Mag-log inปึกกกกกก
"โอ๊ยยย ขอโทษค่ะ" เพราะความรีบของฉันแท้ๆ วิ่งออกมาแบบไม่ลืมหูลืมตา ฉันรู้สึกได้ถึงแรงปะทะที่มันแรงจนทำให้ฉันล้มลงไปกองกับพื้น
"บ้าเอ๊ยย ทำไมไม่ดูทาง "
"ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ " ฉันพร่ำบอกคำว่าขอโทษซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนั้น พยายามที่จะยันตัวลุกขึ้นมาแต่มันก็ยากอยู่พอสมควร
"อ้าว อุ่นทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้หล่ะ " ฉันเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าพี่เบสกำลังเดินเข้ามาพยุงฉันให้ลุกขึ้น ใครจะบ้ามานั่งอยู่ตรงนี้หล่ะ เจ็บก้นชะมัด
"พอดีอุ่นรีบไปหน่อยเลยเดินไม่ดู"
"ป่ะกลับไปทำงานต่อ "
"พี่เบสอุ่นจะขอลากลับก่อนได้มั้ยคะ พอดีลูกสาวอุ่นไม่สบาย อุ่นต้องรบกลับจริงๆ " ตอนนี้ฉันไม่ได้สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้นแล้ว ใจฉันตอนนี้เป็นห่วงแค่ปุยนุ่นเพียงคนเดียว
"ฮื่มมม จะคุยกันอีกนานมั้ย"
"คุณมิกิ" คุณมิกิงั้นหรอ ผู้ชายคนที่ฉันเดินชนเมื่อกี้
"เรื่องที่ให้จัดการเรียบร้อยรึยัง อย่าให้ต้องมีอะไรติดขัด"
"ครับๆ "
"อุ่นต้องอยู่ช่วยพี่ก่อนนะไม่งั้นพี่แย่แน่ๆ เลย คุณมิกิเป็นเจ้านายที่นี่ ช่วยพี่ก่อนนะ" ให้ตายสินี่เมื่อกี้ฉันวิ่งชนเจ้าของผับนั่นก็คือเจ้านายของฉันหน่ะหรอ ดูจากสีหน้าพี่เบสแล้วไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่เลย คงจะกลัวเจ้านายมากสินะ จะเอายังไงดี ปุยนุ่นอย่าเพิ่งเป็นอะไรนะลูก
"ก็ได้ค่ะ " ฉันต้องยอมอยู่ช่วยพี่เบสต่อ เพราะถ้าไม่ได้พี่เบสช่วยพูดให้ฉันเข้าทำงานที่นี่ป่านนี้ฉันก็คงไม่มีเงินเลี้ยงดูปุยนุ่นกับส่งตัวเองเรียนอยู่แบบนี้หรอก
"ขอบใจมาก งั้นกลับไปที่โต๊ะได้แล้ว" ก่อนเดินกลับมาที่โต๊ะฉังสังเกตเห็นสีหน้าคุณมิกิไม่ค่อยจะสบอารมณ์กับเหตุการณ์เมื่อสักครู่สักเท่าไหร่ ดีเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ไล่ฉันออก ฉันรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาป้าติ๋มว่าฉันจะรีบกลับแต่ขอเวลาอีกสักหน่อย
"ผสมอะไรคะ"
"เพียวๆ "
"ค่ะ" มาดจะเย็นชาไปถึงไหนกัน ฉันได้แต่เหลือบมองนาฬิกา เมื่อไหร่จะใกล้เลิกงานสักทีนะ ยัยลูกหมูของแม่อดทนก่อนนะลูก ตอนนี้ในใจของฉันไม่อยากจะทำอะไรแล้ว ร่างกายมือไม้มันก็ลนลานหยิบจับอะไรมั่วไปหมด
"ไอ้มิกิ เพิ่งรู้ว่าผับมึงแม่งมีพีอาร์สวยขนาดนี้"
"มึงอย่าไปแซวมันมาก มันจะไปรู้อะไรร้อยวันพันปีไม่เคยเข้าผับตัวเองสักที"
"ฮ่าๆ ๆ " เพราะแบบนี้สินะ นานๆ มาทีทุกคนถึงได้หวาดกลัวกันไปหมด จะว่าไปตั้งแต่ทำงานที่นี่มาฉันก็เพิ่งจะเคยเห็นหน้าเจ้าของผับที่นี่ก็วันนี้นี่แหละ
"น้องน้ำอุ่นครับ พี่ขอเหล้าเข้มแก้วนึง"
"ค่ะ" ยิ่งดึกยิ่งเข้ม อุ่นจัดให้ค่ะเมาเร็วๆ ได้ยิ่งดี แต่นี่มันก็ใกล้เวลาเลิกงานแล้วทำไมทุกคนยังมีสีหน้าปกติอยู่ได้นะ
