Masukวันต่อมา...
" โอ๊ย!!ถึงสักที! นั่งจนปวดตูดไปหมด " ยัยพีชพูดขึ้นมาพร้อมกับลุกขึ้นยืดเส้นสายไล่ความเมื่อยล้า ฉันเองก็เช่นกัน บอกเลยว่าโคตรเหนื่อย " เดินทางมาก็เหนื่อย แล้วต้องมายกกระเป๋าเองอีกเหรอเนี่ย! " " ยกไป! อย่าบ่น " " งือ~ ผิวฉันไหม้หมดแล้ว ครีมกับแดดอยู่ไหนเนี่ย! " " ยกกระเป๋าลงไปก่อน เดี๋ยวค่อยมา! " ฉันยกกระเป๋าออกมาขณะที่เพื่อนๆต่างพากันบ่นอุบอิบ ไม่รู้จะบ่นให้มันได้อะไร บ่นให้ตายก็ต้องยอกไปเองอยู่ดี เพราะที่นี่ไม่มีใครมาคอยปรนนิบัติเหมือนอยู่ที่บ้านหรอกนะ " โคตรหนักเลย มีใครเอาอะไรมายัดใส่กระเป๋าฉันหรือเปล่าเนี่ย " พวกนางยังคงบ่นไม่หยุด แต่ก็ดีที่รู้จักลากสัมภาระของตัวเองลงมา " แกว่าฉันไปอ่อยพวกผู้ชายมาช่วยยกดีมั๊ย " " ถ้าจะทำ..ก็ควรจะทำตั้งแต่มาถึงมั๊ย? " ฉันแขวะยัยพีชชอบคิดอะไรไร้สาระ ลากมาจนจะถึงบ้านพักแล้ว จะไปอ่อยให้เสียเวลาทำไม เอาเวลาไปนอนพักดีกว่ามั้ย? ลืมบอกไปว่าเกาะของพอตเตอร์สวยมากๆ บ้านพักหลายสิบหลังเรียงกันเป็นระเบียบราวกับหมูบ้านเศรษฐี ฉันได้ยินว่าทางมหาลัยตั้งใจจะทำเกาะนี้ให้เป็นเกาะที่เอาไว้จัดปาร์ตี้ให้นักศึกษาที่จบการศึกษาทุกรุ่น ฟุบ!! " ถึงสักที! " ฉันยัยพีชทิ้งตัวลงที่โชฟาอย่างหมดสภาพ และเพื่อนๆคนอื่นๆก็ตามเข้ามา จริงๆแล้วในกลุ่มเรามีกันอยู่6 คน แต่ก็มีเพื่อนต่างมหาลัยขอติดตามมาด้วยสองคน เป็น8คน พักห้องละ2คนพอดี " ฉันจองชั้นบน " ฉันพูดออกไปก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆยัยพีช ตอนนี้ทุกคนกำลังเลือกห้องพักกัน " อย่าลืมไปจัดการหล่ะ " ยัยอายหันมาบอกฉัน ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องพักห้องแรก(ที่อยู่ชั้นล่าง ) " แกต้องยอมนางไปถึงเมื่อไหร่กัน ฉันหล่ะหงุดหงิดแทน " ยัยพีชเบ้ปากด้วยท่าทางไม่พอใจ เพราะนางรู้เรื่องที่ยัยอายชอบแบล็คเมล์ฉัน " อีกไม่นานหรอก ตามน้ำไปก่อน ขี้เกียจทะเลาะ! " ฉันขนสัมภาระขึ้นมาบนห้องทันทีที่พูดจบ นอนพักเอาแรงหน่อย เรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที . . >> อีกด้าน " พี่มาถึงแล้วนะครับที่รัก คิดถึงหนูจังเลย " (หนูก็คิดถึงพี่ภีมค่ะ) " น่ารักจังเลย ถ้าอยู่ใกล้จะฟัดให้แก้มช้ำเลย " (งือ..พี่ภีมอะ) " แค่นี้ก่อนนะครับ พี่ยกของขึ้นไปเก็บก่อน " ผมรายงานสุดที่รักของผมทันทีที่มาถึงที่พักบนเกาะส่วนตัวของไอ้เตอร์ที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันดี ส่วนผมชื่อภีม เป็นคนที่ไม่โสด..