Legacy พันธะเถื่อนอสูรทมิฬ

Legacy พันธะเถื่อนอสูรทมิฬ

last updateLast Updated : 2025-11-28
By:  Hz.BloomCompleted
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
200Chapters
2.1Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

"ฉันทำแต่เรื่องผลประโยชน์เท่านั้น...เธอจะเอาอะไรมาแลกกับชีวิต?" เมื่อเด็กสาวบ้านนอกที่เพิ่งหนีเข้ากรุงอย่าง ลลิล ต้องเลือกระหว่างความตาย หรือการยอมเป็น 'สิ่งของ' ของมาเฟียผู้ไร้หัวใจอย่าง ธนาทัศ หญิงสาวเสนอ 'ร่างกาย' เพื่อเอาชีวิตรอด แต่เขาไม่ได้ต้องการแค่นั้น... เขาต้องการ 'ทายาท'

View More

Chapter 1

บทที่ 1 : จะเอาอะไรมาแลกกับชีวิตของเธอ

僕・浅倉蓮(あさくら れん)は3年という長い時間をかけて、浅倉凛(あさくら りん)という高嶺の花を振り向かせた。

彼女を妻に迎えるため、築き上げてきたキャリアをすべて手放し、自ら望んで専業主夫になった。

「子どもを産むのは痛そうで怖い」そんな彼女の一言だけで、僕は翌日には病院へ行き、パイプカット手術まで受けた。

僕たちがこの先もずっと寄り添い、白髪になるまで幸せに暮らしていくのだと、周囲の誰もが疑わなかった。

でも、結婚5周年の記念日、僕は離婚することを決めた。

離婚の手続きを任せる相手は、親友であり弁護士でもある桐生拓海(きりゅう たくみ)。彼が僕に何度も確認してくる。

「本気か?凛と結婚するために、あの有名なファッション誌のオファーまであっさり断ったお前が、今さら離婚したいなんて」

胸を締めつける痛みを押し殺しながら、僕は静かに答えた。「離婚協議書を作ってほしいんだ。それも、できるだけ早く……」

「どうしてだよ?!」拓海は理解できないみたい。

僕はダイニングテーブルの上に置かれた黒百合の花束へ視線を向け、長い沈黙の末、静かに口を開く。

「たったひとつの花束……それが理由なんだ」

今日、花束を受け取った時は本当に嬉しかった。

ようやく凛も僕のことを考えてくれるようになって、結婚記念日のサプライズを用意してくれたんだ――そう思ったから。

けれど、花束に添えられたメッセージカードを開いた瞬間、僕の笑みはそのまま凍りついた。

【先生、わざわざ遠方から駆けつけて、叔母のために手術をしてくださり、本当にありがとうございました。家族一同、心から感謝しています。この花は、先生のために僕が選びました。『僕たち』にぴったりだと思ったので、気に入っていただけたら嬉しいです――悠】

手が震え、花束がそのまま床に落ちる。

3年前、父が重い病気で倒れた。

医者からは一刻を争うと言われた。

だが、地元の病院では医療技術が十分ではなく、かといって父の容体では長距離の転院にも耐えられない。

だから僕は、凛に故郷まで来て父の手術をしてほしいと頼み込んだ。

あの時、彼女は何と言ったか?

