Masuk"หนี้ที่เธอติดฉันมันชดใช้ด้วยเงินไม่ได้หรอกนะ เพราะมัน... ต้องชดใช้ด้วยชีวิต"
Lihat lebih banyakวันนี้ลลินก็มาทำงานพร้อมกับคนตัวสูงตามเดิม แต่ที่แปลกไปจากทุกวันคือนักข่าวและสื่อต่างๆ ที่มายืนรอกันอยู่หน้าบริษัทมากจนเธออดที่จะแปลกใจไม่ได้หลังจากแยกกันขึ้นมาทำงานตามหน้าที่ตัวเองแล้วเธอถึงเพิ่งได้รู้จากพี่พนักงานในแผนกว่าที่สื่อต่างๆ มายืนรอกันอยู่ด้านล่างเพราะจะรอแถลงการณ์ทำข่าวการฉ้อโกงบริษัทซึ่งเธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ"น้องลินครับท่านประธานเรียกครับ""ท่านประธานเหรอคะ""ครับ พี่หมายถึงท่านประธานจริงๆ น่ะครับ""คุณพ่อมาบริษัทเหรอคะ""ครับ น้องลินไม่รู้เหรอครับพี่คิดว่ารู้แล้วซะอีก""ไม่ค่ะ ลินไม่รู้อะไรเลยค่ะ งั้นลินขอตัวก่อนนะคะ""ครับ" โจ้มองตามร่างบางของหญิงสาวไปด้วยความงุนงง เรื่องใหญ่ขนาดนี้ในฐานะที่เธอเป็นถึงลูกเจ้าของบริษัทแต่กลับไม่รู้อะไรเลยมันเป็นไปได้ด้วยเหรอ แต่เขาก็เลือกที่จะเก็บความคิดนั้นไว้เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นแค่พนักงานตัวเล็กๆ คนหนึ่งของบริษัทอยู่ดีลลินก้าวเข้ามาด้านในห้องประชุมโดยมีพ่อเธอนั่งอยู่หัวโต๊ะ ถัดลงมาด้านขวามือคือคนที่เธออยู่ด้วยเมื่อคืนนี้และมาทำงานพร้อมกันเมื่อเช้าฟันคมกัดลงบนกลีบปากอวบอิ่มล่างเบาๆ ด้วยความประหม่าเมื่อสายตาหลายคู่จ
ลลินขึ้นมายังชั้นผู้บริหารเพื่อจะได้กลับบ้านพร้อมกันกับมาเฟียหนุ่ม เรียวขาสวยก้าวออกจากช่องลิฟต์คับแคบออกมา เธอส่งยิ้มบางให้กับลูกน้องของเขาที่ยืนเฝ้าอยู่ประจำจุดก่อนจะสาวเท้าบางเข้าไปด้านในห้องทำงานดวงตากลมโตกวาดสายตามองทั่วห้องแต่ยังคงพบเพียงความว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่เธอกำลังตามหาเลยสักนิด มือบางควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋ายกขึ้นมากำลังจะกดต่อสายหาเขาพอดีกับที่ประตูห้องทำงานถูกเปิดเข้ามาพอดี"คุณลลิน""พี่บรู๊ค""มารอนายเหรอครับ""ใช่ค่ะ พี่แม็กซ์มีประชุมหรือคุยกับลูกค้าเหรอคะ ลินไม่เห็นเขาเลย""นายมีงานด่วนนิดหน่อยครับอีกชั่วโมงคงจะเสร็จ คุณลลินจะกลับก่อนก็ได้นะครับ""ลิน... นั่งรอพี่แม็กซ์ในห้องก็ได้ค่ะ""งั้นผมจะลงไปบอกนายให้นะครับ""ค่ะ"มือซ้ายคนสนิทพยักหน้าให้เธอเล็กน้อยแล้วเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานกว้างหยิบแฟ้มเอกสารที่วางบนโต๊ะด้านหน้าขึ้นมาถือไว้ หมุนตัวกลับมายิ้มเล็กน้อยให้กับคนตัวเล็กที่ทิ้งตัวลงบนโซฟาก่อนจะเดินออกจากห้องไปหญิงสาวร่างเล็กใช้เวลาอยู่กับโทรศัพท์มือถืออยู่ภายในห้องทำงานของมาเฟียหนุ่มตลอดระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงเต็ม แต่เขายังไม่มีทีท่าว่าจะเสร็จสักทีความง่วง
