INICIAR SESIÓNความสุขท่วมท้นมลายหายไปเมื่อความจริงในปัจจุบันอยู่ตรงหน้า ว่าคนที่เธอมีอะไรกับเขาเมื่อคืน คือคนที่เธอไม่ควรข้องเกี่ยวด้วยความเสน่หาใด ๆ ทั้งสิ้น ข้อแรกเขาคือผู้มีพระคุณทั้งกับบิดาและครอบครัวเธอ ข้อต่อมาและเป็นข้อที่ย้ำเตือนว่ายังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้ คือชายหนุ่มมีเจ้าของแล้ว เธอมันก็แมวขโมยดี ๆ นี่เอง
น้ำใสเอ่อรวมจวนหยดอยู่ที่ดวงตา ทว่ามือบางปัดป้ายมันให้เหือดแห้งไปเสียก่อน ร่างบางย่องลงจากเตียงอย่างเงียบเชียบแล้วพาตัวเองหายไป ไม่อยากแม้จะหันหลังกลับไปมอง
หากไม่ใช่เพราะความอยากประชดเขา เธอคงไม่ทำอะไรโง่ ๆ ด้วยการออกไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนแล้วเมาจนครองสติไม่อยู่ จนต้องเดือดร้อนถึงคนเป็นอาที่ตามไปและพาออกมาจากผับ
ก่อนเกิดเรื่อง เย็นนั้นพิชชาภาตั้งใจทำอาหาร เพื่อรอรับประทานร่วมกับชายหนุ่มที่แม้ไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด เขาแต่ก็มีศักดิ์เป็นอา หลังจากที่เขาเองก็ตกปากรับคำเป็นอย่างดี หัวใจดวงน้อยพองโต ก่อนจะเหี่ยวแฟบลงเมื่อชายหนุ่มโทรกลับมาบอกว่า
“อานับไม่สบาย อาต้องไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล” อานับ หรือ นับดาว ไม่ใช่ใคร แต่เป็นคู่หมั้นของภวินท์ ทั้งคู่เหมาะสมกันทุกอย่าง ทั้งหน้าตาหล่อสวย ฐานะทางการเงินและสังคม แถมยังเป็นครอบครัวที่ต่างเอื้อธุรกิจของกันและกัน ต่างจากเธอ เด็กสาวที่เป็นใครก็ไม่รู้ในครอบครัวของเขา แค่เขาเอ็นดูเมตตาก็มากพอแล้ว ยังจะหวังอะไรอีก ?
เขามีเหตุผล แตกต่างจากเธอที่ปล่อยให้อารมณ์น้อยใจแบบเด็กที่แล่นลิ่วขึ้นมาจนขาดสติ พิชชาภาตัดสินใจไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อน ๆ เผื่อว่าจะบรรเทาความร้าวรวดในใจที่ตัวเองกำลังประสบอยู่ และมันก็เลยเถิดเกิดเรื่องขึ้นมาจนได้
“คุณหนูนิ้ง
เมื่อคืนไปไหนมาคะ ป้ารอเปิดประตูทั้งคืนเลย” ทันทีที่ผ่านเข้าประตูบ้านเข้ามา เสียงห่วงใยของแม่บ้านคนเก่าแก่ก็ดังขึ้นทัก หญิงสาวตกใจอยู่บ้าง ถ้าไม่มีเรื่องอื่น เธอคงยิ้มร่าตอบรับพร้อมเย้าอีกฝ่ายคืน“นิ้งนอนบ้านเพื่อน ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้โทรบอกป้าแก้ว”
