Masuk"ถอดเสื้อผ้าออกซะ"
หญิงสาวช้อนตามองอย่างไม่เข้าใจ ในใจได้แต่คิดว่าสิ่งที่ทำเมื่อสักครู่นี้มันยังไม่พออีกเหรอ แต่สุดท้ายเมื่อเห็นสายตาเอาจริงเอาจังนั้น ร่างบางก็ไม่อาจปฏิเสธได้
ใช้เวลาเพียงไม่นานร่างทั้งร่างของหญิงสาวก็เปลือยเปล่าต่อหน้าของร่างสูง มือเล็กๆ ทั้งสองข้างนั้นพยายามยกขึ้นมาปิดจุดสงวนของตัวเองด้วยความเขินอาย
สายตาของชายหนุ่มจ้องมองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าอย่างต้องการประเมินอะไรบางอย่างก่อนที่จะลุกขึ้นเต็มความสูง จับตัวของหญิงสาวพลิกตัวให้หน้าแนบไปกับกำแพงเย็น สองแขนถูกไพล่เอาไว้ทางด้านหลังและมีทัศประกบอยู่
นิ้วเรียวของชายหนุ่มไล้ไปตามผิวเนียนนั้นอย่างเชยชมตั้งแต่ท้ายทอยไล้มาหลังและหยุดอยู่ที่ร่องสวาทของร่างบาง
ธนาทัศค่อยๆ ดุนดันนิ้วของตัวเองเข้าไปในนั้นอย่างช้าๆ ชักนิ้วเข้าออกเพื่อขยายรูนั้นเพื่อรอรับสิ่งที่ใหญ่กว่าหลายเท่าตัว นิ้วที่ถูกสอดใส่เข้าไปนั้นค่อยๆ ถูกเพิ่มขึ้นเป็นสองนิ้ว และจบด้วยสามนิ้ว
ลลิลบิดเร้าสะโพกไปมาด้วยความเสียวซ่านที่อีกฝ่ายมอบให้ ยามที่ปลายนิ้วนั้นกดลงที่จุดกระสันภายใน มันทำให้เสียงครางหวานที่พยายามกดเก็บเอาไว้หลุดลอดออกมาอย่างช่วยไม่ได้
ใช้เวลาอยู่นานกว่าที่นิ้วเรียวนั้นจะถูกถอดถอนออกไป สร้างความวูบโหวงที่ส่วนล่างของหญิงสาวอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนที่จะมีบางสิ่งบางอย่างที่ถูกแทนที่เข้ามา
ความใหญ่ยาวแข็งขืนนั้นทำเอาลลิลถึงกับต้องจิกเล็บลงไปที่พนังด้วยความเจ็บปนเสียวซ่าน ใบหน้าสวยก้มลงมองพื้นอย่างหมดแรง พยายามจะขยับตัวหนีแต่สุดท้ายก็ถูกฝ่ามือใหญ่นั้นรั้งเอวคอดเอาไว้ให้อยู่นิ่ง จนในที่สุดแก่นกายร้อนนั้นก็ถูกดุนดันเข้ามาจนสุดลำ
ร่างหนากดแช่สะโพกสอบของตัวเองไว้ครู่หนึ่งเพื่อให้ส่วนล่างของคนตรงหน้าปรับตัวได้ ในระหว่างนั้นเองใบหน้าหล่อของชายหนุ่มก็โน้มลงมาประกบจูบที่ท้ายทอยอย่างหื่นกระหาย ลิ้นร้อนไล้เลียไปมาจนมันวาวสลับกับขบเม้มเบาๆ สร้างรอยทิ้งเอาไว้บนตัวของร่างบางอย่างเอาแต่ใจเพื่อแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ
หลังจากรอมานานพอสมควร ในที่สุดเอวสอบของร่างสูงก็เริ่มขยับเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป สันจมูกเลื่อนต่ำลงมาเล็กน้อยบริเวณไหล่บาง สูดดมกลิ่นกายของอีกฝ่ายจนหนำใจก่อนที่จะขบกัดลงไปเบาๆ ให้อีกฝ่ายได้สะดุ้งบ้าง
"ชะ...ช้าลงหน่อย...ได้ไหม...คะ"
เสียงหวานแหบพร่าเอ่ยขอร้อง นี่เป็นครั้งแรกสำหรับร่างบาง ความรู้สึกที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนกำลังตีอยู่ในหัวจนแทบจะรับไม่ไหวแล้ว ทั้งความเจ็บ ปวด และความเสียวซ่าน ตอนนี้ลลิลไม่รู้แล้วว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร ทั้งๆ ที่ไม่อยากทำแต่กลับรู้สึกดีจนไม่อาจกลั้นเสียงครางของตัวเองได้เลย
