تسجيل الدخولฟุบ!!
ฉันทิ้งตัวลงบนโชฟาด้วยท่าทางหนักใจ หลังจากเอายาไปใส่ในขวดไวน์ตามที่ยัยอายบอก ตอนแรกก็ไม่ได้รู้สึกอะไรหรอกนะ แต่พอได้ยินเพื่อนบอกว่าพอตเตอร์จริงจังกับยัยเด็กเรียน ฉันก็รู้สึกได้ถึงความซวยที่กำลังจะมาเยือนทันที และที่สำคัญไปกว่านั้น ยังมีคนมาเห็นอีก โอ๊ย! อะไรจะซวยขนาดนี้เนี๊ย! " เรียบร้อยแล้วเหรอ " ยัยอายเดินมาถามฉันขณะที่พวกเพื่อนๆกำลังสนุกกับการเลือกชุดที่จะใส่ไปปาร์ตี้คืนนี้ " อืม " " เรียบร้อย..แล้วทำไมทำหน้าแบบนั้น " " มีคนเห็น " คำตอบของฉัน ทำให้เพื่อนๆทุกคนต่างมองมาที่ฉันเป็นตาเดียว ก่อนที่พวกนางจะรุมล้อมกันเข้ามาถามฉันว่าใครเห็น เห็นตอนที่ฉันเอายาใส่เลยมั๊ย แล้วเขาได้ถามอะไรอีกหรือเปล่า -_-! หึ! ทำเหมือนกลัวนะ แต่พอฉันบอกให้ล้มเลิกแผนนี้ พวกนางกลับไม่ยอม ไม่รู้จะเกลียดอะไรนักหนา ... # เวลา 20:00 น. ผมยังคงนั่งอยู่ในงานปาร์ตี้ถึงแม้ว่าผมจะเริ่มเมาแล้วก็ตาม ก็ดื่มตั้งแต่มาถึงจนถึงตอนนี้ จะไม่ให้เมาได้ยังไงหล่ะครับ " ไอ้เคย์มันไม่คิดจะลงมาดื่มกับเพื่อนเลยเหรอวะ! " ผมถามออกไปขณะที่สายตาจับจ้องที่หญิงสาวคนหนึ่งตลอดเวลา ที่ผมมองเธอไม่ใช่ว่าผมชอบเธอหรอกนะ ที่ผมมองเธอเพราะผมอยากจะรู้ว่าเธอคิดจะทำอะไรกันแน่ ทำไมถึงได้เข้าไปทำอะไรลับๆล่อในห้องครัว แต่ถ้าจะให้ผมเดามันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ เพราะเธอมันนางมันร้ายที่ชอบทำอะไรร้ายๆอยู่ตลอด และตอนนี้ผมก็คิดว่าพวกเธอกำลังจะทำอะไรบางอย่าง " มองอะไรของมึง! " ไอ้เบสท์ถามผมด้วยท่าทางอยากเสือก พร้อมกับยื่นแก้วเหล้าให้ผม บางทีผมก็สงสัยว่ามันจะมอมเหล้าผมหรือไงถึงได้ชงมาถี่ขนาดนี้ "ตกลงมองใคร " " เปล่า! " ผมรับแก้วเหล้ามาดื่ม ขณะที่สายตายังคงจับจ้องที่ใครบางคนตลอดเวลา ตอนนี้ท่าทางของเธอมีพิรุธสุดๆ " มึงไม่คิดจะให้เมียดื่มอะไรเลยหรือไง " เมื่อผมไม่สนใจ ไอ้เบสท์มันก็หันไปถามไอ้เตอร์ที่นั่งดื่มเกือบเท่าผมแล้ว แต่เสือกไม่ให้คนข้างๆแตะต้องอะไรเลยสักแก้ว น่าสงสารเมียมันจริงๆเลย " ไม่เป็นไร ขอบใจนะ " เมียมันตอบเสียงหวาน เข้ากับรอยยิ้มหวานๆของเธอ บอกตามตรงว่าผมแพ้ผู้หญิงหวานๆอย่างเธอนะ เพราะมันดูน่ารักดี แต่น่าเสียดายที่เธอดันเสร็จไอ้เตอร์ซะก่อน " เดี๋ยวฉันไปเอาน้ำส้มมาให้ " เมื่อเห็นเมียไม่ได้ดื่มอะไร ไอ้เตอร์มันก็ลุกขึ้นไปเอาน้ำส้มให้เมีย