Mag-log inเพราะความไว้ใจที่มีต่อ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียว ทำให้ใบเฟิร์น นักศึกษาสาวผู้ใสซื่อ ต้องตกเป็นแพะรับบาปในคดีขโมยเอกสารลับโดยไม่รู้ตัว ปลายทางของความซวยครั้งนี้ไม่ใช่คุกตาราง แต่คือเงื้อมมือของคีออสมาเฟียหนุ่มจอมโหด ผู้ซึ่งไม่เคยปรานีคนทรยศ
view moreเสียงเบสดังสนั่นจนพื้นสั่น แต่นั่นไม่ได้ช่วยให้อารมณ์ของใบเฟิร์นดีขึ้นเลยสักนิด ยัยตัวแสบยืนหน้าหงิกขมวดคิ้วจนจะผูกเป็นโบว์ สายตากวาดมองไปรอบๆ คลับหรูที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหล้าและควันบุหรี่อย่างหัวเสีย
"ไอ้เชอร์รี่! อยู่ไหนของมึงวะเนี่ย!" เธอตะโกนแข่งกับเสียงเพลงอย่างหงุดหงิด อุตส่าห์ถ่อสังขารมาตามเพราะพรุ่งนี้มีสอบเช้า ยัยเพื่อนตัวดีดันหายหัวไปไหนไม่รู้ สายตาของเธอไปสะดุดเข้ากับมุมวีไอพีโซนด้านในสุด ร่างที่คุ้นตากำลังนั่งคอพับคออ่อนอยู่บนโซฟาหนังสีดำ โดยมีผู้ชายใส่สูทดำหน้าตาไม่น่าคบหาประกบอยู่ถึงสามคน "ชิบหาย..." ใบเฟิร์นพุ่งตัวเข้าไปทันที เบียดผู้คนที่กำลังเต้นกันอยู่โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม "เชอร์รี่!" ชายชุดดำทั้งสามหันขวับ ใบหน้าเรียบตึงไร้อารมณ์เหมือนหุ่นยนต์ แต่ใบเฟิร์นไม่สน เธอแทรกตัวเข้าไปคว้าแขนเพื่อนที่กำลังเมาแอ๋จนหน้าทิ่ม "ลุก! กลับบ้าน! พรุ่งนี้มึงสอบนะเว้ย!" "อือออ... เฟิร์นเหรอ...อย่าเพิ่งดิ... กำลังหนุกเลย... ผู้ชายหล่อ..." "หล่อกับผีน่ะสิ! ลุก!" เฟิร์นออกแรงดึงจนแขนสั่น แต่อีกฝ่ายทิ้งตัวหนักอึ้งเหมือนกระสอบข้าวสาร "เฮ้ย...ที่นี่โซนส่วนตัวของคุณคีออส คนนอกห้ามยุ่ง" "ส่วนตัวบ้าบออะไร! นี่มันผับไม่ใช่บ้านแล้วไอ้คีออสอะไรของพวกนายฉันไม่รู้จัก! ถอยไป! ฉันจะพาเพื่อนกลับบ้าน!" "คุณ..." "ไม่ต้องมาคุณ! เชอร์รี่! ลุกเดี๋ยวนี้ ถ้ามึงไม่ลุกกูทิ้งนะ!" ความวายป่วงที่เกิดขึ้นกลางวงการ์ดมาเฟียถูกจับจ้องผ่านกล้องวงจรปิด บนห้องวีไอพีชั้นลอย คีออส ยืนกอดอกมองภาพในจอมอนิเตอร์ด้วยสายตาว่างเปล่า แต่กรามกลับขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน แผนที่วางไว้ว่าจะล่อให้ 'เหยื่อ' คายความลับ กำลังจะพังเพราะยัยเด็กใจกล้าบ้าบิ่นคนนี้ "ใครวะ?" เขาถามเสียงต่ำ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนห้องเย็นยะเยือก "เอ่อ... จากประวัติชื่อ ใบเฟิร์น ครับนาย" ลูกน้องคนสนิทรีบรายงานเสียงสั่น "เป็นเพื่อนของเป้าหมาย... น่าจะเป็นนักศึกษาแถวนี้ครับ" คีออสหรี่ตามองภาพหญิงสาวร่างเล็กที่กำลังลากเพื่อนตัวเท่าควายถึกออกจากร้านไปอย่างทุลักทุเลโดยไม่กลัวตาย "ยัยเด็กนี่...