เพล้งงงงงงง
"อุ๊ยย โอ๊ยย" จนได้ ฉันรีบซะจนทำแก้วหลุดมือตกแตง แถมยังซุ่มซ่ามโดนเศษแก้วบาดอีก ทำไมมันรู้สึกใจหวิวๆ ยังไงก็ไม่รู้นะตอนที่แก้วหลุดมือ
"เป็นอะไรมากมั้ยครับ" ผู้ชายในกลุ่มเดินเข้ามาแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อกดมาที่แผลไว้ให้ฉัน
"ไม่ค่ะ ไม่เป็นไร ขอบคุณนะคะ" ชาซะมากกว่า เจ็บไม่เท่าไหร่
"เฮ้ยไอ้มิกิ กูว่าให้น้องเขากลับบ้านก่อนดีกว่า"
"หึ แค่เศษแก้วบาดแค่นี้ " ทำไมใจร้ายแบบนี้หล่ะ คำพูดนั้นมันทำให้ฉันนิ่งจนไม่อยากจะขยับไปไหน เป็นเจ้านายประสาอะไรทำไมไม่มีความเป็นห่วงลูกน้องเลย
"ขอตัวไปล้างแผลก่อนนะคะ " คนอย่างฉันไม่เคยสำออยอยู่แล้ว ฉันขอตัวออกมาล้างแผลและใช้ผ้าก๊อตพันไว้ให้เรียบร้อย
ครืดดด ครืดดดดด
"ค่ะป้าติ๋ม"
"น้องอุ่นปุยนุ่นแย่แล้วลูก "
"ค่ะๆ อุ่นจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ" ฉันรีบวิ่งเข้าไปในห้องแต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าและรีบคว้ากระเป๋าออกมาจากที่ทำงานในทันที ปุยนุ่นต้องการหมอ ถ้าปุยนุ่นเป็นอะไรไปฉันจะไม่ให้อภัยตัวเองโดยเด็ดขาด วินาทีนี้ฉันไม่กลัวแล้วจะโดนไล่ออกก็ไม่กลัว ..ลูกสาวฉันจะต้องไม่เป็นอะไร
.........................
"ป้าติ๋มปุยนุ่นเป็นยังไงบ้างคะ"
"เพ้อใหญ่เลยค่ะ ไข้ก็ไม่ยอมลด " ฉันรีบเข้าไปช้อนร่างเด็กน้อยขึ้นมาแล้วรีบพาไปโรงพยาบาลทันที
"อย่าเป็นอะไรนะลูก" ตัวปุยนุ่นร้อนเหมือนไฟ ริมฝีปากแห้ง นอนหลับตาและละเมอเพ้ออยู่ตลอดเวลา ฉันกอดร่างปุยนุ่นไว้แนบอกแล้วพร่ำบอกกับเขาตลอดว่าเขาจะต้องไม่เป็นอะไร แม่จะอยู่ข้างๆ หนูเอง
........................................................
โรงพยาบาล
ฉันพาปุยนุ่นมาส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด และมันก็คือโรงพยาบาลเอกชน ค่าใช้จ่ายก็น่าจะพอทราบ แต่ในตอนนี้ชีวิตปุยนุ่นสำคัญที่สุด
"ลูกสาวคุณมีแนวโน้มว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่นะครับ เดี๋ยวหมอขอตรวจผลเลือดอีกทีนึง ช่วงนี้ก็ต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการอย่างใกล้ชิดไปก่อน"
"ปลอดภัยแล้วใช่มั้ยคะ"
"อยู่ใกล้มือหมอปลอดภัยแน่นอนครับ ดีนะครับที่มาส่งโรงพยาบาลทันเวลา ถ้าช้ากว่านี้เด็กอาจจะช็อคได้ หมอขอตัวก่อนนะครับ"
"ค่ะ ขอบคุณค่ะ" โล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง ไม่นานเตียงผู้ป่วยของปุยนุ่นก็ถูกเข็นออกมาจากห้องฉุกเฉิน สายน้ำเกลือห้อยระโยงระเยง เด็กน้อยในชุดของโรงพยาบาลนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง โรงพยาบาลแห่งนี้ไม่มีห้องรวม ปุยนุ่นพักอยู่ห้องพิเศษเด็กของที่นี่ ซึ่งฉันก็ไม่สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ว่าจะเท่าไหร่ เงินเก็บก็ลดลงๆ กลับไปคราวนี้ก็คงจะต้องถูกไล่ออก
............................
