LOGINLove plan ผิดแผน แพลนรัก ซูฉิงลี่ ได้พบปิศาจในคราบเทพบุตรอย่าง เฉิงอวี้ บุคลิกของเขาตรงตามบทบาทในนิยายที่เธอกำลังแปลอยู่ ทั้งสองถูกวางยาและพลาดพลั้งมีค่ำคืนที่แสนเร่าร้อน แถมเขายังเรียกร้องความรับผิดชอบจากเธออีกแหนะ!! ********** Unintentional love รักที่ไม่ได้ตั้งใจ เพื่อนสนิทของ ‘เซวียนลู่’ กำลังหลบหนีจากคดีฉ้อโกง หญิงสาวได้พบ ‘ฟู่อวี๋เสียน’ และลากเขากลับอพาร์ทเม้นเพราะคิดว่าเขาเองก็กำลังหลบหนีและไม่มีที่ไป ใครจะรู้ว่านี่คือกับดักของเขา เรื่องเข้าใจผิดและความวุ่นวายระหว่างคนทั้งสองก็ยังไม่คลี่คลาย เช่นกันกับที่เซวียนลู่ซึ่งอยู่ๆ ก็มีอาการคลื่นเหียน ดังนั้นระหว่างให้อภัยเขากับเลือกที่จะเดินจากเขาไปหญิงสาวควรเลือกข้อไหนดี!!! ********** เงาบาป ฟางฉีหนิง เดินทางมายังหมู่บ้านหลินเหยียนแต่แม่กลับไม่อยู่ ยังดีที่พ่อหนุ่มข้างบ้านอย่าง จางหมิงซานให้ความช่วยเหลือ ท่ามกลางสายฝนเทกระหน่ำ ความลับค่อยๆ ถูกเปิดเผย เบื้องหลังรูปลักษณ์หล่อเหลาทำให้หญิงสาวหวาดหวั่น แท้จริงแล้วสิ่งที่เห็นตรงหน้า เป็นความจริงหรือภาพลวงก็สุดรู้!!!
View Moreถนนซวงผู่หน้ามหาวิทยาลัย S เป็นหนึ่งในถนนที่มีนักศึกษาเดินไปมาคึกคัก โดยรอบมหาวิทยาลัยร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ สองข้างทางสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบ ผนังด้านนอกของร้านรวงมากมายล้วนทาสีขาวดูสบายตา หนึ่งในร้านที่โดดเด่นสะดุดตาเพราะมีนักศึกษาเดินเข้าออกคือร้านกาแฟ The Café
ตึกสีขาวสองชั้นตั้งอยู่ท่ามกลางร้านอาหารและร้านหนังสือ ด้านล่างเป็นร้านกาแฟขนาดใหญ่ ผนังสีขาวล้อมกรอบหน้าต่างกระจกมองเห็นบรรยากาศอันน่านั่งภายในร้าน
ด้านข้างซึ่งทำมุมกับแยกไฟแดง มีทางม้าลายสำหรับข้ามถนน กระจกใสซึ่งมีโต๊ะบาร์สีอ่อนวางขนาบไปตามความยาว เข้าคู่กับเก้าอี้บาร์มีพนักน่านั่ง มีนักศึกษาหลายคนกำลังนั่งอ่านหนังสือพร้อมกับจิบโกโก้ร้อน ด้านหน้ายังมีเค้กชิ้นเล็กๆ น่ากินวางอยู่
ซูฉิงลี่เดินเข้าไปในร้านก่อนกวาดสายตามองไปยังที่นั่งประจำ ถึงอย่างนั้นก็ต้องย่นคิ้วด้วยความเสียดาย มุมประจำถูกคนตัดหน้าไปเสียได้ ทั้งที่ปกติแล้วเก้าอี้บาร์ด้านข้างไม่ค่อยมีคนจับจอง
“เสี่ยวซู มาแล้วเหรอ” หม่าเหยียนเอ่ยทักทายเมื่อเห็นหญิงสาว เขามองไปยังมุมประจำที่หญิงสาวเคยนั่งก่อนยิ้มออกมา “วันนี้มาสายนะ”
เขาคุ้นเคยกับหญิงสาวดีเพราะเป็นลูกค้าประจำ รู้แม้กระทั่งว่าซูฉิงลี่เป็นคนเจ้าระเบียบและตรงต่อเวลามาก ทุกๆ อย่างในชีวิตประจำวันของหญิงสาวมักถูกแพลนเอาไว้ก่อนเริ่มวันใหม่ หลังจากนั้นซูฉิงลี่ก็จะเดินตามแผนนั้น ห้ามผิดไปแม้แต่น้อยเพราะหากผิดแผนหญิงสาวจะหัวเสียทั้งวัน
เห็นท่าทางเสียดายแต่ก็ไม่ได้หงุดหงิดของหญิงสาว หม่าเหยียนเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ “วันนี้ฝนตก?”