แสบใช้ได้" ณ โรงแรมม่านรูดเกรดต่ำ (ที่เชอร์รี่จองไว้เพราะถูกสุด) ตุ้บ! ร่างของเชอร์รี่ถูกโยนลงบนเตียงแข็งๆ อย่างหมดสภาพ เฟิร์นยืนเท้าเอวหอบแฮ่ก ปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม "โอ๊ยเหนื่อย! ตัวหนักอย่างกับช้าง พรุ่งนี้มึงตื่นมาโดนสวดยับแน่!" เธอส่ายหน้าอย่างระอา กำลังจะทิ้งตัวลงนั่งพัก แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่โผล่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมของเพื่อน "อะไรวะเนี่ย?" ด้วยความสงสัย เฟิร์นเอื้อมมือไปดึงออกมาดู หน้าซองประทับตราสีแดงสดตัวเบ้อเริ่มว่า ลับที่สุด ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ แต่ความอยากรู้อยากเห็นมันมีมากกว่า นิ้วเรียวแกะเชือกที่พันซองออกแล้วดึงกระดาษข้างในออกมา วินาทีที่เห็นภาพถ่าย แผนผังการส่งของ และรายชื่อบัญชีดำ ปัง!! ประตูห้องพักถูกถีบจนเปิดผัวะ! เฟิร์นสะดุ้งโหยงจนเอกสารเกือบร่วง เงยหน้าขึ้นมองด้วยความตื่นตระหนก ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนยืนขวางประตูไว้จนมิด เงาทะมึนพาดทับเข้ามาในห้อง พร้อมกับการคุกคามที่รุนแรงจนขนแขนลุกชัน "เอกสารกู" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น คีออสเดินย่างสามขุมเข้ามาในห้อง สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่กระดาษในมือเธอ "คืนมา" เฟิร์นกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ขาสั่นพั่บๆ แต่ก็ยังใจดีสู้เสือ ถอยหลังกรูดไปจนชิดเตียง "นะ... นี่มันอะไรพวกนายค้าของเถื่อนเหรอ! แล้วทำไมมันมาอยู่กับเพื่อนฉัน!" คีออสไม่ตอบ เขาเดินเข้ามาประชิดตัวจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่อันตรายแต่ก็น่าหลงใหล "กูไม่ได้มีหน้าที่ตอบคำถามเด็กเมื่อวานซืน ส่งมา... ก่อนที่กูจะหมดความอดทน" "ไม่ คุณหลอกใช้เพื่อนฉันใช่มั้ย! เลวที่สุด!" คีออสชะงัก เลิกคิ้วมองยัยตัวเล็กที่สูงแค่ไหล่เขาแตากล้ามาชี้หน้าด่าฉอดๆ "ปากดี..." เขาพึมพำ ก่อนจะพุ่งเข้าประชิดตัวเร็วจนมองไม่ทัน มือหนาคว้าข้อมือเธอ บิดนิดเดียวเอกสารก็ร่วงหล่นใส่มือเขาอย่างง่ายดาย "โอ๊ย! เจ็บนะเว้ย!" เฟิร์นร้องลั่น พยายามจะแย่งคืน คีออสโยนเอกสารให้ลูกน้องที่รออยู่หน้าห้อง ก่อนจะหันกลับมาขังเธอไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างที่ยันกับกำแพง กักร่างเล็กไว้ในอาณาเขตอันตราย "รู้ตัวมั้ยว่าทำอะไรลงไป..." เขาโน้มหน้าลงมาจนจมูกแทบชนกัน "มึงเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็น... และมึงกำลังเล่นกับไฟสินะ" "ไฟบ้านป้านายสิ!" เฟิร์นเถียงคอเป็นเอ็น ทั้งที่ขาสั่นจนจะยืนไม่อยู่ "ถอยไปนะ! ไม่งั้นฉันแจ้งตำรวจจริงๆ ด้วย!" "ตำรวจ คิดว่าพวกนั้นจะทำอะไรกูได้?" "นาย..." "เงียบปาก" ไม่ทันให้ได้ด่าต่อ ริมฝีปากหยักหนาก็บดขยี้ลงมาปิดปากช่างจ้อนั่นทันที! "อื้ออออ!!" เฟิร์นเบิกตากว้าง ร้องประท้วงในลำคอ มือเล็กทุบตีไหล่กว้างเป็นพัลวัน แต่เหมือนเอาไม้จิ้มฟันไปทิ่มหินผา คีออสไม่สะเทือนสักนิด เขาบดจูบลงมาอย่างป่าเถื่อน กลิ่นบุหรี่จางๆ รุกรานเข้ามาในปาก มือหนาบีบปลายคางบังคับให้เธอเปิดปาก ก่อนจะสอดลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานอย่างเอาแต่ใจ ดูดดึงรุนแรงจนเธอเจ็บชาไปหมด สมองขาวโพลน ร่างกายอ่อนระทวยเหมือนขี้ผึ้งลนไฟ ผ่านไปเนิ่นนานจนเธอแทบขาดอากาศหายใจ เขาถึงยอมผละออก "แฮ่ก... แฮ่ก..." เฟิร์นหอบหายใจตัวโยน หน้าแดงก่ำ ปากเจ่อบวมช้ำจากรสจูบเถื่อน "ไอ้... ไอ้บ้า! ไอ้สารเลว!" เธอด่าเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้า คีออสยกนิ้วโป้งเช็ดมุมปากตัวเอง มองผลงานตรงหน้าด้วยแววตาพึงพอใจ "ปากเก่งให้ได้ตลอดนะ..." เขาก้มลงกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนเธอขนลุกซู่ "ถ้ายังไม่หยุดแหกปาก... กูจะทำมากกว่าจูบ"บรื้น... ฟุ่บ...เสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตคันหรูดับลงหน้ามุกคฤหาสน์ตระกูลหลินในเวลาพลบค่ำ คีออสผลักประตูรถก้าวลงมายืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งผู้โดยสาร มือหนาเอื้อมไปกดปลดเข็มขัดนิรภัยอย่างเบามือที่สุด"ถึงบ้านแล้วยัยเด็กดื้อ..." เสียงทุ้มกระซิบเรียกคนที่นอนเอนเบาะหลับตาพริ้มใบเฟิร์นปรือตาขึ้นมอง บิดขี้เกียจนิดๆ ก่อนจะนิ่วหน้าเมื่อความปวดร้าวแล่นริ้วขึ้นมาตั้งแต่สะโพกจรดปลายเท้า "อูยยย... พี่คีออส เฟิร์นขยับขาไม่ได้เลย มันสั่นไปหมดแล้วเนี่ย""ใครใช้ให้ซ่าล่ะ" คีออสหัวเราะหึในลำคอ สอดท่อนแขนแกร่งเข้าใต้ข้อพับเข่าและแผ่นหลังบาง ช้อนร่างนุ่มนิ่มที่อ่อนปวกเปียกราวกับไร้กระดูกขึ้นมาอุ้มไว้แนบอก "เก่งนักไม่ใช่เหรอตอนอยู่บนขาหยั่งน่ะ ร้องขอเอาๆ พอตอนนี้มาทำเป็นสำออยนะ""ก็คนมันจุกนี่! พี่เล่นกระแทกไม่ยั้งเลยนี่นา!" เธอเถียงอู้อี้ ซุกหน้าซ่อนความเขินลงกับไหล่กว้าง สูดดมกลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่ผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ"กอดคอพี่ไว้แน่นๆ เดี๋ยวหล่น"คีออสอุ้มเมียรักเดินเตาะแตะเข้าบ้านด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม อารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกระบายออกไปอย่างเต็มอิ่มทำให้มาเฟียหนุ่มฮัมเพลงในลำคอ บอดี้ก
