Share

บทที่ 5

Penulis: C
last update Terakhir Diperbarui: 2024-11-22 12:20:06

Chris Part

.

“รับทราบครับหม่าม้า คร้าบ” ผมรับคำหม่าม้าก่อนจะเก็บมือถือเข้ากระเป๋า และมุดรถเข้าไปหยิบของที่เตรียมมาด้วยความทุลักทุเล

ผมชื่อคริส อายุยี่สิบสองปี เป็นลูกครึ่งไทยจีนที่ได้ยีนส์เด่นจากทั้งสองเชื่อชาติมาอย่างลงตัว จนผมอยากจะกราบขอบคุณป๊าและหม่าม้างาม ๆ ที่ปั้นลูกชายออกมาได้ดีขนาดนี้ พูดไปก็จะหาว่าอวยตัวเอง

ส่วนวันนี้ผมมาเยี่ยมญาติห่าง ๆ ที่เข้าโรงพยาบาลแทนป๊าและม้า จะบอกว่ามาเยี่ยมแทนก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะผมมาของผมเองไม่มีใครสั่ง อันที่จริงแล้วสองบ้านนี้ไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ ทั้งป๊า ม้า และน้องสาวของผมไม่อยากเข้าใกล้ครอบครัวนี้ มีแค่ผมคนเดียวที่ไม่สนใจความบาดหมางและตัดสินใจมาเยี่ยมเขาด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นคงโดนคนครหาว่าตระกูลผมมันแล้งน้ำใจ คนคุ้นเคยกันเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลแท้ ๆ แต่ไม่คิดจะมาดูดำดูดีเลย และพอหม่าม้ารู้เข้าก็โทรมาสวดจนหูชา แถมย้ำนักย้ำหนาว่าให้รีบเยี่ยมรีบกลับ

“ประเทศไทยแม่งโคตรร้อน” ผมบ่นกับตัวเองทันทีที่ได้เข้ามาสัมผัสแอร์เย็น ๆ ในโรงพยาบาล เมื่อกี้ตอนอยู่ข้างนอกเหมือนอยู่ในเตาอบ แค่ไม่กี่นาทีเล่นเอาเหงื่อไหลออกมาเหมือนน้ำ ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้เป็นช่วงกลางเดือนมกราด้วยซ้ำ ถ้าเป็นประเทศอื่นคงหนาวปากสั่นหรือไม่ก็หิมะตกไปแล้ว ประเทศไทยนี่ไม่มีหน้าหนาวจริง ๆ เชื่อเขาเลย

ผมเลิกตัดพ้อน้อยใจกับอากาศและก้าวเดิน ตั้งใจจะไปถามเจ้าหน้าที่ว่าคนที่มาเยี่ยมพักรักษาตัวอยู่ห้องไหน แต่กลับถูกร่าง ๆ หนึ่งเดินเข้ามาชนเสียก่อน

ผลั่ก!

ตุ๊บ!

ข้าวของในมือผมหล่นกระจาย และตัวผมเซน้อย ๆ จากแรงกระแทก แต่เพราะว่าคนที่เข้ามาชนเธอเป็นผู้หญิงรูปร่างบอบบางสูงประมาณร้อยหกสิบกลาง ๆ ส่วนผมเป็นชายไทยที่สูงเกินมาตรฐานมาหลายเซนติเมตรเลยทำให้เธอเป็นฝ่ายล้มลงไป ส่วนผมก็มีแค่ของที่หล่นแค่นั้น

“คุณ เป็นอะไรหรือเปล่า” ผมรีบเข้าไปดูอีกฝ่าย ทั้ง ๆ ที่อยากจะโวยวายเพราะเธอเป็นคนเดินไม่ดูตาม้าตาเรือเอาซะเลย แต่เพราะผมเป็นผู้ชายที่ให้เกียรติและเอ็นดูผู้หญิงเป็นพิเศษเลยเลือกที่จะแสดงความห่วงใยกับอีกฝ่ายแทน

