Share

บทที่ 2

last update publish date: 2026-05-03 21:48:23

สิบปีที่แล้ว

ภาพของมาเฟียใหญ่อย่างเซน ริวาโน ปาลาดินีจูงมือลูกสาวคนเล็กเดินลงจากศาลาการเปรียญภายในวัดพร้อมด้วยภรรยาและลูกชายคนโตดูจะเป็นภาพที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก เนื่องจากวันนี้เป็นวันครบรอบอายุสิบเอ็ดขวบของเด็กหญิงพัทธ์ชนิตว์หรือน้องซิดนีย์ สาวน้อยแก้มป่องขวัญใจคุณพ่อและบรรดาเหล่าลูกน้องมาเฟีย

การมาทำบุญเสริมสิริมงคลที่วัดแห่งนี้พร้อมลูกสาวตามความเชื่อทางศาสนาของภรรยา ต่อด้วยการรับประทานมื้อค่ำที่ภัตตาคารริมแม่น้ำจึงเป็นเรื่องที่ครอบครัวทำเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ลูกคนแรกลืมตาดูโลกขึ้นมา

“ปะป๊า ซิดนีย์อยากดื่มน้ำ”

คนตัวเล็กกระตุกชายเสื้อเชิ้ตของบิดาพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนไม่หยุด

“ซิดนีย์รอจนถึงร้านอาหารไหวไหม?” คำถามจากคนเป็นพ่อเอ่ยถามลูกสาวออกมา พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น

รอยยิ้มที่ไม่เคยมีให้ใคร นอกจากคนในครอบครัวเท่านั้นที่มีโอกาสได้รับความปรารถนาดีนั้น

สาวน้อยจอมเอาแต่ใจประจำบ้านส่ายใบหน้าภายใต้หมวกสานปีกกว้างสีน้ำตาลแทนคำตอบ ลิ้นสีชมพูเลียริมฝีปากเล็กของตนเป็นการยืนยันกับบิดาว่ากระหายน้ำและอดทนไม่ได้

ลูกสาวได้รับนิสัยไม่รู้จักการอดทนรอมาจากผู้เป็นพ่อเต็มๆ คนนิสัยเดียวกันอย่างเขาจึงเข้าใจความรู้สึกนั้นดี

มาเฟียใหญ่จับมือลูกสาวมาหยุดใต้เงาร่มต้นไม้ใหญ่หลบแสงแดดในเวลาบ่ายคล้อย หันไปมองภรรยาซึ่งเดินจูงมือลูกชายมาหยุดข้างกันด้วยแววตารักใคร่ไม่ต่างจากตอนพูดคุยกับลูกคนเล็ก

“ออสโลไปกับป๊าครับ”

คุณพ่อสุดหล่อคว้ามือลูกชายวัยสิบสี่ปี ซึ่งมีหน้าตาพิมพ์เดียวกับตนเองแยกตัวออกไปยังร้านค้าที่ห่างออกไป ปล่อยให้คุณแม่คนสวยกับลูกสาวตัวน้อยยืนรอใต้ร่มไม้ด้วยกันสองต่อสอง

“หม่ามี้ ซิดนีย์อยากให้อาหารคุณปลา”

คนเป็นแม่ยิ้มกับลูกสาวฉลาดและความจำดี

ครึ่งปีก่อนเธอพาลูกให้อาหารปลาที่นี่ในวันเกิดของลูกชายคนโต ภาพของปลาจำนวนมากที่ขึ้นมาฮุบเหยื่อเหนือผิวน้ำคงเป็นภาพจำของคนตัวเล็กจนถึงวันนี้

“ได้ค่ะ เราไปซื้ออาหารปลาด้วยกัน”

“ไม่เอา ซิดนีย์ร้อน ซิดนีย์จะรอตรงนี้” คำพูดเอาแต่ใจออกจากปากเล็กฉะฉาน “หม่ามี้ขา~”