พรึ่บ...คีออสขยับดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของเขาและภรรยาตัวน้อยที่นอนซุกอยู่คาอก แขนแกร่งโอบรัดเอวคอดที่เริ่มมีน้ำมีนวลขึ้นเอาไว้หลวมๆ ปลายนิ้วสากเกลี่ยไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนที่ชื้นเหงื่ออย่างเบามือ ผิดกับความป่าเถื่อนบนขาหยั่งในห้องใต้ดินเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนลิบลับใบเฟิร์นขยับตัวยุกยิก ซุกหน้าถูไถกับแผงอกกว้าง สูดกลิ่นสบู่ผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ประจำตัวเขาเข้าปอดลึกๆ สายตากวาดมองไปรอบห้องนอนกว้างของเซฟเฮาส์..."พี่คี..." เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาเบาๆ นิ้วเรียวกรีดกรายเล่นอยู่บนรอยสักมังกรบนแผ่นอกเขา"หืม ว่าไงคะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า" คีออสก้มหน้าลงมาถาม กดจูบลงบนกระหม่อมบาง"เปล่าค่ะ ไม่ได้เจ็บ ฟิร์นแค่... คิดถึงบ้านหลังนี้จังเลย"ใบเฟิร์นทอดสายตามองไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่ปิดผ้าม่านทึบ"จะได้ย้ายกลับมามั้ยค้า..." เธอแกล้งลากเสียงยาวอย่างน่ารัก ก่อนจะถอนหายใจและตอบคำถามตัวเองเสร็จสรรพ "แต่ว่าแหละ... มีหลานแฝดตั้งสองคน คุณแม่คงไม่ยอมหรอก ใช่มั้ยพี่คี""หึๆ..." คีออสหลุดขำในลำคอ ขยับตัวพลิกตะแคงเข้าหา ดันศีรษะทุยให้มาหนุนท่อนแขนของเขาแทนเพื่อจะได้สบตากันชัดๆ "รู้ใจม้าพี่ขนาดนั้นเชี
ตั่บ ตั่บ ตั่บ “อ๊ะๆๆๆ! อ๊ายยย! พี่จ๋า... พี่คีออส... ลึก อูยยยย ลึกจังเลย” ใบเฟิร์นกรีดร้องไม่ได้ศัพท์ ร่างกายสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกที่ไม่มีการออมแรง เธอเกร็งหน้าท้องที่นูนขึ้นมานิดๆ พยายามผงกหัวและใช้ข้อศอกยันตัวขึ้นมาจากเบาะหนัง เพื่อก้มลงมองจุดร่วมรักระหว่างของเธอกับเขา ภาพตรงหน้าทำเอาสมองของเธอพร่าเบลอ ท่อนเอ็นลำโตที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนและเปียกชุ่มไปด้วยน้ำหล่อลื่น กำลังตอกเข้าออกในร่องกลีบที่บวมเจ่อของเธออย่างหยาบโลน ทุกครั้งที่เขากดสะโพกเข้ามา กลีบเนื้อของเธอจะถูกถ่างอ้าจนตึงเปรี๊ยะ และทุกครั้งที่เขาถอนตัวออก น้ำรักสีใสก็ไหลเยิ้มตามออกมาเป็นสาย การได้เห็นน้องสาวตัวเองกำลังถูกเขาร่วมรักอย่างรุนแรง มันกระตุ้นอารมณ์ดิบในตัวเธอให้พุ่งพล่าน รูสวาทขมิบตอดรัดแก่นกายใหญ่โตถี่รัวและรุนแรงขึ้นโดยทันที “ซี๊ดดด... เฟิร์น แม่ง... ตอดพี่โคตรแรง” คีออสคำรามลอดไรฟัน สัมผัสได้ถึงแรงบีบรัดที่เพิ่มขึ้นกะทันหันจนเขานิ่วหน้า เขาเหลือบตามองคนบนเก้าอี้ “มองอะไร หืม ยันตัวขึ้นมาดูทำไม” คีออสจงใจแกล้ง เขาถอนสะโพกออกมาช้าๆ จนส่วนหัวหยักบานเกือบจะหลุดจากปากทางรัก แล้วกระแทกสวนกลับเข้าไปเน้นๆ