แต่อยู่ในโหมดอิสระ เรียกง่ายๆคือผมอยากทำอะไรก็ได้ที่ผมอยากทำ ฟังดูอาจจะเห็นแก่ตัวนะ แต่ผมยังไม่แต่งงานไง ผมจะหยุดก็ต่อเมื่อผมแต่งงานเท่านั้น ตอนนี้ทุกคนแยกย้ายกันเอาข้าวของไปเก็บที่ห้องพัก พวกผมเองก็เช่นกัน ผมพักอยู่กับไอ้ฟีน(ฟีนิกซ์)กับไปแจ๊คและสาวๆที่พวกมันควงมาอีก2คน คงไม่ต้องให้ผมบอกหรอกนะว่ามันพาพวกเธอมาทำไม " พวกมึงนอนข้างล่างนะ กูจองชั้นบน ถ้าอยากแจมก็ตามขึ้นมา " ไอ้แจ็คมันบอกพวกผม ก่อนที่มันหิ้วสาวสวยหุ่นสะบึ้มสองคนขึ้นไปชั้นบน ฟังไม่ผิดหรอกครับ ไอ้นี่มันชอบเซ็กส์หมู่ และชอบเล่นหนังสดให้พวกผมดู แต่วันนี้ผมไม่มีอารมณ์จะดูหรอกนะ ถ้าดูแล้วเงี่ยนขึ้นมาแล้วจะยุ่ง " มันเงี่ยนมาจากไหนว่ะ! ทำเหมือนขาดของ ทั้งๆที่กูก็เห็นมันลากสาวกลับห้องทุกวัน " ไอ้ฟีนได้แต่ส่ายหัวให้กับความเงี่ยนไม่ดูเวลาของไอ้แจ๊ค ส่วนผมเดินแยกออกมาหากลุ่มเพื่อนที่กำลังจัดเตรียมปาร์ตี้กันอยู่ริมหาด ขณะที่ผมเดินผ่านบ้านพักหลังที่อยู่ติดกับหลังที่พบพักอยู่ ผมก็เจอกลุ่มแม่มด นางร้ายประจำห้องกำลังขนข้าวของเข้าไปในบ้านพัก แต่ผมไม่ได้สนใจที่จะช่วยหรอกนะ พวกเธอเก่งจะตาย เรื่องแค่นี้คงทำได้สบายอยู่แล้ว ถ้าผมเสนอหน้าเข้าไปช่วยมีหวังโดนด่าว่าเสือกแน่ๆ พอมาถึงบ้านพักหลังใหญ่ที่เป็นศูนย์รวมทุกอย่าง ผมก็เจอไอ้เตอร์จูงมือเมียเข้ามาพอดี นี่เป็นอีกเรื่องที่โคตรเซอร์ไพรส์ ผมแอบตกใจนะที่รู้ว่าไอ้เตอร์คบกับน้ำหวาน เพราะเธอกับมันต่างกันคนละขั้วเลย น้ำหวานเป็นเด็กทุนที่เรียนเก่งและขยันมาก เธอรับทำรายงานให้เพื่อนตั้งแต่อยู่ปีหนึ่ง จนกระทั่งเรียนจบ และเธอก็ที่มักจะถูกกลุ่มนางร้ายรังแกตลอด ผมเห็นแล้วโคตรสงสารเลย ก็เลยเข้าไปช่วยอยู่หลายครั้ง ส่วนไอ้เตอร์เพื่อนผมหน่ะเหรอ โคตรแบด มันเป็นคนนิ่งๆไม่สนใจใคร แม้กระทั่งคู่หมั่นของมัน ก็คนมันหล่ออะนะ จะไปแคร์ทำไม เลือกเมาท์แล้วไปทักทายมันดีกว่า " กว่าจะมาได้นะ " " คนอื่นหล่ะ " " เตรียมของจัดปาร์ตี้อยู่ริมหาด " " อืม..