LOGINเพราะความที่เธอเผลอไปได้ยิน ได้เห็นอะไรที่มันเป็นตัวตนอีกด้านของเขา ทำให้เขาต้องตามมาปิดปากเธอ แต่เขากลับยัดเยียดตำแหน่ง 'ของเล่น' ให้เธออย่างไม่เต็มใจและยังขืนใจเธออย่างโหดร้าย
View More"ปู่อยู่โซนไหนคะเนี่ย"
'ถึงแล้วเหรอ เดี๋ยวพี่ออกไปรับตอนนี้อยู่ไหน'
"หนู.. อยู่หน้าบาร์เทนเดอร์โซนบีค่ะ"
'โอเค เดี๋ยวพี่ไปรับรออยู่นั่นแหละ'
มือเล็กจัดการเก็บเครื่องมือสื่อสารกลับลงในกระเป๋าสะพายข้าง
สายบัว มองเหล่านักท่องราตรีที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกกลางฟลอร์อย่างไม่มีใครยอมใครด้วยแววตานิ่ง แสงไฟหลากหลายที่ส่องกระทบลงมาเหมือนแสงเงาสะท้อนจากกระจก เสียงเพลงที่ดีเจบนเวทีเปิดดังจนเธอต้องใจกระตุกทุกครั้ง
ฟันคมกัดริมฝีปากล่างที่เคลือบลิปสติกสีหวานไว้อย่างชั่งใจ เธอไม่ชอบอะไรที่เสียงดังอย่างนี้เลยสักนิด หากไม่ใช่เพราะงานเลี้ยงปู่รหัสที่เจ้าตัวระบุว่าต้องเป็นที่นี่เท่านั้น เธอสัญญาเลยว่าเธอจะไม่ขอก้าวเข้ามาใกล้ที่นี่เลยสักครึ่งก้าว
ดวงตากลมเบือนออกจากฟลอร์หันมองรอบกาย มือเล็กยกขึ้นมาลูบไล้แขนเรียวแผ่วเบาเพราะความเย็นที่ปะทะเข้ามา เสื้อเกาะอกตัวเล็กถูกสวมทับด้วยเสื้อผ้ามุ้งผืนบางปล่อยชายลอยออกนอกกระโปรงยีนส์สีซีดตัวเล็กที่สั้นเลยเข่าขึ้นมาเป็นคืบ ผมดัดลอนสีดำวาวถูกรวบต่ำไว้กลางหลัง ช่วยขลับใบหน้าหวานให้ดูโดดเด่นขึ้น
สายบัวกระชับกระเป๋าสะพายข้างด้วยความประหม่าเมื่อเผลอไปสบตาเข้ากับสายตาโลมเลียที่จ้องมองเธออย่างเปิดเผย ใบหน้าหวานก้มลงเล็กน้อยนึกหวั่นใจกลัวขึ้นมา อธิษฐานขอให้ปู่รหัสเธอมาเร็วเข้า และดูเหมือนคำอธิษฐานของเธอจะได้ผลเมื่อมือหนาของใครบางคนเข้ามากอดรัดลำคอระหงเข้าหาอกแกร่ง พร้อมกับเสียงเรียกที่คุ้นหู
"มายืนทำอะไรตรงนี้ ไม่กลัวรึไง"
"พี่ไทม์"
"ทำหน้าเอ๋ออยู่ได้ ไป!"
เสียงเข้มดังขึ้นก่อนจะลากคอหญิงสาวร่างเล็กให้ออกเดินตาม เขายังคงบ่นพึมพำอยู่ลำพังโดยที่เธอเองก็ฟังไม่ได้ศัพท์ เพราะเสียงเพลงที่ดังมาก และผู้คนที่บดเบียดกันทำให้ต้องคอยหลบตลอดเวลา
"บัว ไทม์ พี่กำลังจะไปหาเลย แล้วนี่มาด้วยกันได้ไง"
"รอให้ไปหาเองคงต้องหามกลับกันทั้งหมดนี่แล้ว"
ยังไม่ทันที่สายบัวจะได้ตอบกลับปู่รหัสที่หน้าตื่นเพราะเจอเธอก่อนที่เขาจะไปรับหน้าบาร์เทนเดอร์ที่เธอแจ้งไว้ คนข้างๆ ที่ยังคงยืนล้วงกระเป๋ากอดคอเธอไว้ก็เอ่ยขึ้นมาก่อน
ปอนมองหน้าน้องรหัสด้วยความงุนงง ก่อนจะหันกลับมามองหลานรหัสที่ยืนยิ้มแห้งส่งให้อีกครั้ง
"มีอะไร เกิดอะไรขึ้น"
"เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรเลยค่ะปู่ ใช่ไหมคะพี่ไทม์"
ข้อศอกเล็กกระทุ้งเร่งเร้าให้คนด้านข้างตอบ ไทม์หันกลับมาจ้องคนตัวเล็กด้วยสายตาดุ พร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบท้องแกร่งที่โดนศอกเล็กกระทุ้งใส่
"ไทม์!"