ซึ่งเป็นโอกาสดีให้พวกที่ชอบสร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวคนอื่นได้้เริ่มแผนการเข้ามาชวนเมียไอ้เตอร์ดื่มทั้งๆที่ปกติไม่เคยพูดดีกับเธอเลยสักครั้ง " มาเที่ยวทั้งที ก็สนุกกับเพื่อนหน่อย จะเป็นเด็กดีไปถึงไหน ไอ้เตอร์มันไม่ว่าหรอก " " ใช่ ดื่มสักแก้วก็ยังดี " เพื่อนๆต่างคะยั้นคะยอให้เธอดื่ม " พวกนายอย่าไปบังคับเธอเลย บังคับยังไงเธอก็ไม่ดื่มหรอก เพราะเธอไม่เคยเห็นพวกนายเป็นเพื่อนอยู่แล้ว " ผู้หญิงในกลุ่มแม่มดพูดกระแนะกระแหนขึ้นมา " ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ..คือว่า.." ส่วนเมียไอ้เตอร์ก็ตอบไปด้วยท่าทางหนักใจ เพราะเพื่อนๆต่างจับจ้องไปที่เธอ หึ!! ดูก็รู้ว่าเป็นแผนของพวกเธอ " ถ้าอย่างนั้นก็ดื่มสักแก้วสิ หรือว่าเธอรังเกียจพวกเรา" ผู้หญิงในกลุ่มแม่มดรินไวน์ใส่แก้วแล้วยื่นมาตรงหน้าเมียไอ้เตอร์ จนเธอทนต่อแรงกดดันไม่ไหว จึงยื่นมือไปเพื่อจะรับแก้วนั้นมา ตอนนี้พวกแม่มดยิ้มพอใจกันใหญ่ หมับ!!! แต่ผมคงปล่อยให้เธอดื่มไม่ได้ จึงแย่งแก้วนั้นมา ทำเอาทุกคนเงียบแล้วมองมาที่ผมกันหมดโดยเฉพาะกลุ่มแม่มด " เธอดื่มก่อนสิ! " ผมยื่นแก้วเหล้าไปให้หญิงสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างหลังผู้หญิงที่ยื่นแก้วไวน์มา แน่นอนว่าพวกเธอไม่กล้าที่จะรับไปสักคน " หึ!! แก้วนี้มันมีอะไรถึงไม่กล้าดื่ม " ผมยกยิ้มที่มุมปากอย่างร้ายกาจ และจ้องมองที่กลุ่มหญิงสาวที่ร้ายกาจสมกับฉายาแม่มดปีศาจ ดูแค่นี้ก็รู้แล้วว่าของที่เธอใส่ลงไปในแก้วไวน์ เพราะเธอกำลังกลัวกับสิ่งที่เธอใส่ลงไปในนั้น " งั้นเธอดื่ม! " ผมลองยื่นแก้วไปตรงหน้าผู้หญิงอีกคนที่น่าจะสมรู้ร่วมคิดกับเรื่องนี้ แต่เธอเอาแต่ส่ายหน้าไม่ยอมดื่มแล้วมองไปยังอายตา " เธอสินะ! ตัวต้นเหตุ! " ผมเลื่อนแก้วไวน์มาหยุดตรงหน้าอายตา แต่เธอไม่พูดอะไรออกมา ได้แต่มองผมด้วยสายตาไม่พอใจ คงจะผิดหวังที่แผนไม่สำเร็จสินะ หลังจากที่โดนจับได้ทุกคนเงียบอยู่อย่างนั้นไม่มีใครกล้าพูดอะไร จนกระทั่งไอ้เตอร์เดินมา " มีอะไรกัน " ไอ้เตอร์ถามเสียงเรียบแล้วมองดูแก้วในมือของผม สลับกับพวกผู้หญิงที่ทำหน้าไม่สู้ดี หึ! เกิดกลัวขึ้นมาเลยหล่ะสิ พวกเธอน่าจะรู้ดีว่าไอ้เตอร์มันเป็นคนยังไง ถ้ามันรู้ว่าพวกเธอคิดจะทำอะไรกับเมียมัน พวกเธอได้ลงเรียนใหม่กันหมดแน่ แต่ไม่ใช่มหาลัยนี้! ไม่แน่ธุรกิจของครอบครัวพวกเธออาจจะมีปัญหาตามมาด้วย " ไม่มีอะไรหรอก พวกเราแค่แกล้งกันขำๆ สนุกกันต่อเถอะ! " ผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม ถ้าคนที่ไม่รู้คงจะคิดว่ามันปกติ แต่ไม่ใช่สำหรับคนที่เห็นเหตุการณ์มาอย่างผม คิดจะทำเลวๆแล้วปล่อยให้มันจบง่ายๆแบบนี้เหรอ ง่ายไปมั๊ยวะ! " หึ! ไม่มีอะไรงั้นเหรอวะ! ถ้างั้นเธอก็ดื่มสิ!! " ผมตะคอกเสียงดังแล้วเขายื่นแก้วไปตรงหน้าหญิงสาวที่เจอกันในครัวไม่กี่ชั่วโมงนี้ ซึ่งการกระทำของผมทำให้ทุกคนหันมามองที่หญิงสาวเป็นตาเดียว " ในแก้วนี้มีอะไร " ไอ้เตอร์ถามเสียงเข้ม แล้วหันไปมองหญิงสาวตรงหน้าผมด้วยสายตาดุดัน " ไม่มีอะไร " หมับ!!! ผู้หญิงที่ผมเจอในห้องครัวแย่งแก้วไวน์จากมือผม ผมลืมบอกไปว่าเธอชื่อทิชา ทันทีที่เธอแย่งแก้วไปเธอก็กรอกไวน์เข้าปากจนหมด อึก! อึก! " พอใจแล้วใช่มั๊ย ก็บอกแล้วไงว่ามันไม่มีอะไร " แล้วเธอก็ถามผมด้วยสายตานิ่งเรียบ ซึ่งผมเองก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อ คงต้องรอดูอาการของเธอ เพราะผมก็ยังไม่เชื่ออยู่ดีว่าในแก้วจะไม่มีอะไร หลังจากเธอได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจด้วยการดื่มไวน์จนหมด ทุกคนก็สนุกกันต่อ แต่อยู่ๆไอ้เตอร์จะถามขึ้นมา " ตกลงเมื่อกี้พวกนั้นคิดจะทำอะไร " " ทำเรื่องไร้สาระเหมือนที่เคยทำนั่นแหละ " ผมคิดว่ามันน่าจะรู้ความร้ายกาจของว่าที่คู่หมั้นตัวเองดีนะ " ยังไง " " มึงไม่ต้องรู้หรอก เดี๋ยวดูจัดการให้เอง " ผมบอกมันไปก่อนที่จะเดินออกมา เพราะผมเห็นใครบางคนเดินออกจากบ้านพักตรงไปยังชายหาดด้วยท่าทางร้อนรน .. ตึก! ตึก! ตึก! " หายไปไหนวะ! " ผมหยุดยืนที่ริมหาดแล้วมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เจอคนที่ผมตามออกมา ที่ตามหาไม่ใช่เพราะความพิศวาสแต่อย่างใด แค่จะมาดูให้หายสงสัย ว่าเธอใส่อะไรลงไปในแก้วในนั้น " เฮ้ย!! " แต่แล้วผมก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น เมื่อยัยนั่นวิ่งลงไปในทะเล ซึ่งเวลานี้คงไม่ใช่เวลาที่จะลงไปว่ายน้ำเล่นแน่ๆ ความดีอันน้อยนิดที่อยู่ในตัวผม ทำให้ผมรีบวิ่งเข้าไปช่วยเธอทันที หมับ!! " ทำบ้าอะไรของเธอวะ!! " ผมตะคอกออกไปแล้วรีบอุ้มร่างเล็กขึ้นมาจากน้ำโดยที่เธอไม่ได้ขัดขืนอะไร เอาแต่มองหน้าผมด้วยสายตาแปลกๆ ฟุบ!! ผมปล่อยเธอลงที่พื้นโดยไม่สนใจว่าเธอจะเป็นยังไง ผมยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเพื่อระงับอารมณ์ที่พลุกพล่าน เพราะตอนนี้ผมรู้สึกหัวเสียสุดๆ " เรื่องแค่นี้ ถึงกับฆ่าตัวตายเลยเหรอวะ! " ผมตะคอกออกไปอย่างหัวเสียแล้วมองที่ร่างสั่นเทาด้วยสายตาดุดัน ไม่คิดเลยว่าผู้หญิงร้ายๆอย่างเธอจะคิดสั้นแบบนี้ ผมรู้สึกผิดนะเว้ยถ้าเธอฆ่าตัวตายจริงๆ " ฉะ..ฉันไม่ได้ฆ่าตัวตาย " เธอตอบผมด้วยน้ำเสียงแหบพล่า แล้วมองหน้าผมด้วยสายตายั่วยวน หึ!! ร้ายแล้วยังร่านอีกนะ " ไม่ได้ฆ่าตัวตาย แล้วลงไปทำบ้าอะไรวะ!! " ผมถามออกไปเสียงเข้มแล้วแอบสังเกตุท่าทางแปลกๆของเธอไปด้วย ที่เธอตัวสั่นเครือเป็นเพราะเธอหนาวหรือว่ามันเป็นอาการของสิ่งที่เธอใส่ไปในแก้วนั้น " ฉันร้อน..อึก!! " ไม่นานเธอก็พูดออกมาด้วยท่าทางสุดทรมาน ปากบอกว่าร้อนแต่ร่างกายกลับสั่นเครือ แล้วยังโอบกอดตัวเองด้วยแขนทั้งสองข้าง อาการแบบนี้มัน... " อะ!..ภีม...ช่วยฉันหน่อย..ซี๊ดดดด!!!! " เธออ้อนผมด้วยน้ำเสียงกระเส่าแล้วพยายามคลานมาหาผม ท่าทางเร่าร้อนและเสียงลมหายใจที่รุนแรงกว่าคนปกติแบบนี้ ทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่าเธอเป็นอะไร " หึ!! ยาปลุกเซ็กส์สินะ! " ผมยกยิ้มที่มุมปากอย่างร้ายกาจเมื่อรู้สาเหตุของอาการของเธอ ผมควรจะสงสารหรือสมเพชเธอดีนะ ที่โดนยาที่ตัวเองเป็นคนใส่ลงไป .2 เดือนต่อมา ..ทิชาตื่นมาในอ้อมกอดอันอบอุ่นของชายที่รักเฉกเช่นทุกวัน สองเดือนกว่าแล้วที่เขาย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านกับเธอโดยที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็รับรู้ เธอกับเขาใช้ชีวิตร่วมกันราวกับสามีภรรยาทั้งๆที่ยังไม่แต่งงาน แต่เรื่องนั้นทิชากับครอบครัวไม่ได้ซีเรียสหรอกนะ แม่ให้อิสระกับเธอตัดสินใจเองได้เลย เพราะฉะนั้น…เธอจึงเลือกที่จะอยู่แบบนี้ ใช้ชีวิตด้วยกันแบบสงบสุขไม่ต้องมีพิธีอะไรมากมาย แค่ซื่อสัตย์ต่อกันก็พอ แต่สองเดือนคงไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้ ต้องใช้ชีวิตด้วยกันไปนานๆ และปรับตัวเข้าหากันในหลายๆด้าน Rrrrr~ขณะที่ทิชากำลังนอนคิดอะไรเพลินๆ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้นมา เจ้าของเครื่องที่ยังหลับสนิทจนเธอต้องเขย่าแขนปลุกขึ้นมารับสาย เขางอแงไม่ยอมลุกไปรับจนเธอตั้งท่าจะลุกขึ้นไปรับให้ "ไม่ต้องลุก เดี๋ยวไปเอง "พอเห็นเธอจะลุกขึ้นไปรับสายเขาก็บอกเธอด้วยน้ำเสียงอบอุ่นก่อนที่จะเดินโทงเทงไปหยิบมือถือที่ชาร์จอยู่ตรงมุมห้อง ทิชาก็ได้แต่มองตามร่างอันสมบูรณ์แบบอย่างหลงใหล ผู้ชายอะไรเพอร์เฟคไปทุกส่วนเลย โดยเฉพาะเจ้าแท่งใหญ่ที่ตื่นตัวในทุกเช้ายิ่งเพอร์เฟคสมเป็นชายชาตรี "คราบบบบ "ชายหนุ่มก