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบรับคำขอร้องนั้น ไม่คิดที่จะเห็นใจเลยแม้แต่น้อย ร่างบางในตอนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับเหยื่อ ที่ติดอยู่ใน 'กรงเล็บ' ของผู้ล่า อำนาจทั้งหมดอยู่ในมือของชายหนุ่ม และจะทำอะไรกับร่างบางก็ได้ทั้งนั้น
เอวสอบผ่อนแรงลงเล็กน้อย แต่มือหนาที่เคยวางอยู่ที่เอวบางเลื่อนต่ำลงมาที่จุดล่าง นิ้วเรียวเขี่ยเล่นกับจุดกระสันใกล้รูรักของลลิลไปพร้อมๆ กับที่เอวสอบกำลังขยับเข้าออก
เสียงหวานครางออกมาเสียงดังด้วยความเสียวซ่านที่อีกฝ่ายมอบให้ ร่างกายบิดเร้าไปมาเมื่อใกล้ถึงจุดสูงสุด ดวงตาคมที่เฝ้ามองดูอยู่นั้นก็ยกยิ้มอย่างชอบใจ แกล้งกระแทกเอวสอบเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้คนตัวเล็กกว่านั้นหัวสั่นหัวคลอนไปตามๆ กัน
ในที่สุดลลิลก็เสร็จสมไปทิ้งตัวอย่างหมดแรง แต่โชคยังดีที่มือหนาคว้าตัวไว้ได้ทัน แขนแกร่งจัดการจัดท่าใหม่อีกครั้งให้หญิงสาวกลับหลังหันหน้ามาหาตัวเอง ขาเรียวทั้งสองข้างถูกยกลอยขึ้นเหนือพื้น ด้วยความตกใจทำให้เกี่ยวรัดรอบเอวสอบเอาไว้ด้วยความกลัวตก สองแขนเองก็โอบรอบลำคอแกร่งเอาไว้
ไม่ช้าธนาทัศก็เริ่มขยับเอวสอบเข้าจังหวะรักอีกครั้ง เล่นทำเอาคนตรงหน้าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นิ้วเรียวจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความรู้สึกที่ตัวเองได้รับ
"ฉะ...ฉันเพิ่งเสร็จ...หยุด..หยุดก่อนได้ไหมคะ"
ลลิลเอ่ยขอร้องทั้งๆ ที่ก็ยังส่งเสียงครางออกมา แต่ร่างกายในตอนนี้นั้นกลับไวต่อความรู้สึกเป็นอย่างมาก ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อ เนื้อตัวเต็มไปด้วยเหงื่อเม็ดใสและถูกแต่งแต้มด้วยรอยแดงเป็นจ้ำๆ
ชายหนุ่มไม่ได้สนใจที่จะรับฟังคำขอร้องนั้นเลยแม้แต่น้อย สายตากลับจ้องมองไปที่หน้าอกคู่อวบอิ่มทั้งสองข้างนั้นที่กำลังเด้งขึ้นลงอย่างเป็นจังหวะ เหมือนกำลังเชื้อเชิญให้เข้าไปลิ้มลองอย่างไรอย่างนั้นเอง
ในที่สุดร่างสูงก็ไม่อาจต้านทานความต้องการของตัวเองได้ ริมฝีปากร้อนเข้าครอบงำที่ยอดถันสีชมพู พลางดูดเม้มมันสลับกันไปมาทั้งสองข้างอย่างช่ำชองจนมันแข็งสู้ลิ้น
สองมือหนาเลื่อนมาบีบคลึงที่สะโพกมน พร้อมๆ กับออกแรงให้ดันรูรักของหญิงสาวสวนเข้ามากระแทกกับเอวสอบของตัวเอง ทำเอาลลิลกรีดร้องออกมาด้วยความสุขสมเมื่อส่วนปลายของหัวหยักนั้นกระแทกเข้ามาโดนจุดกระสันภายในซ้ำๆ
ลลิลเชิดใบหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยหลับพริ้ม ริมฝีปากบางหอบหายใจด้วยความเหนื่อย ตอนนี้คิดอะไรไม่ออกแล้ว ถึงจะขอร้องให้อีกฝ่ายหยุดก็คงจะไม่ได้ผล ตอนนี้ทำได้เพียงประคองสติของตัวเองไม่ให้กระเจิงไปมากกว่านี้ก็เท่านั้น
