Mag-log in(แยมโรล~ หนูอยู่ไหน หนูโอเคไหม พี่ตกใจมากเลยนะเมื่อกี้เห็นข่าวแล้วจำได้ว่าเป็นคุณพ่อของหนู พี่เสียใจด้วยนะ ต้องเข้มแข็งนะแยม ว่าแต่ตอนนี้หนูอยู่ไหนเดี๋ยวพี่รีบไปหา)
“คะ พี่พริกพูดเรื่องอะไรคะ?” ฉันได้ยินที่พี่พริกไทยพูดแต่ฉันงงว่าพูดแบบนี้ทำไม
(ก็เรื่องที่คุณพ่อหนูยิง...เดี๋ยวนะ อย่าบอกนะว่าหนู...ยังไม่รู้)
“พี่...พี่พริกหมายความว่ายังไงเหรอคะ~” อยู่ ๆ ใจฉันก็สั่นคำพูดก็เลื่อนลอยขึ้นมาทั้งที่ยังจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูก
(คือ...เดี๋ยวพี่โทรหาใหม่นะ หนูอยู่ไหน)
“...ข่าวอะไรเหรอคะ” ฉันถามช้า ๆ ไม่รู้อะไรเลยแต่พอจะเดาจากคำพูดของพี่รหัสได้ว่ากำลังเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับคุณพ่อ ฉันไม่รู้อะไรจริง ๆ แต่ก็ได้แต่หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องร้ายแรงมากเกินไปถึงน้ำเสียงที่พี่รหัสถามออกมาตั้งแต่แรกจะฟังก็รู้ว่าเป็นเรื่อง...ร้ายแรง
(หนูอยู่ไหนเดี๋ยวพี่ไปหา)
“เกิดเรื่องอะไรคะพี่พริก” ฉันย้ำถามอีกครั้ง
(...) ทำไมพี่พริกไทยไม่ตอบล่ะ เกิดอะไรกับคุณพ่อกันแน่
“เดี๋ยวแยมโทรหลับนะคะ”
(หนูอยู่...)
ติ๊ด!
ฉันอยากตอบคำถามแต่อาการของพี่รหัสทำให้ฉันร้อนรนขึ้นมา ฉันรีบตัดสายทั้งที่พี่รหัสยังพูดไม่จบและยังตัวเองก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากนั้นก็เข้าไปในโซเชียลเผื่อว่าจะได้ข่าวอะไร
“คุณแยมโรลครับเราไปเฝ้าคุณนรินทร์หน้าห้องผ่าตัดกันดีกว่าครับ” พี่เชนเอ่ยชวนฉันที่กำลังจะหาอะไรสักอย่างที่ก็ไม่รู้ว่าต้องเริ่มหาจากอะไรเพื่อให้ได้คำตอบที่ตัวเองอยากรู้ก็เงยหน้าขึ้นมองแล้วจ้องพี่เชนทันที
“...เกิดอะไรขึ้นกับคุณพ่อคะพี่เชน” ฉันถามช้า ๆ สายตาก็จ้องพี่เชนเพื่อรอคำตอบ ก็เจ้านายพี่เชนให้ฉันอยู่ตรงนี้แล้วอยู่ ๆ การที่พี่เชนมาชวนฉันไปนั่งเฝ้าคุณแม่หน้าห้องฉุกเฉินในระหว่างที่ฉันกำลังร้อนรนเรื่องของคุณพ่อมันจะไม่ทำให้ฉันระแวงได้ยังไง
“ก็...ไม่เห็นมีอะไรนี่ครับ”
“ไม่จริง พี่เชนมีพิรุธ ปิดบังอะไรอยู่บอกมา”
“ผมไม่ได้มีพิรุธอะไรเลยครับ ผมแค่จะชวนคุณแยมโรลไปเฝ้าคุณนรินทร์แค่นั้นเองครับ ไปกันเถอะครับ” ยิ่งอธิบายฉันยิ่งมั่นใจว่าพี่เชนมีบางอย่างปิดบัง
“เจ้านายพี่เชนต้องการให้แยมอยู่ที่นี่แล้วอยู่ดี ๆ พี่เชนจะชวนไปเฝ้าคุณแม่หน้าห้องผ่าตัดทำไมคะ?” ฉันจ้องต่อ จ้องเขม็ง เอาสิ จะปฏิเสธว่ายังไงต่อว่ามาเลย