กูพาเมียไปพักก่อน " " อย่าพึ่งจัดหนักนักหล่ะ ยังมีเวลาอีกหลายวัน " ผมแซวมันตามปกติ ผมรู้นิสัยของเพื่อนดี เมียสวยขนาดนั้น ไม่เอาก็บ้าแล้ว! แต่จะเอาหรือไม่เอาก็เรื่องของมันเถอะ ตอนนี้ผมไปช่วยเพื่อนเตรียมของก่อนดีกว่า ... ผมเดินมาที่ริมหาดที่พวกเพื่อนๆกำลังจัดสถานที่ปาร์ตี้คืนนี้ แต่ดูแล้วผมน่าจะมาช้าไปนะ "มีอะไรให้ช่วยป่ะ? " " เสร็จหมดแล้ว แต่ถ้ามึงอยากช่วย ช่วยไปเอาเหล้ามาดีกว่า อยากเมาแล้ว " " หึ! แดกแต่หัววันเลยนะมึง " ผมแขวะมันไปงั้นแหละ ที่จริงผมก็อยากดื่มเหมือนกัน เดินทางมาตั้งหลายชั่วโมง ต้องดื่มแก้ปวดเมื่อยสักหน่อย " เอาน้ำแข็งโซดามาด้วย แล้วก็เอาไวน์มาให้สาวๆด้วย " " สัส! สั่งซะเยอะ ไม่บอกกูยกตู้เย็นออกมาด้วยเลยหล่ะ " ผมประชดมัน ก่อนที่ไอ้เบสท์มันจะเสนอตัวมาช่วย " ฮ่าๆ เดี๋ยวกูไปช่วย " ผมกับไอ้เบสท์เดินเข้ามาในบ้านใหญ่ ที่รวบรวมข้าวของทุกอย่างไว้ในนั้น ได้ยินว่าพ่อไอ้เตอร์(เจ้าของมหาลัย)ให้คนเอาของมาซับพอร์ตให้แบบจุใจเลย เสบียงอาหารและเครื่องโคตรเยอะ " กูจะไปเอาเหล้ากับโซดาในห้องเก็บของ ส่วนมึงไปเอาน้ำแข็งในตู้เย็นแล้วก็ไวน์ไปให้สาวๆด้วย " ไอ้เบสท์บอกผมก่อนที่ผมจะเดินไปตามที่มันบอก พอผมเดินเข้ามาในห้องครัว ผมก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังออกมาจากห้องครัว " มันจะดีเหรอ ถ้าเราโดนจับได้หล่ะ " ผมขมวดเป็นปมแล้วมองลอดช่องประตูไปดูด้วยความสงสัย ก่อนจะเห็นผู้หญิงที่ยืนอยู่ในตัวใส่อะไรบางอย่างลงไปในขวดไวน์แล้วกำลังจะเดินออกมา หมับ!! " ทำอะไร? " ผมอดที่จะถามไม่ได้จริงๆ ก่อนที่จะมองขวดไวน์ในมือเธอด้วยความสงสัย " ปะ..เปล่า " เธอตอบด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักแล้วรีบก้าวเดินออกไปอย่างร้อนรน ที่ดูยังไงก็มีพิรุธ .2 เดือนต่อมา ..ทิชาตื่นมาในอ้อมกอดอันอบอุ่นของชายที่รักเฉกเช่นทุกวัน สองเดือนกว่าแล้วที่เขาย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านกับเธอโดยที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็รับรู้ เธอกับเขาใช้ชีวิตร่วมกันราวกับสามีภรรยาทั้งๆที่ยังไม่แต่งงาน แต่เรื่องนั้นทิชากับครอบครัวไม่ได้ซีเรียสหรอกนะ แม่ให้อิสระกับเธอตัดสินใจเองได้เลย เพราะฉะนั้น…เธอจึงเลือกที่จะอยู่แบบนี้ ใช้ชีวิตด้วยกันแบบสงบสุขไม่ต้องมีพิธีอะไรมากมาย แค่ซื่อสัตย์ต่อกันก็พอ แต่สองเดือนคงไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้ ต้องใช้ชีวิตด้วยกันไปนานๆ และปรับตัวเข้าหากันในหลายๆด้าน Rrrrr~ขณะที่ทิชากำลังนอนคิดอะไรเพลินๆ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้นมา เจ้าของเครื่องที่ยังหลับสนิทจนเธอต้องเขย่าแขนปลุกขึ้นมารับสาย เขางอแงไม่ยอมลุกไปรับจนเธอตั้งท่าจะลุกขึ้นไปรับให้ "ไม่ต้องลุก เดี๋ยวไปเอง "พอเห็นเธอจะลุกขึ้นไปรับสายเขาก็บอกเธอด้วยน้ำเสียงอบอุ่นก่อนที่จะเดินโทงเทงไปหยิบมือถือที่ชาร์จอยู่ตรงมุมห้อง ทิชาก็ได้แต่มองตามร่างอันสมบูรณ์แบบอย่างหลงใหล ผู้ชายอะไรเพอร์เฟคไปทุกส่วนเลย โดยเฉพาะเจ้าแท่งใหญ่ที่ตื่นตัวในทุกเช้ายิ่งเพอร์เฟคสมเป็นชายชาตรี "คราบบบบ "ชายหนุ่มก
คำว่าอ่อนโยนหาไม่ได้จากผู้ชายชื่อภีม ทุกครั้งที่เขาขอมีอะไรกับเธอ เขาก็เผลอจัดหนักจนเธอเพลียไปหลายวัน ดูเหมือนว่าสภาพร่างกายของเธอมันไม่พร้อมจะสนองความต้องการให้เขาเหมือนที่ผ่านมา จนเธอเองก็เริ่มวิตกกังวล กลัวว่าสักวันเขาจะเบื่อและไปทำกับคนอื่น ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เธอควรจะทำยังไงดีนะ?เฮ้อ…ทิชาถอนหายใจออกมาด้วยท่าทางเหนื่อยใจ ใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความหนักใจจนคนที่อยู่ด้วยสังเกตเห็น หลายวันมานี้เธอรู้สึกกังวลไปหมด ไม่รู้ว่าเป็นอาการคนท้องหรือเป็นเพราะตัวเธอเองที่เริ่มงี่เง่าไร้เหตุผล"เป็นอะไร ฉันเห็นแกถอนหายใจแบบนี้ตั้งแต่ฉันมาถึงแล้วนะ " ลูกพีชเอ่ยถามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าจะมีปัญหากับพ่อของลูก "มีเรื่องให้เครียดนิดหน่อย " ทิชาบอกไปตามตรง เพราะรู้สึกอึดอัดใจมาหลายวันแล้ว ถ้าวันนี้ไม่ได้ระบายออกไป ความเครียดที่มีคงส่งผลไปถึงลูกในท้องแน่ๆ "เรื่องอะไร? " ลูกพีชเลิกสนใจมือถือแล้วหันมามองหน้าเพื่อนด้วยความเป็นห่วง ถึงเธอจะไม่เคยมีลูกและช่วยอะไรไม่ได้เลย แต่ก็สามารถรับฟังความทุกข์ของเพื่อนได้ เหมือนที่ทิชาเคยรับฟังเธอตอนที่เธอเศร้าจากอดีตแฟน"…." พอจะระบายก็ไม่รู้จะเริ่มตร
ตึกตักๆ เสียงหัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะและรู้สึกประหม่าเป็นอย่างมากเมื่อโดนสายตาคมจับจ้องอยู่ตลอดเวลาในตอนที่เธอกำลังพยายามเช็ดเครื่องสำอางออกจากใบหน้า จะไม่ให้เธอรู้สึกอะไรได้ยังไงหล่ะ ก็เขาเอาแต่จ้องมองเธออย่างไม่ละสายตาเลยแม้แต่วินาทีเดียวแต่ก็น่าแปลกเหมือนกันนะที่เธอไม่รู้สึกรำคาญหรือหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่ปกติเธอมักจะหงุดหงิดและอารมณ์เสียทุกครั้งที่มีคนจ้องมอง เป็นความรู้สึกเขิลซะมากกว่า " ต้องเช็ดแบบนี้ตลอดเลยเหรอ " ชายหนุ่มเอ่ยถามขณะที่จัดการถอดเสื้อผ้าออกจากร่างกายอย่างไม่อาย