไหนวะไอ้ลูเซีย? ตอนเย็นมึงก็เพิ่งลากดาวมหาวิทยาลัยกลับคอนโดไปไม่ใช่เหรอ?” นิโคลัสพูดเสริมขณะที่ริมฝีปากยังคาบบุหรี่เอาไว้
เขาคือคนเดียวกับที่สั่งเหล้ามาเสิร์ฟในผับคืนนั้น และเห็นภาพความคาวโลกีย์ของเพื่อนมาแทบทุกช็อต
“แล้วไง... กูโสด กูจะเอากับใครก็ได้ป้ะ?”
“วันนี้นึกยังไงของมึงวะ ถึงมาลงแข่งรถเอาคืนนี้?” เพอร์เช่ถามเข้าเรื่อง
“แทนที่มึงจะลงแมตช์ใหญ่ แมตช์นี้มีแต่พวกมือใหม่ทั้งนั้น” นิโคลัสส่ายหน้าไม่เห็นด้วย
“กูก็แค่นอนอยู่ในคอนโดแล้วมันเบื่อ ๆ... อยากหาอะไรทำแก้เซ็ง” ลูเซียโน่ตอบเสียงเรียบ แววตาคมกริบดูว่างเปล่าทว่าแฝงไปด้วยความดุร้าย
“ระดับมึงเนี่ยนะจะเบื่อ? ได้ข่าวว่าเพิ่งฟาดดาราดังจนขึ้นหน้าหนึ่งไปทุกสำนักเมื่อเช้าไม่ใช่เหรอวะ?” เพอร์เช่แดกดันเพื่อนอย่างกวนประสาท
ก่อนที่ทั้งสามคนจะเดินตรงเข้าไปในโซนสนามแข่งที่กำลังคึกคัก ปกติที่นี่จะเปิดแข่งแค่คืนวันพฤหัสบดี เพราะเคลียร์กับตำรวจได้ง่ายกว่าคืนวันศุกร์
“กูก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าชีวิตกู... มันน่าสนใจขนาดนั้น” ลูเซียโน่แค่นยิ้มในลำคอ เขาไม่ยี่หระกับคำประชดประชันนั่นเลยสักนิด
ท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงเครื่องยนต์ที่แผดคำราม ลูเซียโน่ล้วงหยิบกุญแจรถซูเปอร์คาร์ลัมโบร์กีนีคันหรูออกมาจากกระเป๋าควงเล่น ๆ
ปัก! ก่อนจะวางเดิมพันลงบนโต๊ะกลางสนามด้วยใบหน้าเรียบเฉย
ท่ามกลางวงล้อมของชายชุดดำร่างยักษ์ ร่างสูงหยุดกะทันหันตรงหน้ากลุ่มนักเลงที่คุมบัญชีพนัน ริมฝีปากร้อยปล่อยให้ควันบุหรี่สีหม่นลอยฟุ้งบดบังนัยน์ตาคมกริบสีเทาอ่อนของเขา
“ของรางวัลคืนนี้... มีอะไรบ้าง?” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยถามสั้น ๆ
ชายฉกรรจ์หัวโล้นที่มีรอยสักบนใบหน้าเงยขึ้นมอง ก่อนจะแสยะยิ้มเลียริมฝีปาก
“โธ่... นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณชายลูเซียโน่นี่เอง ของรางวัลคืนนี้เหรอครับ... ก็มีเงินสดสามแสน กับพริตตี้สาวชื่อดังคนนั้นไง กำลังดังมากเลยนะคนนี้” มันบุ้ยปากไปทางหญิงสาวในชุดบิคีนีตัวจิ๋วที่ยืนบิดกายยั่วยวนอยู่บนเวที
“ลีลาเด็ดจนหลายคนยอมลงเงินเป็นแสน ๆ เพื่อจะได้ค้างคืนกับเธอเชียวนะครับคุณชาย”
ลูเซียโน่ตวัดสายตามองพริตตี้สาวนิ่ง ๆ เพียงครู่เดียวพลางส่ายหน้า เพราะขนาดดาราระดับท็อปยังยอมค้างคืนกับเขาฟรี ๆ มาแล้ว
“เวลาจะเอาใคร... เราต้องเสียตังค์ด้วยเหรอวะ? เพิ่งรู้” เขาหันไปถามเพื่อนตัวเองพลางหัวเราะเหยียดหยาม
“กฎเดิม ๆ ของที่นี่... น่าเบื่อโคตรเลยว่ะ” ร่างสูงพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าคนคุมโต๊ะอย่างจงใจจนอีกฝ่ายสำลัก
“จะเปิดสนามแข่งรถแข่งกับสนามใหญ่ทั้งที ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ ๆ บ้างหรือไง? หรือว่าพวกมึง... หมดปัญญาหาอะไรที่มันเร้าใจกว่านี้แล้วจริง ๆ?”