ลลินยืดตัวขึ้นบิดขี้เกียจหลังจากนั่งหลังขดหลังแข็งมานานกว่าสามชั่วโมง ดวงตากลมโตเงยขึ้นมองเวลาบนนาฬิกาบนผนังห้องเมื่อเห็นว่าอีกไม่กี่นาทีก็จะได้เวลาพักกลางวันแล้วจึงหลุบตาลงหันมองออกไปยังนอกแผนกก่อนจะชะงักนิ่งลดมือลงเมื่อเจอเข้ากับร่างสูงของแม็กซ์เวลล์ที่กำลังเดินเข้ามาพอดี"น้องลินไปทานข้าวด้วยกันไหมครับ""เออ...""คุณลลินขึ้นไปพบผมบนห้องด้วยครับ"เสียงทุ้มนิ่งดังขึ้นก่อนที่คนตัวเล็กจะได้ทันตอบคำชวนของรุ่นพี่พนักงาน เธอหันกลับมามองยังร่างสูงของมาเฟียหนุ่มแล้วตวัดลิ้นเลียริมฝีปากเสียงหัวใจเต้นถี่รัว"ตอนนี้เป็นเวลาพักเที่ยงแล้วครับผมคิดว่ามีอะไรค่อยหลังจากพักกลางวันจะดีกว่านะครับ" โจ้ออกความเห็นเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กเงียบไปเหมือนมีความลำบากใจอยู่ไม่น้อยที่จะปฏิเสธคนตรงหน้าออกไป"คุณทำให้ผมชักจะอยากรู้แล้วว่าตกลงผมเป็นใครแล้วคุณเป็นใครกันแน่ คำพูดผมกับคำพูดคุณใครมันจะสำคัญกว่า""....""ผมเป็นผู้ดูแลงานแทนคุณจักรินทร์ก็เท่ากับว่าเป็นประธานของคุณในตอนนี้ ก่อนจะพูดอะไรก็ควรจะคิดดีดีก่อนนะครับคุณ... จิรายุ" หลุบตาลงมองป้ายชื่อบนอกข้างซ้ายของคนด้านข้าง แววตานิ่งจ้องใบหน้าหล่อของอีกคนนิ่งจนบร
วันต่อมา..."....""ลินหายดีแล้วค่ะไม่มีไข้ไม่ปวดหัวไม่เวียนหัวแล้ว""ปากแข็งล่ะสิ""จริงๆ นะคะ ไม่เอาไม่พูดแล้วลินต้องเข้าไปแล้วเมื่อวานก็ลาป่วยไปแล้วถ้าวันนี้ยังลาอีกคงต้องรับการพิจารณาจากบริษัทใหม่แล้วล่ะค่ะ""พี่เป็นคนประเมินว่าเราจะผ่านหรือเปล่า ไม่เห็นต้องมาลำบากฝึกงานเลยทั้งที่เป็นบริษัทตัวเองแท้ๆ""ลินไม่อยากให้คนมองว่าใช้เส้นสายค่ะ อีกอย่างลินอยากเรียนรู้งานจริงๆ ตอนที่จะเข้ามาดูแลงานแทนคุณพ่อจะได้คุ้นเคยกับทุกแผนกด้วย""ดื้อจริงๆ เลย""หึหึ ไปนะคะจุ๊บ~"ลลินยื่นหน้าหอมแก้มสากเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวลงจากรถหรูโดยมีบรู๊คทำหน้าที่เปิดประตูรออยู่ด้านนอก เธอหันส่งยิ้มกล่าวเสียงหวานเป็นการขอบคุณมือซ้ายคนสนิทของเขาแล้วเดินตรงมายังลิฟต์ในชั้นจอดรถวีวีไอพีที่ซึ่งเธอเพิ่งรู้มาหมาดๆ ว่ามีชั้นนี้ด้วย เพราะปกติทุกครั้งที่มาบริษัทเธอจะจอดในลานจอดล็อกของผู้บริหารเลยไม่รู้ว่ามีชั้นนี้ด้วยร่างเล็กยืนมองตัวเลขที่กำลังขึ้นไปยังชั้นแผนกที่ทำงานกระชับสายกระเป๋าสะพายเข้าแนบกายมากขึ้นแล้วก้าวเท้าเดินออกมาด้านนอกเมื่อลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นที่หมายแล้ว"สวัสดีค่ะพี่โจ้""น้องลินสวัสดีครับ หายแล้วเหรอเห็นว่าเม