LOGINตึกๆๆ!!!
ลุกขึ้นเรียบร้อยแล้ว ฉันก็เดินเร็วๆ ไปที่หน้าประตูด้วยความหงุดหงิด ไม่ใช่แค่หงุดหงิดธรรมดา แต่โคตรหงุดหงิด! คอยดูนะ เดี๋ยวแม่จะด่าให้หูดับไปเลยแม่ง คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่! ปึก! ฮึก! เพราะหงุดหงิดสุดๆ ฉันถึงได้กระชากประตูให้เปิดออกอย่างแรง แต่ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าพอเปิดแล้ว คนที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าฉันมันจะทำให้ฉันชะงักเพราะความตกใจแบบนี้ “อีริสา!!?” ใช่ เพราะเป็นมันนี่แหละ ฉันถึงตกใจ เพราะไม่คิดไม่ฝันว่ามันจะมา “ใช่ กูเอง” มันทำหน้าได้โคตรน่าตบ ในขณะที่ฉันในตอนนี้มันหายตกใจแล้ว แต่กำลังกัดฟันกรอดด้วยความไม่สบอารมณ์กว่าเดิมหลายเท่า เพราะฉันเกลียดมัน ฉันถึงไม่อยากเห็นหน้ามันไม่ว่าจะเมื่อไหร่ ไม่อยากจะให้มันมาเหยียบคอนโดฉันด้วย ติดเสนียด! “มึงมาทำไม!” “มาย้ำให้มึงจำให้ขึ้นใจ ว่ากูชนะมึง และชนะมาตลอด โซ่เป็นของกู โซ่รักกู รักมาก ในขณะที่กับมึง เขาโคตรเกลียด มึงก็เห็นแล้วนี่” “ใช่ กูเห็น และทุกอย่างก็เพราะมึง” “ใช่ เพราะกู ก็กูมันน่าสงสาร กูมันอ่อนแอ กูมันถูกรังแกมาตลอดนี่นา โซ่ก็เลยต้องปกป้องดูแลกูจากอีผู้หญิงร้ายกาจชอบรังแกคนอื่นอย่างมึงไง หึๆ” มันพูดด้วยน้ำเสียงที่แอ๊บให้ดูอ่อนแอและน่าสงสาร แต่สีหน้ากับแววตาและรอยยิ้มมุมปากของมันแม่งไปคนละทางกับคำพูดและน้ำเสียงอย่างสิ้นเชิง เพราะสีหน้าแววตารวมถึงรอยยิ้มของมันแสดงออกชัดเจนว่ากำลังเยาะเย้ยฉันพร้อมกับสมน้ำหน้าไปในตัวด้วยความสะใจ เหมือนจงใจยั่วโมโหฉัน และมันยั่วขึ้นซะด้วย เพราะตอนนี้ฉันกำหมัดกัดฟันแน่น มันร้อนไปหมดทั้งตัวด้วยความโกรธ “อีตอแหล! อีหน้าด้าน มึงนั่นแหละที่ร้ายกาจแล้วใส่ร้ายกูให้โซ่ฟัง คอยดูเหอะ สักวันโซ่ต้องรู้ความจริงและได้เห็นธาตุแท้ของมึง ถึงวันนั้นแล้วมึงจะหัวเราะไม่ออก!” “โซ่ไม่มีวันรู้!” มันสวนกลับมาทันทีพร้อมกับพลันหุบยิ้มแล้วถลึงตาใส่ฉันด้วยความโกรธและความหวาดหวั่น ก็คงจะกลัวขึ้นมาตามประสาคนมีชนักติดหลัง เพราะมันโกหกหลอกลวงและทำเลวลับหลังเอาไว้ตั้งหลายเรื่อง ซึ่งก็ดี แบบนี้มันเข้าทางฉัน เพราะยิ่งมันกลัว ฉันก็จะยิ่งจี้จุดตายของมัน เป็นการเอาคืนที่มันมาจี้ปมของฉัน