คำพูดของลูเซียโน่ทำให้ลูกน้องมาเฟียรอบ ๆ ลุกขึ้นมองเขาอย่างเอาเรื่อง
“มันก็จริงนะ... ลูกชายว่าที่นายกจะลงแข่งทั้งที จะใช้กฎการชนะเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ได้ยังไง” เสียงเข้มทรงอำนาจดังแทรกขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'เดม่อน' ลูกน้องของหัวหน้ามาเฟียที่คุมสนามแข่งนี้
และตอนนี้สิทธิ์ขาดในการตัดสินภายในสนาม ขึ้นอยู่กับเขาเพียงคนเดียว
“แล้วไม่ทราบว่าคุณชาย อยากจะแข่งกันด้วยกฎแบบไหนล่ะ? กูจะได้หาทางออกให้ได้” เดม่อนถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของลูเซียโน่โดยไม่มีท่าทีเกรงกลัว และเอ่ยด้วยท่าทีจงใจกวนประสาทอีกฝ่ายเช่นกัน
ลูเซียโน่กระตุกยิ้มร้าย เขาขยี้ก้นบุหรี่ลงบนขอบโต๊ะเดิมพันอย่างช้า ๆ
“กูแค่อยากรู้ว่าสนามนี้ แม่งจะแน่สักแค่ไหน?” เขาเอ่ยถามและกวาดสายตามองคนที่เข้าแข่งขันอย่างเหยียด ๆ
“ระดับคุณชายผู้สูงส่งอย่างมึง ให้เกียรติมาแข่งที่นี่ทั้งที กูคงจะให้แข่งกับไอ้พวกระดับอนุบาลไม่ได้หรอกเนอะ” เดม่อน ลูกน้องตัวฉกาจของมาเฟียใหญ่เดินมาฉีกกระดาษรายชื่อคนเข้าแข่งขันรอบนี้ทั้งหมด
“งั้นถ้าเป็นการแข่งแค่กูกับมึงสองคนล่ะ พอจะสนุกกับสนามนี้ขึ้นมาได้บ้างรึยัง?” เขาเอ่ยถามอย่างท้าทาย
“หึ หึ” ลูเซียโน่เค่นเสียงหัวเราะพลางพยักหน้ารับด้วยท่าทีพึงพอใจ
“แล้วของรางวัลที่มึงต้องการจากสนามคืออะไร เพราะระดับมึง เรื่องเงินกับพวกพริ้ตตี้นางแบบคงไม่ใช่สิ่งที่มึงต้องการ” เดม่อนเอ่ยถามกลับไปอย่างรู้ทันความคิดของลูเซียโน่ดี
“แสนรู้ดีนี่! สมกับเป็นมือขวาของมาเฟีย” ลูเซียโน่แดกดันกลับไปเสียงเรียบ
“ถ้ากูชนะ! กูแค่ต้องการเลือกผู้หญิงคนไหนก็ได้!! ที่อยู่ภายในสนามแข่งนี้!” ลูเซียโน่กวาดสายตามองไปรอบ ๆ อีกครั้งพลางกระตุกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“คนของสนามแข่งกาก ๆ ของมึง มันจะสามารถจับตัวมาขึ้นเตียงกับกูได้มั้ยล่ะ?” แววตาของลูเซียโน่ไม่ได้ล้อเล่น คำพูดของเขาทำเอาเพื่อนอีกสองคนที่ยืนกระดกเบียร์อยู่ถึงกับหันมองหน้ากันในทันที
“แน่นอนว่ากูทำให้ได้!! ขอแค่มึงชนะ!”
“มึงจะอยากขึ้นเตียงกับผู้หญิงคนไหนในสนามนี้ คนของกูจัดการให้ได้แน่นอน”
“สนามกูมันไม่มีกฎหมายไหนมาคุ้มครองอยู่แล้ว” เดม่อนหัวเราะลั่นอย่างถูกใจในความบ้าดีเดือด
“มึงมั่นใจได้เลยว่า...ไม่ว่าใครจะหายไปหรือตายที่นี่ ก็จะไม่มีตำรวจคนไหนมาสนใจอยู่แล้ว” เดม่อนย้ำประโยคสุดท้าย พลางสั่งลูกน้องให้ไปเตรียมรถ เพื่อลงแข่งประชันกับลูเซียโน่ด้วยตัวเอง
“งั้นดีล!” ลูเซียโน่เหยียดยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเดินตรงกลับไปที่รถของตนเอง เพื่อเตรียมตัวลงแข่งในแมตช์ต่อไปที่จะถึง
“มึงประสาทกลับไปแล้วเหรอวะ? จะแข่งแลกรถกับพริ้ตตี้ในสนามคนหนึ่งเนี่ยนะ?” เพอร์เช่ถามทันทีที่ทั้งสามคนเดินกลับมาถึงรถ
“บุกถิ่นพวกมันขนาดนี้ ถ้าโดนพวกลูกน้องมันรุมกระทืบตายไม่มีใครมาช่วยเราได้ทันนะเว้ย” นิโคลัสพยายามดึงสติเพื่อนตัวเอง เพราะกลัวจะจบด้วยการมีเรื่องแบบที่เคย ๆ
“คืนนี้ไม่มีเรื่องแน่นอน กูรับประกันได้!”
“รับประกันทุกรอบ สาหัสทุกรอบไอ้เพื่อนนรก!” เพอร์เช่ส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อในคำลวงของเพื่อนตัวเองสักนิด
“มึงกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่วะ? ช่วยบอกพวกกูให้เตรียมตัวหน่อยได้ไหม?” นิโคลัสคว้าประตูรถของลูเซียโน่เพื่อถามอย่างคาดคั้น!
“ถ้าบอกก่อน...มันก็ไม่สนุกอะดิ!”
______📸______