「病院の規則で、他院への出張手術は禁止されているの。仕事は仕事。個人的な事情でルールを破るわけにはいかないから」

その結果、父は転院先へ向かう救急車の中で息を引き取った。

あれは、僕の人生で一番の心残り。

だから父の葬儀の供花には、あえて黒百合を選んだ。

黒百合の花言葉は不可解な死と愛――父に手向けるためにあるようなもの。

でも、本当は「不可解」でも何でもない。父の死は、本来なら避けられたはずなのに。

眠れない夜が来るたび、白髪交じりの髪で苦しそうに息をしていた父の最期の姿が脳裏によみがえり、僕は何度も人知れず涙を流した。

それでも僕は、自分に言い聞かせ続けた。誰にだって、譲れない信念や守るべき原則があるのだから、凛を恨んではいけない、と。

だけど今になって、ようやくわかった。その原則は破られるし、信念も相手によっては曲げられる。

ただ……僕にその価値がなかっただけ。

拓海との電話を切ると、僕は部屋いっぱいに飾っていたリボンや風船を、まとめてゴミ袋へ放り込んだ。

パソコンを開き、「大自然を巡るドライブ」で検索をかける。

雪山、草原、湖……どこまでも地平線へと伸びていく一本の道。

いつかカメラを片手に車を走らせ、大自然の中を一緒に旅しよう、と僕は父と約束していた。

父が亡くなった時、凛は、「その夢を一緒に叶えよう」と、僕を慰めてくれた。

けれど、その年の凛は心臓外科の主治医に昇進したばかりで、息をつく暇もないほど忙しかった。

食事をする時間すら惜しみ、空腹で胃を痛めながらも、カルテに目を通し、論文を書き続ける彼女。

そんな彼女を見ているのがつらくて、僕はとうとう自分の写真スタジオを畳み、専業主夫として彼女を支える道を選んだ。

あの頃の僕は、全国写真コンテストで大賞を受賞し、有名企業からいくつものオファーをもらって、将来は希望に満ちていたが、僕に迷いはなかった。

その後、凛は史上最年少で心臓外科主任となり、業界でも名の知れた存在になった。

僕はずっと、自分の犠牲も、積み重ねてきた献身も、無駄ではなかったと思っていた。

しかし、今思えば、皮肉でしかない……

ドアの開く音がして、僕ははっと現実に戻る。

凛が帰ってきたみたいだ。

リビングまで来てコートを脱いだ彼女は、何もないダイニングテーブルをちらりと見て、眉をひそめた。

「ご飯は?」

パソコンの画面を見つめたまま、僕は視線すら向けない。

「作りたくないんだ。疲れてるから」

凛の眉間の皺がさらに濃くなる。

「私の仕事より疲れることがあるの?」

僕が答えるよりも先に、彼女の携帯が鳴った。

着信画面を一瞥した彼女は、すぐに通話ボタンを押す。

「どうしたの?」

電話の向こうから、穏やかな男の声が聞こえてくると、険しかった凛の表情がすぐさま緩み、唇の端に笑みまで浮かんだ。

「焦らないで。すぐに行くから」

電話越しに、同僚たちのひやかしの声も漏れてきた。

「滝沢看護師長、また助っ人を呼んでるんですか?」

「先生、早く来てくださいよ!看護師長が限界なんですって」

楽しげな笑い声の中に、浮ついた空気も混じっている。

婚姻関係を結んでいる夫は僕なのに、今では僕が部外者のようだった。

電話を終えた凛は、脱いだばかりのコートをまた羽織った。

僕は静かに口を開く。「滝沢さん?」

彼女の動きが一瞬止まった。

「患者さんに急変があったの。人の命に関わってるんだから、そんな変なこと考えないでよね」

そう言い捨てて、彼女はすぐに僕へと背を向ける。

僕はその後ろ姿を見つめた。

先週も同じように、「三日間、出張に行ってくるから」と言って、慌ただしく家を飛び出して行ったっけ。

でも、今やっと分かった。

それは出張などではなく、滝沢悠(たきざわ ゆう)の叔母の手術をするためだったのだ。

「凛」

僕は彼女の名前を呼んだ。

振り返った彼女。「何?」

僕は彼女の目を真っ直ぐ見つめて問いかけた。「今日が何の日か、覚えてる?」

彼女は真剣に考えることもなく答える。「6月1日?」

僕はふっと笑った。

やっぱり忘れている。

今日は、僕たちの結婚記念日。

5年目だ。

そして、僕らにとっての最後の年。

「何でもないよ」

僕は視線を逸らした。

「仕事、頑張って」

凛が僕を見て、何かに気づいたような顔をした。

少し黙って、彼女が素っ気なく言う。

「対応したらすぐに戻ってくるから。何か夜食でも買って帰ってこようか?」

首を横に振る。

「大丈夫」

もう二度と、そんなことはしなくていい。

凛が家を出た後、僕は一人で予約しておいた店に向かった。

恋人で賑わう店内に、一人で座った僕。

店員が声をかけてきた。「お客様、お連れ様はいつ頃いらっしゃいますか?」

僕は笑顔で答える。「来なくなりました」

今後、彼女が僕の前に座ることは二度とない。

食事を終えた僕は、ディーラーに連絡を取った。