จงใจยั่วให้ฉันโกรธจนลุกเป็นไฟแบบนี้ “ก็ไม่แน่ อย่าลืมดิ ความลับไม่มีในโลกนะจ๊ะ ถึงวันนี้โซ่ไม่รู้ สักวันโซ่ก็ต้องรู้ ว่ามึงทำอะไรกับกูเอาไว้บ้าง แล้วก็ไม่ใช่แค่เรื่องกู แต่เรื่องเลวๆ อย่างอื่นที่มึงทำลับหลังโซ่แล้วพยายามปิดเอาไว้ก็ด้วย ยังไงสักวันเขาก็ต้องรู้ ถึงมึงจะปิดเอาไว้มิดชิดแค่ไหนก็ตาม ยกเว้นว่าเขาจะโง่ปิดหูปิดตาอย่างนี้ไปจนตาย ถ้าแบบนั้นก็คงเป็นโชคดีของมึง แต่เกรงว่าจะไม่ ทีนี้มึงลองคิดดูเล่นๆ นะ ว่าถ้าวันนั้นมาถึง ถ้าโซ่เขาเลิกตาบอดแล้วรู้ว่ามึงตอบแทนความรักของเขายังไง มึงคิดว่าโซ่จะยังรักมึงลงอยู่มั้ย?” ฉันยิ้มบอกมันกลับไปด้วยสีหน้าแววตาสะใจเหมือนกับที่มันทำบ้าง ก็อาจจะดูน่าหมั่นไส้แหละ แต่ฉันจงใจ จงใจให้ดูน่าหมั่นไส้ มันจะได้ยิ่งโกรธ เหมือนที่มันทำให้ฉันโกรธ ก็บอกแล้วไงว่าจะเอาคืน และดูเหมือนว่าจะได้ผลดีเกินคาด เพราะคราวนี้นอกจากมันจะยิ้มไม่ออก มันยังโกรธจนสั่นไปทั้งตัว หายใจไม่ทั่วท้องอีกต่างหาก คงกลัวมากทีเดียว กลัวความลับเลวๆ จะหลุด “อีสมายด์!! นี่มึงพูดอะไร” “มึงรู้อยู่แก่ใจ” “กูไม่รู้อะไรทั้งนั้น มึงไปรู้อะไรจากไหนมา!” “หึ” ฉันไม่พูด แต่กระตุกยิ้มให้มันอย่างเป็นต่อ พร้อมกับบอกมันทางสายตาว่าไม่ต้องเสียเวลาแสดงละครหรอก เพราะกูรู้เรื่องของมึงหมดแล้ว “โซ่ไม่เชื่อมึงหรอก! ถึงมึงจะไปใส่ร้ายอะไรกูให้โซ่ฟัง โซ่ก็ไม่มีวันเชื่อมึง มึงอย่าลืมดิ เขาเกลียดมึงอย่างกะอะไร!” มันคงอ่านสายตาฉันออก แล้วก็คงจะยิ่งกลัวจนร้อนรน ถึงได้พยายามจะขู่ฉันว่าถึงฉันจะเอาเรื่องของมันไปบอกโซ่ โซ่ก็ไม่เชื่อ ซึ่งมันก็จริง โซ่ไม่เชื่อฉันหรอก เพราะหมอนั่นมันควายตาบอด ฉันถึงไม่ได้คิดจะบอกเขาอยู่แล้ว แต่ฉันพูดเรื่องของมันขึ้นมาก็เพราะต้องการความสะใจ การได้ทำให้มันรู้ว่าฉันรู้เรื่องของมันพร้อมกับขู่มันกลายๆ จนมันกลัวจนออกอาการร้อนรนขนาดนี้ มันโคตรสะใจเลย แบบนี้ก็ถือว่าได้เอาคืนเรื่องเมื่อกี้แล้ว แต่ไม่สิ แค่นี้ยังใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ได้น้อยไปหน่อย งั้นเอาเรื่องนี้มาเป็นไพ่ในการต่อรองไม่ให้มันมารังควานฉันถึงที่นี่อีกอย่างก็แล้วกัน จะไฝว้ก็ค่อยไฝว้กันที่อื่น ที่นี่มันเซฟโซนของฉัน ฉันไม่อยากให้มันมาเหยียบ แม้แต่หน้าห้องก็ไม่อยาก! “ใช่ โซ่เกลียดกู