INICIAR SESIÓNจากนั้นไม่ถึงยี่สิบนาที ภวินท์ก็มาถึงบ้านหลังเล็กของหลานสาวนอกไส้ แต่รักเสมือนคนในครอบครัว ทว่าตอนนี้ความรู้สึกมันเกินเลยจนกู่ไม่กลับ เขาและเธอคงอยู่ในฐานะอาหลานไม่ได้อีกต่อไป และชายหนุ่มก็ตัดสินใจแล้วว่าควรทำอย่างไร
“ป้าแก้วครับ นิ้งอยู่ไหน ?” ชายหนุ่มถามแม่บ้าน เมื่อเข้ามาภายในบ้านแล้วไม่เห็นร่างบางที่คิดถึง
“บนห้องค่ะคุณวิน” ชายหนุ่มก้าวเร็ว ๆ ขึ้นด้านบนบ้านตามที่แม่บ้านบอกทันที มือหนาหมุนลูกบิดประตู เมื่อเห็นว่าห้องไม่ได้ล็อก จึงถือวิสาสะเข้าไป ทว่ากลับไม่เจอ ได้ยินเพียงเสียงน้ำดังแว่วออกมาจากห้องน้ำ นิ้วแข็งแรงเลยกดล็อกห้องแทน แล้วก้าวไปนั่งเอกเขนกที่โซฟามุมห้องรออย่างใจเย็น
“ว้าย !” พิชชาภาตกใจเมื่อออกมาจากห้องน้ำ แล้วเจอดวงหน้าคมคายของคนที่อยู่ในห้วงมโนความคิดมาตลอด หญิงสาวหน้าแดงขึ้นมาทันที เมื่อสบกับดวงตาคมกริบที่จ้องเขม็งมาที่ร่างบางของตนซึ่งตอนนี้มีผ้าเช็ดขนหนูพันร่างบอบบางเพียงผืนเดียว และมันก็หมิ่นเหม่เสียเหลือเกิน
"อาวิน เข้ามาในห้องนิ้งได้ยังไง ออกไปก่อนค่ะ" หญิงสาวสลัดความประหม่าทำเสียงแข็งเข้าข่ม ทว่าเขากลับไม่สะทกสะท้าน ดวงตาคมมองนิ่งมาที่เธอเฉกเช่นเดิม
“นิ้งไม่ได้ล็อกห้องนี่ อาก็เดินเข้ามาปกติ แล้วอาก็จะไม่ออกไปไหน ถ้าเราคุยกันไม่รู้เรื่อง”
“เรามีเรื่องอะไรที่ต้องคุยกันคะ” เธอฝืนถาม ทั้งที่รู้ดีแก่ใจ ความสัมพันธ์ลึกซึ้งในค่ำคืนที่ผ่านมาทำให้สายสัมพันธ์เยี่ยงเครือญาติสะบั้นลง แต่ในเมื่อเธอและเขาไม่มีความเกี่ยวพันกันทางสายเลือดอยู่แล้ว จะสานต่อหรือจบก็คงไม่ต่างกันนัก
“เรื่องเมื่อคืน!” หญิงสาวยิ่งหน้าแดงเมื่อเขาตอกย้ำเรื่องที่เธอพยายามลืม
“ขอนิ้งแต่งตัวก่อนได้ไหมคะ?”
“แต่งไปสิ อารอได้”
“อาวินก็ออกไปก่อนสิคะ”
“ไม่ออก อาเคยเห็นหมดแล้ว จะอายอะไร” เขาว่าหน้าตาเฉย ทว่าประกายระยับที่สะท้อนจากดวงตาคู่คมกลับกวาดมองทั่วร่างของเธออย่างไม่เกรงใจ อาวินคนเดิมของเธอหายไป เหลือเพียงชายหนุ่มหน้ามึนที่มองตอบอย่างไม่สะท้านกับคำขอร้องของเธอ
“อาวิน !” พิชชาภาตะโกนเรียกชื่อเขาอย่างขัดใจ เมื่อเห็นว่าเขาไม่มีทีท่าจะขยับไปไหน เลยตัดสินใจคว้าชุดในตู้เสื้อผ้า หายเข้าห้องน้ำไปใหม่ ความจริงอยากขังตัวเองอยู่ในนั้น แต่รู้ว่าชายหนุ่มนิสัยเป็นยังไง ....
เมื่อตรวจดูความเรียบร้อยของตัวเองแล้ว จึงก้าวออกมาเผชิญหน้ากับเขาในที่สุด ...
