공유

บทที่ 4

작가: C
last update 최신 업데이트: 2024-11-22 12:17:32

​Pream Part

.

“อันนี้ถุงที่มีน้องอยู่นะคะ”

ฉันมองตามที่คุณหมอชี้ ภาพขาวดำที่ปรากฏขึ้นบนจอเหมือนเป็นคำยืนยันทุกอย่าง ในท้องฉันมีเด็กคนหนึ่งกำลังเจริญเติบโตอยู่จริง ๆ

ฉันขยำผ้าปูเตียงด้วยความรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไง ดีใจ หรือเสียใจ ถ้าฉันท้องเพราะมีคนรักหรือมีสามีอยู่แล้วคงไม่รู้สึกแบบนี้ แต่นี่ฉันท้องทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครเลย ท้องเพราะความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากคืนนั้นคืนเดียว....

“เอ๋...”

“อะไรเหรอคะคุณหมอ” ฉันข่มความรู้สึกทั้งหมดและถามออกไป เมื่อคุณหมอจ้องจอนั้นด้วยความสงสัย

“เหมือนว่า...จะมีสองถุงนะคะ”

“หมายความว่ายังไงคะ”

“คุณพริมาตามีน้องอยู่สองคนในท้องค่ะ ยินดีด้วยนะคะ คุณกำลังตั้งครรภ์ลูกแฝด”

“ระ...เรื่องจริงหรือคะ”

“จริงค่ะ ดูนี่สิคะ” คุณหมอชี้ไปที่บนจอซึ่งปรากฏถุงเล็ก ๆ สองถุงที่ถูกกั้นด้วยผนังบาง ๆ “มีสองถุง แปลว่าท้องแฝดค่ะ”

“...” ฉันพูดไม่ออกและเผลอกัดปากตัวเองจนเจ็บ ถุงที่หมอชี้ให้ดูมีก้อนเล็ก ๆ นอนนิ่งอยู่ในนั้น มันมีทั้งหมดสองถุงอย่างที่หมอบอกจริง ๆ

“เหมือนว่าจะได้ยินเสียงหัวใจแล้วนะคะ คุณพริมาตาจะฟังเสียงหัวใจน้องไหมคะ”

“ฟังค่ะ...”

ตึก ตึก ตึก

“นี่เป็นเสียงของคนขวาค่ะ เต้นปกตินะคะ”

ตึก ตึก ตึก

“ส่วนนี่เป็นเสียงของคนซ้าย เต้นปกติเหมือนกัน น้องทั้งคู่แข็งแรงนะคะ”

“ค่ะ...” ฉันได้แต่ตอบรับไปสั้น ๆ เพราะกำลังสนใจเด็กสองคนที่อยู่บนจอสี่เหลี่ยม ​เสียงหัวใจของที่ฉันได้ยินทำให้รับรู้ได้ถึงการมีชีวิตของพวกเขา​ แม้จะยังไม่ได้เห็นรูปร่างหน้าตา ยังไม่ดูอะไรไม่ออกเลยนอกจากเงาดำ ๆ กับเสียงหัวใจที่หมอให้ฟังเมื่อครู่ แต่ฉันก็ยังอยากที่จะมองพวกเขา

ลูกของฉัน

“สรุปแล้วคุณพริมาตาตั้งครรภ์ได้แปดสัปดาห์กับอีกสามวันนะคะ เดี๋ยวหมอขอเช็กขนาดตัวน้องและน้ำหนักหน่อยว่าตรงตามเกณฑ์ไหม”

“ได้ค่ะ”

“อืม...” คุณหมอจ้องจอที่ประมวนผลต่าง ๆ ได้อย่างทันสมัย ก่อนจะยิ้มออกมาบาง ๆ “คนขวานี่น่าจะตัวโตกว่านะคะ เพราะตัวน้องยาว 1.7 เซนติเมตรแล้ว น้ำหนักหนึ่งกรัมพอดี แต่คนซ้ายที่ตัวเล็กว่าหน่อย ขนาดตัวยาว 1.5 เซนติเมตร น้ำหนัก 0.85 กรัมค่ะ”

“แล้วถ้าตามเกณฑ์ เด็กอายุเท่านี้ต้องขนาดตัวแค่ไหน หนักเท่าไหร่เหรอคะคุณหมอ”

“ความยาวตัว 1.5 เซนติเมตร หนักหนึ่งกรัมค่ะ”

“แล้วแบบนี้จะเป็นอะไรไหมคะ” ฉันรีบถามทันทีเมื่อคุณหมอบอกแบบนั้น เพราะเมื่อกี้ที่คุณหมอบอกมานอกจากเด็กฝั่งขวาที่น้ำหนักเป็นไปตามเกณฑ์แล้ว ที่เหลือไม่มีอะไรตรงตามเกณฑ์ซักอย่าง ความเป็นห่วงจากไหนไม่รู้พุ่งขึ้นมาจนทำให้ร้อนรนไปหมด คุณหมอสาวยิ้มให้อย่างใจดีเมื่อเห็นท่าทีนั้น ก่อนจะแตะปลายนิ้วลงบนข้อมือของฉันเบา ๆ เพื่อให้ฉันสงบลง