ครางต่ำในลำคอเมื่อส่วนล่างของหญิงสาวกำลังบีบรัดตัวเองอย่างแน่น จนแทบจะขยับไม่ได้ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าร่างบางเองก็ใกล้จะเสร็จสมอีกครั้งแล้วเช่นกัน ทำให้เอวสอบของชายหนุ่มต้องเร่งขยับให้เร็วอีกครั้ง
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วทั้งห้องอยู่นานก่อนที่จะหยุดลง และถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจของคนสองคน
ของเหลวสีขาวขุ่นถูกปลดปล่อยเข้าไปเติมเต็มในร่างกายของลลิล จนมันไหลย้อนลงมาเปรอะเปื้อนที่พื้นยามที่แก่นกายร้อนของทัศถอดถอนออกมา ความวูบโหวงเข้ามาแทนที่อย่างกระทันหัน จนหญิงสาวเองก็รู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก
เมื่อทุกอย่างจบลงร่างของคนตัวเล็กกว่าก็ถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระ ร่างสูงของชายหนุ่มผละมาจัดการทำความสะอาดตัวเองและจัดเสื้อผ้าให้ดูเรียบร้อยเหมือนอย่างเคย ราวกับว่าเมื่อสักครู่นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ลลิลยังคงพิงกำแพง ตัวสั่น ไร้เรี่ยวแรง เฝ้ามองแผ่นหลังกว้างที่กำลังสวมเสื้อสูททับอย่างเชื่องช้า ธนาทัศจัดปกเสื้อให้เข้าที่ ร่างสูงเหลือบมองร่างบางที่ทรุดกองอยู่บนพื้นด้วยสายตาว่างเปล่า
"ข้อเสนอของเธอ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ "ฉันตกลง"
ลลิลเงยหน้า ดวงตาเบิกกว้าง 'รอดแล้ว ฉันจะ...ไม่ถูกขายแล้ว'
"งานเลี้ยงคือคืนพรุ่งนี้" ธนาทัศพูดต่อ "เตรียมตัวไว้ให้พร้อม" ร่างสูงไม่พูดอะไรอีก ชายหนุ่มเดินออกจากห้องไป มุ่งหน้าไปยัง 'งานเลี้ยง' ของตนเองในคืนนี้โดยไม่หันกลับมามอง
เสียงประตูปิดลงทิ้งให้ลลิลอยู่ในความเงียบและความอัปยศ ร่างกายที่บอบช้ำปวดร้าวไปทุกส่วน โดยเฉพาะความเจ็บปวดแสบร้อน ณ จุดที่เพิ่งถูกย่ำยี หญิงสาวกัดฟันแน่น ใช้แรงเฮือกสุดท้ายคลานไปหยิบชุดคลุมอาบน้ำที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาพันรอบกายที่สั่นเทา ทุกการเคลื่อนไหวสร้างความเจ็บปวด
ร่างบางพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรง เกาะผนัง ค่อยๆ ลากสังขารตัวเองกลับไปยังกรงทองของตน เมื่อถึงห้องลลิลตรงเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำร้อนจนสุด หวังให้มันชะล้างทุกอย่างออกไป สายน้ำร้อนราดรดร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยแดงเป็นจ้ำ
ในที่สุดร่างบางก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นกระเบื้องเย็น ปล่อยให้น้ำตาไหลปนไปกับสายน้ำ ปล่อยให้ตัวเองอ่อนแอครั้งสุดท้าย ต่อจากนี้ชีวิตของเธอจะเป็นไปทางไหน...