"เออ.. ไม่มีไรหรอก แค่เกือบมี"
"อะไรคือเกือบมี"
"เปล่าหรอกค่ะปู่ แค่มีคนมองหนูเองแต่พี่ไทม์ก็มาซะก่อนเลยไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลับไปนั่งที่โต๊ะเถอะค่ะเดี๋ยวจะหมดสนุกเอาซะเปล่า"
สายบัวยกแขนแกร่งที่พาดลำคอเล็กออก ก่อนจะจับข้อแขนหนาของปู่รหัสให้กลับไปยังโต๊ะที่จองไว้โดยที่ปอนเองก็ได้แต่มองหน้าน้องรหัสกับหลานรหัสสลับไปมา
ไทม์ดันลิ้นกับกระพุ้งแก้ม ยกมือเท้าเอวแล้วเดินตามทั้งสองไปเงียบๆ
"บัว แกมาสายนะ"
"เอาน่าไหนๆ ก็มาถึงแล้วจะบ่นเป็นยายไปทำไม"
สายบัวปล่อยแขนหนาออก เดินไปหย่อนกายนั่งลงข้างเพื่อนสนิทอย่างนาเดียที่มาถึงก่อนหน้าแล้ว เธอหันไปทักทายยายรหัสของเพื่อนตามด้วยพี่รหัสที่นั่งถัดมา
"สรุปไม่มีไรแน่นะ"
ปอนที่นั่งลงข้างแฟนสาวเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง ตาคมมองจ้องหลานรหัสกับน้องรหัสอย่างจับผิด
"ไม่มีจริงๆ ค่ะปู่ ทำไมคะไม่ไว้ใจหนูหรือไง"
"อืม.. ไม่มีก็ไม่มี แต่ถ้ามีใครรังแกรีบบอกเลยเดี๋ยวจะจัดการให้"
"ค่ะ" เธอรับคำมั่นเหมาะก่อนจะหันไปแสยะยิ้มให้พี่รหัสที่มาหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ กัน
ไทม์เมินสายตาดุที่คล้ายจะน่ารักของน้องรหัส ยกแก้วคริสตัลบรรจุน้ำสีอำพันด้านในขึ้นดื่ม
แก้วน้ำพั้นซ์สีสวยถูกเลื่อนเข้ามาวางด้านหน้าด้วยฝีมือพี่รหัสหน้านิ่งที่จ้องมองมาเงียบๆ สายบัวยิ้มขอบคุณก่อนจะยกแก้วน้ำพั้นซ์ขึ้นจิบเบาๆ เธอไม่ค่อยอยากจะลิ้มลองของมึนเมาสักเท่าไหร่ เพราะรู้ว่าตัวเองคออ่อนแค่ไหน แต่มาในสถานที่แบบนี้ก็คงต้องจิบไว้เล็กน้อยเพื่อไม่ให้เสียน้ำใจคนเลี้ยง แต่ก็ยังคงมีพี่รหัสและปู่รหัสที่เฝ้ามองห่างๆ อย่างห่วงใย
"อีกสองอาทิตย์ก็ต้องหาฝึกประสบการณ์ในสถานที่จริงแล้ว แล้วบัวหาที่ฝึกได้รึยัง"
"ไม่ต้องห่วงค่ะพี่แก้ว หนูกับนาเดียไม่แยกจากกันหรอกค่ะ เพราะหนูกลัวยัยนาเดียจะร้องไห้เพราะทนคิดถึงไม่ไหว"
"ย๊ะ! แม่สายบัว ใครกันที่จะร้องไห้ ฉันคนหนึ่งล่ะที่จะไม่ร้อง"
"หื้ม~ จริงหยอ แล้วใครนะที่บอกจะไม่ยอมไปฝึกคนเดียวหากไม่มีบัวไปด้วย"
"ยัยกวนประสาท อย่ามาอ้อนฉันนะขนลุก"
สายบัวเมินถ้อยคำและท่าทางของเพื่อน เธอส่งยิ้มบางๆให้ยายรหัสของนาเดียก่อนจะกลับมานั่งตัวตรงในที่ของตัวเอง