ภวินท์พาหญิงสาวมาที่คอนโดสุดหรูของเขาที่ซื้อทิ้งไว้ และแวะมาพักบ้างเวลาที่ขึ้นมาติดต่องานหรือทำธุระที่กรุงเทพ ฯร่างบางถูกผลักเบา ๆ ให้เดินนำเข้าไปก่อน เสียงปิดประตูตามหลังเสมือนอิสรภาพเธอที่ลอยหายไปเวลานี้เป็นช่วงหัวค่ำ ก่อนที่จะเข้ามาคอนโด ชายหนุ่มพาเธอแวะทานอาหารเย็นมาเรียบร้อย คล้ายเตรียมพร้อมเพื่อให้เธอทำหน้าที่อย่างที่เขาต้องการ“ไปอาบน้ำ อาไม่ชอบนอนกับคนตัวเหม็น”“ไม่อาบ จะทำอะไรก็ทำ มันจะได้จบ ๆ ไป”“มันไม่ง่ายอย่างที่คิดน่ะสิ ตลอดเวลาที่อาอยู่ที่นี่ นิ้งก็ต้องอยู่ หลังจากนั้นเราจะกลับบ้านไปพร้อมกัน”“นิ้งเกลียดอาวิน” เธอเค้นเสียงบอก แววตาตัดพ้อกับการบังคับเอาแต่ใจของเขา“อาทำให้นิ้งรักอาได้ก็แล้วกัน อยากรู้ไหมว่าจะทำยังไง ?” ร่างสูงของเขาก้าวเข้าประชิดพร้อมทั้งรั้งร่างบางเข้ามากอด แต่พิชชาภาเบี่ยงตัวหนี ดึงแขนแข็งแรงออก แล้วแย้งขึ้น“ไหนจะให้ไปอาบน้ำ ปล่อยก่อนสิ” ชายหนุ่มยอมปล่อย มองร่างบางที่ลับหายไปทันทีที่เขาคลายอ้อมแขนอย่างคาดโทษเมื่อพิชชาภาออกจากห้องน้ำ ก็เห็นคุณอาหนุ่มอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำเรียบร้อย ดวงหน้าคมคายดูสดชื่นขึ้น อีกทั้งผมดกดำได้รูปที่เปียกชื้นบ่งบอกว่าเขาคงไป
นึกย้อนถึงเรื่องราวหนหลังและหนี้สินที่เธอต้องทำงานระหว่างเรียนเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ให้ภวินท์นั้น เกิดขึ้นเพราะบิดาของเธอติดการพนันอย่างหนักจนเดือดร้อนไปถึงภวินท์ น้องชายคนละพ่อแม่นั่นเพราะย่าของเธอแต่งงานใหม่กับบิดาของภวินท์ เธอจึงย้ายตามย่าเข้ามาอยู่ที่บ้านของภวินท์นับจากนั้นส่วนบิดาของเธอไป ๆ มา ๆ โดยมากคือทิ้งเธอให้อยู่กับย่าเป็นส่วนใหญ่ โดยมีภวินท์ที่พลอยเอ็นดูเด็กหญิงตัวน้อยไปด้วย อาหลานคนละสายเลือดเริ่มผูกพัน คุณอาหนุ่มมักคอยตามใจ ปลอบใจ ยามหลานสาวถูกคนเป็นพ่อทิ้งให้อยู่ตามลำพังเสมอจนเธอเมื่อย่าจากไปพร้อมกับบิดาของภวินท์ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ บิดาของเธอถึงได้มารับไปอยู่ด้วยกันอย่างถาวร โดยสองพ่อลูกออกมาเช่าบ้านอยู่ข้างนอก แม้ภวินท์จะไม่เห็นด้วย แต่ก็เคารพในการตัดสินใจของบิดาเธอ เพราะเขาเองก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับครอบครัวเธออยู่แล้วบิดาของพิชชาภาที่ทิ้งเธอมาแต่ไหนแต่ไร ก็ยังคงทิ้งให้เด็กสาวเฝ้าบ้านเช่าตามลำพัง และที่แย่ไปกว่านั้นคือบิดาเธอติดหนี้พนันอย่างหนัก จนเจ้าหนี้ตามมาทวงถึงที่บ้านเด็กสาวหน้าตาสะสวยที่ต้องอยู่บ้านเช่าคนเดียว มีหรือที่จะพ้นปากเหยี่ยวปากกา พิชชาภาเกือบโดนข่