คำว่าอ่อนโยนหาไม่ได้จากผู้ชายชื่อภีม ทุกครั้งที่เขาขอมีอะไรกับเธอ เขาก็เผลอจัดหนักจนเธอเพลียไปหลายวัน ดูเหมือนว่าสภาพร่างกายของเธอมันไม่พร้อมจะสนองความต้องการให้เขาเหมือนที่ผ่านมา จนเธอเองก็เริ่มวิตกกังวล กลัวว่าสักวันเขาจะเบื่อและไปทำกับคนอื่น ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เธอควรจะทำยังไงดีนะ?เฮ้อ…ทิชาถอนหายใจออกมาด้วยท่าทางเหนื่อยใจ ใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความหนักใจจนคนที่อยู่ด้วยสังเกตเห็น หลายวันมานี้เธอรู้สึกกังวลไปหมด ไม่รู้ว่าเป็นอาการคนท้องหรือเป็นเพราะตัวเธอเองที่เริ่มงี่เง่าไร้เหตุผล"เป็นอะไร ฉันเห็นแกถอนหายใจแบบนี้ตั้งแต่ฉันมาถึงแล้วนะ " ลูกพีชเอ่ยถามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าจะมีปัญหากับพ่อของลูก "มีเรื่องให้เครียดนิดหน่อย " ทิชาบอกไปตามตรง เพราะรู้สึกอึดอัดใจมาหลายวันแล้ว ถ้าวันนี้ไม่ได้ระบายออกไป ความเครียดที่มีคงส่งผลไปถึงลูกในท้องแน่ๆ "เรื่องอะไร? " ลูกพีชเลิกสนใจมือถือแล้วหันมามองหน้าเพื่อนด้วยความเป็นห่วง ถึงเธอจะไม่เคยมีลูกและช่วยอะไรไม่ได้เลย แต่ก็สามารถรับฟังความทุกข์ของเพื่อนได้ เหมือนที่ทิชาเคยรับฟังเธอตอนที่เธอเศร้าจากอดีตแฟน"…." พอจะระบายก็ไม่รู้จะเริ่มตร
ตึกตักๆ เสียงหัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะและรู้สึกประหม่าเป็นอย่างมากเมื่อโดนสายตาคมจับจ้องอยู่ตลอดเวลาในตอนที่เธอกำลังพยายามเช็ดเครื่องสำอางออกจากใบหน้า จะไม่ให้เธอรู้สึกอะไรได้ยังไงหล่ะ ก็เขาเอาแต่จ้องมองเธออย่างไม่ละสายตาเลยแม้แต่วินาทีเดียวแต่ก็น่าแปลกเหมือนกันนะที่เธอไม่รู้สึกรำคาญหรือหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่ปกติเธอมักจะหงุดหงิดและอารมณ์เสียทุกครั้งที่มีคนจ้องมอง เป็นความรู้สึกเขิลซะมากกว่า " ต้องเช็ดแบบนี้ตลอดเลยเหรอ " ชายหนุ่มเอ่ยถามขณะที่จัดการถอดเสื้อผ้าออกจากร่างกายอย่างไม่อาย หลังจากถอดเสื้อผ้าออกจนหมด