Share

PLAYBOY : 4

Penulis: C
last update Terakhir Diperbarui: 2024-11-22 12:20:06

Chris Part

.

“รับทราบครับหม่าม้า คร้าบ” ผมรับคำหม่าม้าก่อนจะเก็บมือถือเข้ากระเป๋า และมุดรถเข้าไปหยิบของที่เตรียมมาด้วยความทุลักทุเล

ผมชื่อคริส อายุยี่สิบสองปี เป็นลูกครึ่งไทยจีนที่ได้ยีนส์เด่นจากทั้งสองเชื่อชาติมาอย่างลงตัว จนผมอยากจะกราบขอบคุณป๊าและหม่าม้างาม ๆ ที่ปั้นลูกชายออกมาได้ดีขนาดนี้ พูดไปก็จะหาว่าอวยตัวเอง

ส่วนวันนี้ผมมาเยี่ยมญาติห่าง ๆ ที่เข้าโรงพยาบาลแทนป๊าและม้า จะบอกว่ามาเยี่ยมแทนก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะผมมาของผมเองไม่มีใครสั่ง อันที่จริงแล้วสองบ้านนี้ไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ ทั้งป๊า ม้า และน้องสาวของผมไม่อยากเข้าใกล้ครอบครัวนี้ มีแค่ผมคนเดียวที่ไม่สนใจความบาดหมางและตัดสินใจมาเยี่ยมเขาด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นคงโดนคนครหาว่าตระกูลผมมันแล้งน้ำใจ คนคุ้นเคยกันเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลแท้ ๆ แต่ไม่คิดจะมาดูดำดูดีเลย และพอหม่าม้ารู้เข้าก็โทรมาสวดจนหูชา แถมย้ำนักย้ำหนาว่าให้รีบเยี่ยมรีบกลับ

“ประเทศไทยแม่งโคตรร้อน” ผมบ่นกับตัวเองทันทีที่ได้เข้ามาสัมผัสแอร์เย็น ๆ ในโรงพยาบาล เมื่อกี้ตอนอยู่ข้างนอกเหมือนอยู่ในเตาอบ แค่ไม่กี่นาทีเล่นเอาเหงื่อไหลออกมาเหมือนน้ำ ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้เป็นช่วงกลางเดือนมกราด้วยซ้ำ ถ้าเป็นประเทศอื่นคงหนาวปากสั่นหรือไม่ก็หิมะตกไปแล้ว ประเทศไทยนี่ไม่มีหน้าหนาวจริง ๆ เชื่อเขาเลย

ผมเลิกตัดพ้อน้อยใจกับอากาศและก้าวเดิน ตั้งใจจะไปถามเจ้าหน้าที่ว่าคนที่มาเยี่ยมพักรักษาตัวอยู่ห้องไหน แต่กลับถูกร่าง ๆ หนึ่งเดินเข้ามาชนเสียก่อน

ผลั่ก!

ตุ๊บ!

ข้าวของในมือผมหล่นกระจาย และตัวผมเซน้อย ๆ จากแรงกระแทก แต่เพราะว่าคนที่เข้ามาชนเธอเป็นผู้หญิงรูปร่างบอบบางสูงประมาณร้อยหกสิบกลาง ๆ ส่วนผมเป็นชายไทยที่สูงเกินมาตรฐานมาหลายเซนติเมตรเลยทำให้เธอเป็นฝ่ายล้มลงไป ส่วนผมก็มีแค่ของที่หล่นแค่นั้น

“คุณ เป็นอะไรหรือเปล่า” ผมรีบเข้าไปดูอีกฝ่าย ทั้ง ๆ ที่อยากจะโวยวายเพราะเธอเป็นคนเดินไม่ดูตาม้าตาเรือเอาซะเลย แต่เพราะผมเป็นผู้ชายที่ให้เกียรติและเอ็นดูผู้หญิงเป็นพิเศษเลยเลือกที่จะแสดงความห่วงใยกับอีกฝ่ายแทน

“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอตอบรับก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นโดยมีผมช่วยพยุงอยู่ไม่ห่าง ก่อนที่เธอจะก้มลงไปเก็บของ ๆ ตัวเองเงียบ ๆ