จากวันนั้นที่ทะเลาะกับภวินท์อย่างรุนแรง พิชชาภาก็ไม่กลับไปที่บ้านอีกเลย ชายหนุ่มให้คนมาส่งเธอที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพ ฯ ส่วนตัวเขาก็ไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็นเช่นกัน แม้กระทั่งคำล่ำลาในวันที่เธอเดินทางกลับก็ยังไม่มีชายหนุ่มยังคงรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายโดยการโอนเงินเข้ามาในบัญชีเธอทุกเดือน และไม่ใช่ยอดน้อย ๆ แล้วอย่างนี้เมื่อไรหนี้สินระหว่างกันจะสิ้นสุดเสียที แม้อยากโทรไปต่อว่าและปฏิเสธ แต่เพราะไม่อยากต่อความกับเขา เลยตัดปัญหาด้วยการหยิบเงินนั้นออกมาใช้น้อยที่สุด “นังนิ้ง แกจะงกไปไหนวะ รายงานนี่แกเหมามาทำคนเดียวเลยเหรอ” เพื่อนชายหัวใจหญิงถาม เมื่อเห็นเธอตั้งหน้าตั้งตาพิมพ์งานแบบไม่สนโลกพิชชาภารับทำงานทุกอย่างที่บรรดาเพื่อน ๆ ว่าจ้าง ทั้งรับจ้างรายงาน รับหิ้วของ ซื้อของ แม้กระทั่งรับจ้างทำความสะอาดคอนโด ทำความสะอาดห้องพักให้เพื่อน เรียกว่าทุกอย่างที่ได้เงิน เธอทำได้หมด“อืม ฉันร้อนเงิน แกก็รู้นี่ ฉะนั้นอย่ามาแย่งงานฉันเลยนะเพื่อนรัก”“หลานสาวเศรษฐีอย่างแกนี่นะร้อนเงิน ?”“ฉันมันหลานนอกคอก เป็นข้าวนอกนา ใครเขาจะมาสนใจวะนังจินนี่ แล้วที่สำคัญฉันไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร ให้ต้องตามใช้ไปยัน
หลังจากส่งแขกผู้ใหญ่และคุยงานเสร็จ ภวินท์ถึงได้ไปดึงตัวหลานสาวออกมาจากคู่สนทนาที่มองหญิงสาวอย่างหยาดเยิ้ม จนเขาแทบจะควักลูกตามันออกมาขว้างทิ้งร่างบางเดินตามแรงจูงกึ่งลากของคนตัวโต ที่หน้าขมึงทึงไม่รับแขก แตกต่างจากตอนเริ่มงาน ชายหนุ่มพาเธอก้าวเข้าลิฟต์โดยสาร มือหน้าตบปิดประตูลิฟต์พร้อมกับกดชั้นด้านบนสุด ซึ่งเป็นอาณาจักรส่วนตัวของเขา“ปล่อยนะ จะพานิ้งไปไหน?” หญิงสาวพยายามแกะมือบางออกจากมือแข็งแรงราวคีบ พร้อมทั้งขืนตัวไว้ แม้ประตูลิฟต์จะปิด แต่เธอก็ยังไม่ละความพยายาม“กลับ”“นิ้งยังไม่อยากกลับ กำลังสนุกเลย อาวินอยากกลับก็ไปก่อน นิ้งกลับเองได้” ภวินท์บอกตั้งแต่ต้นว่าคืนนี้ให้เธอค้างที่โรงแรม ดังนั้นถ้าเธออยู่ในงานเลี้ยงต่อก็ไม่ต้องกังวลอะไร จบงานเธอก็สามารถเปิดห้องนอนได้เลย “เวลาอยู่กับผู้ชายนี่สนุกมากใช่ไหม?” ชายหนุ่มถามเสียงเข้ม เมื่อหญิงสาวยังพยศไม่เลิก“อาวินใจแคบ นุเขาเป็นเพื่อนนิ้ง เราเรียนด้วยกันมาตั้งแต่ประถมนะคะ”“เพื่อนประสาอะไร แทบจะจูบกันอยู่แล้ว ทำอะไรช่วยรักษาหน้าอาด้วย”“นิ้งมั่นใจและบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้ทำอะไรอย่างที่อาวิน กล่าวหา”“ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงก็กลับ”ทันทีที่ร่าง