「頑丈なオフロード車を探しているんですけど、自然の中を走り続けられるようなやつを、予算1600万くらいでお願いできますか?」

ディーラーは、この要求に合うものがあるにはあるのだが、取り寄せに1週間かかると言う。

7日あれば、この腐った婚姻関係を捨てるのには十分だ。

「じゃあ、その車でお願いします。来週取りに行きますので」

通話を終えた僕は、検索ブラウザを開いてドライブの関連情報を調べる。

様々な写真を見れば見るほど、5年間眠っていた夢が再び鮮やかに息を吹き返してきた。

すると、拓海から電話がかかってきた。離婚協議書を作成したため、メールで僕に送ったと言う。

僕は小さく「うん」とだけ答えた。

少しの沈黙の後、彼がためらいがちに聞いてきた。

「蓮、お前はあんなに凛のことが好きだったのに……本当にいいのか?」

僕は拓海に聞き返す。「凛が誰かのために、自分のルールを曲げてまで必死になる姿を見たことある?」

「ない」と、拓海は正直に答えた。

「僕は見たんだ」

窓の外に広がる広い夜景を見つめ、口元には皮肉な笑みが浮かぶ。

「まあ、僕のためじゃなかったんだけどね」

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
200 Chapters
บทที่ 2-3 : พิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าเธอยังมีคุณค่า
แลก? สิ่งเดียวที่อาจจะมีค่าพอที่จะ 'แลก' กับชีวิตของตัวเอง ก็มีแค่ร่างกาย...ร่างบางกอดขาของธนาทัศไว้แน่น อยากจะอ้าปากตอบแต่กลับไร้ซึ่งเสียงออกมาความเงียบในตรอกหนักอึ้ง มีเพียงเสียงครวญครางแผ่วเบาของพวกอันธพาล และเสียงลมหายใจที่ขาดห้วงของลลิลธนาทัศก้มลงมอง มือเล็กๆ ที่เปื้อนเลือดและน้ำครำ เกาะกุมกางเกงสแลคราคาแพงจนเป็นรอยยับ ถึงแม้โคลนจะเปื้อนเต็มใบหน้า แต่ก็ยังปิดบังความสวยของหญิงสาวไม่ได้ร่างสูงไม่พูดอะไรเพียงพยักหน้าสั้นๆ ให้กับลูกน้อง เดชที่ได้รับคำสั่งก้าวเข้ามามือหยาบกร้านคว้าเข้าที่ต้นแขนของลลิล"โอ๊ย!" "ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ก็เงียบซะ" เสียงเย็นชาของเดชกระซิบขู่ ลลิลจึงได้แต่กัดริมฝีปากแน่น กลั้นเสียงสะอื้นที่เหลือประตูหลังเปิดออก ร่างบางถูก 'โยน' เข้าไปที่เบาะหลังเหมือนกระสอบข้าวสาร ศีรษะฟาดเข้ากับขอบประตูอย่างจัง เสียงดัง 'อั่ก' ดวงตาทั้งสองพร่าเลือน เห็นดาวระยิบระยับอยู่ชั่วขณะยังไม่ทันได้รวบรวมสติ แสงไฟจากตรอกก็ถูกบดบังด้วยเงาร่างสูง ธนาทัศไม่ได้กลับไปที่รถเบนท์ลีย์คันหรู แต่กลับก้าวตามขึ้นมา นั่งลงบนเบาะหลัง...ข้างๆ ลลิลพื้นที่แคบๆ ในรถ เต็มไปด้วยกลิ่นโคโลญจน์ราคาแ
Read more
บทที่ 4 : ตีตรานางบำเรอ
“เธอรู้รื่องที่ไม่ควรจะรู้” เสียงของเขากดต่ำลง แฝงไว้ด้วยความอันตราย “ทางเลือกเดียวคือ เธอต้องพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าเธอยังมี คุณค่าพอที่จะอยู่ต่อ ทำให้ฉันรู้สึกว่าเธอมีประโยชน์กว่าพวกคนรับใช้ที่ไร้ค่าพวกนั้น หรือไม่ก็...”เขาจงใจเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง สายตาของเขากวาดมองใบหน้าซีดขาวของ ลลิลมองดูริมฝีปากของเธอที่สั่นเทาเล็กน้อยด้วยความกลัว ก่อนจะเอ่ยประโยคที่เหลือออกมาอย่างช้าๆ: “...