"มีอะไรให้ช่วยบอกพี่ได้นะ ยังไงซะก็เป็นหลานรหัสปอน ทั้งยังเป็นเพื่อนเดียอีก"
"ขอบคุณค่ะพี่แก้ว นี่ถ้าหนูไม่ได้พี่ปอนเป็นปู่รหัสนะคะหนูจะแย่งยายรหัสของนาเดียมาเป็นของตัวเองเลยค่ะ คนอะไรไม่รู้ทั้งสวยทั้งเก่งแถมยังใจดีอีกด้วย จริงไหมคะปู่"
"เราก็พูดเกินไป"
แก้วก้มใบหน้าลง สองพวงแก้มแดงเพราะคำเยินยอของหลานรหัสแฟนหนุ่ม ครั้นหันมองตามความรู้สึกที่ถูกจ้องมองมาก็ต้องหลุบตาลงอีกครั้งเพราะรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อนั้น มือเล็กแสร้งยกแก้วด้านหน้าขึ้นจิบแก้เขินไปพลางๆ
"เลิกมองเถอะเฮีย สงสารคนไม่มีคู่บ้างสิวะ"
"เออ! แม่งจ้องจนมดขึ้นเต็มโต๊ะแล้วไหมวะ"
ไทม์วางแก้วในมือลงเอ่ยแซวเสียงดัง ล้มตัวลงพนักพิงหลังพาดแขนยาวไปด้านหลังคนตัวเล็ก จ้องมองพี่รหัสด้วยสายตาล้อเลียน ต่อด้วยเสียงเข้มของเพื่อนสนิทที่นั่งเงียบมานานเพราะแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปเยอะพอสมควร
สายบัวหัวเราะคิกคักกับนาเดียสองคน ส่งแววตาล้อเลียนปู่รหัสกับแฟนสาวอย่างไม่คิดปิด
จังหวะความมืดของแสงไฟดับลง เสียงเพลงที่ถูกกดเพื่อเปลี่ยนเพลงก็ดับลงเช่นกัน ดวงตากลมโตเผลอมองขึ้นไปยังด้านบนที่ยังคงมีแสงสลัวของไฟดวงเล็กตามทางเดินลงมา
โซนวีไอพีที่ต้องจองล่วงหน้า ปรากฏร่างของชายชุดดำหลายสิบคนที่ก้าวเดินขึ้นไปด้านบน ในจังหวะการก้าวเดินไม่รู้เพราะบังเอิญหรืออะไรดลใจ หนึ่งในชายชุดดำที่เดินอยู่โดดจากคนอื่น ซึ่งถูกเว้นระยะไว้พอประมาณ
ดวงตาคมเรียวปรายลงมองมายังด้านล่างซึ่งมีสายตาหลายคู่จับจ้องมองอยู่ ใบหน้าคมคายฉบับยุโรปนิ่งเรียบจนกลายเป็นเย็นชา เขาหันมาหยุดสบกับดวงตากลมที่จ้องมองไปเช่นเดียวกัน เพียงไม่กี่วินาทีก็เบือนหันกลับพร้อมกับลับร่างสูงที่ถูกผนังข้างบดบัง
ใจดวงน้อยเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่รู้เขาจะเผลอสบตากับเธอหรือไม่ แต่เธอสบตาเขาแน่นอน ใบหน้าคมคายที่แม้แสงไฟจะสลัวจนแทบมองโครงร่างไม่ออก แต่มันก็สามารถทำให้ใจดวงน้อยกระตุกเต้นรัวได้
"เป็นไร"
"ปะ... เปล่าค่ะ"
สายบัวสะบัดใบหน้าตอบกลับพี่รหัสที่ยื่นหน้าเข้ามาสังเกต เธอเบือนหน้าหนี หันมายกแก้วน้ำพั้นซ์ที่เหลือก้นแก้วขึ้นดื่มด้วยใจหวาดหวั่น โดยที่ไทม์เองก็เลิกสนใจน้องรหัสเช่นกัน
.