“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอตอบรับก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นโดยมีผมช่วยพยุงอยู่ไม่ห่าง ก่อนที่เธอจะก้มลงไปเก็บของ ๆ ตัวเองเงียบ ๆ

“มา ผมช่วย” ผมอาสาช่วยเธอเก็บข้าวของที่กระเด็นไปคนละทิศละทาง แอบเห็นว่ามีกระดาษแผ่นหนึ่งกำลังปลิวไปไกลเลยรีบวิ่งไปหยิบมาให้ แต่ตาเจ้ากรรมดันเสียมารยาทไปมองกระดาษแผ่นนั้นว่ามันคืออะไรเสียอย่างนั้น

“รูปอัลตร้าซาวด์​เหรอ” ผู้หญิงคนนี้คงกำลังตั้งท้องสินะ แล้วล้มไปเมื่อกี้จะกระทบกระเทือนหรือเปล่า

“คุณคะ ขอของฉันคืนด้วยค่ะ” ยังไม่ทันที่ผมจะได้ถามไถ่เสียงเล็กก็เอ่ยเรียกพอดี ผมรู้สึกตัวจึงรีบหันกลับไปหาอีกฝ่าย ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นใบหน้าของเธอชัด ๆ

“...คุณ”

“เอาของฉันคืนมา!”

พรึ่บ!

กระดาษแผ่นเล็กถูกแย่งไปจากมือของผมก่อนที่เธอจะซ่อนมันไว้ข้างหลัง ตากลมมองไปทางอื่นอย่างมีพิรุธและรีบเดินหนีไป ผมกำลังจะรั้งเธอไว้ แต่เพราะเสียงมือถือที่ดังขึ้นทำให้ต้องละความสนใจจากเธอและหยิบมือถือขึ้นมากดรับ

“ครับม้า” แม้ผมจะรับสายของหม่าม้าแล้วแต่ตาก็ยังมองตามร่างเล็กนั้นไม่หยุด คิ้วขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความสงสัยจนไม่ได้ตั้งใจฟังที่หม่าหม้าพูด

‘คริส ได้ยินม้าหรือเปล่า’

“คะ...ครับ ม้าว่ายังไงนะครับ”

‘ม้าถามว่าไปเยี่ยมอาฮงหรือยัง’

“ยังครับ กำลังจะขึ้นไป”

‘รีบเยี่ยม รีบกลับ อย่าปล่อยให้บ้านนั้นมาสูบเลือดสูบเนื้อเราได้เข้าใจไหม’

“คร้าบ หม่าม้าย้ำผมรอบที่สี่แล้วนะครับ”

‘ต้องย้ำซี่ ลูกสาวอาฮงสวยน้อยเมื่อไหร่ เราไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกันด้วยซ้ำ ถ้าลูกชายม้าเกิดชอบแม่นั่นขึ้นมาล่ะ’

“ไม่มีทางหรอกครับ ถ้าชอบก็ชอบไปนานแล้ว แค่นี้ก่อนนะครับเดี๋ยวจะรีบเยี่ยมและรีบกลับ ม้าไม่ต้องเป็นห่วง”

‘ให้มันจริงเถอะ’

“คร้าบบบบ”

ผมวางสายหม่าม้าก่อนจะมองหาร่างบางที่เดินหายไปท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนจัด ความสงสัยมากมายแล่นเข้ามาในหัวไม่หยุด แต่สุดท้ายก็ต้องปัดทิ้งไปเพราะมีสิ่งที่สำคัญกว่าต้องทำ

“ขอบใจอาคริสมากนะที่มาเยี่ยมกัน”

“ครับ ผมมาเยี่ยมแทนป๊าม้าด้วย กู๋ฮงไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว หายไวไวนะครับ”