“มา ผมช่วย” ผมอาสาช่วยเธอเก็บข้าวของที่กระเด็นไปคนละทิศละทาง แอบเห็นว่ามีกระดาษแผ่นหนึ่งกำลังปลิวไปไกลเลยรีบวิ่งไปหยิบมาให้ แต่ตาเจ้ากรรมดันเสียมารยาทไปมองกระดาษแผ่นนั้นว่ามันคืออะไรเสียอย่างนั้น

“รูปอัลตร้าซาวด์​เหรอ” ผู้หญิงคนนี้คงกำลังตั้งท้องสินะ แล้วล้มไปเมื่อกี้จะกระทบกระเทือนหรือเปล่า

“คุณคะ ขอของฉันคืนด้วยค่ะ” ยังไม่ทันที่ผมจะได้ถามไถ่เสียงเล็กก็เอ่ยเรียกพอดี ผมรู้สึกตัวจึงรีบหันกลับไปหาอีกฝ่าย ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นใบหน้าของเธอชัด ๆ

“...คุณ”

“เอาของฉันคืนมา!”

พรึ่บ!

กระดาษแผ่นเล็กถูกแย่งไปจากมือของผมก่อนที่เธอจะซ่อนมันไว้ข้างหลัง ตากลมมองไปทางอื่นอย่างมีพิรุธและรีบเดินหนีไป ผมกำลังจะรั้งเธอไว้ แต่เพราะเสียงมือถือที่ดังขึ้นทำให้ต้องละความสนใจจากเธอและหยิบมือถือขึ้นมากดรับ

“ครับม้า” แม้ผมจะรับสายของหม่าม้าแล้วแต่ตาก็ยังมองตามร่างเล็กนั้นไม่หยุด คิ้วขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความสงสัยจนไม่ได้ตั้งใจฟังที่หม่าหม้าพูด

‘คริส ได้ยินม้าหรือเปล่า’

“คะ...ครับ ม้าว่ายังไงนะครับ”

‘ม้าถามว่าไปเยี่ยมอาฮงหรือยัง’

“ยังครับ กำลังจะขึ้นไป”

‘รีบเยี่ยม รีบกลับ อย่าปล่อยให้บ้านนั้นมาสูบเลือดสูบเนื้อเราได้เข้าใจไหม’

“คร้าบ หม่าม้าย้ำผมรอบที่สี่แล้วนะครับ”

‘ต้องย้ำซี่ ลูกสาวอาฮงสวยน้อยเมื่อไหร่ เราไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกันด้วยซ้ำ ถ้าลูกชายม้าเกิดชอบแม่นั่นขึ้นมาล่ะ’

“ไม่มีทางหรอกครับ ถ้าชอบก็ชอบไปนานแล้ว แค่นี้ก่อนนะครับเดี๋ยวจะรีบเยี่ยมและรีบกลับ ม้าไม่ต้องเป็นห่วง”

‘ให้มันจริงเถอะ’

“คร้าบบบบ”

ผมวางสายหม่าม้าก่อนจะมองหาร่างบางที่เดินหายไปท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนจัด ความสงสัยมากมายแล่นเข้ามาในหัวไม่หยุด แต่สุดท้ายก็ต้องปัดทิ้งไปเพราะมีสิ่งที่สำคัญกว่าต้องทำ

“ขอบใจอาคริสมากนะที่มาเยี่ยมกัน”

“ครับ ผมมาเยี่ยมแทนป๊าม้าด้วย กู๋ฮงไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว หายไวไวนะครับ”

“ขอบใจขอบใจ ฝากขอบใจป๊าม้าลื้อด้วยนะ อ้าว อาโบตั๋นมาพอดี อาคริสเขามาเยี่ยมเตี่ย” ผมหันไปตามที่กู๋ฮงชี้ ก่อนจะเจอกับโบตั๋น ลูกสาวเพียงคนเดียวของกู๋ฮงที่ตอนนี้อยู่ในชุดนักศึกษารัดรูปจนกระดุมแทบปริ ผมดึงสายตาขึ้นไปจ้องใบหน้าสวยที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างยากลำบาก ไม่ให้ลำบากได้ยังไง ก็ซาลาเปาสองลูกใหญ่มันดึงดูดสายตาขนาดนั้น