แต่อาจจะเกลียดมึงมากกว่า ถ้าเขารู้ว่าความจริง มึงไม่ได้ดีอย่างที่เขาเห็น และมึงไม่ได้ใสซื่อบริสุทธิ์อย่างที่มึงเฟคอยู่ทุกวันนี้” “พูดแบบนี้คือมึงยังจะบอกโซ่งั้นเหรอ ทั้งๆ ที่บอกไปเขาก็ไม่เชื่อ” “ถึงไม่เชื่อ เขาก็อาจจะระแคะระคายก็ได้ และเขาก็จะหาคำตอบด้วยตัวเอง” ทั้งที่ความจริงคงไม่หรอก ไอ้บ้าโซ่คือโง่กว่านั้น รักจนโง่ ไม่คิดลืมหูลืมตา “นี่มึง!” “แต่ถ้ามึงไม่อยากให้กูบอกโซ่จนเขารู้สึกระแคะระคายจนต้องไปหาคำตอบ ต่อไปนี้มึงก็อย่ามาเหยียบคอนโดกูอีก ไม่งั้นกูจะแฉความเลวความชาติชั่วของมึงให้หมด สารพัดความเหี้ยของมึง กูจะประกาศให้โลกรู้จนมึงไม่มีที่ยืนในสังคมไปเลย อีกะหx!!!” “อีสมายด์!!!” บ้าจริง! เสียงดังไม่รู้กี่ร้อยเดซิเบลได้ มลพิษทางเสียงชัดๆ แต่ถึงจะอย่างนั้น ฉันก็โคตรสะใจที่อีริสามันทั้งโกรธทั้งกลัวจนแทบลงไปดิ้นแบบนี้ คงกลัวไอ้ควายโซ่จะรู้ความจริงใจจะขาด “ฝากไว้ก่อนเถอะ! กูเอาคืนมึงแน่!!!” มันชี้หน้าแยกเขี้ยวใส่ฉัน แต่ฉันก็เชิดหน้าท้าทายใส่มันกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว ก็ใครจะไปกลัวคนอย่างมันกัน ไม่มีทาง! “เอาตอนนี้เลยมั้ยล่ะ กูพร้อมเสมอ” “อีเลว! อีเหี้ย! รอก่อนเถอะ กูจะต้องเอาคืนมึง!!!” ฟึ่บ!! ตวาดด้วยเสียงแปดหลอดของมันใส่หน้าฉันเสร็จ มันก็หันหลังเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปทันที อารมณ์สู้ไม่ได้ เถียงไม่ออก ก็เลยหนีนั่นแหละ แต่ก็ดี สมน้ำหน้า! “หึ” ปึก! ฉันกระตุกยิ้มมุมปากอย่างสะใจอีกที ก่อนปิดประตูแล้วหันหลังเดินตรงไปยังประตูห้องนอน ติ๊งต่อง! เท้าฉันที่กำลังเดินพลันชะงักเพราะเสียงกดกริ่ง อดคิดไม่ได้ว่ามันคงเปลี่ยนใจอยากจะไฝว้กับฉันตอนนี้เลยมั้ง หน้าหนาอย่างมัน โดนไปแค่นั้นสงสัยคงจะรู้สึกรู้สาแค่นิดเดียว เลยกลับมาเอาอีก ถ้างั้นฉันจะช่วยสงเคราะห์ให้มันแล้วกัน คราวนี้จะไม่เอาแค่ให้มันดิ้นพล่านด้วย แต่จะเอาให้เลือดกบปากมันกลับไปเลย ตึกๆๆ หมับ! ปึก! ฉันเดินกลับไปที่ประตู ก่อนจะเปิดมันออกอีกที “หึ ไม่กลับแล้วเหรอ จะเอาตอนนี้เลยว่างั้น ไหนบอกให้รอก่อนงะ..