. .ดวงตากลมโตกลอกสายตามองฉากหน้าสวยงามของพิธีมงคลที่มีชื่อเธอกับแฟนหนุ่มโชว์หราอยู่หน้างานด้วยใบหน้างุนงง ดอกไม้หลากหลายถูกจัดแต่งตามเสาบ้านและทางเดินจนแทบจะจำไม่ได้ว่าสถานที่นี้คือบ้านที่เธออยู่มาแต่กำเนิดด้านหน้ามีสายธารกับจันทร์เจ้าพี่ชายกับพี่สะใภ้ยืนยิ้มรับอยู่ ถัดมาด้วยพี่เลี้ยงของหลานชายที่กำลังจับมือเล็กๆ ของก้อนแป้งอ้วนไว้ เด็กน้อยสวมชุดสูทสีขาวไว้ประดับด้วยช่อดอกไม้สีสดใสอยู่บนอกสายบัวเหลือบสายตากลับมามองคนด้านข้างที่จับกุมมือเล็กของเธอไว้ในอุ้งมือใหญ่ เธอไม่สังเกตเลยสักนิดว่าวันนี้เขาใส่สูทมา ถึงจะไม่ได้เต็มยศจนเหมือนกำลังออกงานแต่มันก็ผิดวิสัยของเขาที่ปกติจะใส่เพียงเสื้อเชิ้ตเท่านั้น หันกลับลงมามองชุดกระโปรงยาวของตัวเองแล้วแทบอยากจะกุมขมับ เธอไม่เคยเอะใจเลยสักนิดว่าเขาจะเล่นแบบนี้"ลีโอคุณเล่นอะไรคะ""...""หนูบัวมากันแล้วเหรอ"ยังไม่ทันที่คนตัวโตจะได้ตอบกลับแฟนสาว แขนเล็กก็ถูกฉุดรั้งเบาๆ จากเจ้าของเสียงแหลมเล็ก ใบหน้าสวยของนาตาลียิ้มแย้มก้มมองเรือนร่างเล็กที่ถูกสวมทับด้วยเดรสกระโปรงยาวสีกะปิ เลื่อนตากลับขึ้นมามองใบหน้าหวานอย่างชื่นชมอีกครั้ง"หนูบัวสวยที่สุดเลยลูก""ขอบคุ
"อืม~" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังในลำคอหนา กวาดมือหาคนข้างกายที่คอยกอดหลับใหลอยู่ด้วยกันเมื่อก่อนหน้านี้แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า พร้อมกับความเย็นของพื้นที่ด้านข้าง ลีโอยกมือขึ้นป้องแสงแดดอ่อนยามเย็นที่ลอดผ่านระเบียงห้องเข้ามาตกกระทบพื้นขึ้นแยงตา ปรับโฟกัสระดับสายตาให้เข้ากับแสงสว่างก่อนจะกวาดสายตามองหาคนตัวเล็กจนทั่วห้องห้องน้ำ ห้องแต่งตัวและโซฟาตัวยาวมีเพียงความว่างเปล่า ไร้ร่างและแม้แต่เงาของคนตัวเล็กมันทำใจแกร่งกระตุกคิดไปในทางลบจนรู้สึกหายใจอ่อนแรงลง แต่พอคิดได้ว่าเธอเป็นคนให้โอกาสตัวเขาเองแล้วคงไม่คิดหนีไปไหนใจก็กลับฟื้นมามีแรงขึ้นอีกครั้ง ร่างสูงหมุนตัวเดินออกจากห้องส่วนตัวก้าวขาเรียวยาวไปตามทางลงสู่ชั้นล่างของตัวคฤหาสน์ ในขณะที่สายตาก็คอยสอดส่องมองหาคนตัวเล็กแต่ก็ต้องผิดหวัง กลับพบแต่ความว่างเปล่าเช่นเดิม"มัมครับ บัวอยู่ไหน""กกอยู่คนเดียวมัมจะรู้ไหมหื้ม ลีโอ""มัมผมไม่เล่น"นาตาลีกลอกตามองร่างสูงของบุตรชายย่นคิ้วเข้าหากันแล้วเหยียดยิ้มมุมปาก หันความสนใจกลับมายังขนมไทยที่กำลังฝึกจากแม่ครัวคนไทยด้านหน้า ปล่อยให้บุตรชายยืนหน้าบึ้งอยู่กลางห้องครัวกว้างเพียงลำพัง"มัม!""...""ม