หรือไม่ ฉันก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บคนไร้ประโยชน์ ที่รู้ความลับมากเกินไปไว้กับตัวอีกต่อไป”คำสุดท้ายนั้นเหมือนกับเหล็กแหลมที่แทงทะลุหัวใจของลลิล ร่างกายของเธออ่อนยวบลงเกือบจะล้มลงพื้น โชคดีที่เธอคว้าพนักแขนโซฟาไว้ได้ทันจึงทรงตัวอยู่ได้ เธอจ้องมองดวงตาที่ไร้อุณหภูมิของธนาทัศ ในที่สุดก็เข้าใจว่า นับตั้งแต่ถูกเขาพาตัวมา เธอก็ไม่มีทางถอยหลังอีกต่อไปแล้วร่างบางกลั้นหายใจ หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะพิสูจน์คุณค่าของตนเอง ลลิลค่อยๆทรุดตัวลงคุกเข่าที่พื้นเบื้องหน้า นิ้วมือที่เย็นเฉียบและสั่นเทา ค่อยๆ เลื่อนขึ้นไป ช้าๆ จนมาหยุดที่หัวเข็มขัดโลหะมันวาวของร่างสูงทันทีที่นิ้วแตะหมับ!
Read more
บทที่ 5 : หมากในเกมธุรกิจ
ห้าวัน...ห้าวันที่ผ่านไปเหมือนห้าศตวรรษ เวลาในกรงทองแห่งนี้เดินเชื่องช้าจนน่าประหลาดกิจวัตรของลลิลมีเพียงการตื่นขึ้นมาบนเตียงที่นุ่มเกินไป อาหารยังคงถูกส่งเข้ามาเวลาเดิม แต่ 'เจ้าของร่างสูง' ไม่เคยกลับมาเลย นับตั้งแต่วันนั้น วันที่เรียกว่า 'ตรวจสอบสินค้า'อาหารรสเลิศ แต่ลลิลกลืนไม่ลง ร่างบาง..มองตัวเองในกระจกอีกครั้ง แก้มตอบลง ผิวซีดเผือด รอยฟกช้ำจางหาย แต่แววตาว่างเปล่า ร่างกายนี้ซูบผอม อ่อนแอ ทั้งร่างกาย และจิตใจ'นางบำเรอ' คำที่ชายผู้นั้นพูดทิ้งไว้ มันหมายความว่าอะไร ถ้า 'เจ้าของ' ไม่เคยมาหา... คลิกเสียงประตูหน้าถูกปลดล็อก ร่างบางสะดุ้งสุดตัว หัวใจหยุดเต้น ชายหนุ่มกลับมาแล้วร่างบางวิ่งสัญชาตญาณสั่งให้ซ่อนตัว ลลิลพุ่งไปแอบหลังบานประตูไม้หนา ที่เปิดค้างเชื่อมไปยังห้องนอน ตัวสั่นเทา กลั้นหายใจเสียงฝีเท้าดังเข้ามา ไม่ใช่คนเดียว"นายครับ" เสียงของเดช มือขวาคนนั้นลลิลแอบมองผ่านช่องว่างของบานพับ ร่างสูงสง่าก้าวเข้ามาในเพนต์เฮาส์ ตามด้วยเดชที่เดินตามหลังมาอย่างนอบน้อมร่างสูงเดินไปที่มินิบาร์ เหมือนไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของลลิล หรืออาจไม่สนใจเลย เสียงน้ำแข็งกระทบแก้วดังใส ตามด้วยเสียง
Read more
บทที่ 6 : การยอมจำนนเพื่อความอยู่รอด
"เดี๋ยวนี้"เสียงที่เปล่งออกไปเด็ดขาด แต่ร่างบางที่ยืนอยู่หน้าอินเตอร์คอมกลับสั่นเทา ความเงียบที่ตอบกลับมาบีบคั้นหัวใจ นานราวกับชั่วนิรันดร์ ลลิลกำลังจะกดซ้ำ"คุณทัศไม่ว่าง" เสียงของเดชตอบกลับมา เย็นชา และไร้ความรู้สึก"ได้โปรด!" ลลิลตะโกนกลับไป ความอัปยศหายไป เหลือเพียงความกลัวตาย "ฉันมีเรื่อง...