เพราะรู้ตัวว่าเอาแต่ใจกับคุณแม่ไม่ได้ผลเท่าคุณพ่อ ยัยตัวแสบจึงเริ่มออดอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวาน พร้อมกับขยับตัวเข้ามากอดขาสวยของพริมโรสแน่น

“ได้ค่ะ แต่ลูกสัญญากับหม่ามี้นะ ว่าจะไม่เดินไปไหน” การปล่อยเด็กแสบให้อยู่ลำพังเป็นเรื่องไม่เหมาะสม แต่พริมโรสมั่นใจว่าในเขตวัดคือพื้นที่ปลอดภัย อีกทั้งยังมีลูกน้องของสามีคอยจับตาดูเป็นระยะจึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลนัก

แต่เมื่อคล้อยหลังมารดา ลูกสาวจอมดื้อรั้นกลับไม่ทำตามที่พูดที่ให้ไว้ ซิดนีย์เดินตรงดิ่งไปเบื้องหน้า โดยมีจุดหมายคือศาลาริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ครอบครัวเลยพามาโปรยอาหารปลาเมื่อคราวก่อน

เพียงแต่การเดินต้านกระแสลมริมแม่น้ำทำให้ร่างเล็กบอบบางไม่อาจทนทานต่อทิศทางลมได้ไหว ทันทีที่เดินมาถึงจุดที่เป็นพื้นที่โล่งลมก็พัดแรงจนตัวเล็กๆ ของเธอซวนเซ หมวกปีกสานซึ่งเป็นของขวัญวันเกิดจากพี่ชายพัดหลุดออกจากศีรษะตกลงบนผืนน้ำ ลอยไปติดแหง็กกับกอผักตบชวา

คนกลัวความผิดรีบกุลีกุจอย่อตัวนั่งยองกับพื้น แขนสั้นป้อมพยายามเอื้อมมือออกไปสุดฤทธิ์เพื่อคว้าหมวกใบนั้นกลับคืนมา แต่ลมลูกใหญ่ก็พัดมากระทบร่างอีกวูบจนเซล้มตกลงไปในน้ำเสียงดัง

ตู้มมม!!!!

ความเย็นของกระแสน้ำปกคลุมไปถึงขั้วหัวใจสาวน้อยวัยสิบเอ็ดขวบ เธอว่ายน้ำเป็นแต่ใต้น้ำมีซากบ้าอะไรไม่รู้มากมายคอยพันแข้งพันขาเธอเอาไว้ อีกทั้งสติสัมปชัญญะของเด็กวัยเท่านี้ไม่ได้มีมากพอให้ช่วยเหลือตนเองขึ้นมาจากน้ำได้ ลูกสาวคนเล็กของมาเฟียใหญ่ตะโกนเรียกหาที่พึ่งแรกในชีวิตสุดเสียงทันที

“กรี๊ดดดด!!! ปะป๊า!! ปะป๊าขา!!” เสียงแหลมเล็กตะโกนเรียกหาบิดาตนเองจนกลืนน้ำไปหลายอึก

ตู้มมม!!!

เห็นเพียงรางๆ ว่ามีใครบางคนกระโจนลงมาในน้ำ ก่อนที่จะถูกล็อกคอพยุงตัวเอาไว้ไม่ให้จม แต่ถึงอย่างนั้นเรี่ยวแรงของอีกฝ่ายก็ไม่ได้มีมากพอที่จะพาซิดนีย์กลับขึ้นฝั่ง เพราะคนที่กระโดดลงมาช่วยเป็นเด็กผู้ชายอายุไล่เลี่ยกับพี่ชาย ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ในตอนนี้คือการใช้มือจับลูกสาวมาเฟียเอาไว้ ส่วนอีกมือก็เกาะเสาสะพานไม้เอาไว้แน่นไม่ให้กระแสน้ำเชี่ยวพัดออกจากท่าน้ำไปทั้งคู่

“ช่วยด้วยครับ!!! ช่วยด้วยครับ!! มีเด็กตกน้ำ”

หากเป็นเวลาปกติ ปากเล็กคงตะโกนเถียงออกไปว่า ‘เธอก็เด็กเหมือนเรานั่นแหละ’

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาถือตัวเจ้ายศเจ้าอย่างแบบนั้น เด็กสองคนจึงพากันตะโกนร้องขอความช่วยเหลืออยู่ตรงนั้นจนเรียกความสนใจจากคนที่เข้ามาทำบุญที่วัดให้วิ่งเข้ามาดู

“ซิดนีย์!!!”