“ขอบใจขอบใจ ฝากขอบใจป๊าม้าลื้อด้วยนะ อ้าว อาโบตั๋นมาพอดี อาคริสเขามาเยี่ยมเตี่ย” ผมหันไปตามที่กู๋ฮงชี้ ก่อนจะเจอกับโบตั๋น ลูกสาวเพียงคนเดียวของกู๋ฮงที่ตอนนี้อยู่ในชุดนักศึกษารัดรูปจนกระดุมแทบปริ ผมดึงสายตาขึ้นไปจ้องใบหน้าสวยที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างยากลำบาก ไม่ให้ลำบากได้ยังไง ก็ซาลาเปาสองลูกใหญ่มันดึงดูดสายตาขนาดนั้น

ผมเป็นผู้ชายเจ้าชู้ แม้จะเลือกผู้หญิงที่จะนอนด้วยพอสมควร แต่พอมาเจอผู้หญิงที่ทรวดทรงใหญ่โตดึงดูดสายตาแบบนี้ก็มีเขวบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แม้จะเผลอมองไปบ้างแต่ผมก็ไม่เคยคิดจะดึงโบตั๋นมาทำอะไรที่ไม่ควร เพราะรู้ดีว่าถ้าได้คนนี้ไป เรื่องมันไม่มีทางจบแค่คืนเดียวเหมือนที่แล้วมาแน่ ๆ

“สวัสดีค่ะเฮียคริส”

“หวัดดีจ้ะโบตั๋น เพิ่งเลิกเรียนเหรอเรา”

“เปล่าค่ะ โบตั๋นมีอบรมตอนบ่ายเลยแวะมาหาเตี่ยก่อน ไม่คิดว่าจะเจอเฮียที่นี่” โบตั๋นว่าพลางส่งยิ้มยั่วมาให้ ผมรู้ดีว่ารอยยิ้มแบบนั้นมันคืออะไร แต่เพราะผู้หญิงตรงหน้าคือโบตั๋นผมจึงแกล้งทำเป็นไม่สนใจไป

“เป็นลูกที่น่ารักนะ” ผมเอ่ยชม ก่อนจะหันไปหากู๋ฮงเพื่อลา “ผมกลับก่อนนะครับกู๋ เดี๋ยวต้องแวะเข้ามหาวิทยาลัยเหมือนกัน”

“อาคริสจะเข้ามหาวิทยาลัยเหรอ”

“ครับ” ผมตอบเสียงเบา ตาขวาเริ่มกระตุกยิก ๆ เหมือนว่ากำลังจะเจอเรื่องอะไรไม่ดี...

“ดีเลย งั้นไปส่งโบตั๋นด้วยได้ไหม” ว่าแล้วเชียวว่าทำไมตาขวากระตุกไม่หยุด คิดผิดจริง ๆ ที่มาเยี่ยมกู๋ฮง รู้งี้เชื่อคำหม่าม้าก็ดี กู๋ฮงเมื่อเห็นว่าผมลังเลจึงรีบยกเหตุผลขึ้นมาสำทับ “อาโบตั๋นอีไม่ได้เอารถมา ไปส่งอีที กู๋ห่วงอี ไม่อยากให้ขึ้นแท็กซี่คนเดียวเป็นสาวเป็นนาง”

“คือ...” ผมลากเสียงยาวก่อนจะหันไปมองโบตั๋น รายนั้นทำหางตาตกจนถ้าผมคิดจะปฏิเสธคงเป็นคนที่โคตรใจร้าย เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน แค่ไปส่งเองมันไม่มีอะไรหรอก “ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมแวะไปส่งโบตั๋นเอง”

“ขอบใจมากนะอาคริส ขอบใจ”

.

.