“ผมก็แค่...อยากให้คุณแยมโรลสบายใจ ถ้าอยู่ใกล้ห้องผ่าตัดน่าจะสบายใจกว่านี้”
“เหรอคะ ขอบคุณนะพี่เชนแต่แยมว่าถ้าบอกก่อนหน้าไม่ใช่ตอนที่แยมคุยโทรศัพท์เรื่องคุณพ่อมันจะเนียนกว่านะ”
“คุณแยมโรลครับผมไม่ได้มี...” พี่เชนไม่พูดต่อเพราะฉันแสดงท่าทางออกไปชัดเจนว่าไม่อยากคุยต่อ ฉันละสายตาจากการจ้องพี่เชนมามองหน้าจอโทรศัพท์แล้วลองเสิร์จชื่อคุณพ่อดูเผื่อจะรู้เรื่องเร็วที่สุดเพราะพี่รหัสของฉันพูดเองว่า เมื่อกี้เห็นข่าว แสดงว่าต้องมีข่าวอะไรแน่นอน
...ทินกร นักธุรกิจดังยิงเมียน้อยก่อนยิงหัวตัวเองดับ
...นักธุรกิจดังยิงบ้านเล็กก่อนฆ่าตัวตายหน้าสำนักงานเขตปมหึงหวง
...แค้นเมียน้อยรุ่นลูกหลอกให้รักเจ้าพ่ออสังหา ทินกร โรจนไพศาล บุกยิงหน้า สนง.เขต ก่อนยิงหัวตัวเองดับ
“...มะ ไม่จริง~ ไม่จริง...ไม่จริง! กรี๊ด!!!”
“คุณหนู! / คุณแยมโรล!”
-เวลาต่อมา-
“กูบอกว่าให้จัดการให้ดีไงวะ!”
“ผมขอโทษครับนาย ผมพยายามห้ามแล้วแต่...”
“แม่งเอ้ย!” ผมสบถออกมา อยากด่าคนของตัวเองมากกว่านี้แต่มันก็คงทำเต็มที่แล้วสุดท้ายผมเลยทำได้แค่หัวฟัดหัวเหวี่ยงด้วยความโมโหอยู่หน้าห้องฉุกเฉินที่แยมโรลถูกพาตัวเข้าไปตามคำบอกเล่าของไอ้เชนว่าแยมโรลรู้ความจริงแล้วกรี๊ดลั่นเหมือนคนเสียสติก่อนที่เธอจะเป็นหมดสติไป
“อ่าส์!” ผมพ่นลมหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด มองไปที่ประตูห้องฉุกเฉินก็ไม่เห็นห่าอะไรสักอย่าง
“นายครับ ยังไงคุณแยมโรลก็ต้องรู้”
“แต่ไม่ใช่ตอนที่อานรินทร์ยังไม่ออกจากห้องผ่าตัดมึงเข้าใจไหมไอ้เชน!” เสียงผมแข็งกึ่งตวาด การผ่าตัดจะเป็นยังไงผมก็ยังไม่รู้ มันเสี่ยงถึงโอกาสปลอดภัยจะมีถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แต่สามสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือก็ทำให้คนไข้ตายได้เหมือนกันไม่ใช่รึไงวะ แล้วยิ่งมารับรู้เรื่องพ่อตัวเองยิงหัวฆ่าตัวตายตอนที่ผมไม่อยู่ด้วยผมยิ่งโมโห
ตื๊ด ตื๊ด~
...อา
ติ๊ด!
“ครับอา”
(อยู่ไหนล่ะคิน)
“อยู่โรงพยาบาลครับ แยมโรลช็อค”
(คงรับไม่ไหวที่ทินกรฆ่าตัวตาย)
“ครับ”
(ใจเย็น ๆ กับน้องนะคิน อย่าลืมแยมโรลไม่รับรู้อะไรด้วยนะ)
“อาอยู่ไหนล่ะครับ”
(คิน รับปากอาก่อน)
“...ครับ”
(อาเชื่อใจคินนะ รับปากอาแล้วคินต้องใจดีกับน้องนะลูก)
“...ไอ้ห่านั่นไม่เห็นมันใจดีกับผมบ้างเลย ทำไมอาต้องขอร้องให้ผมใจดีกับครอบครัวของคนที่ทำลายชีวิตหลานอาด้วยผมไม่เข้าใจ”
(อาไม่รู้จะอธิบายยังไง เอาเป็นว่าอาถามคินแบบนี้แล้วกัน...คินอยากเป็นคนที่คินเกลียดเหรอ?)
“...”
(คินเกลียดทินกรแล้วคินจะเป็นเหมือนทินกรได้เหรอ)
“...”
(เอาล่ะ อาว่าท่าทางคินจะมีหลายเรื่องให้ต้องจัดการ ไหนตอนนี้น้องจะช็อคอีกคุณนรินทร์ก็ยังไม่ออกจากห้องผ่าตัดถ้างั้นเรื่องงานศพทินกรเดี๋ยวอาช่วยดูเอง คินจัดการเรื่องทางนั้นเถอะนะ)
“ครับ ขอบคุณมากครับอา สวัสดีครับ”
ติ๊ด!
“...” ผมมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่พักหนึ่งก่อนจะมองกลับไปที่ประตูห้องฉุกเฉิน
“คินต้องใจดีกับน้องนะลูก”
ผมรักษาสัญญาที่อาของผมพูดเมื่อกี้แน่นอน แต่ตอนแรกที่ขอให้รับปากอาพูดว่า ใจเย็น ๆ กับน้องนะคิน ท่านพูดแบบนี้แล้วขอให้ผมรับปากไม่ใช่ขอให้ผม ใจดี เพราะฉะนั้นผมทำให้แน่ ก็แค่ใจเย็นทำไมคนอย่างผมจะทำไม่ได้ในเมื่อที่ผ่านมาผมใจเย็นมาตั้งยี่สิบปี แค่จะใจเย็นอีกสักนิดมันจะเป็นอะไรไปจริงไหม...
“ญาติคุณรวินทร์นดาค่ะ”
“ครับ” พยาบาลเดินออกมาถามหาญาติผมก็รีบลุกไปทันทีพอพยาบาลเห็นว่าเป็นผมก็มีสีหน้าแปลกใจแต่แค่พักเดียวก็ยิ้มแล้วยกมือไหว้ผม
“สวัสดีค่ะคุณอคิน”
“ครับ คนไข้เป็นยังไงบ้าง”
“คุณอคินเป็นญาติคุณรวินทร์น... / คนไข้เป็นยังไงบ้าง” ผมถามแทรกแถมยังเผลอใช้น้ำเสียงดุดันเพราะผมไม่ได้ต้องการตอบคำถามอะไรนอกจากอยากได้คำตอบว่าแยมโรลเป็นยังไงบ้างเท่านั้น
“เอ่อ คนไข้ปลอดภัยแล้วค่ะอีกประมาณครึ่งชั่วโมงจะย้ายไปพักที่ห้องพักฟื้น”
“ผมเข้าไปได้ไหม”
“เอ่อ...ได้ค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ” พยาบาลมีท่าทางลังเลแต่สุดท้ายก็พาผมเข้ามาในห้องฉุกเฉินแล้วมาหยุดที่เตียงของคนไข้คนหนึ่ง
“...” ตอนผมไปเธอไม่ได้หน้าซีดเซียวแบบนี้ ตอนนี้ใบหน้าที่สวยแบบหาที่ติไม่ได้ของคนที่ยังไม่ฟื้นซีดจนแทบไม่มีสีเลือด ผมขยับไปยืนข้างเตียงก่อนจะยื่นมือไปแตะที่แก้มเธอดูเพราะมันซีดจนผมคิดว่าจะไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงให้ร่างกายอุ่นแล้วซะอีก
“คุณหมอล่ะครับ”
“สักครู่นะคะ เดี๋ยวนิดาตามคุณหมอให้ค่ะ...น้องเอ้จ้ะเชิญคุณหมอให้ทีจ้ะคุณอคินอยากถามเรื่องอาการคนไข้” พยาบาลคนเดิมรับคำก่อนจะเรียกพยาบาลอีกคนมารับคำสั่งต่อแล้วยืนอยู่ไม่ไกลจากผมเพื่อรออำนวยความสะดวกให้ตามประสาบริการของโรงพยาบาลเอกชั้นนำที่ขึ้นแท่นเป็นโรงพยาบาลอันดับหนึ่งของเมืองไทย
ผมใช้หลังมือแตะลงที่แก้มเธอ ใบหน้าซีดแต่ยังดีที่เนื้อตัวเธอยังอุ่นก่อนที่ผมจะลูบหัวเธอช้า ๆ มองหน้า คุณหนู ตรงหน้าแล้วก็มีภาพอีกคนซ้อนขึ้นมา ภาพของคนที่ไม่มีลมหายใจในวันนี้แล้ว
...คนอย่างมึงไม่สมควรมีคนเสียใจเพราะการตายห่าของมึงเลยว่ะ
ผมลูบหัวแยมโรลช้า ๆ ก่อนที่คุณหมอจะเดินเข้ามาหาแล้วพูดคุยเรื่องอาการของเธอจนแน่ใจว่าปลอดภัยดีคุณหมอก็ขอตัวไปตรวจคนไข้ต่อส่วนผมก็เลือกที่จะเดินออกมาเพราะไม่อยากเกะกะการทำงานของเจ้าหน้าทีที่กำลังดูแลผู้ป่วยคนอื่นอยู่
“คุณอคินคะ” ผมเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินพยาบาลคนเดิมก็เดินตามออกมา
“ครับ”
“ไม่ทราบว่าคุณอคินจะให้คนไข้พักที่ห้องที่จองไว้ก่อนเลยไหมคะ คนไข้แค่ช็อคเพราะตกใจพักฟื้นนิดหน่อยก็หายค่ะ”
“ไม่เป็นไรเอาห้องใหม่เลย ขอห้อง VVIP เหมือนกันนะครับ”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวนิดาจัดการให้นะคะคุณอคิน” พยาบาลตรงหน้ายิ้มหวานรับคำขอของผมแต่ก็ยังไม่ขยับเอาแต่มองหน้าผมแล้วส่งสายตาหวานที่ผมรู้ดีว่ามันไม่ได้แค่หวานแต่มันคือการ...เชิญชวน
“ถ้าไม่มีอาการอะไรน่าเป็นห่วงแล้วผมรบกวนคุณพยาบาลไปจัดการย้ายคนไข้ไปที่ห้องพักตอนนี้เลยครับ ผมไม่อยากให้ เมียผม อยู่ในห้องฉุกเฉินนาน”
-วันต่อมา-“เหนื่อยไหม”“ไม่เหนื่อยค่ะ” ฉันทั้งยิ้มทั้งส่ายหน้า เรากำลังเดินเล่นกันค่ะ เดินชมรีสอร์ทที่มีพื้นที่เยอะมาก ๆ แต่ไม่ได้สร้างให้ใหญ่เวอร์นะเป็นรีสอร์ท Luxury ที่ตัวบ้านพักแต่ละหลังอยู่ห่างกันพอสมควรแถมยังกลมกลืนกับธรรมชาติมาก ๆ ช่วงสายของวันนี้หลังจากทานอาหารเช้ากับคุณอาของพี่คินซึ่งท่านเป็นคุณแม่ของพี่ไนซ์ด้วยพี่คินก็พาฉันเดินชมทั่วรีสอร์ทแต่ฉันไม่รู้สึกเหนื่อยเลยเพราะที่นี่วิวสวยบรรยากาศก็ดี ยิ่งอากาศนะเย็นสบายมาก ๆ เลยค่ะ“แล้วเมียพี่ชอบไหม” ตาหวานตาเยิ้มเลยนะคุณอคิน ยิ่งตอนพูดว่าเมียมือใหญ่ที่จับมือฉันอยู่ก็บีบมือเข้าหากันด้วย ดูเขาภูมิใจกับการมีเมียสุด ๆ ไปเลย ส่วนฉันก็ใจฟูสุด ๆ ไปเลยเหมือนกันที่คนรักของเราเขาภูมิใจในการเรียกเราว่าเมียมาก ๆ“ชอบค่ะ บรรยากาศดีมาก~ แล้วที่นี่ใกล้จะเปิดรึยังคะ” ที่นี่เป็นรีสอร์ทที่พี่คินร่วมหุ้นกับคุณอา ท่านเพิ่งเล่าให้ฟังหลังกินข้าวเช้าเสร็จว่าเมื่อสองปีก่อนท่านเคยบ่น ๆ กับพี่คินว่าแก่แล้วเบื่อกรุงเทพอยากอยู่แบบสงบ ๆ ที่เหนือ อยากตื่นมาเจอหมอกกับภูเขาแต่ก็ไม่อยากอยู่เงียบ ๆ เกินไปอยากมีรีสอร์ทเล็ก ๆ ไว้ดูแลในแต่ละวันจะได้พบเจอกับลูกค้าให
“แค่เพราะอยากได้ผู้ชายคนหนึ่งเธอต้องทำร้ายผู้หญิงด้วยกันขนาดนี้เลยเหรอ?”“แล้วกลับมาทำไม! กลับมาอ่อยเขาทั้งที่เขาอยู่กับฉันมาเป็นปีมันก็สมควรแล้วที่จะโดน!”ซ่าส์!“กรี๊ด!!!!!!!”“พูดมากไม่สำนึกความชั่วก็เชิญแดกเพียว ๆ ไปเลยเถอะอีประสาท!”“กรี๊ด!!! แยมโรลเธอทำแบบนี้ได้ยังไง! กรี๊ด!!!” หน้ายัยคุณอิ้งค์อะไรนี่แดงจัด ตัวก็สั่น พูดจบก็พยายามเช็ดปากซ้ำ ๆ แต่ยิ่งเช็ดยิ่งดูสติแตกมากขึ้น จนกระทั่งสุดท้ายก็ถึงขั้นถ่มน้ำลายออกมาต่อหน้าฉันกับพี่คิน“ถุย! ถุย! ถุย!!!” ยัยคุณอิ้งค์อะไรนี่ถ่มน้ำลายทิ้งไม่หยุดเลยค่ะ ดูไม่มีสติอะไรแล้วเอาแต่สนใจจะถ่มน้ำลายเพื่อให้ยามันออกมา...ทุเรศ“ถ่มทิ้งทำไม ชิมหน่อยสิคะพี่อิ้งค์ ซื้อมาหลายบาทไม่ใช่เหรอ ทิ้งไว้ให้เสียของทำไมคะ” ฉันจ้องแล้วพูดเสียงเย็นพูดจบก็โยนขวดแก้วในมือทิ้งลงไปตรงหน้ายัยสารเลว“แก! ฮึก! แกทำแบบนี้ได้ยังไง!”“ทีเธอยังทำเลย มีสิทธิ์อะไรมาด่าคนอื่น?” ฉันยิ้มด้วยความสะใจสายตาก็มองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดกับยัยนี่เพราะอยู่ ๆ หน้ายัยคุณอิ้งค์ที่แดงเพราะโกรธตจัดอยู่แล้วจนไม่น่าจะแดงได้มากกว่านี้ก็แดงขึ้นอีกจนเห็นได้ชัด แถมหน้าผากกับไรผมก็มีเหง
“งงอะไรเหรอคะ”“ก็งงที่...ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาทำไมอิ้งค์แท็คพี่เหมือนเราเป็นแฟนกันเลย แต่นั่นยังไม่งงเท่า...อิ้งค์กับเพื่อนอิ้งค์รู้ได้ไงว่าเมียพี่เข้าไอซียู”“...”“ว่าไงครับ ตอบพี่ได้ไหม อย่าปฏิเสธล่ะ พี่รู้ว่าอิ้งค์ไม่โง่ ตอบพี่มาหน่อยครับว่ารู้ได้ไง ตอบความจริงกับพี่นะ...รู้ใช่ไหมว่าไอ้กลัฟกับจีน่าไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว?”“พี่...