"อ๊ะ! พี่ลีโอ"ใบหน้าจิ้มลิ้มของลลินดูตกใจเล็กน้อย เมื่อหมุนตัวหันกลับมาแล้วเจอกับร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มยืนจังก้าอยู่กลางห้อง หันหน้ากลับไปมองประตูห้องแต่งตัวกลัวคนด้านในนั้นจะเดินออกมา"พะ... พี่คงไม่คิดจะคิดบัญชีกับลลินตอนนี้ใช่ไหมคะ""...""ทะ.. ที่ลลินทำไปเพราะอยากช่วยนะคะ ไม่ได้เจตนาคิดร้ายหรือ..""ฉันยกโทษให้ ออกไปได้แล้ว""คะ?"ดวงตากลมเอียงใบหน้ามองเขาอย่างงุนงง แต่กลับต้องชะงักดึงใบหน้ากลับมายิ้มหน้าแป้นเมื่อเจอกับสายตาเรียบเฉยตวัดกลับมาจ้องหน้าคนตัวเล็กโค้งศีรษะลงเล็กน้อยถอยเดินออกจากห้อง พอจะเข้าใจสถานการณ์ดีว่าเขาทั้งสองคงอยากอยู่ด้วยกันตามลำพังมากกว่าลีโอปรายหางตามองบานประตูหนาที่ปิดลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปยังห้องแต่งตัวที่มีคนตัวเล็กอยู่ด้านในร่างสูงยืนพิงขอบประตูมองดูเรือนร่างเล็กในชุดเดรสสีหวานลายดอกเดซีสีขาวเล็กๆ เต็มกระโปรงทรงเจ้าหญิงยาวเลยเข่าสวยเล็กน้อย มือเล็กยกขึ้นไขว้หลังพยายามรูดซิปยาวจากกลางหลังขึ้นมายังต้นคอหลังอย่างทุลักทุเล"เฮ้อ! ยากจัง"สายบัวแหงนเงยใบหน้าขึ้นเป่าลมออกปาก ยืดแขนออกข้างเล็กน้อยเพื่อคลายความคดงอของเส้นเอ็นก่อนจะพยายา
ร่างสูงก้าวพรวดพราดเข้ามายังด้านในตัวคฤหาสน์ทันทีโดยไม่รั้งรอให้รถจอดสนิท ใบหน้าคมคายดุดันจนลูกน้องที่ยืนเฝ้าประจำจุดไม่มีใครกล้าเข้ามาขวางหรือทักทายเลยสักคนลีโอตวัดสายตาคมกวาดสายตามองหาคนที่ต้องการเจอแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ยกมือขึ้นเท้าเอวดันลิ้นเข้ากระพุ้งแก้มด้วยความไม่สบอารมณ์ ดวงตาร้อนระอุแทบจะเผาไหม้ทุกอย่างที่ขวางหน้าได้"ไงไอ้ลูกชายไม่เจอกันนานเชียว""แด๊ด"นาธานเปิดแขนอ้ารับต้องการกลั่นแกล้ง แต่กลับได้รับเพียงสายตาดุดันตอบกลับมาจากบุตรชาย"บัวอยู่ไหน""มานั่งคุยกันก่อนดีกว่า เจอหน้าพ่อบังเกิดเกล้าก็ถามหาหญิงทันที แกนี่ไม่ไหวจริงๆ""ผมถามว่าสายบัวอยู่ไหน"ลีโอกดเสียงต่ำอย่างสุดจะทน เขาพยายามนิ่งไม่แสดงอารมณ์ร้อนใส่บิดาแต่เหมือนความพยายามนั้นจะมีแค่เขาที่กำลังทำ เพราะผู้เป็นบิดายังคงเอ่ยน้ำเสียงกวนจนอารมณ์ร้อนพลุกพล่าน"เสียงดังเอะอะอะไรกันลีโอ ถึงแกจะเป็นมาเฟียแต่ก็ควรจะมีความสัมมาคารวะคนที่เลี้ยงดูมาบ้าง ไม่ใช่เอาแต่อารมณ์ไม่ร้อนก็เย็นชาแบบนี้มาสาดใส่""มัมเอาเมียผมไปไว้ไหน"ร่างสูงละสายตาออกจากบิดาหลังได้ยินเสียงแหลมคุ้นเคยของมารดาดังแทรกเข้ามา ก่อนร่างเล็กจะก้าวเดินออ