ซูฉิงลี่หัวเราะ “เปล่าคะ ปิดต้นฉบับแล้วเลยกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนได้ต่างหาก” ความจริงคือเธอเพิ่งทำงานเสร็จและตารางชีวิตก็จะว่างเว้นไปครึ่งเดือน
“หายากนะเนี่ย” หม่าเหยียนพูดจบก็บุ้ยใบ้ไปยังที่นั่งประจำของหญิงสาว ลูกค้าหนุ่มคนที่ไม่รู้ตัวว่าเพิ่งแย่งที่นั่งของหญิงสาวลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากร้าน
ซูฉิงลี่มองตามแผ่นหลังสูงใหญ่ในชุดสูทเรียบร้อยออกไป แม้ไม่ได้ใส่ใจมองก็ยังรู้ว่าเขาน่าจะดูดีมาก มองจากเสี้ยวหน้าด้านข้างมีแว่นไร้กรอบที่ขับให้ใบหน้าของเขาดูจริงจัง แผ่นหลังกว้าง รูปร่างสูง ขายาว จังหวะการก้าวเดินมั่นคง
“เช็ดน้ำลาย” หม่าเหยียนเย้ากลั้วหัวเราะ
หญิงสาวมองค้อนเขา “ลูกค้าใหม่เหรอคะไม่เคยเห็น”
“ใช่ ศาสตราจารย์เฉิง เพิ่งย้ายมาสอนที่นี่”
“อ้อ” ดูแล้วก็เหมาะกับบุคลิกของเขาดี...
“เสี่ยวซูมาแล้วเหรอ” เยว่ฉงเดินเข้ามาทักทายหญิงสาวอย่างเป็นกันเอง ด้านหลังยังมีชายหนุ่มอีกคนตามมาด้วย เยว่ฉงกล่าวลาและย้ำให้เขาจำวันและเวลาเริ่มงานจากนั้นเขาก็รับคำและหมุนตัวเดินออกไปจากร้าน
ซูฉิงลี่มองตามชายหนุ่มคนดังกล่าวไปนอกร้าน กระทั่งมองเห็นศาสตราจารย์เฉิงที่ยืนรอข้ามถนนตรงทางม้าลาย แผ่นหลังของเขาช่างดูดึงดูดสายตาจริงๆ ขนาดนักศึกษาสาวหลายคนเองก็มองเขาตาไม่กะพริบ
“เขาตกลงเหรอ” หม่าเหยียนเลิกคิ้วถามเยว่ฉงเมื่อเห็นอีกฝ่ายย้ำเรื่องเวลาเริ่มงานกับชายหนุ่มที่เพิ่งเดินออกไปจากร้าน
“แน่นอนสิ”
“แล้วนี่จะเริ่มงานวันไหน”
“พรุ่งนี้ช่วงเช้าทดลองงานก่อน”
“อ้าวไหนว่าตกลง”
“ก็ตกลงมาทดลองงานไง”
หม่าเหยียนหัวเราะออกมา “ผู้จัดการเยว่ครับ นั่นเขาเรียกว่าตกลงหรือไง เขาเรียกว่าทดลองงานดูก่อนต่างหาก”
“ก็นั่นแหละ ถ้าเขามาทำงานที่นี่ก็คงดี ร้านเราคงมีนักศึกษาสาวๆ มาเพียบเลย เสี่ยวจิ่นเป็นคนแนะนำมา เห็นว่างานที่ทำก่อนหน้ามีปัญหาเลยลาออก ว่าแต่...ศาสตราจารย์เฉิงสุดหล่อของฉันละไปไหนเสียแล้ว”
หม่าเหยียนส่ายหน้าคร้านที่จะสนใจเยว่ฉง “เพิ่งออกไปจะตามไปเรียนกับเขาเลยมั้ย”
ซูฉิงลี่หัวเราะพร้อมกับยื่นมือไปรับแก้วกาแฟและโกโก้ร้อน เยว่ฉงเดินตามไปที่โต๊ะประจำของหญิงสาว จากนั้นนั่งลงพูดคุยเป็นเพื่อนเช่นเคย “พูดก็พูดเถอะเสี่ยวซู ไม่กินกาแฟแต่สั่งไปทำไมกัน”
“ก็ฉันชอบกลิ่นกาแฟนี่คะ ไม่ได้กินได้กลิ่นก็มีความสุขแล้ว” หญิงสาวหัวเราะก่อนจะเดินไปที่นั่งประจำ มองออกไปนอกร้านสัญญาณไปสว่างขึ้นเพื่อให้คนที่รออยู่ริมนถนนเดินข้าม หนึ่งในนั้นก็คือศาสตราจารย์เฉิง
ยามก้าวเดินแผ่นหลังเหยียดตรง บุคลิกของเขาดูสง่าน่ามองจนหญิงสาวยากจะละสายตา ถึงอย่างนั้นเมื่อดึงสายตากลับมาคิ้วเรียวก็มุ่นลง
เขา...มาทำอะไรที่นี่?