เขาก็นำมันไปทิ้งลงตะกร้ารวมกับเสื้อผ้าของเธอก่อนที่จะเดินโทงเทงมาหาหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้ากระจกด้วยท่าทางปกติต่างหากอีกฝ่ายที่รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวที่เห็นร่างเปลือยเปล่าแบบเต็มๆตา " ต้องค่อยๆเช็ดจนกว่าจะหมดเหรอ "เขายังคงถามอย่างใส่ใจและสนใจในสิ่งที่เธอทำ"…. "ทิชามัวแต่มองร่างกายอันสมบูรณ์จนไม่ได้ฟังคำถามของเขาเลย เธอรู้สึกสมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกในตอนที่เขาเข้ามาใกล้ จนกระทั่งชายหนุ่มได้หยิบขวดโทนเนอร์ในมือของเธอไปดูด้วยความสงสัย จึงทำให้สติของเธอกลับมา
ผมยาวสลวยปลิวไปตามแรงลมที่พัดผ่าน โชว์ให้เห็นใบหน้าเรียวสวยน่าหลงใหล เช่นเดียวกับบรรยากาศยามค่ำคืนที่งดงามเกินบรรยาย โดยเฉพาะตอนที่ได้มองจากชั้นบนสุดของตึกใหญ่ยิ่งมองเห็นความสวยงามอย่างชัดเจน ใบหน้าสวยเชิ่ดขึ้นเพื่อสูดเอาบรรยากาศดีๆที่ไม่ค่อยได้สัมผัสสักเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่เธอมักจะไปผับกับเพื่อนมากกว่ามานั่งในร้านอาหารหรูแบบนี้ บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านมามันช่างไร้ค่าไร้จุดหมายเสียจริง ทิชาถอนหายใจให้กับช่วงชีวิตที่ผ่านมา ที่หมดไปกับการเที่ยวเล่นไปวันๆ ไม่เคยคิดถึงอนาคตเลยสักครั้ง แต่ทว่าตอนนี้ความคิดของเธอนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เธออยากทำงาน อยากมีเงินเก็บ อยากจะสร้างอนาคตให้มั่นคงเพื่อเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้อง รอยยิ้มอ่อนโยนผุดขึ้นมาบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัวเมื่อนึกถึงสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่อยู่ในท้อง เธอค่อยๆเลื่อนมือไปวางที่หน้าท้องเบาๆด้วยความรู้สึกรัก โดยไม่ทันสังเกตว่ามีใครบางคนจ้องมองทุกการกระทำของเธอพร้อมรอยยิ้มเช่นกัน เขานั่งมองเธอด้วยความคิดที่เปลี่ยนไป จริงๆแล้วผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ร้ายอย่างที่เขาเคยกล่าวหา เธอมีความอ่อนหวานและอ่อนโยนซ่อนอยู่ "มองอะไร " ทิชาเอ่ยถามคนตรงห