แดดร่มลมตก แสงสีทองของดวงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลงมายังสนามหญ้าหลังบ้านที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นปาร์ตี้วันเกิดสุดแฟนตาซี ซุ้มลูกโป่งหน้างานแบ่งออกเป็นสองฝั่งชัดเจน ฝั่งซ้ายเป็นสีชมพูประดับด้วยมงกุฎเจ้าหญิงและคทาวิเศษ ส่วนฝั่งขวาเป็นสีน้ำเงินแดงประดับด้วยโล่กัปตันอเมริกาและหน้ากากสไปเดอร์แมน เป็นการผสมผสานธีมที่ดูขัดแย้งแต่ลงตัวในแบบฉบับของบ้านอันธการกุล"กะทิ! หยุดเดี๋ยวนี้! เอาหน้ากากคืนมา!" เสียงตะโกนของตะวันในวัยหกขวบดังลั่น เด็กชายวิ่งไล่กวดหมาไทยหลังอานสีขาวขนฟูที่คาบหน้ากากพลาสติกวิ่งหนีไปรอบสนาม"อาทิตย์! ช่วยจับกะทิหน่อย! มันจะเอาไปฝังดิน!"อาทิตย์ละสายตาจากจานไก่ทอด วิ่งเข้าไปสมทบ สองแฝดวิ่งต้อนเจ้ากะทิที่วิ่งซิกแซกหลบเด็กสองคนอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะวิ่งไปหลบหลังพี่ใหญ่ของบ้าน"หยุดวิ่งกันได้แล้ว! ฝุ่นตลบหมดแล้วเนี่ย!" จันทร์เจ้าในวัยแปดขวบยืนเท้าเอว สั่งเสียงนิ่ง "กะทิ... คายของน้องออกมา เดี๋ยวนี้"เจ้ากะทิยอมคายหน้ากากเปื้อนน้ำลายใส่มือเจเจ้แต่โดยดี แล้วนั่งลงกระดิกหางทำหน้าซื่อตาใส"ตะวัน อาทิตย์ ไปล้างหน้ากาก แล้วก็ล้างมือด้วย จะเป่าเค้กแล้ว"สองแฝดรับคำเสียงอ่อย ยอมเดินไปที่ก
กลิ่นเนยไหม้ฉุนกึกผสมกับกลิ่นแป้งแพนเค้กหอมหวานลอยคลุ้งไปทั่วห้องครัวสไตล์โมเดิร์นที่กว้างขวาง ธนาทัศยืนหน้าเครียดอยู่หน้าเตา สวมผ้ากันเปื้อนสีชมพูหวานแหววของลูกสาว มือขวาถือตะหลิวไม้ มือซ้ายจับด้ามกระทะเกร็งแน่น"กลับด้าน... ฮึบ!" ข้อมือหนาสะบัดกระทะอย่างแรงแผ่นแป้งแพนเค้กสีน้ำตาลเข้มลอยละลิ่วขึ้นสู่อากาศ หมุนคว้างสามตลบ ก่อนจะตกลงมา... แปะ! บนหัวของเดชที่เพิ่งเดินถือลังน้ำส้มเข้ามาพอดี"เฮ้ย! นาย!" เดชสะดุ้งโหยง แพนเค้กร้อนๆ แปะอยู่กลางกระหม่อม น้ำเชื่อมเมเปิ้ลไหลย้อยลงมาตามหน้าผาก"โทษทีว่ะ... กะแรงผิดไปหน่อย" ธนาทัศตอบหน้าตาย รีบหันไปเทแป้งชุดใหม่ลงกระทะ"เสียงดังอะไรกันคะเนี่ย" ลลิลเดินเข้ามาในครัว เธอหยุดยืนมองสภาพความวินาศสันตะโรตรงหน้า "พี่ทัศ... จะเผาครัวฉลองวันเกิดลูกเหรอคะ""กำลังทำ 'สเปเชียล เบรกฟาสต์' ให้สองแสบ" ธนาทัศแก้ตัว พยายามแซะขอบแป้งที่เริ่มไหม้"ปาป๊า! หอมจัง!" เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังลงมาจากบันได ตะวันและอาทิตย์ในชุดนอนลายซูเปอร์ฮีโร่วิ่งแข่งกันเข้ามาในครัว"สุขสันต์วันเกิดครับลูกชาย!" ธนาทัศอ้าแขนกว้างรับแรงกระแทกจากลูกชายสองคน"ของขวัญ! เห็นของขวัญแล้ว! ขอ