โซ่!!!?” ทำไมถึงเป็นโซ่ได้ล่ะ!!? ตอนนี้โซ่มองฉันตาเขียวปั๊ด แล้วโซ่มาได้ไง ทำไมถึงเป็นโซ่ ฉันนึกว่าอีริสามากดกริ่งซ้ำ ฉันเลยพร้อมบวกกับมันไง เปิดประตูปุ๊บ ฉันเลยพ่นคำพูดออกไปปั๊บ แบบไม่ทันได้มองหน้า พอเงยขึ้นไปถึงได้สตั๊นท์แบบนั้นไง เพราะไม่คิดจริงๆ ว่าจะเป็นโซ่ “ไม่กลับแล้วเหรอ? คืออะไร! ใครมาหาเธอก่อนหน้านี้ แล้วจะเอาตอนนี้เลยคืออะไร จะเอาอะไร ใครเอา! จะเอากับใคร!” ใส่จัดเต็มมารัวๆ เลย แต่ฉันยังสตั๊นท์อยู่เลย ตอนนี้ถึงทำได้แค่เม้มปาก กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ ก่อนจะพยายามเรียกสติให้กลับคืนมา “มัน มันใช่เรื่องของนายมั้ย แล้วนายมาทำไม กลับไปเลยไป” “ไม่กลับ ใครมาหาเธอก่อนหน้านี้ ผู้ชายใช่มั้ย ใคร! หรือว่าไอ้เหี้ยกอล์ฟ!” “ก็บอกแล้วไงว่าไม่เกี่ยวกับนา..ว้าย! โซ่!” โซ่พุ่งตัวเองเข้ามาในห้องฉัน ก่อนปิดประตูอย่างแรงแล้วหันมาหาฉัน ไม่สิ ไม่ใช่แค่หันมาหา แต่เดินเข้าหา “นะ..นายจะทำอะไร” “เอาเรื่องเธอไง!” “อื้อ!” ไม่นะ โซ่กระชากฉันเข้าไปจูบ ใช่! จูบอีกแล้ว! เขาจูบฉันอีกแล้ว!! จูบแรงมากด้วย เขามันบ้า เขามันบ้าไปแล้ว! “อือ อื้อ อื้อ!!” ปึกๆๆ ฉันพยายามดิ้นขัดขืนพร้อมกับทุบตีโซ่เต็มแรง แต่เขาก็ยังจูบเอาๆ ยังคงดูดดึงปากฉันแรงๆ จนฉันเจ็บ ฉันถึงยิ่งทุบตีและขัดขืนหนักขึ้น รวมทั้งพยายามผลักเขาออกอยู่หลายที ผละ! ปึก!!! ในที่สุดก็ผลักโซ่ออกไปได้ “โซ่! นายมัน!” ฟึ่บ! ฉันง้างมือขึ้นสุดแขน เตรียมตัวจะฟาดหน้าไอ้คนสารเลวให้เต็มแรง “ตบดิ ฉันลากขึ้นเตียงแน่!”ซึ่งถ้าใช่มันก็ดี แต่ผมก็ยังคงอดแปลกใจไม่ได้อยู่ดี ว่าทำไมถึงได้เจอเร็วขนาดนี้(วะ)? ไหนบอกว่าหายากไง“หืม คุณท่านอะไร เรียกคุณพ่อกับคุณแม่สิ” สมายด์ยิ้มบอกอย่างเอ็นดู ดูเหมือนเมียผมจะถูกใจว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้น่าดูเลย “นั่นสิ เราคนกันเองทั้งนั้นนะ” ซึ่งผมเองก็รู้สึกเอ็นดูเธอไม่ต่างกับสมายด์หรอก เพราะผมว่าเธอก็น่ารักดี ดูใสซื่อ ไม่มีพิษมีภัย ไม่มีอะไรแอบแฝง ผมถึงยิ้มบอกเธออีกคน“เอ่อ ค่ะ คุณพ่อ คุณแม่”“น่ารักมากจ้ะ” สมายด์ยิ้มบอก“แน่สิครับ พลอยไพลินของผมน่ารักอยู่แล้ว ผมถึงรักไง”ฟอดด!!กึก!