ไม่นานภีมกับทิชาก็มาถึงโรงพยาบาลที่พอลเข้ารักษาตัว ทันทีที่รถจอดสนิท ภีมก็ลงไปเปิดประตูรถให้ทิชา พร้อมกับผายมือเชิญเธอลงจากรถด้วยท่าทางทะเล้นตามสไตล์ แต่ที่ทำไปก็เพราะอยากให้เธอยิ้มเท่านั้น "เชิญครับคนสวย " ไม่พูดเปล่า เขายังช่วยประคองร่างของเธออีกด้วย "กวนประสาท " ทิชาดุคนขี้แกล้งผ่านสายตา แต่เขากลับไม่สะทกสะท้าน มิหนำซ้ำยังคว้ามือเธอเข้าไปกุมไว้แล้วเดินไปด้วยกันท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย โดยไม่สนใจว่าเขากำลังนินทาพวกเขาอยู่ มันช่างเป็นภาพที่ชวนเมาท์มอยจริงๆ เมื่อท่านประธานหนุ่มไฟแรงที่เคยเปิดตัวว่ามีคู่หมั้นแล้ว แต่ตอนนี้กลับควงผู้หญิงอีกคน หญิงสาวบางคนถึงกับยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเพื่อส่งให้เพื่อนดูอีกด้วยถ้าเป็นเมื่อก่อน ทิชาคงไม่รู้สึกอะไรกับสายตาพวกนั้น แต่ตอนนี้ฮอร์โมนคนท้องมันทำให้เธอคิดมากขึ้นมาเสียอย่างนั้น หมับ!เมื่อเห็นว่าทิชากำลังประหม่ากับสายตาของผู้คน ภีมจึงยกแขนขึ้นมาโอบคอของเธอ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของและประกาศให้โลกรู้ไปในตัว จนกระทั่งมาถึงห้องที่พอลพักอยู่ แอดดด~ภีมเปิดประตูเข้าไปทันที แล้วก็พบพอลที่นอนอยู่บนเตียงและมีเบสท์นั่งอยู่ข้างๆ " เละเหมือนหมา! " ภี
หลังกลับมาจากห้าง ทิชาก็รีบกลับมาจัดการกับสภาพของตัวเองแบบเร่งด่วนก่อนที่พ่อของลูกจะกลับมาถึง เพราะเธอไม่อยากจะให้เขากลับมาเห็นเธอในสภาพนี้ "ดูให้หน่อย เนียนหรือยัง " ทิชาถามลูกพีชหลังจากใช้เครื่องสำอางปกปิดรอยแดงบนใบ้หน้าที่ได้จากการสู้รบในห้องน้ำ โชคดีที่เธอกับลูกพีชเก่งพอตัว จึงไม่มีใครเป็นอะไรมาก มีแค่รอยช้ำที่แก้มเท่านั้น ส่วนพวกนังเด็กปากดีนั้น โดนตบจนเลือดกลบปาก น่าจะได้หยอดน้ำข้าวต้มไปหลายวันเลยหล่ะ"ก็ดี แต่ก็ยังไม่เนียนเท่าไหร่ เอามานี่ เดี๋ยวทำให้ " ลูกพีชวางของในมือแล้วมาสนใจหน้าของเพื่อนแทน เพราะเพื่อนรักของเธอต้องไปเดทกับพ่อของลูกในคืนนี้ จะไปสภาพบอบช้ำไม่ได้เด็ดขาด "เอาให้เนียนเลยนะ " ทิชานั่งนิ่งให้ลูกพีชแต่งหน้าให้ แต่ยังไม่ทันได้แต่งเสร็จ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวตรงมายังห้องของเธอ แน่นอนว่าเธอจำเสียงฝีเท้าของเขาได้ดี "เขากลับมาแล้ว " ทิชาบอกลูกพีชด้วยท่าทางตื่น เพราะไม่คิดว่าพ่อของลูกจะกลับมาเร็วขนาดนี้ " ไหนแกบอกว่าหมอนั่นจะมาสองทุ่มไง " ลูกพีชเองก็ตื่นเต้นไม่ต่างกัน กลัวว่าเพื่อนจะโป๊ะแตก โดนจับได้ว่าไปมีเรื่องมา "ไม่รู้...เดี๋ยวฉันทำเอง แกรับหน้าไปก่อน แล้ว