พี่คิน~”“ตอบ”“อิ้งค์ อิ้งค์ไม่รู้ว่าพี่คินพูดเรื่องอะไร กลัฟกับจีน่าเป็นใครอิ้งค์ก็ไม่รู้จัก ส่วนเรื่องโพสอิ้งค์ก็แค่...พี่คินก็รู้ว่าอิ้งค์รู้สึกยังไง อิ้งค์แค่...สนองความสุขทางใจให้ตัวเอง” เธออธิบายให้ผมฟังพร้อมกับน้ำตาที่กำลังคลอ แววตาก็เต็มไปด้วยความตัดพ้อ“ขอโทษนะครับ แต่พี่ไม่รู้หรอกว่าอิ้งค์รู้สึกยังไง พี่ไม่เคยสนใจความรู้สึกของผู้หญิงคนไหนยกเว้นของเมียพี่”“พี่คิน~” ผมไม่รู้ว่าคำพูดของผมรุนแรงหรือเสียมารยาทแค่ไหน แต่ผมไม่สนใจใครจะคิดยังไงกับผมมันเป็นเรื่องของพวกเธอ ผมรู้แค่ตัวผมชัดเจนเท่านั้นก็พอแล้ว อาจจะพูดคุยด้วยความสนิทแต่สนิทแบบเพื่อน พี่น้อง หรือนายจ้างลูกจ้างมันก็สนิทกันได้ทั้งนั้น ถ้าผมเคยเกินเลยค่อยมาด่าผมแต่ผมมั่นใจว่าผมไม่เคยทำ
“ฟอด~”“อื้อ~ จะนอน~”“ไม่ตื่นมาดูหมอกหน่อยเหรอ”“ไม่เอา~” คนสวยของผมปัดป่ายมือเพื่อปัดมือผมที่ยุ่มย่ามที่ไหล่มนของเธอออกผมเลยเอาคางไปเกยแทนตัวหอมว่ะ มาถึงเกือบตีสามเหนื่อยล้ากันทั้งคู่แต่ผมนอนไม่หลับจนถึงตอนนี้เพราะการได้กอดร่างนุ่ม ๆ หอม ๆ ของแยมโรลอีกครั้งมันเหมือนฝัน ผมนอนกอดเธอจนเช้าโดยที่ตัวเองนอนไม่หลับแม้แต่วินาทีเดียว“วิวสวยนะ”“ตื่นไม่ไหว~”“พี่อุ้มไปดูไหมล่ะ” ผมยังกระซิบถามต่อ อยากให้แยมโรลตื่นมาดูหมอกตอนเช้าด้วยกันเพราะผมที่อยู่มาที่นี่นานเป็นปีก็เพิ่งกลับมาดูมันอีกครั้งวันนี้เหมือนกันหลังจากที่มาถึงที่นี่เช้าแรกเมื่อปีก่อนแล้วได้ดูแต่หลังจากนั้นผมก็ไม่ดูหมอกตอนเช้าอีกเลย...ถ้าได้ตื่นมายืนดูหมอกด้วยกันก็คงดีผมจำความรู้สึกวันนั้นได้ดีว่าเผลอคิดแบบนี้แล้วโกรธตัวเองมากแค่ไหนหลังจากนั้นผมก็ไม่เคยตื่นมาดูหมอกตอนเช้าอีกเลยเพราะผมกลัวความคิด ความคิดถึง และความโหยหาของตัวเอง“อื้อ~ ไม่เอา~”“ที่รัก พี่อยากดูหมอกตอนเช้ากับที่รัก” ผมรู้ว่ากวนแยมโยล รู้ว่าเธอรำคาญที่ถูกรบกวนการนอนแต่ผมอยากดูหมอกตอนเช้าในครั้งแรกที่มาค้างที่นี่ด้วยกันจริง ๆ“อื้อ~ เซ้าซี้~” แยมโรลเริ่มวีนผมเลยข้าม