จู่ๆไอ้เสือก็หอมแก้มว่าที่เมียโชว์พวกผมซะอย่างนั้น แล้วยัยลูกสะใภ้ขี้ตกใจของเราจะเป็นยังไงได้ ถ้าไม่ใช่สะดุ้งอีกรอบ เพราะขนาดโดนโอบไหล่เมื่อกี้ เธอยังสะดุ้งเลย แล้วเล่นโดนหอมแก้มโชว์อย่างไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ แม่งจะเหลือเหรอแต่ถึงจะอย่างนั้น เธอก็ยังพยายามนิ่งและคลี่ยิ้มบางๆออกมา คงไม่อยากให้เสือเสียหน้ามั้งครับ เลยพยายามทำให้เราเห็นว่า เธอเต็มใจและไม่ได้ตกใจ ซึ่งผมก็พอจะเข้าใจเธออยู่ แต่ยังไม่เข้าใจไอ้ลูกชายเลยสักนิด วันนั้นยังทำท่าทางจะเป็นจะตาย มาวันนี้กลับยิ้มหน้าบาน แถมยังพูดคำว่า‘รัก’ได้เต็มป
นั่นไม่ใช่เสียงของเสือคนเดียวหรอก แต่เป็นเสียงของสิงห์กับกระทิงด้วย ที่พลันหันมามองแม่ตัวเองเต็มตาขึ้นแล้วอุทานพร้อมกันโดยอัตโนมัติ ส่วนกวางเหรอ ก็หันมามองนะ แต่เหมือนตกใจจนพูดไม่ออก ได้แต่อ้าปากค้าง“แม่ว่าแม่พูดชัดนะ เพราะงั้นไม่ต้องมาทำเป็นงงกันเลย”“เอ่อ แต่ผม ผมยังไม่มีแฟนเลยนะครับ จะให้แต่งงานได้ไง” เสือบอกเสียงเครียดระคนกับความตกใจ(หนักมาก)ที่ยังไม่หาย และผมก็พอจะรู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้ ในเมื่อเจ้าลูกชายยังรักชีวิตโสดและไม่อยากแต่งงาน“ก็หาสิ ไม่เห็นจะยาก”“ยากสิครับ หาเมียนะครับ ไม่ใช่ลูกหมา”“ก็ใช่ แต่แม่พูดเรื่องนี้ตั้งนานแล้วนะ ลูกจะได้มีเวลาหาเมียที่มันต้องใช้เวลานานกว่าหาลูกหมา แต่เราอยากปล่อยเบลอเองนี่นา และคราวนี้แม่จะไม่ยอมแล้ว แม่จริงจัง ลูกต้องหาเมียมาให้ได้เร็วๆนี้ แม่อยากให้ลูกแต่งงาน แม่กับพ่ออยากอุ้มหลานใจจะขาด” ฮึก! โดนพาดพิงซะอย่างนั้น จะแก้ตัวก็ไม่ได้ กลัวจะไม่ได้อยู่ทันเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้“แต่ว่าผม..”“ไม่มีแต่ รีบไปหาเมียมาเลย ใครใช้ให้ทำเฉยก่อนหน้านี้”“แต่ไอ้สิงห์กับไอ้กระทิงก็ปล่อยเบลอนี่ครับ แล้วทำไมแม่ไม่ไปกดดันไอ้สองตัวมันด้วยล่ะ
หลายปีต่อมาผมบอกรึยังว่าผลจากการปั๊มรัวๆแรงๆแบบไม่พักทั้งคืน(เข้าหอ)วันนั้นมันประสบความสำเร็จจริงๆอย่างที่ผมเคลมเอาไว้ ก็นะ อย่างที่บอกว่าฝีมือ(ตอก)ของผมขั้นเทพขนาดนั้น และผมกับเมียพยายามกันอย่างหนักขนาดนั้น โซ่จูเนียร์จะไม่มาเข้าท้องเมียได้ไง แต่โซ่จูเนียร์ไม่ได้มีแค่หนึ่งหรอกครับ แต่มีถึงสี่ เพราะคนเดียวมันไม่พออ่ะนะ มีคนแรกแล้ว เราเลยปั๊มกันต่ออีก เลยได้มาสี่จูเนียร์แบบจุกๆ แถมเผลอแป๊บเดียวก็โตๆกันหมดแล้ว ร้ายๆกันทุกคนอีกต่างหาก ไม่รู้เหมือนกันว่าได้ใครมา“ที่รัก ทำไรอยู่ครับ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว หืม” หมับ!