“ป้าน่ะไม่เท่าไร แต่คุณวินนี่สิคะ ท่าจะโมโหมาก เธอมาตามหาคุณหนูที่นี่ด้วยนะคะ พอรู้ว่าคุณหนูไม่อยู่ ก็โกรธมาก ป้าว่าวันนี้ต้องมาตามคุณหนูอีกแน่ ยังไงก็โทรบอกคุณเขาหน่อยนะคะ”
“ค่ะ ไว้นิ้งจะโทรบอกอาวินเองค่ะ” ตอบให้ผู้สูงวัยสบายใจไปเพียงเท่านั้น หลังจากผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนกับชายหนุ่มที่เป็นประเด็น จากนี้ไปเธอไม่รู้จะกล้าเอาหน้าที่ไหนไปมองเขา
หญิงสาวจ้องร่างเปลือยเปล่าของตนในกระจกเงาแล้วร้อนวูบเมื่อเห็นรอยจ้ำแดงกระจายเกลื่อนอยู่ตามเนินอกและบริเวณช่วงลำคอระหง ยิ่งยามคิดถึงสัมผัสที่มือหนาไล้ลูบบีบเคล้นตามร่างกายเธอก็เหมือนความปั่นป่วนจะแผ่ซ่านตรงช่วงท้องน้อย
พิชชาภาสะบัดหน้าไล่ความคิดไม่เข้าท่าของตัวเอง จากนั้นก็ก้าวเข้าไปยืนใต้เรนชาวเวอร์ เปิดน้ำเย็นจัดให้ราดรด ดับความรุ่มร้อนทั้งกายและใจ แต่เพียงหลับตาลง เธอก็เห็นแต่ดวงหน้าเข้มคมคายลอยฟุ้งอยู่ในห้วงมโน
หญิงสาวถอนหายใจอย่างหงุดหงิด โมโหตัวเองที่คิดถึงแต่เขา คนที่เธอไม่ควรยุ่งเกี่ยวด้วย ทว่าเมื่อทำไปแล้ว ปัญหาที่ตามมาก็ควรแก้เอาเอง ...
“นิ้งไปไหน?” ภวินท์ถามคนสนิทเมื่อออกจากห้องนอนมาแล้วไม่เจอร่างบางที่เขากกกอดมาทั้งคืน
“กลับบ้านไปแล้วครับ”
“ไปยังไง” เสียงถามเริ่มแข็ง คิ้วเข้มขมวดมุ่น บ่งบอกอารมณ์ได้เป็นอย่างดี
“คุณหนูให้ผมไปส่งครับนาย”
“กูบอกมึงให้ไปส่งเหรอ เมื่อคืนกว่ากูจะหาตัวเจอ แต่เช้านี้มึงกลับเอาไปส่งนี่นะ” คุณเป็นนายถามกลับเสียงเครียด
“ผมนึกว่านายเคลียร์กับคุณหนูแล้ว”
“เคลียร์บ้านพ่อมึงเหรอ ไปเอารถออก กูจะไปตามหลาน” คนเป็นลูกน้องได้แต่เกาหัว แย้งในใจ แต่ก็รีบทำตามคำสั่ง เพราะไม่อยากโดนมากกว่าคำด่า
“หลานอะไรวะ หวงปานเมีย ขนาดคู่หมั้นยังไม่เคยตามขนาดนี้ ว่าแล้วก็สงสารคุณนับ”
นับดาวกลั้นใจเมื่อความสากชื้นสัมผัสที่ปลายยอดถันสีชมพูเรื่อของเธอ ปลายเท้าเล็กจิกที่นอนเมื่อความเสียวซ่านค่อยไต่ระดับมากขึ้นมือบางสอดลูบเข้ากับศีรษะทุยระบายความรู้สึกที่กำลังตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง จมูกโด่งและริมฝีปากร้อนชื้นค่อยไล่ลงจนหยุดที่หน้าท้องแบนราบของเธอ นับดาวถอนหายใจเมื่อสัมผัสนั้นถึงดอกไม้งามกลางกายสาวในที่สุด มือใหญ่จับแยกขาเรียวให้กว้างขึ้น ส่งลิ้นสากเข้าทักทายตามรอยแยกของกลีบดอก จนนับดาวแทบนอนไม่ติดที่นอน ในหัวขาวโพลนพร่างพราวเมื่อความรู้สึกสุขสมปะทุ “หื้อ คุณรัณ” หญิงสาวร้องคราง มือบางไขว่คว้าหาสิ่งยึดเพื่อบรรเทาความเสียวซ่าน จนร่างใหญ่เลื่อนขึ้นมาทาบทับร่างบอบบางอีกครั้ง มือสากจับประสานมือเรียวทั้งสองบีบแน่น เมื่อสอดใส่ความแข็งขึงเข้าหาความอุ่นอ่อนนุ่ม ที่บีบรัดทันทีเมื่อเข้าลึกจนสุดลำ ริมฝีปากร้อนบดประกบปากอิ่มเย้ายวนเมื่อเริ่มขยับโยก จากเชื่องช้าค่อยเร่งความถี่เร็วเป็นจังหวะที่สอดประสานลงตัว จนความสุขซ่านประทุปล่อยเป็นน้ำขุ่นขาวภายในตัวของหญิงสาวนับดาวรู้สึกถึงความอุ่นวาบภายในหลังจากร่างสูงใหญ่นอนทาบทับเธอลงมาทั้งตัวเมื่อถึงฝั่งฝันด้วยกันทั้งคู่ หญิงสาวตาโตเมื่อนึก
“คุณรัณคะ ปากเลอะหมดแล้ว พอก่อนค่ะ”ความสวยของเจ้าสาวทำให้ถูกเจ้าบ่าวแอบฉุดเข้ามาขโมยจูบภายในห้องหนึ่ง“เช็ดให้หน่อยสิครับ” ชายหนุ่มยื่นหน้าหล่อ ที่เปอะไปด้วยลิปสีหวานมาตรงหน้า จนนับดาวอดขำไม่ได้ ชายหนุ่มมองหน้าหวานซึ้งที่กระตือรือร้น บรรจงเช็ดคราบสีออกจากปากเขาอย่างแสนรักใคร่ อยากกกกอดไว้ทั้งวันทั้งคืนไม่ปล่อยไปไหนในที่สุดฝันของเขาก็เป็นจริง แม่นางในวรรณคดีที่เขาได้แต่มองตามเมื่อครั้งอดีต มาบัดนี้ได้นั่งเคียงตั่งรดน้ำสังข์ในชุดไทยแสนสวยอย่างที่เคยเพ้อฝันคนเดียวแล้ว “เสร็จแล้วค่ะ เช็ดให้นับด้วย ต้องไปเติมใหม่อีก อายพี่กบแย่เลย”“อายทำไมครับ ผัวจูบเมีย เป็นเรื่องปกติ ความจริงอยากทำอย่างอื่นด้วย เมื่อไรจะส่งตัวเข้าหอสักทีนะ ผมอยากรักนับ โดนแม่คุณสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้ตั้งเป็นเดือน คิดถึงนับมาก” นับดาวหน้าแดงซ่านด้วยความขัดเขินภารัณเวอร์ชันคลั่งรัก ทำให้เธอมีความสุขเหลือเกิน ความร้ายกาจก่อนหน้านั้นถูกฝังกลบตั้งแต่วันที่รู้ว่าชายหนุ่มก็แอบรักเธอ ไม่ต่างจากเธอที่ตกหลุมรักเขาตั้งแต่วันที่เดินชนกันครั้งแรกเช่นกัน ทว่าการแสดงออกของชายหนุ่มกลับตรงข้ามกับความรู้สึกภายใน จนเธอแทบจะสาปส่ง“นั
5 ปีก่อน“อุ๊ย / เฮ้ย !” “ขอโทษครับ / ขอโทษค่ะ” ในมุมอับของประตูที่เชื่อมต่อไปยังสวนของบ้านหลังใหญ่ เป็นจุดที่ทำให้สองร่างชนปะทะกัน หนึ่งนั้นสูงใหญ่แข็งแรง ทว่าอีกหนึ่งกลับบอบบางอ้อนแอ้น เลยทำให้คนที่ด้อยกว่าทางกายภาพ เซถลาเกือบวัดพื้น ถ้าไม่ได้มือแกร่งที่ดึงไว้ทันควัน นับดาวคงหงายหลังไม่เป็นท่าหญิงสาวช้อนสายตามองคนที่ทั้งช่วย และชนโครมเข้ากับตน