หลังจากถอดเสื้อผ้าออกจนหมด เขาก็นำมันไปทิ้งลงตะกร้ารวมกับเสื้อผ้าของเธอก่อนที่จะเดินโทงเทงมาหาหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้ากระจกด้วยท่าทางปกติต่างหากอีกฝ่ายที่รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวที่เห็นร่างเปลือยเปล่าแบบเต็มๆตา " ต้องค่อยๆเช็ดจนกว่าจะหมดเหรอ "เขายังคงถามอย่างใส่ใจและสนใจในสิ่งที่เธอทำ"…. "ทิชามัวแต่มองร่างกายอันสมบูรณ์จนไม่ได้ฟังคำถามของเขาเลย เธอรู้สึกสมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกในตอนที่เขาเข้ามาใกล้ จนกระทั่งชายหนุ่มได้หยิบขวดโทนเนอร์ในมือของเธอไปดูด้วยความสงสัย จึงทำให้สติของเธอกลับมา
ผมยาวสลวยปลิวไปตามแรงลมที่พัดผ่าน โชว์ให้เห็นใบหน้าเรียวสวยน่าหลงใหล เช่นเดียวกับบรรยากาศยามค่ำคืนที่งดงามเกินบรรยาย โดยเฉพาะตอนที่ได้มองจากชั้นบนสุดของตึกใหญ่ยิ่งมองเห็นความสวยงามอย่างชัดเจน ใบหน้าสวยเชิ่ดขึ้นเพื่อสูดเอาบรรยากาศดีๆที่ไม่ค่อยได้สัมผัสสักเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่เธอมักจะไปผับกับเพื่อนมากกว่ามานั่งในร้านอาหารหรูแบบนี้ บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าชีวิตที่ผ่านมามันช่างไร้ค่าไร้จุดหมายเสียจริง ทิชาถอนหายใจให้กับช่วงชีวิตที่ผ่านมา ที่หมดไปกับการเที่ยวเล่นไปวันๆ ไม่เคยคิดถึงอนาคตเลยสักครั้ง แต่ทว่าตอนนี้ความคิดของเธอนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เธออยากทำงาน อยากมีเงินเก็บ อยากจะสร้างอนาคตให้มั่นคงเพื่อเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้อง รอยยิ้มอ่อนโยนผุดขึ้นมาบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัวเมื่อนึกถึงสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่อยู่ในท้อง เธอค่อยๆเลื่อนมือไปวางที่หน้าท้องเบาๆด้วยความรู้สึกรัก โดยไม่ทันสังเกตว่ามีใครบางคนจ้องมองทุกการกระทำของเธอพร้อมรอยยิ้มเช่นกัน เขานั่งมองเธอด้วยความคิดที่เปลี่ยนไป จริงๆแล้วผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ร้ายอย่างที่เขาเคยกล่าวหา เธอมีความอ่อนหวานและอ่อนโยนซ่อนอยู่ "มองอะไร " ทิชาเอ่ยถามคนตรงห