บนทางม้าลายที่หลายคนกำลังเดินข้ามมาจากอีกฟาก ‘เกาอวี้’ อดีตแฟนหนุ่มของเธอกำลังเดินข้ามมา สายตาของเขากวาดมองเข้ามาในร้าน กระทั่งหยุดลงยังจุดที่หญิงสาวนั่งอยู่
ร่างสูงลุกขึ้นยืน หมุนร่างงามให้หันไปอีกด้าน ซุกแทรกแก่นกายจากเบื้องหลัง มองแผ่นหลังงามที่สะบัดเร่าไปตามจังหวะการกระแทก สะโพกงามเด้งรับจังหวะขยับโยก อกอิ่มในอุ้งมือถูกกอบกุมเขาเสพติดฟางฉีหนิงอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทั้งที่เขาสามารถออกไปดื่มกินสตรีอื่น แต่แค่คิดถึงภาพความเร่าร้อนของฟางฉีหนิงก็ทำให้เขาไปไหนไม่รอดเสียแล้ว ได้แต่ยอมให้หญิงสาวกระทำย่ำยี กดของเขาเอาไว้ใต้ร่างหากวันใดหญิงสาวไม่ทำ เขาก็เป็นฝ่ายเสนอตัว ยอมรุกเร้าจากเบื้องล่าง ขอเพียงหญิงสาวยอมควบขับเขา กระทั่งปลดปล่อยความสุขสมออกมาสักรอบ“ทำอย่างไรดีเสี่ยวหนิง อา”เขากระซิบเสียงเบาในยามที่ถูกหญิงสาวผลักลงไปนั่งบนโซฟาอีกครั้ง ร่างงามนั่งลงคร่อมตัก กลืนกินตัวตนของเขาจนสุดทาง กระทั่งไม่รอให้เขาตั้งตัวสะโพกสวยก็ยกขึ้นกระแทกลง ยกขึ้น กระแทกลงซ้ำๆ ดวงตาจ้องเขาเขม็ง กระทั่งยื่นใบหน้าเข้ามาสอดลิ้นพัวพัน เอวอ่อนออกแรงสะบัดหมุนควง ส่วนประสานเต้นตุบแผดเผา“อา...” จางหมิงซานอ้าปากคำรามจังหวะสุดท้ายที่หญิงสาวเกร็งค้าง บีบรัดแก่นกายแข็งขึง เปิดรับการปลดปล่อยที่เขาเองก็สั่นเทาไปทั้งกายยัง...หญิงสาวไม่ยอมหยุดแค่นั้น ยังคงขยับยกสะโพกและดูดกลืน
ฟางฉีหนิงล้มตัวลงนอนทาบทับร่างแกร่ง ดวงตาฉ่ำเยิ้มหรี่ปรือ แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยโดยง่าย ร่างเล็กถูกพลิกหงาย ส่วนประสานที่เพิ่งปลดปล่อยพองตัว อกอิ่มถูกลิ้นร้อนครอบครองแม้เพิ่งอิ่มเอมแต่ไม่นานกลับถูกปลุกเร้าขึ้นมาอีกครั้ง สองมือจึงได้แต่ยกขึ้นกอดไหล่แกร่ง ยอมเป็นฝ่ายถูกเขากดลงกับเตียงจุมพิตอ่อนโยนประพรมลงไปมาทั่วใบหน้า กายเบื้องล่างถูกรุกราน อกอิ่มถูกเคล้นคลึง กระนั้นร่างงามกลับแอ่นกายเสนออย่างใจกล้า มือข้างหนึ่งถึงกับกดศีรษะของเขาเอาไว้ ป้อนให้เขาถึงปาก ทั้งยังแอ่นเอวอ่อนตอบสนองจังหวะถาโถมอย่างถึงใจ“อือ...