ฟอดด..ผมไม่ใช่แค่ถามหรอก แต่นั่งลงปลายเตียงข้างๆสมายด์แล้วโอบไหล่เธอพร้อมกับหอมแก้มนุ่มๆนั่นไปฟอดนึงด้วย ถึงแม้จะมีลูกสี่คนแถมโตๆกันหมดแล้ว แต่ผมก็ยังรักเธอหมดหัวใจไม่เคยเปลี่ยน แก้มนิ่มๆหอมๆนั่นของเธอก็ไม่เปลี่ยนเลยเหมือนกัน แม้อายุจะเยอะขึ้น แต่เธอก็ยังสาวยังสวยเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด ไม่รู้ว่าเมียผมเป็นอมตะหรือไง ถึงได้สวยไม่สร่างขนาดนี้ “อ่านเสร็จแล้วเหรอ” เธอหันมาถามผมพร้อมกับคลี่รอยยิ้มบางๆนั่นให้กว้างขึ้นอีกนิด แล้วก็ที่เธอถามแบบนั้น เพราะก่อนจะนอน ผมเข้าไปอ่านสรุ
ในที่สุดผมก็ได้ชวนเมียเข้าหอ(ฉ่ำ)อย่างใจอยากแล้วล่ะครับ น้ำแตกกันไปตั้งสามสี่ยกแล้ว จะไม่ให้บอกว่าฉ่ำได้ยังไง ฉ่ำทั้งข้างนอก ฉ่ำทั้งข้างใน แถมฉ่ำทั้งปากทั้งท้องเมีย เพราะยกก่อนหน้านี้กับยกนี้ สมายด์ทั้งดูดทั้งเลียน้ำรักของผมลงคอไปจนหมด ไม่สิ ยกนี้ยังไม่หมด เพราะเธอยังดูดเลียน้ำผมอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่เลย และแน่นอนว่าผมโคตรชอบ ที่เมียยัดเยียดทั้งความฟินและความเสียวให้แบบไม่พักแบบนี้ ทั้งเสียวทั้งฟินจนร้อนไปหมดทั้งตัวอีกรอบ “อาา~ ผัวร้อนอีกแล้วครับเมีย ไป อืมม ไปอาบน้ำกันมั้ย”หมับ! ผมบอกพลางขยุ้มผมนุ่มสลวยของสมายด์แรงขึ้นอีกนิด พร้อมกับแหงนหน้าครางกระเส่าแหบพร่าปนเสียงพูดที่กระท่อนกระแท่น เพื่อระบายความเสียวจนแทบขาดใจออกมาและไม่ต้องบอกก็รู้ใช่มั้ย ว่าผมไม่ใช่แค่จะชวนเมียไปอาบน้ำ แต่จะชวนไปปลดปล่อยความร้อนระอุที่เธอนั่นแหละเป็นคนยัดเยียดให้ ..ซึ่งตอนนี้อุ้งปากร้อนๆของเธอก็ยังคงยัดเยียดมันให้ผมไม่หยุดหย่อน!แล้วไหนจะมือบางร้อนผ่าวนั่นของเธออีก ที่มันสาวลูกชายแข็งขึงของผมไปพร้อมกับจังหวะการดูดเอ็นเข้าออกจนเปียกแฉะด้วยน้ำลายเธอไปเกินครึ่งลำ แล้วแบบนั้นผมจะไปไหนรอด ถ้าไม่ใช่xxxแข็งแล
สี่เดือนต่อมา ผมอยากจะบอกว่า วันนี้คือวันแต่งงานของผมกับสมายด์ครับ ตั้งแต่ผมขอเธอแต่งงานไปวันนั้น ในที่สุดก็ถึงวันแต่งสักที กว่าจะถึงวันนี้ได้ บอกเลยว่ามันหนักหนาสาหัสเอาการอยู่เหมือนกัน เพราะพ่อแม่สมายด์ไม่ค่อยจะปลื้มสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะพ่อของเธอ ที่ยังเคืองผมอยู่มาก