ไม่นานภีมกับทิชาก็มาถึงโรงพยาบาลที่พอลเข้ารักษาตัว ทันทีที่รถจอดสนิท ภีมก็ลงไปเปิดประตูรถให้ทิชา พร้อมกับผายมือเชิญเธอลงจากรถด้วยท่าทางทะเล้นตามสไตล์ แต่ที่ทำไปก็เพราะอยากให้เธอยิ้มเท่านั้น "เชิญครับคนสวย " ไม่พูดเปล่า เขายังช่วยประคองร่างของเธออีกด้วย "กวนประสาท " ทิชาดุคนขี้แกล้งผ่านสายตา แต่เขากลับไม่สะทกสะท้าน มิหนำซ้ำยังคว้ามือเธอเข้าไปกุมไว้แล้วเดินไปด้วยกันท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย โดยไม่สนใจว่าเขากำลังนินทาพวกเขาอยู่ มันช่างเป็นภาพที่ชวนเมาท์มอยจริงๆ เมื่อท่านประธานหนุ่มไฟแรงที่เคยเปิดตัวว่ามีคู่หมั้นแล้ว แต่ตอนนี้กลับควงผู้หญิงอีกคน หญิงสาวบางคนถึงกับยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเพื่อส่งให้เพื่อนดูอีกด้วยถ้าเป็นเมื่อก่อน ทิชาคงไม่รู้สึกอะไรกับสายตาพวกนั้น แต่ตอนนี้ฮอร์โมนคนท้องมันทำให้เธอคิดมากขึ้นมาเสียอย่างนั้น หมับ!เมื่อเห็นว่าทิชากำลังประหม่ากับสายตาของผู้คน ภีมจึงยกแขนขึ้นมาโอบคอของเธอ เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของและประกาศให้โลกรู้ไปในตัว จนกระทั่งมาถึงห้องที่พอลพักอยู่ แอดดด~ภีมเปิดประตูเข้าไปทันที แล้วก็พบพอลที่นอนอยู่บนเตียงและมีเบสท์นั่งอยู่ข้างๆ " เละเหมือนหมา! " ภี
หลังกลับมาจากห้าง ทิชาก็รีบกลับมาจัดการกับสภาพของตัวเองแบบเร่งด่วนก่อนที่พ่อของลูกจะกลับมาถึง เพราะเธอไม่อยากจะให้เขากลับมาเห็นเธอในสภาพนี้ "ดูให้หน่อย เนียนหรือยัง " ทิชาถามลูกพีชหลังจากใช้เครื่องสำอางปกปิดรอยแดงบนใบ้หน้าที่ได้จากการสู้รบในห้องน้ำ โชคดีที่เธอกับลูกพีชเก่งพอตัว จึงไม่มีใครเป็นอะไรมาก มีแค่รอยช้ำที่แก้มเท่านั้น ส่วนพวกนังเด็กปากดีนั้น โดนตบจนเลือดกลบปาก น่าจะได้หยอดน้ำข้าวต้มไปหลายวันเลยหล่ะ"ก็ดี แต่ก็ยังไม่เนียนเท่าไหร่ เอามานี่ เดี๋ยวทำให้ " ลูกพีชวางของในมือแล้วมาสนใจหน้าของเพื่อนแทน เพราะเพื่อนรักของเธอต้องไปเดทกับพ่อของลูกในคืนนี้ จะไปสภาพบอบช้ำไม่ได้เด็ดขาด "เอาให้เนียนเลยนะ " ทิชานั่งนิ่งให้ลูกพีชแต่งหน้าให้ แต่ยังไม่ทันได้แต่งเสร็จ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวตรงมายังห้องของเธอ แน่นอนว่าเธอจำเสียงฝีเท้าของเขาได้ดี "เขากลับมาแล้ว " ทิชาบอกลูกพีชด้วยท่าทางตื่น เพราะไม่คิดว่าพ่อของลูกจะกลับมาเร็วขนาดนี้ " ไหนแกบอกว่าหมอนั่นจะมาสองทุ่มไง " ลูกพีชเองก็ตื่นเต้นไม่ต่างกัน กลัวว่าเพื่อนจะโป๊ะแตก โดนจับได้ว่าไปมีเรื่องมา "ไม่รู้...เดี๋ยวฉันทำเอง แกรับหน้าไปก่อน แล้ว