"ซี๊ดดด... แซ่บมากก" เสียงสูดปากดังมาจากโต๊ะอาหารในห้องครัวของคฤหาสน์ใบเฟิร์นกำลังใช้มือหยิบก้ามปูม้าที่ถูกลวกจนสุก (ตามคำสั่งเด็ดขาดของสามี) ขึ้นมาดูดน้ำยำเข้าปากอย่างเอาเป็นเอาตาย ใบหน้าหวานแดงระเรื่อ ริมฝีปากอิ่มเจ่อขึ้นเล็กน้อยจากฤทธิ์ของความเผ็ด"เบามึงเบา เดี๋ยวก็สำลักพริกตายห่าหรอก" คีธที่เพิ่งเดินงัวเงียเข้ามาในครัวทักขึ้น พลางลากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกแล้วนั่งลงเท้าคางมองเพื่อนรักที่ตอนนี้สภาพเหมือนปอบลง"ก็มันอร่อยนี่หว่า แกจะกินป่าว ไอ้คีธ""ไม่อะ กูเพิ่งตื่น แสบท้องตายชัก" คีธส่ายหน้าดิก เอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำเย็นมารินใส่แก้ว "แล้วนี่เฮียคีออสยอมให้มึงกินของเผ็ดได้ไงวะเนี่ย ปกติเห็นหวงไข่ในหินยิ่งกว่าอะไร กลัวลูกแฝดสะเทือนไม่ใช่ไง""เผ็ดบ้าอะไรล่ะ" ใบเฟิร์นเบ้ปาก ชูจานยำให้ดูชัดๆ "พี่คีออสสั่งให้แม่ค้าล้างน้ำ ลวกสุกปูจนสุกร้อยเปอร์เซ็นต์ แถมสั่งใส่พริกแค่สองเม็ด! สองเม็ดนะมึง! นี่มันแทบจะกลายเป็นแกงจืดปูม้าอยู่แล้วเนี่ย กูก็ต้องมโนเอาเองว่ามันแซ่บไปงั้นแหละ"คีธหัวเราะก๊ากจนเกือบสำลักน้ำ "เออ สมน้ำหน้า มีผัวมาเฟียคลั่งรักก็งี้แหละ ทำใจนะเพื่อน ตั้งแต่มึงท้องแฝดเนี่ย กูเห็นเฮ
"หัวเราะเข้าไป... ขำมากใช่ไหมเรา เดี๋ยวเถอะ จะโดนไม่ใช่น้อย"คีออสส่งเสียงหึในลำคอพลางเอื้อมมือไปตีแก้มก้นนิ่มที่ยังเปื้อนคราบรักเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ บ้าฉิบ... ดันลั่นไกเร็วไปหน่อย ขายหน้าชะมัด เขาคิดในใจพลางหลบสายตาล้อเลียนของภรรยา แต่จะโทษใครได้ล่ะ ในเมื่อกลิ่นตัวยัยตัวแสบมันหอมยั่วอารมณ์จนเขาคุ
"ค่อยๆ เดินนะลูก... คีออส! ประคองน้องดีๆ สิ เดินเร็วยังกับจะไปแข่งวิ่งควาย!" เสียงทรงอำนาจของ คุณนายหลิน นางพญาแห่งตระกูลมาเฟียดังลั่นโถงทางเดินหน้าลิฟต์วีไอพี ทำเอาคนที่เดินผ่านไปมาต้องเหลียวหลังมอง เธอในชุดผ้าไหมจีนสีเข้มเดินประกบลูกสะใภ้ไม่ห่าง คอยสั่งการลูกชายคนโตยิกๆ ราวกับกลัวว่าใบเฟิร์นจะสะ
พรึ่บ... ขวับ...เสียงผ้าห่มนวมผืนหนาถูกเตะจนร่วงไปกองอยู่ปลายเตียงแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางหึ่งๆ ในความมืด ใบเฟิร์นนอนกระสับกระส่าย เหงื่อเม็ดเป้งแตกพลั่กเต็มขมับทั้งที่แอร์เย็นฉ่ำ มือเล็กปัดป่ายไปมาในอากาศสะเปะสะปะ มือจิกขยุ้มผ้าปูที่นอนจนยับย่น"ไม่... ไม่เอา..." เสียงอู้อี้เล็ดลอดออกม
สารวัตรวายุยืนกอดอกพิงผนังห้อง มองภาพคู่รักบนเตียงที่กำลังกอดปลอบประโลมกันด้วยสายตาที่อ่านยากวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบางๆ เขาใช้ศอกสะกิดแขนคนข้างๆ เบาๆ"เฮ้ย... ตัวเล็ก" วายุกระซิบเสียงเบา พยักพเยิดหน้าไปทางประตู "ไปกันเถอะ... อยู่เป็นก้างขวางคอชาวบ้านเขาเปล่าๆ ปล่อยให้เฮียแกเคลียร์ใจกับเม
Rebyu