ผมเป็นผู้ชายเจ้าชู้ แม้จะเลือกผู้หญิงที่จะนอนด้วยพอสมควร แต่พอมาเจอผู้หญิงที่ทรวดทรงใหญ่โตดึงดูดสายตาแบบนี้ก็มีเขวบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แม้จะเผลอมองไปบ้างแต่ผมก็ไม่เคยคิดจะดึงโบตั๋นมาทำอะไรที่ไม่ควร เพราะรู้ดีว่าถ้าได้คนนี้ไป เรื่องมันไม่มีทางจบแค่คืนเดียวเหมือนที่แล้วมาแน่ ๆ

“สวัสดีค่ะเฮียคริส”

“หวัดดีจ้ะโบตั๋น เพิ่งเลิกเรียนเหรอเรา”

“เปล่าค่ะ โบตั๋นมีอบรมตอนบ่ายเลยแวะมาหาเตี่ยก่อน ไม่คิดว่าจะเจอเฮียที่นี่” โบตั๋นว่าพลางส่งยิ้มยั่วมาให้ ผมรู้ดีว่ารอยยิ้มแบบนั้นมันคืออะไร แต่เพราะผู้หญิงตรงหน้าคือโบตั๋นผมจึงแกล้งทำเป็นไม่สนใจไป

“เป็นลูกที่น่ารักนะ” ผมเอ่ยชม ก่อนจะหันไปหากู๋ฮงเพื่อลา “ผมกลับก่อนนะครับกู๋ เดี๋ยวต้องแวะเข้ามหาวิทยาลัยเหมือนกัน”

“อาคริสจะเข้ามหาวิทยาลัยเหรอ”

“ครับ” ผมตอบเสียงเบา ตาขวาเริ่มกระตุกยิก ๆ เหมือนว่ากำลังจะเจอเรื่องอะไรไม่ดี...

“ดีเลย งั้นไปส่งโบตั๋นด้วยได้ไหม” ว่าแล้วเชียวว่าทำไมตาขวากระตุกไม่หยุด คิดผิดจริง ๆ ที่มาเยี่ยมกู๋ฮง รู้งี้เชื่อคำหม่าม้าก็ดี กู๋ฮงเมื่อเห็นว่าผมลังเลจึงรีบยกเหตุผลขึ้นมาสำทับ “อาโบตั๋นอีไม่ได้เอารถมา ไปส่งอีที กู๋ห่วงอี ไม่อยากให้ขึ้นแท็กซี่คนเดียวเป็นสาวเป็นนาง”

“คือ...” ผมลากเสียงยาวก่อนจะหันไปมองโบตั๋น รายนั้นทำหางตาตกจนถ้าผมคิดจะปฏิเสธคงเป็นคนที่โคตรใจร้าย เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน แค่ไปส่งเองมันไม่มีอะไรหรอก “ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมแวะไปส่งโบตั๋นเอง”

“ขอบใจมากนะอาคริส ขอบใจ”

.

.

“คาดเข็มขัดด้วยนะโบตั๋น”

“แหม... คิดว่าเฮียจะคาดให้โบตั๋นซะอีก” ผมแอบถอนหายใจเบา ๆ นี่แค่ขึ้นมาบนรถแอร์ไม่ทันเย็นโบตั๋นก็เล่นงานผมซะแล้ว จะถึงมหาวิทยาลัยโดยสวัสดิภาพไหมคริสเอ้ยย

“ดูละครมากไปนะเรา” ผมหัวเราะเบา ๆ เหมือนไม่คิดอะไร แต่มือที่จับพวงมาลัยเริ่มชื้นเหงื่อ ได้แต่ภาวนาในใจว่าให้ช่วงเวลานี้ผ่านพ้นไปเร็ว ๆ