“คาดเข็มขัดด้วยนะโบตั๋น”

“แหม... คิดว่าเฮียจะคาดให้โบตั๋นซะอีก” ผมแอบถอนหายใจเบา ๆ นี่แค่ขึ้นมาบนรถแอร์ไม่ทันเย็นโบตั๋นก็เล่นงานผมซะแล้ว จะถึงมหาวิทยาลัยโดยสวัสดิภาพไหมคริสเอ้ยย

“ดูละครมากไปนะเรา” ผมหัวเราะเบา ๆ เหมือนไม่คิดอะไร แต่มือที่จับพวงมาลัยเริ่มชื้นเหงื่อ ได้แต่ภาวนาในใจว่าให้ช่วงเวลานี้ผ่านพ้นไปเร็ว ๆ

โบตั๋นไม่ได้ตอบอะไร เธอดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดแต่โดยดีทำให้ผมค่อยหายใจทั่วท้องหน่อย ผมตั้งใจขับรถฝ่าจราจรที่แสนติดขัดทั้ง ๆ ที่เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงกว่ามาถึงมหาวิทยาลัยที่อยู่ใจกลางเมืองจนได้ โบตั๋นเรียนที่นี่ ซึ่งเป็นคนละมหาวิทยาลัยกับผม มหาวิทยาลัยของเราห่างไกลกันคนละมุมเมืองเลยด้วยซ้ำ แต่กู๋ฮงยังยกเหตุผลให้ผมมาส่งลูกสาวแกจนได้ ไอ้ผมก็ใจง่ายเกินไป ถ้าปฏิเสธหรือโกหกซักหน่อยว่าต้องรีบไปทำธุระคงไม่ต้องขับรถมาไกลถึงขนาดนี้

“อุ้ย!”

“มีอะไรโบตั๋น” ผมหันไปถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายร้องออกมา โบตั๋นเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยความวิตก คิ้วที่ถูกเขียนจนโก่งสวยขมวดเข้าหากันแน่น

“โบตั๋นเอาเข็มขัดนิรภัยไม่ออกค่ะ เฮียคริสช่วยดูหน่อยได้ไหมคะว่าติดอะไร”

“ครับ?”

“คือ...มันติด” โบตั๋นปลายตาลงไปที่ข้างสะโพกของตัวเอง เข็มขัดนิรภัยยังยึดติดอยู่แบบนั้นทำให้ผมพยักหน้ารับ ก่อนจะก้มลงไปจัดการให้อีกฝ่าย

“ก็ไม่ติดอะไรนี่ครั...” ลมหายใจของผมสะดุดเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่าโบตั๋นยื่นหน้ามาจนใกล้ เธอกัดริมฝีปากใส่ผมด้วยท่าทีแสนเซ็กซี่ โบตั๋นเป็นคนสวย และผมก็ยอมรับว่าเธอสวยถูกใจผมมาก แต่เพราะว่าหม่าม้าห้ามไว้ตลอดผมถึงไม่คิดจะยุ่งเกี่ยว ทว่าพอได้ใกล้ชิดแบบนี้มันก็...

“ติดสิคะ ตรงนี้...” เธอว่าเสียงกระเส่าแปลก ๆ ก่อนจะจับมือผมไปวางแหมะลงบนก้อนกลม ๆ ใหญ่ ๆ ของตัวเอง “มันใหญ่ เลยติดน่ะค่ะ”

อึก!

ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามท่องคำของหม่าม้าในใจว่าอย่าสนเด็กคนนี้ ๆ แต่โบตั๋นกลับบังคับให้มือผมบีบลงบนก้อนนุ่ม ๆ นั้นแรง ๆ คล้าย ๆ กับกำลังนวดแป้งทำขนมแต่นุ่มกว่านั้นมาก

“อา... เฮียขา ชอบไหมคะ โบตั๋นชอบมากเลย”

“เฮีย...”

“บีบแรง ๆ เลยค่ะ มันไม่แหลกหรอก มันเป็นของเฮียนะ”

โบตั๋นว่าก่อนจะค่อย ๆ ยื่นหน้าเข้ามาหาผม ริมฝีปากบางที่ถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีสวยขยับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ผมมองเธอด้วยความเผลอไผล สำนึกผิดชอบชั่วดีเหมือนจะค่อย ๆ จางหายไป ลืมไปด้วยซ้ำว่าที่นี่คือมหาวิทยาลัย เป็นสถานศึกษาที่ไม่ควรทำเรื่องไม่เหมาะสมแบบนี้

“เฮียคริสขา โบตั๋น...”