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติทั้งคู่ การที่ตั้งท้องเด็กแฝดแล้วจะมีเด็กที่ตัวโตกว่า และอีกคนตัวเล็กกว่าเป็นเรื่องปกติมาก ๆ เลยค่ะ ถ้ายังไม่มากจนน่าห่วงก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ ความเครียดของแม่ส่งผลต่อเด็กในท้องมาก เพราะฉะนั้นอย่าพยายามเครียด เพื่อลูกนะคะ”

“ค่ะ ฉันจะไม่เครียด”

“ดีมากค่ะ ท่องไว้นะคะ เพื่อลูก”

หมอพูดจบก็หันไปเขียนข้อมูลต่าง ๆ ลงสมุด ฉันเลยหันไปมองหน้าจออีกครั้งก่อนจะปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา ตอนนี้ฉันยังจัดการความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ ยังไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์แบบนี้ มันอัดอั้นอยู่ในใจจนต้องปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาเพื่อระบายมันออกไปบ้าง แต่แล้วสุดท้ายฉันก็หลุดยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อเห็นว่าเด็กที่อยู่ในถุงขวาแอบขยับไปมาเล็กน้อย

“ตัวโตแล้วยังดิ้นเก่งอีกนะคะคนนี้” คุณหมอที่เห็นเหมือนกันเอ่ยแซวออกมา ฉันส่งยิ้มให้คุณหมอ แต่ตายังคงจ้องมองลูกที่กลับไปนอนนิ่งอีกครั้ง

แม้ตอนนี้ฉันจะยังไม่รู้ว่าตัวเองเองควรรู้สึกแบบไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันไม่มีทางปฏิเสธได้คือฉันกำลังท้องจริง ๆ และเด็กทั้งสองคนนั้นเป็นลูกของฉัน ไม่ว่าจะเกิดจากความรักหรือความผิดพลาด แต่พวกเขาก็เป็นลูกของฉัน

“ท้องแฝดต้องดูแลตัวเองมากหน่อยนะคะ" คุณหมอบอกสิ่งควรทำหลังจากอัลตร้าซาวด์​เสร็จ "ต้องระวังเป็นสองเท่า ยิ่งช่วงแรก ๆ ยิ่งต้องระวัง ห้ามทำอะไรที่กระทบกระเทือนค่ะ”

“ออกกำลังกายก็ไม่ได้ใช่ไหมคะ” ฉันรีบถามคุณหมอทันที เพราะปกติแล้วฉันชอบออกกำลังกายมาก แต่ถ้าคุณหมอห้ามคงต้องเลิกอย่างเด็ดขาด อย่างน้อยก็ตอนที่ยังมีแฝดอยู่ในท้องแบบนี้ อ้วนไม่เป็นไร หุ่นเสียก็ไม่เป็นไร ขอให้ลูกปลอดภัยไว้ก่อน

ฉันอดทึ่งกับตัวเองไม่ได้ที่จู่ ๆ รู้สึกแบบนี้ขึ้นมา นี่สินะที่เขาเรียกว่าสัญชาติญาณของความเป็นแม่ แม้จะยังไม่ได้เห็นหน้าลูกแต่ก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเขาได้อย่างไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งนั้น

“ออกกำลังกายได้ค่ะ แต่ต้องรอให้พ้นช่วงสิบสองสัปดาห์แรกไปก่อน และสามารถออกได้แบบเบา ๆ เท่านั้น เน้นการออกกำลังกายที่ไม่กระทบกระเทือนมาก อย่างการวิ่งเร็ว ๆ หมอไม่แนะนำนะคะ”

“แล้วเรื่องการกินล่ะคะ”

“เรื่องอาหารสามารถทานได้ปกติค่ะ มีแค่อาหารบางอย่างที่ควรเลี่ยง เดี๋ยวหมอจะมีสมุดคู่มือให้ พยายามคุมให้น้ำหนักตัวขึ้นไม่เกินสัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัมนะคะ” หมออธิบายให้ฉันฟังอย่างใจเย็น “ช่วงนี้คุณพริมาตาอาจจะทานอะไรไม่ค่อยได้เพราะแพ้ท้อง แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องทานข้าวให้ครบทุกมื้อและต้องครบทั้งห้าหมู่นะคะ อดทนหน่อยนะคะคุณแม่”

“คะ...คุณแม่หรือคะ” ฉันชะงักไปเมื่อได้ยินคุณหมอเรียกแบบนั้น คุณแม่งั้นเหรอ คำเรียกนี้มันไม่ชินหูเลย แต่ทำไมหัวใจของฉันถึงได้พองฟูขนาดนี้

ใช่...ฉันกำลังจะเป็นคุณแม่ของเด็กแฝดสองคน

ก่อนหน้านี้แม้จะรู้ตัวว่ากำลังตั้งท้อง แต่กลับไม่รู้สึกตื่นเต้นมากเท่ากับตอนที่ได้ยินคนอื่นเรียกตัวเองว่าคุณแม่แค่คำเดียว มันเหมือนเป็นคำที่ตอกย้ำสถานะของฉันให้เด่นชัดว่าตอนนี้ฉันกำลังมีหน้าที่ใหม่ที่แสนยิ่งใหญ่รออยู่

หน้าที่ของ แม่

“หมอเรียกได้หรือเปล่าคะ พอดีชินเวลาเรียกคนไข้ที่กำลังตั้งครรภ์น่ะค่ะ”

“เรียกได้ค่ะ” ฉันเอ่ยอนุญาต “มันแค่ยังไม่ชินน่ะค่ะ”

“ท้องแรกก็แบบนี้แหละค่ะ แล้วจะฝากครรภ์เลยไหมคะ ฝากแล้วครั้งหน้าถ้าคุณพ่อไม่ติดธุระก็มาด้วยกันนะ จะได้รู้วิธีดูแลภรรยาและลูกด้วย”

“คือ...” ฉันอึกอักเมื่อหมอพูดถึงคนเป็นพ่อ ฉันไม่คิดที่จะบอกผู้ชายคนนั้นอยู่แล้วว่ากำลังอุ้มท้องลูกของเขา ภาพของชายหญิงที่เถียงกันเมื่อชั่วโมงก่อนยังติดตา ฉันไม่อยากให้ตัวเองต้องไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น ผู้ชายรักสนุกแบบเขาไม่มีทางรับได้ถ้ารู้ว่าเผลอทำผู้หญิงคนหนึ่งที่นอนด้วยท้อง หรือถ้าร้ายแรงกว่านั้น...เขาอาจจะบังคับให้ฉันเอาลูกออก

ซึ่งฉันไม่มีทางทำแบบนั้นเด็ดขาด สู้อุ้มท้องคนเดียวยังดีซะกว่า

“คุณพริมาตาคะ”

“คะ?” เสียงหมอเรียกทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ ก่อนจะส่งยิ้มขอโทษขอโพยอีกฝ่าย วันนี้ฉันเหม่อมากกว่าปกติจนรำคาญตัวเอง แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้วจึงคลายความรู้สึกแง่ลบนั้นลงและยิ้มออกมาอีกครั้ง

“หมอถามว่าจะฝากครรภ์เลยไหมคะ”

“ไม่ดีกว่าค่ะ”

“ได้ค่ะ แต่ต้องรับยาบำรุงครรภ์กลับไปทานด้วยนะคะ”

“ได้ค่ะ แต่ว่า...คุณหมอคะ” คุณหมอหันกลับมามองฉันตามเสียงเรียก “ฉันอยากทราบว่า ถ้าฉันจะบินไปต่างประเทศช่วงนี้จะได้ไหมคะ”

“ได้ค่ะ แต่ก็อาจจะแพ้ท้องหนักหน่อยนะคะ”

“อ๋อ ขอบคุณค่ะ” คุณหมอส่งยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะหันไปคีย์ข้อมูลลงคอมพ์ ฉันวางมือลงบนท้องของตัวเอง คลอดลูกที่นี่คงทำไม่ได้ ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลที่แม่ฉันหวงหนักหวงหนาคงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี ฉันต้องไปอยู่ที่ออสเตรเลีย เพราะที่นั่นฉันไม่ใช่ลูกสาวคนเดียวของตระกูลเก่าแก่ที่หลายคนรู้จักเหมือนอยู่ที่ไทย อาจจะต้องไปอยู่ช่วงที่อุ้มท้องและคลอด หรืออาจจะอยู่ที่นั่นตลอดไป

“แม่จะเลี้ยงพวกหนูให้ดีที่สุด”

แม้เด็กสองคนนี้จะเกิดจากความผิดพลาด แต่ฉันก็จะเลี้ยงเขาให้ดีที่สุดเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำได้ ฉันให้สัญญากับตัวเอง

คุณพี่คริสนี่เชื้อแรงสุด ๆ ครั้งเดียวติดแถมท้องแฝดอีก เรื่องจะเป็นยังไงต่อติดตามต่อไปเรื่อย ๆ นะคะ ส่วนพระเอกของเราตอนหน้าจะมีบทบาทแล้ว ออกช้าจนลืมไปแล้วว่าใครคือพระเอก ค่าตัวแพงงง5555