นาฬิกาดิจิทัลบนผนังโถงทางเดินบอกเวลาห้าทุ่มสี่สิบห้าความเงียบสงัดปกคลุมชั้นสองของคฤหาสน์อันธการกุล ธนาทัศเดินเขย่งปลายเท้า มือสองข้างโอบอุ้มกล่องของขวัญขนาดใหญ่สองกล่องที่ห่อด้วยกระดาษสีน้ำเงินและสีแดงอย่างทุลักทุเล ลลิลเดินตามหลังมาติดๆ ในมือถือกล่องของขวัญขนาดเล็กกว่า"เบาๆ ค่ะพี่ทัศ... เดี๋ยวลูกตื่น""มองไม่เห็นทาง... กล่องมันบัง" ธนาทัศกัดฟันเกร็งแขนประคองกล่องไม่ให้ร่วงลลิลเอื้อมมือไปหมุนลูกบิดประตูห้องนอนลูกชายฝาแฝด แสงไฟจากโคมไฟรูปจรวดที่หัวเตียงส่องสว่างสลัวๆบนเตียงกว้างขนาดคิงไซส์ ตะวันและอาทิตย์นอนหลับใหลอยู่ในท่วงท่าที่เรียกได้ว่า 'กระจัดกระจาย' ตะวันนอนคว่ำหน้า ขาข้างหนึ่งพาดไปอยู่บนพุงของอาทิตย์ ส่วนอาทิตย์นอนหงายอ้าปากหวอธนาทัศย่องเข้าไปวางกล่องของขวัญลงบนโต๊ะเขียนหนังสือปลายเตียงอย่างระมัดระวัง "เฮ้อ..." ชายหนุ่มเป่าปาก ยืดหลังที่งอคุ้มมาตลอดทางเดิน เดินเข้าไปที่ข้างเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมอกให้ลูกชายทั้งสองคน"นอนท่าพิสดารกันจริงๆ ดูสิ... น้ำลายยืดใส่หมอนอีกแล้ว""ของขวัญถูกใจไหมเนี่ย... หุ่นยนต์รุ่นลิมิเต็ด... พ่อต้องให้เดชไปแย่งประมูลมาเลยนะ""ลูกต้องชอบอยู่แล้ว
ลมทะเลพัดเอากลิ่นไอเค็มและเสียงคลื่นซัดสาดชายหาดดังซู่ซ่าเข้ามาปะทะใบหน้า แสงแดดยามเย็นทอประกายสีทองฉาบไล้ไปทั่วผืนทรายขาวละเอียดหน้าบ้านพักตากอากาศส่วนตัวที่หัวหินธนาทัศในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวพับแขน ยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าซุ้มดอกไม้ที่ทำจากกิ่งไม้แห้งและดอกกล้วยไม้ป่า เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดซึมตามไรผม"ตะวัน! อย่าเอามือไปจับปู! เดี๋ยวมันหนีบ! อาทิตย์! นั่นดอกไม้แม่! ห้ามเด็ด!" ชายหนุ่มตะโกนลั่น"ปาป๊า... ทรายเข้าตา" จันทร์เจ้าในชุดกระโปรงสีขาวฟูฟ่องยืนขยี้ตา"โอ๊ย... จะบ้าตาย" ธนาทัศรีบวิ่งไปดูจันทร์เจ้าก่อน "อย่าขยี้ลูก... มา พ่อเป่าให้... หายยัง""หายแล้ว... แสบนิดนึง""เก่งมาก... ไปยืนรอตรงโน้น คุมน้องให้พ่อหน่อย บอกไอ้ลิงสองตัวนั่นว่าถ้าซนอีก พ่อจะจับโยนทะเล""เดช... กล้องพร้อมไหม""พร้อมครับนาย... แสงกำลังสวยเลยครับ"ธนาทัศจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ สูดหายใจลึก หันไปมองทางตัวบ้านลลิลเดินลงมาจากบันไดระเบียง หญิงสาวสวมชุดเดรสยาวสีขาวพลิ้วไหวเรียบง่าย ไม่มีเครื่องประดับหรูหรา มีเพียงมงกุฎดอกไม้เล็กๆ บนศีรษะ เท้าเปล่าเหยียบย่ำลงบนผืนทรายนุ่ม ภาพตรงหน้าทำให้ธนาทัศลืมความวุ่นวายของลูกๆ ไปจนหม