โบตั๋นไม่ได้ตอบอะไร เธอดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดแต่โดยดีทำให้ผมค่อยหายใจทั่วท้องหน่อย ผมตั้งใจขับรถฝ่าจราจรที่แสนติดขัดทั้ง ๆ ที่เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงกว่ามาถึงมหาวิทยาลัยที่อยู่ใจกลางเมืองจนได้ โบตั๋นเรียนที่นี่ ซึ่งเป็นคนละมหาวิทยาลัยกับผม มหาวิทยาลัยของเราห่างไกลกันคนละมุมเมืองเลยด้วยซ้ำ แต่กู๋ฮงยังยกเหตุผลให้ผมมาส่งลูกสาวแกจนได้ ไอ้ผมก็ใจง่ายเกินไป ถ้าปฏิเสธหรือโกหกซักหน่อยว่าต้องรีบไปทำธุระคงไม่ต้องขับรถมาไกลถึงขนาดนี้

“อุ้ย!”

“มีอะไรโบตั๋น” ผมหันไปถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายร้องออกมา โบตั๋นเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยความวิตก คิ้วที่ถูกเขียนจนโก่งสวยขมวดเข้าหากันแน่น

“โบตั๋นเอาเข็มขัดนิรภัยไม่ออกค่ะ เฮียคริสช่วยดูหน่อยได้ไหมคะว่าติดอะไร”

“ครับ?”

“คือ...มันติด” โบตั๋นปลายตาลงไปที่ข้างสะโพกของตัวเอง เข็มขัดนิรภัยยังยึดติดอยู่แบบนั้นทำให้ผมพยักหน้ารับ ก่อนจะก้มลงไปจัดการให้อีกฝ่าย

“ก็ไม่ติดอะไรนี่ครั...” ลมหายใจของผมสะดุดเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่าโบตั๋นยื่นหน้ามาจนใกล้ เธอกัดริมฝีปากใส่ผมด้วยท่าทีแสนเซ็กซี่ โบตั๋นเป็นคนสวย และผมก็ยอมรับว่าเธอสวยถูกใจผมมาก แต่เพราะว่าหม่าม้าห้ามไว้ตลอดผมถึงไม่คิดจะยุ่งเกี่ยว ทว่าพอได้ใกล้ชิดแบบนี้มันก็...

“ติดสิคะ ตรงนี้...” เธอว่าเสียงกระเส่าแปลก ๆ ก่อนจะจับมือผมไปวางแหมะลงบนก้อนกลม ๆ ใหญ่ ๆ ของตัวเอง “มันใหญ่ เลยติดน่ะค่ะ”

อึก!

ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามท่องคำของหม่าม้าในใจว่าอย่าสนเด็กคนนี้ ๆ แต่โบตั๋นกลับบังคับให้มือผมบีบลงบนก้อนนุ่ม ๆ นั้นแรง ๆ คล้าย ๆ กับกำลังนวดแป้งทำขนมแต่นุ่มกว่านั้นมาก

“อา... เฮียขา ชอบไหมคะ โบตั๋นชอบมากเลย”

“เฮีย...”

“บีบแรง ๆ เลยค่ะ มันไม่แหลกหรอก มันเป็นของเฮียนะ”

โบตั๋นว่าก่อนจะค่อย ๆ ยื่นหน้าเข้ามาหาผม ริมฝีปากบางที่ถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีสวยขยับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ผมมองเธอด้วยความเผลอไผล สำนึกผิดชอบชั่วดีเหมือนจะค่อย ๆ จางหายไป ลืมไปด้วยซ้ำว่าที่นี่คือมหาวิทยาลัย เป็นสถานศึกษาที่ไม่ควรทำเรื่องไม่เหมาะสมแบบนี้

“เฮียคริสขา โบตั๋น...”

เสียงที่กระเส่าอารมณ์ทำให้สติผมกระเจิดกระเจิง มือไม่รักดีของผมบีบเค้นความอวบใหญ่นั้นแรง ๆ โดยที่ไม่ต้องมีมือบางคอยนำทางเหมือนตอนแรก ผมขยับใบหน้าเข้าหาอีกฝ่าย ริมฝีปากของพวกเราเคลื่อนเข้าใกล้กันจนรู้สึกถึงลมหายใจของกันและกัน ก่อนที่จะ...

ปริ้นนนนนนนนนนนน!!!!

เฮือก!!!

เสียงแตรรถที่ดังขึ้นทำให้ผมดึงมือตัวเองออกจากอกอวบเหมือนเจอของร้อน โบตั๋นจิ๊ปากอย่างไม่พอใจ พยายามจะขยับเข้าหาผมอีก แต่ผมที่ตอนนี้สติกลับเข้าร่างแล้วจึงเอ่ยเสียงเด็ดขาด

“อย่าทำแบบนี้ เฮียคิดกับโบตั๋นแค่น้อง”

“แต่โบตั๋น...”

“ลงไปเรียนได้แล้ว ก่อนที่เราจะเข้าหน้ากันไม่ติดไปมากกว่านี้”

“เฮียคริส!!” เสียงที่แหลมจนปาดแก้วหูทำให้ผมไม่พอใจขึ้นมาตงิด ๆ ผู้หญิงที่สวยแต่เอาแต่ร้องแว๊ด ๆ แบบนี้ไม่น่าสนใจซักนิด ผมนึกอยากจะขอบคุณเสียงแตรรถนั่นที่ดึงสติผมกลับมาได้และทำให้ไม่เกิดอะไรเกินเลยขึ้น ไม่อย่างนั้นผมคงทำเรื่องที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตไปแล้ว

“อย่าให้เฮียต้องพูดซ้ำสอง”

“ฮึ้ย!! โบตั๋นไม่ยอมแพ้หรอก ยังไงซักวันเฮียก็ต้องเป็นของโบตั๋น” สาวสวยประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนจนผมนึกกลัว ผ่านผู้หญิงมาก็มากแต่ไม่เคยมีใครรับมือได้ยากเท่าคนนี้ ถ้าเธอไม่ใช่ลูกของกู๋ฮงผมคงพาตัวเองออกมาให้ห่างให้มากที่สุด เมื่อก่อนเธอพยายามจะยั่วผมก็จริงแต่ไม่เคยชัดเจนเท่านี้ อย่างมากก็แค่ส่งยิ้มยั่วยวนมาให้ ผมทำเป็นไม่เห็นก็จบ แต่วันนี้เธอกลับสามารถทำให้สติของผมขาดกระเจิงได้

ต่อไปนี้ผมต้องออกห่างเธอให้มากที่สุด ก่อนที่จะเอาตัวเองไม่รอด

ปัง!!!!

โบตั๋นลงไปแล้วพร้อมกับปิดประตูรถเสียงดังลั่น โชคดีที่วันนี้ผมไม่ได้เอารถคันโปรดมา เพราะถ้าเป็นคันนั้นผมคงโมโหน่าดูที่ลูกรักโดนทำร้ายแบบนี้ เมื่อได้อยู่คนเดียวผมก็ถอนหายใจออกมายาว ๆ อย่างโล่งอก เกือบไปแล้ว...

เพราะความหื่นของมึงแท้ ๆ เกือบหาเหาใส่หัวตัวเองแล้วไหมล่ะไอ้คริส

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • PLAYBOY คุณพ่อฝึกหัด   ตอนพิเศษ : วันของเรา

    Chris Part . ข้อดีของความรักที่ไม่ได้เริ่มจากร้อย คือเวลาผ่านไปมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด . เช้าวันเสาร์ วันนี้พอใจและพีทไปนอนที่บ้านพ่อและแม่ของพรีม ส่วนน้องพอร์ชก็ไปนอนที่บ้านของป๊ากับหม่าม้า เท่ากับว่าวันนี้เราสองคนจะได้ใช้ชีวิตด้วยกันแบบที่ไม่มีลูกอยู่ด้วย ผมรักลูกมากนะ แต่เพราะผมกับพรีมแต่งงานกันตอนที่พรีมท้องแล้ว เพราะฉะนั้นมันน้อยมากจริง ๆ ที่เราจะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสองแบบนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเลยจะเก็บเกี่ยวช่วงเวลานี้ไว้ให้มากที่สุด ผมมองคนขี้เซาที่ยังหลับอยู่ เมื่อคืนพรีมนั่งคิดงานจนดึกดื่น ผมรอจนหลับไปเลยไม่รู้ว่าพรีมเข้านอนตอนไหน แต่ดูจากขอบตาที่คล้ำลงเล็กน้อยก็ทำให้รู้ว่าคงดึกพอสมควร ช่วงนี้พรีมกำลังจะเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ พรีมเลยทำงานหนักกว่าปกติ ไหนจะต้องเลี้ยงลูกที่ยังเล็กทั้งสามคนอีก เราสองคนไม่ได้มีเวลาพูดคุยหรือสวีทกันเลย สองเดือนแล้วมั้ง เมคเลิฟครั้งล่าสุดของเรา ผมก้มลงไปหอมแก้มนิ่มเบา ๆ โดยที่ไม่รบกวนคนที่นอนหลับสบายอยู่ ก่อนจะค่อย ๆ ย่องลงจากเตียงและเดินออกมาที่สวนหน้าบ้าน ออสก้าพอเห็นผมปุ๊ปมันก็รีบวิ่งหน้าตั้งมาทันที “โฮ่ง!” “