เสียงกัมปนาทของบิดาสร้างความตกใจให้เจ้าของชื่อจนเผลอหยุดกรีดร้องไปชั่วขณะ เพียงได้ยินเสียงฝีเท้ากับมองเห็นเงาสูงใหญ่ของคนคุ้นเคยเข้ามาอุ้มจนลอยขึ้นจากน้ำ ก็ทำให้คนตัวเล็กร้องไห้ออกมาสะอึกสะอื้น

“ปะป๊า ฮึก...งะ แง้!!!!” ลูกสาวโผเข้าซบอกอุ่นแนบแน่น หลังจากที่บิดาดึงเด็กอีกคนขึ้นมาจากน้ำเช่นเดียวกัน

“ซิดนีย์!! เกิดอะไรขึ้นคะ!!!” เสียงมารดาดังขึ้นมาอีกคน ยิ่งทำให้เด็กน้อยร้องไห้ออกมาเสียงดังยิ่งกว่าเดิม

“โรส ไปไหนมาทำไมทิ้งลูก!!” เสียงเข้มของบิดาที่กำลังออกปากดุมารดา ทำให้เด็กน้อยต้องรีบละล่ำละลักพูดความจริงออกมา

“ซะ ซิดนีย์ผิดเอง ฮึกฮือ...ซะ ซิดนีย์โกหกหม่ามี้ว่าจะไม่เดินไปที่อื่น ฮือ...”

เสียงร้องของลูกสาวอย่างเธอมีผลกับผู้เป็นพ่อเสมอ เพียงแค่เห็นว่าลูกสะอื้นจนตัวโยนก็เลิกคิดจะถามต่อ

“แล้วเด็กคนนี้...”

คำถามของพริมโรสทำให้ทุกสายตาหันมามองเด็กชายที่นั่งตัวเปียกไม่แพ้กันอยู่ไม่ไกล ทว่ากลับไร้ซึ่งแววตาตื่นตกใจหรือแสดงท่าทีหวาดกลัวต่อเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อสักครู่ออกมาแม้แต่น้อย

“คะ คนนี้เขามาช่วยซิดนีย์ ฮึก...ซะ ซิดนีย์กลัว” เพราะกลัวว่าคุณพ่อจะทำร้ายอีกฝ่าย จึงรีบพูดออกมาจนปากคอสั่น

“เป็นอะไรมากหรือเปล่าจ๊ะ” พริมโรสเดินไปนั่งข้างเด็กที่คาดว่าอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายคนโต พลางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “โรสว่าเราพาทั้งสองคนไปตรวจที่โรงพยาบาลดีไหมคะ เผื่อน้ำเข้าปอดเยอะ”

“ไม่ต้องห่วงไอ้กันมันหรอกโยม”

เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นมาจากทางด้านฝูงชนไทยมุง เป็นหลวงตาเจ้าอาวาสของวัดที่เดินเข้ามาดูเหตุการณ์โดยปราศจากสีหน้าตื่นตกใจ ก่อนจะแนะนำเด็กผู้ชายที่นั่งหน้านิ่งทั้งที่เพิ่งผ่านความตายมาคล้ายจะเป็นเรื่องปกติ

“ไอ้เจ้ากันมันว่ายน้ำเก่ง เมื่อก่อนบ้านมันอยู่ริมน้ำฝั่งโน้น ข้ามมาขอข้าวสารที่วัดกลับบ้านทุกวัน”

“อ้อ แบบนี้นี้เอง งั้นพาอาไปที่บ้านได้ไหมคะ อาอยากขอบคุณพ่อแม่ของน้องกัน” พริมโรสเรียกชื่อเด็กที่หลวงตาแนะนำตัวให้ด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ก่อนจะชะงักเมื่อหลวงพ่อเอ่ยขัดขึ้นมาอีกรอบ