เสียงเข็มนาฬิกาบนผนังห้องประชุมบอร์ดบริหารเดินดัง ติ๊ก... ติ๊ก... เป็นจังหวะสม่ำเสมอ แข่งกับเสียงบรรยายกราฟผลประกอบการ ตัวเลขสีเขียวพุ่งทยานขึ้นบนจอโปรเจกเตอร์บ่งบอกถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบทศวรรษธนาทัศนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังตัวใหญ่ที่หัวโต๊ะ สายตาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือทุกๆ สองนาที บ่ายสามโมงสิบห้า... โรงเรียนเลิกแล้ว... ป่านนี้จันทร์เจ้าคงกำลังยืนชะเง้อรอรถ"ท่านประธานครับ... เรื่องการขยายโรงงานที่นิคมฯ สอง ทางบอร์ดอยากขออนุมัติงบเพิ่มอีกห้าร้อยล้าน ท่านมีความเห็นว่ายังไงครับ"ธนาทัศวางปากกาลงบนแฟ้มเอกสารเสียงดัง กริ๊ก"อนุมัติ"คำตอบสั้นๆ ง่ายๆ ทำเอาบอร์ดบริหารมองหน้ากันเลิ่กลั่ก "เอ่อ... ท่านจะไม่ดูรายละเอียดหน่อยเหรอครับ""ผมจ้างพวกคุณมาทำไม" ธนาทัศถามกลับเสียงเรียบ "ผมจ้างพวกคุณมาเพื่อให้ใช้สมองคิดและตัดสินใจแทนผม ไม่ใช่จ้างมาเพื่อให้อ่านตัวเลขให้ผมฟังแล้วรอผมพยักหน้า"ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน จัดเสื้อสูทให้เข้าที่ "นับจากวันนี้ไป... ผมขอมอบอำนาจให้คุณวิชัย ซีอีโอคนใหม่ จัดการได้เลย ไม่ต้องรอผม ผมจะเข้าบริษัทน้อยลง""แต่ท่านครับ! บริษัทเรากำลังเติบโต ถ้าท่านวางมือ
ความเงียบผิดปกติปกคลุมคฤหาสน์อันธการกุลทันทีที่ประตูไม้สักบานใหญ่ถูกผลักเปิดออก ธนาทัศชะงักเท้า มือขวาเลื่อนไปแตะที่เอวสอบโดยอัตโนมัติ แม้จะเลิกพกปืนในบ้านไปนานแล้ว แต่ความระแวงของอดีตมาเฟียยังคงทำงานขายาวก้าวเดินเงียบกริบไปทางห้องนั่งเล่น ว่างเปล่า... กลิ่นไหม้จางๆ ลอยมาแตะจมูก ธนาทัศตาโต รีบสาวเท้าเร็วขึ้น มุ่งหน้าไปที่ต้นตอของกลิ่น... ห้องครัว"เร็วๆ สิอาทิตย์! ปาป๊ามาแล้ว!" เสียงกระซิบกระซาบดังลอดออกมาธนาทัศถอนหายใจยาว แกล้งเดินลงส้นเท้าให้เกิดเสียงดัง ตึก ตึก ตึก"มีใครอยู่ไหม..." ธนาทัศแกล้งตะโกนถาม ผลักประตูห้องครัวเปิดออก"เซอร์ไพรส์!!!!!"เสียงตะโกนประสานเสียงดังลั่นพร้อมกับพลุกระดาษที่ถูกดึงจนสายรุ้งพุ่งกระจายเต็มหน้า ห้องครัวขนาดใหญ่ที่เคยสะอาดเอี่ยมอ่อง บัดนี้สภาพเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบ แป้งทำขนมสีขาวฟุ้งกระจายเต็มพื้นตรงกลางห้อง มีวัตถุประหลาดก้อนสีดำๆ รูปทรงบิดเบี้ยววางอยู่บนจาน"สุขสันต์วันพ่อครับ/ค่ะ!"จันทร์เจ้า ตะวัน และอาทิตย์ ยืนเรียงหน้ากระดาน ยิ้มแฉ่งจนเห็นฟันขาวตัดกับหน้าที่เลอะช็อกโกแลต ลลิลยืนอยู่ข้างหลัง ยิ้มแห้งๆ สภาพมอมแมมไม่ต่างกัน"นี่มัน... สงครามแป้