เร็วอีกหน่อย ใช่” เสียงสั่งการดังขึ้น ฟางฉีหนิงตอบรับเขาอย่างเร่าร้อน“หากรู้ว่ายามเมามายร้อนเร่าถึงเพียงนี้” เขากระซิบ วางแผนบางอย่างในใจเงียบๆ ร่างทั้งร่างสุขสมจนไม่อาจหยุดการโรมรันของสองร่างยังคงดำเนินต่อไป ปลดปล่อยธารร้อนของความรัญจวน ความปรารถนาที่ไม่มีวันสิ้นสุด ความต้องการอันท่วมท้น กระทั่งฟ้าสางทุกอย่างจึงสงบลง หลงเหลือเอาไว้เพียงความว่างเปล่า...ฟางฉีหนิงลืมตาขึ้นท่ามกลางอาการปวดศีรษะแทบระเบิด ร่างทั้งร่างปวดเมื่อยราวกับเพิ่งผ่านสงครามกลางเมืองและถูกรถถังวิ่งทับ...สิ่งสุด
ท่ามกลางสัมผัสแสนสบาย ฟางฉีหนิงที่เมาจนไม่รู้ตัวกำลังฝันดีอย่างถึงที่สุด บนเตียงนอนอบอุ่นจางหมิงซานเช็ดตัวให้อย่างอ่อนโยน จากนั้นเขาก็นอนอยู่ข้างๆ ลูบแผ่นหลังเบาๆ เป็นเชิงกล่อมฟางฉีหนิงพลิกตัวกอดเขาเอาไว้ พึมพำต่อว่าจากนั้นก็ปีนขึ้นไปนั่งคร่อมเขาเอาไว้ หรี่ดวงตามองเขาอย่างเอาเรื่อง “เพราะอะไร”“มีเรื่องหนึ่ง...” จางหมิงซานกระซิบบอก เขายกตัวขึ้นเริ่มถอดเสื้อของตนออก มองดูเดรสสีแดงสุดเซ็กซี่เขาลอบสูดปาก แค่คิดว่ามีชายคนอื่นเห็น ความโกรธก็พลุ่งพล่าน“คิดว่าคุณคงโกรธถ้ารู้ความจริงเข้า”“ฉันรอฟังอยู่...”หญิงสาวสอดแขนกอดรอบลำคอเขา ดวงตาหวานเยิ้มเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ นั่งเอนซ้ายขวา จนชายหนุ่มต้องใช้สองมือประคองร่างงามเอาไว้ แต่นั่นเป็นการกระทำที่ผิดพลาด เพราะกระโปรงของเดรสรั้งขึ้น กระทั่งมองเห็นแพนตี้ลูกไม้สีดำ...จางหมิงซานสูดปากพร้อมควบคุมตัวเอง“ความจริงในคฤหาสน์นั่นมีเพียงเราสองคน ฟู่อิงและชิงฮวา คือภาพลวงตาที่ผมสร้างขึ้น พวกเขาเคยไปที่นั่นแต่นานมาแล้ว วิญญาณยังคงไม่ไปไหนถูกกักขังเพราะดวงจิตหมกมุ่น ผม...อยากให้คุณคล้อยตาม”“หมายถึงอยากให้ฉันหึง?” คิ้วเรียวมุ่นลง ความโกรธฉายชัดออกมาจากดวง
ฟางฉีหนิงสะดุ้งพร้อมกับหมุนตัวไปด้านหลัง รอยยิ้มที่เพิ่งกลับมาหายวับไป หลังจากที่พบว่าเจ้าของเสียงไม่ใช่คนที่รอคอย“อาตง...”“เกิดอะไรขึ้น!” เขาดูแตกตื่นเมื่อเห็นขอบตาแดงก่ำของหญิงสาว“เปล่า ไม่มีอะไร” ฟางฉีหนิงส่ายหน้า “เรากลับบ้านก่อนนะ”ไม่เปิดโอกาสให้ลั่วเสี่ยวตงถามให้มากความ ฟางฉีหนิงก้าวขึ้นรถและขับออกไปจากลานจอด ด้านหลังลั่วเสี่ยวตงเพื่อนร่วมงานอีกหลายคนกำลังเดินมาสมทบ“อ้าวเสี่ยวหนิงไม่ไปกับเราหรอกเหรอ”“นั่นสิ เอ๊ะ นั่นใครอ่ะที่นั่งรถไปด้วย”ลั่วเสี่ยวตงเลิกคิ้วหรี่ตามองไปยังรถของหญิงสาวที่เพิ่งขับพ้นออกไปจากตัวตึก “ทำไมเมื่อกี้ไม่เห็น” เขาเกาศีรษะแกรกๆ“หรือว่าแฟนของเสี่ยวหนิง พ่อหนุ่มจางหมิงซานผู้ลึกลับคนนั้น”“ใช่แน่ๆ”ฟางฉีหนิงขับรถไปจอดยังซุปเปอร์มาเก็ตใกล้บ้าน ช่วงหยุดปีใหม่ขี้เกียจออกมาเบียดกับคนอื่น ดังนั้นจึงอยากแวะซื้อของกินไปตุนเอาไว้ให้เต็มตู้เมื่อเลือกซื้อของและรอจ่ายเงิน เด็กคนหนึ่งก็เงยหน้าขึ้นมามอง เขามองมายังหญิงสาว จากนั้นหันไปมองข้างๆ ด้วยรอยยิ้มฟางฉีหนิงหรี่ดวงตามองเด็กคนนั้น ก่อนมองไปยังข้างกายที่ว่างเปล่า ร่างเล็กนั่งลงกระซิบถาม “เขาหล่อมั้ยจ้ะ” ถามจบก
เขาไม่พูดเปล่ากลับทิ้งตัวลงนอนหงาย สองมือคว้าจับเอวอ่อน รุกเร้ารุนแรง กระทั่งร่างงามเด้งขึ้นลงตามแรงสอดเสยฟางฉีหนิงร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด ในความเจ็บปวดร่างกายกลับสุขสมจนแทบสำลัก มองสบตาร้องขอของเขา มือน้อยได้แต่ดึงปิ่นออกมา...ต้องปลดปล่อยเขา และทุกๆ คนที่ยังคงอยู่ในวังวนบาปนี้ชั่วขณะที่ความสุข
“บอกฉันที... นี่คือสิ่งที่คุณต้องการใช่หรือไม่ เพราะเหตุใดต้องทำให้ยุ่งยาก” ฟางฉีหนิงกล่าวจบน้ำตาก็ไหลลงมายังสองข้างแก้ม “ในอดีตฉันถูกหลอกให้สะกดวิญญาณของคุณ มาถึงวันนี้คุณก็ยังอยากยืมมือฉันเพื่อปลดปล่อย ขอเพียงบอก...ฉันพร้อมให้ความร่วมมือ”“แน่ใจหรือ” รอยยิ้มร้ายกาจของเขาทำให้ฟางฉีหนิงเม้มปาก“มาน
“เปล่าค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้า ไม่สังเกตเลยว่าชายหนุ่มมองตนด้วยดวงตาพิจารณา ดวงตาคมเหม่อมองไปข้างหน้า สองมือกอดเอวอรชรแนบกาย“เสี่ยวหนิง”“คะ”“เพราะอะไรถึงมาที่หมู่บ้านหลินเหยียน”“ฉันตกงานค่ะ เลยคิดว่าจะมาหาแม่ หวังจะมาตั้งหลักก่อนกลับไปหางานทำ”ในใจนึกถึงดอกเหมยแดงในกระถางเหล่านั้น เหล่าดวงวิญญาณที่
ทุกการเร่งเร้าส่งผลให้ร่างงามสะท้านเยือก ดวงตาที่สานสบอย่างคนพ่ายแพ้ ไม่อาจนำพาความเกลียดชังใดให้เอาชนะการจำนน กระทั่งจางหมิงซานก้มลงจุมพิตพัวพัน พร้อมกับกระซิบ“ชั่วชีวิตนี้เจ้าไปม่อาจหนีข้าพ้น เจ้าเป็นของข้า อยู่กับข้า ตราบนิรันดร์”“เพราะอะไร...อา”หญิงสาวไม่ได้รับคำตอบ เพราะทุกสัมผัสของเขา ยิ่ง