ดวงตากลมโตที่ในวันนี้ถูกแต่งแต้มอย่างงดงามอ่อนหวานแฝงด้วยความตื่นหนกเล็กน้อยจากเหตุการณ์เมื่อครู่แต่คนช่วยกลับตาพร่าไปชั่วครู่ อกข้างซ้ายเต้นรัว อย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน ตลอดอายุ 30 ปี ที่เป็นเสือผู้หญิง และเปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่น กลับถูกสะกดงันราวต้องมนต์ดวงหน้าเรียวหวานซึ้ง ประกอบด้วยดวงตากลมโต จมูกนิดทว่าปลายรั้น กับริมฝีปากเต็มอิ่มที่ถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีหวาน ศีรษะทุยสวยเกล้าเก็บผมเรียบตึงด้วยปิ่นปักผมสวยงาม เข้ากับต่างหูลายเดียวกันหญิงสาวสวมชุดไทยห่มสไบแบบไทยจักรีสีชมพูอ่อน เปิดบ่าข้างหนึ่งเผยให้เห็นบ่าไหล่ และแขนกลมกลึงบอบบาง ดูอ่อนหวานน่าทะนุถนอมไปทั้งเนื้อทั้งตัว ทำเอาคนที่เจอแต่สาวสวยแบบแซ่บถึงกับตะลึงงัน นั่นเพราะภารัณไม่เคยมีสเป
นับดาวจ้องภาพตัวเองตาเขม็ง นี่มันรูปเธอเมื่อห้าปีก่อน เป็นรูปงานหมั้นที่มีเป็นร้อยรูป นอกจากนั้นยังมีรูปอื่น ๆ หลายสถานที่ หลายช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งบางช่วงเวลาเธอยังจำไม่ได้เลยว่าไปที่ไหน ทำอะไรบ้าง แต่มันกลับเป็นภาพที่อยู่ในเครื่องแล็ปท็อปของภารัณ และแปลกที่ไม่มีภาพหวาดเสียวระหว่างเขาและเธออย่างที่นึกกลัว ทุกภาพในนี้มีเพียงความสวยงาม สดใสของเธอทั้งสิ้น ขนาดตัวเธอเองยังสัมผัสได้ถึงทุกห้วงความสุขที่ผ่านมาที่ฉายชัดออกจากภาพถ่าย แล้วภารัณไปเอาภาพพวกนี้มาจากไหน ?หญิงสาวขออนุญาตใช้แล็ปท็อปของเขา เพื่อส่งอีเมลแจ้งความคืบหน้าของงานที่ภารัณว่าจ้าง เพราะไม่ได้พกของตัวเองมา ชายหนุ่มใจดีอนุญาตให้เธอใช้งานได้ แต่กลับเป็นเธอที่เสียมารยาทเปิดดูข้อมูลของเขา แค่เห็นชื่อไฟล์ว่า 'เธอคือดวงดาว' มือบางพลันกดเข้าไปดูด้วยความอยากรู้ว่าคืออะไร “แอบดูข้อมูลคนอื่นแบบนี้ นิสัยไม่ดีรู้ไหม ?” เสียงห้าวข้างหูบอบบาง พร้อมกับวงแขนกว้างที่ถือวิสาสะโอบกอดร่างเธอไว้ ไม่พอเท่านั้น ปลายจมูกโด่งยังกดลงบนแก้มนุ่ม และมีทีท่าว่าจะไถลมาที่ปากอิ่มของเธอ นับดาวรีบตะครุบมือและดันตัวออกจาก แต่ติดเก้าอี้และเรือนร่างแกร่งที่ขวาง