“กลับกันเลยดีกว่า”“คะ? เวลานี้เหรอ?”“อื้ม เวลานี้ล่ะ แต่ไม่ได้กลับบ้านนะ ไปน่านกัน”“ไปน่าน?”“ครับผม ไปน่านกัน ไปตอนนี้ล่ะ พี่อดทนรอไม่ไหวหรอก พี่อยากรู้ว่า...อิ้งค์กับเพื่อนรู้ได้ยังไงว่าเมียพี่เข้าไอซียู”“พี่คินไม่ได้บอกเขาเหรอคะว่าเกิดอะไรกับแยม”“เขาเป็นใครทำไมพี่ต้องบอก?” นอกจากจะเสียงแข็งพอประมาณหน้าคุณอคินก็ดุด้วยฉันเลยยิ้มอ่อน“ดุทำไม ถามแค่นี้เอง”“อย่างอื่นก็ดุ เดี๋ยวพิสูจน์ให้ดู”“บ้า!”“ฮึ ๆ ๆ แล้วเรายังเพลียอยู่ไหม ถ้าไปคืนนี้ไหวรึเปล่า” เขาถามพร้อมกับลูบหัวส่วนฉันพอโดนถามก็ส่ายหน้าทันที“ไม่เพลียค่ะ” หรือต่อให้เพลียแต่ถ้าได้ออกจากโรงพยาบาลยังไงซะแยมโรลก็ยินดีออก ไม่ชอบกลิ่น ไม่ชอบเตียง ถึงแม้ว่าจะเป็นห้อง VVIP ที่หรูมาก ถึงที่นี่จะเป็นหนึ่งในธุรกิจของคนตรงหน้าแต่โรงพยาบาลก็คือโรงพยาบาล ไม่โอเค ไม่เอา ไม่อยากอยู่นาน“โอเค ถ้างั้นไปกันเลยนะ”“แต่แยมไม่มีเสื้อผ้านะคะ”“พี่เตรียมมาให้แล้ว ว่าจะชวนกลับบ้านคืนนี้อยู่แล้วก็เลยเตรียมมาให้เลย”“ขอบคุณนะคะ ถ้างั้นขอชุดหน่อย” ฉันพูดจบเขาก็ขยับมาใกล้ สายตาพี่คินหวานซึ้งมาก ๆ ยิ่งใกล้เท่าไหร่หัวใจก็ยิ่งเต้นรัวมากขึ้นเป็นเท่าตัวฟ
“ยังไม่ได้กินข้าวจริง ๆ เหรอ”“เกี่ยวอะไรกับกินข้าว”“...”“แยมโรล บอกพี่มา ถามเรื่องนั้นแล้ววนไปถามเรื่องกินข้าวมันคืออะไร มีอะไรคุยกันตรง ๆ อย่าเป็นเหมือนเมื่อก่อน พี่ไม่อยากเลิกกันแล้วนะ หรือว่าเราอยากเลิกกับพี่?”“...”“แยมโรล” ฉันเงียบเสียงเขาก็ดุมากขึ้น“...กับคุณอิ้งค์ถึงขั้นไหนแล้ว” โอเค ถามตรง ๆ ดีกว่า ถ้างั้นก็ขอถามเรื่องที่อยากรู้ที่สุดเลยก็แล้วกัน“อิ้งค์?” ถามปุ๊บคุณอคินก็พูดชื่อฝ่ายนั้นสั้น ๆ ด้วยสีหน้างุนงงฉันจะทำยังไงล่ะนอกจากพยักหน้า“ค่ะ”“ยังไม่ลืมอิ้งค์อีกเหรอ?” ยังจะทำหน้างงต่ออีก“จะลืมได้ยังไงพี่คิน”“ฮึ ๆ ๆ แสดงว่าหึงยาว”“ไม่เล่นค่ะ นี่ซีเรียสนะ จะมีใครลืมแฟนใหม่ของคนรักตัวเองได้ลงเหรอถามจริง”“แฟนใหม่? แฟนใหม่อะไรพี่ไม่ได้คบอิ้งค์ ไม่เคยคบ ตอนนั้นแค่ประชดเราเฉย ๆ ประชดแค่ตอนอยู่กับเราด้วย เวลาต้องคุยงานกับเขาพี่ก็ทำตัวปกติ”“โกหกรึเปล่า” คำพูดเขาหนักแน่นถึงหน้าตาจะไม่ได้ซีเรียสจริงจังก็ตาม แต่ฉันก็ไม่กล้าเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกในเมื่อการกระทำของอีกฝ่ายมันบอกอีกอย่างแถมฝ่ายนั้นยังออกสื่อด้วยนะ“โกหกเมียทำให้ไม่เจริญ พี่ไม่ทำ”“พี่คิน~ อย่าเพิ่งเล่นมุขได้ไหมค