แม้จะไม่ถึงขั้นโกรธจนอยากฆ่าผมให้ตายคามือเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ยังโกรธมากและไม่ค่อยจะยอมไฟเขียวเรื่องแต่งงาน แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้ พยายามเอาใจว่าที่พ่อตาแม่ยายสารพัด จนในที่สุด พวกท่านก็เริ่มจะเป็นปลื้มขึ้นมาบ้าง แม้ว่าที่พ่อตาจะยังคงเขม่นผมอยู่อีกนิดหน่อย แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับโอเคก็แล้วกัน แต่เรื่องหนักหนามันไม่ได้มีแค่เรื่องพ่อตาแม่ยาย(ไม่ปลื้ม)หรอกครับ แต่มันยังมีอีกเรื่อง ..คือเรื่องของริสา ! ทั้งๆที่ผมเคยคิดว่าเธออาจจะออกไปจากชีวิตของผมกับสมายด์แล้ว เพราะเธอหายเงียบไปเลยตั้งแต่ตอนนั้น แต่เปล่าเลย เธอยังคอยดูสมายด์อยู่ตลอด จนวันนั้น จู่ๆเธอก็บุกมาหาสมายด์ถึงบ้าน ตลอดสี่ปี เธอยังโกรธแค้น และเธอจะมาแก้แค้น เธอจะมาฆ่าสมายด์ ! ที่ผมรู้ เพราะผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย คือวันนั้นผมรู้สึกเอะใจที่สมายด์หายออกไปรับแขกข้า
สองเดือนต่อมา ‘ริสา’ ‘อีสมายด์?’ มันตกใจจนตาแทบถลน ที่เห็นว่าเป็นฉัน ก่อนแววตาแห่งความตกใจจะเปลี่ยนเป็นแววตาแดงก่ำแห่งความโกรธแค้น ‘มึงมาทำไม! มาเยาะเย้ยกูเหรอ มาสมน้ำหน้ากูใช่มั้ย! ที่สภาพกูเป็นแบบนี้!!’ ‘เปล่า กูมาเยี่ยม แล้วก็มาขออโหสิกรรม’ ‘ไม่มีทาง! มึงทำให้ชีวิตกูเป็นแบบนี้! กูไม่มีวันอโหสิกรรมให้มึง กูจะจองล้างจองผลาญมึงไปตลอดชีวิต กูจะสาปแช่งมึงทุกคืนทุกวัน ไม่ให้ชีวิตมึงมีความสุขอีกตลอดไป!’ ได้ยินแบบนั้น ฉันได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ‘ถ้ามึงทำแบบนั้น คนที่จะไม่มีความสุขไปตลอดชีวิตไม่ใช่กูหรอก แต่เป็นมึงต่างหาก เพราะมึงเลือกจะจมปลักกับความโกรธแค้น ความโกรธแค้นที่ไม่เคยทำให้ใครมีความสุข’ ‘มึงไม่ต้องมาสอนกู!! กูมีความสุขดี ยิ่งกูได้สาปแช่งมึง กูก็ยิ่งมีความสุข ได้ยินมั้ยว่ากูมีความสุข!!’ ดวงตาแดงก่ำถลึงใส่ฉันอย่างกร้าวแข็ง ‘งั้นก็แล้วแต่มึง มึงไม่อโหสิกรรมให้กูก็ไม่เป็นไร แต่กูอโหสิกรรมให้มึง ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน ขอให้เราไม่ต้องมาพบเจอกันอีก ลาก่อน’ ฮึก! สองแขนแกร่งที่สวมกอดหน้าท้องฉันจากด้านหลัง ทำฉันที่กำลังยืนมองออกไปข้างนอกผนังกระจกบนคอนโดสูงของโซ่ พร้อมก