“พ่อแม่มันตายหมดแล้ว เดือนก่อนไฟไหม้ชุมชนแถวนั้น ตอนนี้มันมาอยู่กับหลวงตานี่แหละรอมูลนิธิมารับไปดูแลต่อ” ท่านพูดราวกับเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้บ่อยในเด็กย่านนี้ “โยมพาลูกกลับไปเช็ดเนื้อเช็ดตัวเถอะ เจ้านี่มันแข็งแรง โชคดีที่มันชอบมานั่งเหม่อมองซากบ้านตรงศาลาทุกวันเลยช่วยนังหนูไว้ทัน ไป...เจ้ากัน เอ็งก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า”

ประโยคสุดท้ายท่านเจ้าอาวาสวัดเอ่ยกับเด็กในปกครองตนเองชั่วคราว ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปตามวิถีชีวิตตนเอง ยกเว้นก็แต่คุณแม่ลูกสองที่ยังติดใจกับคำพูดที่ได้ยินจากหลวงพ่อ

✦✦✦

“พี่เซนคะ โรสอยากรับเลี้ยงเด็กคนนั้น”

“ไม่ได้”

ปฏิเสธจากสามี “เด็กคนนั้นน่าสงสาร”

“บ้านเราไม่ใช่มูลนิธิ อย่าเอาลูกคนอื่นมาเลี้ยง อย่าแชร์ความรักที่ควรจะมีให้แค่ออสโลกับซิดนีย์ไปให้คนอื่น”

“โรสแค่อยากให้เด็กคนนั้นได้รับความอบอุ่น ได้รับการศึกษาที่ดี ไม่ได้คิดอยากจะเอามาเป็นลูกบุญธรรมอะไรแบบนั้นเลย...” คนตัวเล็กเอ่ยปากพูดกับสามีด้วยน้ำเสียงเว้าวอน “ได้ไหมคะ...แค่เลี้ยงเขาในบ้านของเรา”

หัวหน้าครอบครัวได้ฟังก็ลอบถอนหายใจพรืดใหญ่ เขาไม่ชอบให้คนอื่นมาอยู่ในอาณาเขตตนเอง แต่กลับไม่กล้าที่จะขัดใจภรรยา ดวงตาสีรัตติกาลเหลือบมองไปเห็นลูกชายวัยเดียวกับเด็กคนนั้นซึ่งกำลังเล่นกับแมวสองตัวอยู่ในสวน ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากออกมา

“งั้นโรสก็ไปถามลูกเราสองคน ว่าทั้งออสโลและซิดนีย์ยินยอมให้หม่ามี้แชร์ความรักความเอาใจใส่ รวมถึงสิ่งของที่ตนเองควรจะได้ให้คนอื่นหรือเปล่า” ร่างสูงโปร่งพรายยิ้มร้ายก่อนจะจูบลงบนริมฝีปากอวบอิ่มและผละออก “ถ้าลูกทั้งสองคนตกลง...พี่ก็ไม่ขัดข้อง”

ใบหน้าสวยจิ้มลิ้มแสดงท่าทีฮึดฮัดออกมาหลังจากฟังจบ ทำไมจะไม่เข้าใจว่าสามีคิดจะใช้ลูกเบรกเธอแทนตนเอง ไม่ว่าจะกี่ปีสามีของเธอก็ยังคงไว้ซึ่งนิสัยเจ้าเล่ห์ไม่แปรเปลี่ยน

สองสามีภรรยานั่งคุยกันในห้องนั่งเล่นโดยไม่รู้ตัวเลยว่า ลูกสาวตัวน้อยที่เพิ่งหายป่วยกำลังแอบฟัง และเข้าใจทุกประโยคที่พ่อแม่สนทนากันเป็นอย่างดี

•─✦❅✦─•
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Mafia Possession รักโดยปรปักษ์   บทที่ 105