  • PLAYBOY คุณพ่อฝึกหัด   ตอนพิเศษ : ไปโรงเรียนวันแรก

    เวลาเดินเร็วจนใจหาย เผลอแปปเดียวพอใจและพีทก็ต้องเข้าโรงเรียนแล้ว คริสปรึกษากับพรีมค่อนข้างจริงจังสำหรับเรื่องนี้ ทั้งอายุที่ควรให้ลูกเข้าอนุบาลหนึ่ง หรือโรงเรียนที่จะให้ลูกเรียน แต่ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่าช่วงสามถึงห้าขวบจะหาครูมาสอนเด็ก ๆ ที่บ้านเพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าโรงเรียนจริง และให้ลูกเริ่มเข้าอนุบาลหนึ่งตอนห้าขวบ คริสเครียดหนักกว่าใครเพื่อน เพราะเขาเคยอ่านเจอมาว่าถ้าส่งลูกเข้าเรียนเร็วไปก็ไม่ดี เด็ก ๆ จะยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ครูก็ไม่ใช่พ่อแม่ที่จะรักและดูแลเด็กได้ดีเท่ากับพ่อแม่แท้ ๆ เขาปรึกษากับพรีม พ่อแม่ของพรีม พ่อแม่ของตัวเอง รวมถึงเพื่อน ๆ ในกลุ่มอยู่หลายเดือน และสุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่าห้าขวบคือช่วงเวลาที่ดีที่สุด ส่วนโรงเรียนเนตั้นเป็นคนแนะนำมา ซึ่งพอได้เข้าไปเดินดูและพูดคุยกับครูหลาย ๆ ครั้งก็ทำให้เขารู้สึกพอใจมากกับโรงเรียนนี้ เมื่อได้โรงเรียนที่ถูกใจแล้วเขาก็สมัครให้ลูกเสร็จสรรพ เพียงไม่นานก็ถึงวันแรกที่ลูก ๆ ต้องไปเรียน เช้าแรกของการพาลูกไปโรงเรียนวุ่นวายเสมอ เขาได้รู้ซึ้งถึงการเป็นพ่อจริง ๆ เมื่อตอนที่ลูกงอแงไม่ยอมตื่นนี่แหละ “พอใจขา ตื่นได้แล้วลูก” “...” เงียบ ไ