“มีอะไรจะคุยกับนิ้งก็ว่ามาค่ะ” เธอทรุดลงบนขอบเตียง เพราะนั่นเป็นจุดที่เธออยู่ไกลเขาที่สุด ทว่าร่างสูงของชายหนุ่มกลับลุกมาหาและส่งบางอย่างมาให้เธอ“กินซะ !” เธอเงยหน้าขึ้นมองคนให้แล้วก้มมองสิ่งตรงหน้าใหม่ หัวคิ้วเรียวชนกัน เมื่อสมองเริ่มลำดับความคิด“นิ้งยังเรียนไม่จบ อาไม่อยากให้เกิดปัญหา รู้ว่าอันตรายแต่อาไม่มีทางเลือก อาอยากเห็นนิ้งรับปริญญา” แม้ไม่เคยใช้ แต่เข้าใจแจ่มแจ้งทุกอย่างที่เขาพูด และรู้ว่าสิ่งที่เขายื่นมาให้คืออะไร ?มือบางกระชากกล่องในมือแกร่งออกมาพร้อมทั้งลุกหันหลังหนีคนหน้าตายที่ไม่ทุกข์ร้อนกับความรู้สึกเธอเธอยอมเขา แต่จะไม่ยอมให้ชายหนุ่มเหยียบย่ำ กดความรู้สึกของเธอให้ต่ำจนจมดินแบบนี้ ดวงตากลมโตกะพริบถี่ ๆ ไล่หยดน้ำตามือบางกดสิ่งที่อยู่ในมือจนมันทิ่มเจ็บแต่ไม่เท่ากับหัวใจที่คล้ายแตกสลายไปแล้ว“ค่ะ นิ้งจะรีบไปกินเดี๋ยวนี้แหละ หมดธุระแล้วก็เชิญอา วินกลับไปได้แล้ว” เธอตอบโดยไม่มองหน้า เร่งฝีเท้าไปที่ประตูห้องเพื่อที่จะได้พ้นจากคนใจร้ายเสียที“นิ้ง อาขอโทษ กับทุกเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเรา” ชายหนุ่มตามไปคว้ามือบางไว้ก่อนที่เธอจะก้าวออกไป หญิงสาวพยายามบิดข้อมือออกจากมือแข
จากนั้นไม่ถึงยี่สิบนาที ภวินท์ก็มาถึงบ้านหลังเล็กของหลานสาวนอกไส้ แต่รักเสมือนคนในครอบครัว ทว่าตอนนี้ความรู้สึกมันเกินเลยจนกู่ไม่กลับ เขาและเธอคงอยู่ในฐานะอาหลานไม่ได้อีกต่อไป และชายหนุ่มก็ตัดสินใจแล้วว่าควรทำอย่างไร“ป้าแก้วครับ นิ้งอยู่ไหน ?” ชายหนุ่มถามแม่บ้าน เมื่อเข้ามาภายในบ้านแล้วไม่เห็นร่างบางที่คิดถึง“บนห้องค่ะคุณวิน” ชายหนุ่มก้าวเร็ว ๆ ขึ้นด้านบนบ้านตามที่แม่บ้านบอกทันที มือหนาหมุนลูกบิดประตู เมื่อเห็นว่าห้องไม่ได้ล็อก จึงถือวิสาสะเข้าไป ทว่ากลับไม่เจอ ได้ยินเพียงเสียงน้ำดังแว่วออกมาจากห้องน้ำ นิ้วแข็งแรงเลยกดล็อกห้องแทน แล้วก้าวไปนั่งเอกเขนกที่โซฟามุมห้องรออย่างใจเย็น“ว้าย !” พิชชาภาตกใจเมื่อออกมาจากห้องน้ำ แล้วเจอดวงหน้าคมคายของคนที่อยู่ในห้วงมโนความคิดมาตลอด หญิงสาวหน้าแดงขึ้นมาทันที เมื่อสบกับดวงตาคมกริบที่จ้องเขม็งมาที่ร่างบางของตนซึ่งตอนนี้มีผ้าเช็ดขนหนูพันร่างบอบบางเพียงผืนเดียว และมันก็หมิ่นเหม่เสียเหลือเกิน"อาวิน เข้ามาในห้องนิ้งได้ยังไง ออกไปก่อนค่ะ" หญิงสาวสลัดความประหม่าทำเสียงแข็งเข้าข่ม ทว่าเขากลับไม่สะทกสะท้าน ดวงตาคมมองนิ่งมาที่เธอเฉกเช่นเดิม“นิ้งไม่ได้ล็