    ซิดนีย์จัดการจองห้องพักชั้นบนสุดของโรงแรมตอนเองเอาไว้ตั้งแต่ส่งลูกๆ ขึ้นรถตู้ของบิดา ห้องพักหรูใจกลางกรุง พร้อมกับเตรียมมื้อดินเนอร์สุดโรแมนติกชมบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างเป็นส่วนตัว เสียงดนตรีบรรเลงคลอเคล้าสร้างบรรยากาศหวานชื่นช่วยให้มื้อค่ำผ่านไปได้อย่างราบรื่น จากนั้นทั้ง

  • Mafia Possession รักโดยปรปักษ์   บทที่ 104

    การใช้ชีวิตแบบสี่คนพ่อแม่ลูกยังคงดำเนินต่อเนื่อง กระทั่งจัสตินอายุได้สองขวบ ตอนนี้จีนี่และจาฟาร์เริ่มเข้าเรียนชั้นประถมและอนุบาลแล้ว แต่ความซนของลูกๆ ไม่ได้ลดน้อยลงแม้แต่น้อย ซิดนีย์ซึ่งตั้งใจว่าจะทำงานของครอบครัวและเลี้ยงลูกไปด้วยก็จัดสรรเวลาลำบาก ก็มีลูกตั้งสามคนนี่นา แถมแต่ละคนก็แสบๆ กั

  • Mafia Possession รักโดยปรปักษ์   บทที่ 103

    หลังจากส่งเด็กๆ เข้านอนก็ถึงเวลาของผู้ใหญ่ ทั้งคู่ปิดประตูล็อกกลอนห้องนอนใช้เวลากันลำพังตามประสาสามีภรรยา เนื่องจากซิดนีย์ยังอยู่ในช่วงให้นมลูกจึงไม่สามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้ ส่วนกันภัยปกติก็ไม่ดื่มอยู่แล้ว นอกจากการนอนดูรายการทีวีด้วยกัน อาหารที่ถูกนำมาขึ้นเตียงในคืนนี้จึงมีเพียงผลไม้ที่มีปร

  • Mafia Possession รักโดยปรปักษ์   บทที่ 102

    จีนี่ พัชร์พจี จาร์ฟา พัชร์พิมุกต์ และ จัสติน พัชร์วริษฐ์ ชื่อที่สามีบรรจงสรรค์สร้างมาเพื่อให้สอดคล้องกับธรรมเนียมของครอบครัวที่ลูกๆ จะมีชื่อจริงขึ้นต้นด้วยตัวพี (P) แม้เธอจะเคยบอกว่าอยากให้ลูกมีชื่อเป็นกอไก่แบบผู้เป็นพ่อ แต่เขาก็ยังยืนยันจะให้ลูกเข้าธรรมเนียมของครอบครัว

  • Mafia Possession รักโดยปรปักษ์   บทที่ 101

    ห้าปีต่อมา “จีนี่!! จีนี่ ลูกอยู่ไหน” เสียงแหลมๆ ของมารดาดังขึ้นในช่วงบ่ายของวันหนึ่ง ซิดนีย์ถือลิปสติกแท่งโปรดของตนเองในมือพร้อมกับตะโกนเรียกลูกสาวคนโตทั่วบ้าน “จู่นี่!” ยัยตัวแสบตะโกนแข่งกลับมาเช่นเดียวกัน ซึ่งมันดังมาจากทางหน้าบ้าน ซิดนีย์เดินตามเสียงของลูก

  • Mafia Possession รักโดยปรปักษ์   บทที่ 100

    หลายเดือนต่อมา หลังจากงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้งานหมั้น ผลผลิตแห่งความรักจากเกาะฮ่องกงก็เริ่มทำงาน ซิดนีย์มีพยานรักนอนขดตัวอยู่ในท้องในวันแต่งงานอย่างที่ต้องการจริงๆ แต่หลังจากนั้นชีวิตคู่กลับไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง เธอวาดฝันว่ากันภัยจะมีเวลาว่างอยู่ด้วยกัน เพื่อดูแลตนเอง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status