  • PLAYBOY คุณพ่อฝึกหัด   PLAYBOY : Epilogue

    Chris Part . สองปีต่อมา . ผมได้แต่คิดว่าบางทีเวลามันก็เดินไวเกินไป เหมือนผมกระพริบตาแค่ครั้งเดียว เวลาก็ล่วงเลยมาสองปีแล้วหลังจากที่ได้ยินคำว่ารักจากพรีม ตอนนี้เราทั้งครอบครัวย้ายกลับมาอยู่ที่ไทยถาวรได้อาทิตย์หนึ่งแล้ว เลยกำหนดที่ควรกลับไปสี่เดือนกว่า เพราะอาชีพของพรีมกำลังเติบโต ผมเลยไม่คิดจะเร่งรัดเธอและเฝ้ารออย่างอดทน พรีมขอเวลาเพิ่มอีกสี่เดือน ผมได้แต่ยิ้มและพยักหน้ารับว่ารอได้ ก็ผมรอเธอมาสองปีแล้ว ทำไมจะรอต่ออีกสี่เดือนไม่ได้ และเมื่อครบสี่เดือนปุ๊ป เราก็ได้ย้ายกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยทันที และเนื่องจากความไม่ลงตัวของสองบ้าน ที่อยากให้ผมและพรีมรวมถึงลูก ๆ ไปอยู่ด้วย ผมเลยตัดสินใจสร้างบ้านของตัวเองขึ้นมา และสัญญากับพวกท่านว่าจะพาหลานกลับไปนอนบ้านทุกอาทิตย์สลับกันไป พวกท่านฮึดฮัดนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ยอมตามใจผมและพรีมแต่โดยดี ผมจัดการเรื่องบ้านตั้งแต่ลูกอายุหนึ่งขวบ พรีมให้ผมเป็นคนตัดสนใจเกือบทั้งหมด เพราะผมมีความรู้เรื่องนี้ ส่วนพรีมจะช่วยตัดสินใจแค่บางอย่างเท่านั้น บ้านหลังนี้จึงเป็นบ้านที่ค่อนข้างมีกลิ่นอายของผมอยู่มาก แต่ดูเหมือนว่าพรีมเองก็พอใจกับมันอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะพื้

  • PLAYBOY คุณพ่อฝึกหัด   PLAYBOY : 47

    Pream Part . “ตื่นเต้นไหมพิมมี่” เสียงของนิโคลัสทำให้ฉันละความสนใจจากงานตรงหน้าและหันกลับไปมอง ก่อนจะส่งยิ้มให้เขา “ถ้าบอกว่าไม่เลยค่ะ ฉันไม่รู้สึกตื่นเต้นเลยแม้แต่นิดเดียว แบบนี้บอสจะเชื่อฉันไหมคะ?” “ไม่มีทาง แฟชั่นโชว์แรกของผมตื่นเต้นจนแทบจะเป็นลม คุณจะมาแข็งแกร่งกว่าผมไม่ได้นะ” นิโคลัสตอบกลับขำ ๆ และคำพูดของเขาก็ทำให้ฉันหัวเราะออกมาจนได้ ไม่ว่าเมื่อไหร่นิโคลัสก็มักจะผ่อนคลายความเครียดและความกังวลให้คนอื่นได้เสมอ เขาเก่งเรื่องนี้จริง ๆ “ตื่นเต้นค่ะ แต่ตอนนี้หายตื่นเต้นนิดหนึ่งแล้วเพราะได้คุยกับบอสนี่แหละ” นิโคลัสขำออกมาเสียงดัง ฉันไม่ได้พูดเกินจริงหรืออยากจะยอเขา แต่เพราะพอได้คุยกับนิโคลัสฉันก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นจริง ๆ เรายืนคุยกันได้ไม่นานนิโคลัสก็ถูกตามตัว เขาหันมาชูกำปั้นให้ฉันเป็นเชิงว่าให้สู้ ๆ ก่อนจะเดินตามทีมงานไป ฉันหันกลับมาดูชุดที่เตรียมไว้ให้นางแบบใส่อีกครั้ง มองผลงานของตัวเองด้วยความชื่นใจ กว่าเก้าเดือนที่ฉันลงแรงไปกับมัน วันนี้ผลงานของฉันกำลังจะเปิดเผยให้คนอื่นได้เห็นแล้ว แม้คอลเลคชั่นนี้จะเปิดตัวภายใต้แบรนด์ของนิโคลัส แต่นิโคลัสก็ให้เครดิตฉันร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาใช

  • PLAYBOY คุณพ่อฝึกหัด   PLAYBOY : 46

    Pream Part . หนึ่งเดือนต่อมา . “น้องพีท หนูจะเอาอะไรคะลูก หืม... มองน้าไม่หยุดเลยนะคะ” ฉันหัวเราะออกมาเมื่อนับดาวเอาแต่ชวนน้องพีทคุยไม่หยุด น้องพีทกลับมาอยู่ที่บ้านได้สามวันแล้ว พอรู้เรื่องทุกคนก็รีบบินมาเยี่ยมหลานทันที ร่างกายของน้องพีทเติบโตขึ้นเร็วมาก จนคิดไม่ถึงว่าเด็กแก้มกลมคนนี้จะเคยเกือบเอาชีวิตไม่รอดมาก่อน ตอนนี้น้องพีทกลายเป็นเด็กสดใสและคุยเก่งอย่างไม่น่าเชื่อ อาจจะเพราะว่าเขาอยู่โรงพยาบาลมาเป็นเวลานาน เวลาเจอคนเยอะ ๆ เลยตื่นเต้นและคอยแต่จะร้องเรียกหาไม่หยุด ในขณะที่พอใจกลับติดแค่พ่อและแม่มากขึ้น ไม่ค่อยเล่นกับคนอื่น ๆ เหมือนตอนแรก ๆ แล้ว ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ใช่... ในที่สุดพอใจกับคริสก็เข้าขากันได้ แม้จะชอบแหย่กันมากกว่ารักกันก็ตาม... แต่ทุกวันนี้คริสสามารถช่วยฉันกล่อมพอใจนอน ช่วยอาบน้ำ และเปลี่ยนผ้าอ้อมให้พอใจได้โดยที่พอใจไม่โยเยแล้ว เขาแบ่งเบาฉันได้เยอะมากเลยทีเดียว ช่วงสองอาทิตย์ก่อนที่น้องพีทจะออกจากโรงพยาบาล หมอมิเชลให้ฉันลองเอาน้องพีทเข้าเต้า เพราะฉันแจ้งกับหมอไปว่าต้องการให้น้องพีทดื่มนมจากเต้าเป็น วันแรก ๆ น้องพีททำไม่เป็นเลย ฝึกกันอยู่หลายวันจนสุดท้า

  • PLAYBOY คุณพ่อฝึกหัด   PLAYBOY : 45

    Chris Part . “ฉันรักเธอ” “เรื่อง...จริงเหรอ” “เรื่องจริง” ผมยืนยันหนักแน่น “ฉันไม่ได้พูดเพื่อให้เธอหายโกรธ ฉันถามตัวเองมาทั้งคืนแล้ว และคำตอบที่ได้ก็อย่างที่ฉันบอกไป ว่าฉันรักเธอ” พรีมเงียบไป เธอมองหน้าผมนิ่ง ๆ ผมเองก็มองเธอกลับไม่คิดจะหลบตา ผมรู้ดีว่าทั้งประวัติที่ผ่านมาของผม และเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อคืนอาจจะทำให้พรีมไม่มั่นใจ แต่ผมไม่เคยโกหกความรู้สึกตัวเอง ผมไม่คิดจะพูดคำว่ารักออกไปเพียงเพื่อให้พรีมหายโกรธ แต่ผมพูด เพราะผมรู้ตัวแล้วว่าผมรักเธอจริง ๆ “เธอยังไม่เชื่อว่าฉันรักเธอก็ไม่เป็นไร แต่อย่าพูดเหมือนไม่หวงฉันแบบนี้ได้ไหม ฉันเสียใจนะรู้ไหม” พอเห็นว่าพรีมเริ่มอ่อนลงผมก็ใช้ลูกอ้อนทันที ผมใช้วิธีนี้อ้อนหม่าม้าเวลาทำให้หม่าม้าโกรธอยู่บ่อย ๆ ซึ่งก็พิสูจน์แล้วว่าการพูดด้วยเสียงอ่อน ๆ ทำหน้าตาให้น่าสงสารแบบนี้ ใช้ได้ผลกับหม่าม้าทุกครั้ง รวมถึงพรีมด้วย เพราะตอนนี้พรีมกำลังยิ้มออกมาทั้ง ๆ ที่ตาแดง จมูกแดงจากการร้องไห้ก่อนหน้า แต่เพียงแค่ครู่เดียวเธอก็กลับไปทำหน้านิ่งอีกครั้ง “แล้วนายจะอธิบายเรื่องผู้หญิงคนนั้นยังไง ฉันเห็นรูปที่นายจูบกับเธอด้วย” “อย่าใช้คำว่าฉันจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status