นับดาวผินหน้าเรียวออกด้านซ้าย มองทิวทัศน์ที่รถเคลื่อนผ่าน ไม่อยากมองคนข้าง ๆ ที่ขับรถผิวปากอย่างอารมณ์ดี แค่คิดถึงเรื่องเมื่อคืน เธอก็ร้อนวูบไปทั้งหน้า เพราะมันเลยเถิดอีกแล้ว เธอไม่น่าปล่อยตัวไปใจกับเขาเลยหลังจากที่ปล่อยกายใจไปกับสัมผัสและรสจูบไปชั่วครู่ ชายหนุ่มพาเธอออกมาจากคลับเลาจน์ทั้งที่ยังไม่ครบชั่วโมงอย่างที่ตกลงกันไว้ และเป็นเธอเองที่ยินยอมพร้อมใจเดินเข้าไปในห้องพักที่ไม่ใช่ห้องของตน ยอมตามใจให้เขาแทบทุกอย่าง จากนั้นก็มานั่งเจ็บใจตัวเองอยู่อย่างนี้กว่าชั่วโมงรถ SUV คันหรู ก็จอดนิ่งตามพิกัดที่ชายหนุ่มตั้งไว้ คิ้วเรียวของนับดาวชนกันเมื่อมองรอบตัว มือบางรีบเปิดประตูก้าวลงจากรถ กวาดตามองขุนเขาตระหง่านซับซ้อนอันแสนคุ้นสายตา“ตรงนี้ที่ดินของคุณเหรอคะ ?”“ใช่ เพิ่งซื้อมาไม่นานนี่เอง เจ้าของที่ดินคนเก่าบอกว่า ตอนกลางคืนที่นี่จะเห็นดวงดาวเต็มท้องฟ้า สวยมาก แต่ผมก็ยังไม่เคยเห็นเหมือนกัน คืนนี้ว่าจะเปิดที่พักใกล้ ๆ แถวนี้นอน ช่วงดึกจะขับรถออกมาดูอีกรอบ”“คุณซื้อที่ผืนนี้จากคุณพ่อฉันใช่ไหมคะ” นับดาวกลั้นใจถาม แม้พอรู้คำตอบอยู่แล้ว เพราะมีช่วงหนึ่งที่ภารัณและบิดาเธอนัดเจอกันบ่อย ๆ ส่วนหน
“เชิญคุณนับดาว เข้ามาในห้องก่อนครับ ยืนตรงนั้นคุยไม่สะดวก” นับดาวที่กำลังจะโวยวายต้องชะงัก มองอีกฝ่ายอย่างกังขา ว่าเขาจะมาไม้ไหน ทว่าใบหน้าเย็นชาราบเรียบกลับไม่แสดงอะไร จนดูเหมือนไม่ใช่ภารัณคนเดิม หรือเขายุติเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในอดีตกับเธอแล้ว รักษาสัญญา รักษาคำพูดอย่างนั้นเหรอ ? หญิงสาวจึงยอมเดินตามร่างสูงมาหยุดบริเวณโซนของห้องรับแขกที่แยกออกมา แต่ชายหนุ่มตรงไปที่บาร์เครื่องดื่ม เพื่อรินน้ำสีเข้มลงในแก้ว“ดื่มอะไรดีครับ ไวน์มั้ย ?”“ไม่ค่ะ ขอน้ำเปล่าก็แล้วกัน” ชายหนุ่มรินของตัวเองเรียบร้อยก็คว้าแก้ว พร้อมขวดน้ำดื่มมาวางให้ตรงโต๊ะกลางด้านหน้าเธอ “พอดีเลขาผมต้องไปติดต่องานอื่นที่เชียงใหม่ ผมเลยต้องมาที่นี่แทน”“ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ ด้วยยังไม่แน่ใจกับท่าทีของเขา“ที่เรียกมาก็เพราะอยากคุยงานคร่าว ๆ ก่อน” ชายหนุ่มยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบ พร้อมกับเอนร่างหนาพิงพนักโซฟาอย่างผ่อนคลาย“ค่ะ ว่ามาเลย ไม่ทราบว่าคุณคิดออกหรือยังคะ ว่าต้องการคอนเซ็ปต์แบบไหน”“เอาจริงนะ ผมก็ยังไม่เคยเห็นพื้นที่จริงเหมือนกัน แล้วก็ยังคิดไม่ออกว่าอยากให้ออกมาเป็นแบบไหน”“ถ้าอย่างนั้นเราไปดูหน้างานก่อนก็ได้ค่ะ ค่อยว่ากันอี