เรื่อง 'ข้อเสนอ' ใหม่""เรื่องที่จะเป็น 'ประโยชน์' กับเขามากกว่า!" ร่างบางใช้คำที่รู้ว่าอีกฝ่ายให้ความสำคัญผลประโยชน์มากแค่ไหนความเงียบเข้ามาอีกครั้ง ไม่นานนักก็มีเสียงคลิกเสียงปลดล็อกประตูดังขึ้น เดชยืนอยู่ที่หน้าประตู สายตารำคาญใจ "คุณทัศกำลังจะไปงานเลี้ยง เธอมีเวลาหนึ่งนาทีเท่านั้น"หนึ่งนาที! ร่างบางที่ได้ยินเช่นนี้ รีบวิ่งสวนร่างของเดชเข้าไป มุ่งหน้าไปยังห้องที่ใหญ่ที่สุด ห้องที่ร่างบาง 'เดา' ว่าเป็นห้องทำงานของเจ้าของเพนต์เฮาส์ โดยไม่สนใจสายตาของเดช ไม่สนใจชุดคลุมอาบน้ำที่ใส่อยู่ ไม่สนใจเท้าเปล่าเดชไม่ห้าม เพียงแค่เดินตามมาอย่างเงียบๆ เหมือนคุมนักโทษ ที่กำลังวิ่งไปสู่ลานประหาร ด้วยตัวเองปัง!ลลิลผลักประตูเข้าไป กลิ่นโคโลญจน์ กลิ่นซิการ์จางๆ และกลิ่นของ 'อำนาจ' ปะทะใบหน้าทันที ภาพท
Read more
บทที่ 7 : ราคาของการซื้อขาด NC
"ถอดเสื้อผ้าออกซะ"หญิงสาวช้อนตามองอย่างไม่เข้าใจ ในใจได้แต่คิดว่าสิ่งที่ทำเมื่อสักครู่นี้มันยังไม่พออีกเหรอ แต่สุดท้ายเมื่อเห็นสายตาเอาจริงเอาจังนั้น ร่างบางก็ไม่อาจปฏิเสธได้ใช้เวลาเพียงไม่นานร่างทั้งร่างของหญิงสาวก็เปลือยเปล่าต่อหน้าของร่างสูง มือเล็กๆ ทั้งสองข้างนั้นพยายามยกขึ้นมาปิดจุดสงวนของตัวเองด้วยความเขินอายสายตาของชายหนุ่มจ้องมองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าอย่างต้องการประเมินอะไรบางอย่างก่อนที่จะลุกขึ้นเต็มความสูง จับตัวของหญิงสาวพลิกตัวให้หน้าแนบไปกับกำแพงเย็น สองแขนถูกไพล่เอาไว้ทางด้านหลังและมีทัศประกบอยู่นิ้วเรียวของชายหนุ่มไล้ไปตามผิวเนียนนั้นอย่างเชยชมตั้งแต่ท้ายทอยไล้มาหลังและหยุดอยู่ที่ร่องสวาทของร่างบางธนาทัศค่อยๆ ดุนดันนิ้วของตัวเองเข้าไปในนั้นอย่างช้าๆ ชักนิ้วเข้าออกเพื่อขยายรูนั้นเพื่อรอรับสิ่งที่ใหญ่กว่าหลายเท่าตัว นิ้วที่ถูกสอดใส่เข้าไปนั้นค่อยๆ ถูกเพิ่มขึ้นเป็นสองนิ้ว และจบด้วยสามนิ้วลลิลบิดเร้าสะโพกไปมาด้วยความเสียวซ่านที่อีกฝ่ายมอบให้ ยามที่ปลายนิ้วนั้นกดลงที่จุดกระสันภายใน มันทำให้เสียงครางหวานที่พยายามกดเก็บเอาไว้หลุดลอดออกมาอย่างช่วยไม่ได้ใช้เวลาอยู่นานกว่า
Read more
บทที่ 8 : เกมที่เดิมพันด้วยชีวิต
แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านม่านหนา ลลิลลืมตาขึ้นบนพื้นกระเบื้องที่เย็นเฉียบ ร่างกายยังคงเปลือยเปล่าใต้ชุดคลุมอาบน้ำที่ชื้นแฉะ ร่างกายปวดร้าว โดยเฉพาะความระบมช้ำ ณ จุดเร้นลับที่ถูกย่ำยีเมื่อคืน ทำให้ทุกการขยับตัวคือความทรมานคลิกเสียงปลดล็อกดิจิทัลดังขึ้น ผู้หญิงในชุดยูนิฟอร์มสองคนก้าวเข้ามา ลลิลฝืนพยุงร่างลุกขึ้น ปล่อยให้สายตาเย็นชาเหล่านั้นสำรวจ ปล่อยให้พวกนั้นจับร่างอาบน้ำอุ่นอีกครั้งโลชั่นและน้ำมันหอมราคาแพงถูกชโลมลงบนผิว เหล่าผู้รับใช้นวดวนโลชั่นอย่างเป็นกลาง ไร้อารมณ์ มือเย็นชาเหล่านั้นไม่สนใจ แม้จะต้องสัมผัสโดนรอยแดงเป็นจ้ำๆ บริเวณซอกคอและหัวไหล่ ร่องรอยความเป็นเจ้าของที่ธนาทัศขบเม้มทิ้งไว้เมื่อคืน ทุกสัมผัสที่ควรจะนุ่มนวล กลับยิ่งเสียดแทงความระบมช้ำจนร่างบางต้องกัดริมฝีปากแน่นชุดราตรีสีแดงสดชุดเดิมถูกสวมลงบนร่างที่นิ่งงัน ตามด้วย 'ป้ายราคา' สร้อยคอเพชรเส้นนั้น ความเย็นเฉียบของอัญมณีแนบลงบนผิว มันคือเครื่องยืนยันสถานะเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ร่างบางถูกพาไปยังลิฟต์ ลงไปยังลานจอดรถใต้ดิน รถลีมูซีนสีดำสนิทจอดรออยู่ ประตูเปิดออก ธนาทัศนั่งอยู่ข้างในแล้ว บุรุษผู้นั้นอยู่ในชุดทักซิโดสีดำสน
Read more
บทที่ 9 : จูบเย้ยหยัน
แทนที่จะเดินหนี ธนาทัศกลับจูงลลิล ลากผ่านฝูงชนที่แหวกทางให้ เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นรอบทิศทางทุกย่างก้าวหัวใจของลลิลหล่นวูบ'โกหก!' ความคิดนั้นเหมือนฟ้าผ่า 'เขากำลังจะส่งมอบฉันเดี๋ยวนี้!'ร่างบางพยายามดึงแขนกลับ ต้านทานแต่ไร้ผล มือใหญ่ของธนาทัศ บีบลงบนแขนเล็ก แน่นเหมือนคีมเหล็ก เป็นการเตือน 'อยู่นิ่งๆ' คำขู่เมื่อคืนดังก้องในหัวในที่สุด ทั้งคู่มาหยุดตรงหน้าชายแก่ร่างท้วมคนนั้น"อา...สวัสดี คุณทัศ" ชายแก่หัวเราะ เสียงดังกลบเสียงดนตรี สายตาตะกละตะกรามยังคงไม่ละไปจากลลิล"และนี่คงเป็น..." ชายแก่หันมามองลลิล ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า "ดอกไม้ที่งดงามที่สุดในคืนนี้"ชายแก่พยายามจะคุยกับลลิลโดยตรง "ไม่ทราบว่าดอกไม้นี้ ชื่ออะไร"ลลิลก้มหน้าเม้มปากแน่น ร่างบางสั่นสะท้านด้วยความกลัวจนควบคุมไม่ได้ ธนาทัศยิ้มเบาๆ ตอบราวกับลลิลไม่มีตัวตน "เด็กคนนี้ไม่มีชื่อหรอกครับ เจ้าสัว""แต่มี 'ราคา'"คำว่า 'เจ้าสัว' ทำให้ร่างบางยิ่งสั่นสะท้าน นี่คือชายแก่ที่ร่างสูงพูดถึงในห้องทำงาน คนที่ร่างบางเกือบถูก 'ขาย' ให้"ยอดเยี่ยม! พูดจาแบบนักธุรกิจ!" เจ้าสัวหัวเราะดังกว่าเดิม ชายแก่ก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว กลิ่นบรั่นดีฉ
Read more
บทที่ 10 : ปีกที่ถูกเด็ด