เสียงที่กระเส่าอารมณ์ทำให้สติผมกระเจิดกระเจิง มือไม่รักดีของผมบีบเค้นความอวบใหญ่นั้นแรง ๆ โดยที่ไม่ต้องมีมือบางคอยนำทางเหมือนตอนแรก ผมขยับใบหน้าเข้าหาอีกฝ่าย ริมฝีปากของพวกเราเคลื่อนเข้าใกล้กันจนรู้สึกถึงลมหายใจของกันและกัน ก่อนที่จะ...

ปริ้นนนนนนนนนนนน!!!!

เฮือก!!!

เสียงแตรรถที่ดังขึ้นทำให้ผมดึงมือตัวเองออกจากอกอวบเหมือนเจอของร้อน โบตั๋นจิ๊ปากอย่างไม่พอใจ พยายามจะขยับเข้าหาผมอีก แต่ผมที่ตอนนี้สติกลับเข้าร่างแล้วจึงเอ่ยเสียงเด็ดขาด

“อย่าทำแบบนี้ เฮียคิดกับโบตั๋นแค่น้อง”

“แต่โบตั๋น...”

“ลงไปเรียนได้แล้ว ก่อนที่เราจะเข้าหน้ากันไม่ติดไปมากกว่านี้”

“เฮียคริส!!” เสียงที่แหลมจนปาดแก้วหูทำให้ผมไม่พอใจขึ้นมาตงิด ๆ ผู้หญิงที่สวยแต่เอาแต่ร้องแว๊ด ๆ แบบนี้ไม่น่าสนใจซักนิด ผมนึกอยากจะขอบคุณเสียงแตรรถนั่นที่ดึงสติผมกลับมาได้และทำให้ไม่เกิดอะไรเกินเลยขึ้น ไม่อย่างนั้นผมคงทำเรื่องที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตไปแล้ว

“อย่าให้เฮียต้องพูดซ้ำสอง”

“ฮึ้ย!! โบตั๋นไม่ยอมแพ้หรอก ยังไงซักวันเฮียก็ต้องเป็นของโบตั๋น” สาวสวยประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนจนผมนึกกลัว ผ่านผู้หญิงมาก็มากแต่ไม่เคยมีใครรับมือได้ยากเท่าคนนี้ ถ้าเธอไม่ใช่ลูกของกู๋ฮงผมคงพาตัวเองออกมาให้ห่างให้มากที่สุด เมื่อก่อนเธอพยายามจะยั่วผมก็จริงแต่ไม่เคยชัดเจนเท่านี้ อย่างมากก็แค่ส่งยิ้มยั่วยวนมาให้ ผมทำเป็นไม่เห็นก็จบ แต่วันนี้เธอกลับสามารถทำให้สติของผมขาดกระเจิงได้

ต่อไปนี้ผมต้องออกห่างเธอให้มากที่สุด ก่อนที่จะเอาตัวเองไม่รอด

ปัง!!!!

โบตั๋นลงไปแล้วพร้อมกับปิดประตูรถเสียงดังลั่น โชคดีที่วันนี้ผมไม่ได้เอารถคันโปรดมา เพราะถ้าเป็นคันนั้นผมคงโมโหน่าดูที่ลูกรักโดนทำร้ายแบบนี้ เมื่อได้อยู่คนเดียวผมก็ถอนหายใจออกมายาว ๆ อย่างโล่งอก เกือบไปแล้ว...