ขอบคุณสำหรับคนที่รอกันนะคะ เรื่องทางการแพทย์ไรท์พยายามหาข้อมูลมากที่สุดแล้ว แต่ถ้ามันมีตรงไหนที่ผิดพลาดสามารถแย้งได้เลยนะคะ ไรท์จะได้แก้ไขเนอะ

จะคอมเมนต์ให้กำลังใจ หรือจะกดไลค์ รีดอยากทำอะไรก็ได้ค่ะ หรือแค่เข้ามาอ่านไรท์ก็ดีใจมาก ๆ แล้ว รักนะคะ
이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • PLAYBOY คุณพ่อฝึกหัด   บทที่ 133

    พรีมพยายามดันผมออก แต่ยิ่งดันผมก็ยิ่งจูบเธอแนบแน่นขึ้น เพียงไม่นานพรีมก็ผ่ายแพ้ มือที่ดันอกผมไว้เปลี่ยนมาคล้องคอ ก่อนจะขยับปากเบา ๆ เหมือนจะจูบตอบผม “ยั่วจัง เธอกำลังทำให้ฉันไม่อยากอาบน้ำนะ” ผมกระซิบเสียงพร่าชิดกับริมฝีปากของพรีม พรีมค้อนให้ผมหนึ่งที ก่อนจะตอบเสียงเบา “นายก็ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาอาบ

  • PLAYBOY คุณพ่อฝึกหัด   บทที่ 132

    Chris Part . ข้อดีของความรักที่ไม่ได้เริ่มจากร้อย คือเวลาผ่านไปมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด . เช้าวันเสาร์ วันนี้พอใจและพีทไปนอนที่บ้านพ่อและแม่ของพรีม ส่วนน้องพอร์ชก็ไปนอนที่บ้านของป๊ากับหม่าม้า เท่ากับว่าวันนี้เราสองคนจะได้ใช้ชีวิตด้วยกันแบบที่ไม่มีลูกอยู่ด้วย ผมรักลูกมากนะ

  • PLAYBOY คุณพ่อฝึกหัด   บทที่ 131

    เวลาเดินเร็วจนใจหาย เผลอแปปเดียวพอใจและพีทก็ต้องเข้าโรงเรียนแล้ว คริสปรึกษากับพรีมค่อนข้างจริงจังสำหรับเรื่องนี้ ทั้งอายุที่ควรให้ลูกเข้าอนุบาลหนึ่ง หรือโรงเรียนที่จะให้ลูกเรียน แต่ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่าช่วงสามถึงห้าขวบจะหาครูมาสอนเด็ก ๆ ที่บ้านเพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าโรงเรียนจริง และให้ลูกเริ่มเข้าอ

  • PLAYBOY คุณพ่อฝึกหัด   บทที่ 130

    “ขา ว่าไงคะลูก” พอใจไม่ตอบ แต่กลับซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดของผมเหมือนจะอ้อน ไม่บ่อยนักที่พอใจจะทำแบบนี้กับผม ส่วนมากจะมีแต่พีทที่ชอบอ้อนป๊า พอใจอ้อนแค่แม่ของเขา วันนี้มาแปลกแหะ... ผมหรี่ตาลงด้วยความสงสัย แต่มือก็ยังลูบแผ่นหลังเล็กนั้นไปมาเบา ๆ “ป๊ะ” คราวนี้เป็นเสียงของลูกชาย ก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะปร

  • PLAYBOY คุณพ่อฝึกหัด   บทที่ 129

    ผมรับกระดาษแผ่นเล็กมาดู ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่ามันคืออะไร “พรีม...นี่มัน” “ฉันว่า นายคงต้องสั่งทำจี้เพิ่มแล้วล่ะ” “พรีม...” “หืม” หมับ! ผมดึงร่างของพรีมเข้ามากอดทันที น้ำตาคลอด้วยความดีใจเมื่อความฝันกำลังจะเป็นจริง พรีมกำลังจะมีลูกให้ผมอีกคนหนึ่งแล้ว “แต่ยังไม่รู้เพศหรอกนะ เพิ่งส

  • PLAYBOY คุณพ่อฝึกหัด   บทที่ 128

    “ให้มันเพิ่มเดี๋ยวมันก็อ้วนตาย” “โฮ่ง!” “เอ๊ะ! บอกว่าอย่าเห่า พูดไม่รู้เรื่องหรือยังไง” “ก็นายไปว่ามันอ้วน มันเลยเห่าไง” ผมมองหน้าพรีมอย่างเหลือเชื่อ นี่ผมกำลังจะตกกระป๋อง กลายเป็นสามีและพ่อหัวเน่าเพราะหมานี่ใช่ไหมเนี่ย “ไปกันเถอะ” ผมมองพรีมที่เดินนำที่รถ ก่อนจะหันไปชี้หน้าหมานิสัยไม่ดีอย่าง

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status