ลลิลยืนนิ่งเป็นตุ๊กตาประดับห้อง แก้วแชมเปญในมือสั่นระริกจนของเหลวสีอำพันเกือบจะกระฉอกออกมา มืออีกข้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความอัปยศที่แผดเผาอยู่กลางอกคำพูดของธนาทัศยังคงดังก้อง 'เห็นไหม เธอมี 'ประโยชน์' แล้ว'ประโยชน์...คำนี้ช่างน่ารังเกียจ ประโยชน์ของร่างบางคือการถูกใช้เป็นเครื่องมือตบหน้าคนอื่น คือการถูกตีตราต่อหน้าสาธารณะด้วยจูบที่ไร้ความรู้สึก จูบที่อ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของอย่างป่าเถื่อนลลิลเหลือบมองร่างสูงที่ยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าว ชายหนุ่มกลับเข้าสู่บทบาทนักธุรกิจผู้ทรงอำนาจได้อย่างไร้รอยต่อ พูดคุย หัวเราะเบาๆ กับกลุ่มนักการเมือง โดยไม่หันมามอง 'ถ้วยรางวัล' ที่เพิ่งใช้งานไปแม้แต่น้อยร่างสูงคงคิดว่าลลิลสิ้นฤทธิ์แล้ว คงคิดว่าการ 'ซื้อขาด' ในคืนนั้น และการ 'ลงทัณฑ์' ด้วยจูบเมื่อครู่ ได้ทำลายศักดิ์ศรีของร่างบางจนหมดสิ้นแล้วใช่...ศักดิ์ศรีของลลิลถูกขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี แต่มันไม่ได้ดับไฟในใจของหญิงสาว มันกลับจุดไฟแห่งความเกลียดชังและความปรารถนาที่จะหนีให้ลุกโชนขึ้นมาแทน'ฉันต้องหนี'ความคิดนั้นชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนร่างบางกวาดสายตามองไปรอบห้อ
Read more
บทที่ 11 : กลับสู่กรง
รั้วเหล็กตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ห่างออกไปเพียงไม่กี่สิบก้าว ลมหายใจของลลิลขาดห้วง ร่างกายที่บอบช้ำจากเมื่อคืนก่อนถูกผลักดันด้วยสัญชาตญาณเฮือกสุดท้าย เท้าเปล่าที่เหยียบย่ำบนหญ้าเปียกชื้นไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอีกต่อไปความหวัง...มันคือสิ่งเดียวที่ขับเคลื่อนร่างบางในตอนนี้อีกแค่สิบก้าว...อีกห้าก้าว... มือเล็กยื่นออกไปข้างหน้า ปลายนิ้วสั่นเทาเกือบจะสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของโลหะธาตุแห่งอิสรภาพแต่แล้วร่างบางที่พุ่งทะยานก็หยุดชะงักกะทันหันราวกับชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็นไม่ใช่กำแพง แต่เป็นเงาร่างหนึ่งที่ก้าวออกมาจากเงามืดของต้นไม้ใหญ่ เงามืดที่ลลิลกำลังจะใช้เป็นที่หลบซ่อนนั่นเองร่างหนาไม่ได้วิ่งไล่ตาม ไม่ได้รีบร้อน ชายคนนั้นเพียงแค่ก้าวออกมา 'ยืนขวาง' อย่างใจเย็น ราวกับยืนรออยู่ตรงนั้นนานแล้วร่างที่กำลังพุ่งทะยานชะงักกึก ร่างกายเสียหลักเกือบล้มลงบนพื้นหญ้าที่ลื่นชื้น หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความหวัง หล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม และหยุดเต้นไปชั่วขณะแสงจันทร์สลัวสาดส่องลงมาเผยให้เห็นใบหน้าที่เรียบเฉย ไร้ความรู้สึกแต่ลลิลจดจำได้แม่นยำ'เดช'มือขวาคนสนิทของธนาทัศความหวังทั้งหมดที่เคยลุกโชน
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status