เพราะความหื่นของมึงแท้ ๆ เกือบหาเหาใส่หัวตัวเองแล้วไหมล่ะไอ้คริส
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • PLAYBOY คุณพ่อฝึกหัด   บทที่ 133

    พรีมพยายามดันผมออก แต่ยิ่งดันผมก็ยิ่งจูบเธอแนบแน่นขึ้น เพียงไม่นานพรีมก็ผ่ายแพ้ มือที่ดันอกผมไว้เปลี่ยนมาคล้องคอ ก่อนจะขยับปากเบา ๆ เหมือนจะจูบตอบผม “ยั่วจัง เธอกำลังทำให้ฉันไม่อยากอาบน้ำนะ” ผมกระซิบเสียงพร่าชิดกับริมฝีปากของพรีม พรีมค้อนให้ผมหนึ่งที ก่อนจะตอบเสียงเบา “นายก็ไม่ได้ตั้งใจเข้ามาอาบ

  • PLAYBOY คุณพ่อฝึกหัด   บทที่ 132

    Chris Part . ข้อดีของความรักที่ไม่ได้เริ่มจากร้อย คือเวลาผ่านไปมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด . เช้าวันเสาร์ วันนี้พอใจและพีทไปนอนที่บ้านพ่อและแม่ของพรีม ส่วนน้องพอร์ชก็ไปนอนที่บ้านของป๊ากับหม่าม้า เท่ากับว่าวันนี้เราสองคนจะได้ใช้ชีวิตด้วยกันแบบที่ไม่มีลูกอยู่ด้วย ผมรักลูกมากนะ

  • PLAYBOY คุณพ่อฝึกหัด   บทที่ 131

    เวลาเดินเร็วจนใจหาย เผลอแปปเดียวพอใจและพีทก็ต้องเข้าโรงเรียนแล้ว คริสปรึกษากับพรีมค่อนข้างจริงจังสำหรับเรื่องนี้ ทั้งอายุที่ควรให้ลูกเข้าอนุบาลหนึ่ง หรือโรงเรียนที่จะให้ลูกเรียน แต่ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่าช่วงสามถึงห้าขวบจะหาครูมาสอนเด็ก ๆ ที่บ้านเพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าโรงเรียนจริง และให้ลูกเริ่มเข้าอ

  • PLAYBOY คุณพ่อฝึกหัด   บทที่ 130

    “ขา ว่าไงคะลูก” พอใจไม่ตอบ แต่กลับซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดของผมเหมือนจะอ้อน ไม่บ่อยนักที่พอใจจะทำแบบนี้กับผม ส่วนมากจะมีแต่พีทที่ชอบอ้อนป๊า พอใจอ้อนแค่แม่ของเขา วันนี้มาแปลกแหะ... ผมหรี่ตาลงด้วยความสงสัย แต่มือก็ยังลูบแผ่นหลังเล็กนั้นไปมาเบา ๆ “ป๊ะ” คราวนี้เป็นเสียงของลูกชาย ก่อนที่เจ้าตัวเล็กจะปร

  • PLAYBOY คุณพ่อฝึกหัด   บทที่ 129

    ผมรับกระดาษแผ่นเล็กมาดู ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่ามันคืออะไร “พรีม...นี่มัน” “ฉันว่า นายคงต้องสั่งทำจี้เพิ่มแล้วล่ะ” “พรีม...” “หืม” หมับ! ผมดึงร่างของพรีมเข้ามากอดทันที น้ำตาคลอด้วยความดีใจเมื่อความฝันกำลังจะเป็นจริง พรีมกำลังจะมีลูกให้ผมอีกคนหนึ่งแล้ว “แต่ยังไม่รู้เพศหรอกนะ เพิ่งส

  • PLAYBOY คุณพ่อฝึกหัด   บทที่ 128

    “ให้มันเพิ่มเดี๋ยวมันก็อ้วนตาย” “โฮ่ง!” “เอ๊ะ! บอกว่าอย่าเห่า พูดไม่รู้เรื่องหรือยังไง” “ก็นายไปว่ามันอ้วน มันเลยเห่าไง” ผมมองหน้าพรีมอย่างเหลือเชื่อ นี่ผมกำลังจะตกกระป๋อง กลายเป็นสามีและพ่อหัวเน่าเพราะหมานี่ใช่ไหมเนี่ย “ไปกันเถอะ” ผมมองพรีมที่เดินนำที่รถ ก่อนจะหันไปชี้หน้าหมานิสัยไม่ดีอย่าง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status