"แม่อุ่น" ฉันสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงของปุยนุ่นเรียกชื่อฉัน เมื่อคืนฉันเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ น้ำท่าก็ไม่ได้อาบ
"ขา เป็นยังไงบ้างคะ "
"ปุยนุ่นยังปวดหัวอยู่เลย " ถ้าแม่เป็นแทนได้แม่ก็จะยอมเป็น ปุยนุ่นเด็กร่าเริงของแม่อุ่น
"นอนพักเยอะๆ นะคะ เดี๋ยวคนสวยของแม่ก็จะหายแล้ว "
"ปุยนุ่นอยากกลับบ้าน"
"อยากไปเที่ยวทะเลมั้ย หายแล้วแม่อุ่นจะพาไปนะคะ" ถึงแม้ว่ามันไม่มีเปอร์เซ็นของความเป็นไปได้ แต่ฉันก็ยังจะพูดให้ความหวังลูกทั้งที่ฉันยังหาวิธีที่จะพาเด็กน้อยไปทะเลไม่ได้เลย
"จริงนะคะ เย่ๆ ๆ " รอยยิ้มของปุยนุ่นกลับมาแล้ว เพียงเท่านี้มันก็ทำให้ฉันมีกำลังใจมากขึ้นแล้วหล่ะ
....................................................
"ทำไมเกิดเรื่องแบบ บอกแล้วใช่มั้ยว่าให้ดูแลให้เรียบร้อย"
"เอ่อ ผมไม่รู้จริงๆ ครับว่า น้องหายไปไหน"
"เฮ้ยใจเย็นๆ ดิวะ มึงก็เห็นอยู่ว่าน้องเขาโดนแก้วบาด"
"หึ เข้าข้างกันดี ไม่รับไปเป็นเมียเลยวะ"
"ไอ้สัด"
.........................................................
ตอนพิเศษฉันนั่งมอง เด็กๆ ที่กำลังเดินจูงมือกันเพื่อไปขึ้นรถตู้ไปโรงเรียน คายะกับคามิน เรียนอยู่ห้องเดียวกัน ตอนนี้สองแฝด 4 ขวบแล้ว ส่วนพี่ใหญ่ปุยนุ่นรายนั้นโตเป็นสาว 10 ขวบย่างจะ 11 ขวบ ส่วนคนกลางสุดหล่อเคนจิ ตอนนี้เข้า 6 ขวบ เริ่มเป็นหนุ่ม ฉันภูมิใจกับลูกๆ มาก ทั้งสี่คนรักกันมาก ปุยนุ่นจะรักและดูแลน้องๆ ได้ดีมาก เห็นแบบนี้ฉันก็หายเหนื่อย ทุกๆ เช้าเด็กๆ จะขึ้นรถตู้ของที่บ้านไปเรียน โดยมีสามีป้าแมวเป็นขับรถพอฉันทำหน้าที่ส่งลูกๆ เสร็จฉันก็ต้องเข้าบริษัทกับป๊าก่อน ตอนนี้ฉันมีหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายการบัญชีของป๊า ส่วนที่ผับฉันก็ยังดูแลควบคู่กันไป บริษัทของป๊ากำลังจะขยายสาขาเพิ่มอีกหนึ่งที่ หายคราวนี้ว่าจะไปเปิดที่อังกฤษโดยได้รับการเชื้อเชิญจากพ่อของใบหม่อน ซึ่งป๊าเองก็อยากจะลอง"เซ็นเอกสารให้หน่อยสิคะ" ฉันยกเอกสารมากองไว้ตรงหน้าคนตัวโตที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านแผนธุรกิจอยู่"โอเคครับ อ่อ ป๊าลืมบอกไปเลยวันนี้พวกเพื่อนป๊ามันนัดเจอกันที่ผับของเรา ป๊าขอกลับดึกได้มั้ย""ได้สิคะ อุ่นดูแลลูกๆ ได้ป๊าไปเถอะค่ะ" นานแล้วเหมือนกันที่ป๊าไม่ได้ออกไปสังสรรค์กับพวกเพื่อนๆ เลย"น่ารักที่สุดเลยเมียใครเนี่ย
" เคนจิอย่าวิ่งสิลูก แม่วิ่งตามไม่ทัน""คิก คิก ""แม่อุ่น วิ่งช้า เคนจิจะรอป๊ากับพี่ปุยนุ่น""ป๊าทำงานครับ พี่ปุยนุ่นไปโรงเรียน แม่จะวิ่งเร็วได้ยังไงหล่ะครับ ในท้องแม่มีน้องอยู่ตั้งสองคนแหน่ะ" ฉันนั่งลงพร้อมกับอธิบายให้เคนจิลูกชายตัวแสบฟัง เด็กผู้ชายนี่บ้าพลังชะมัด ตอนนี้เคนจิอายุ 3 ขวบ แล้วอีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าโรงเรียน ส่วนปุยนุ่นรายนั้นเริ่มโตเป็นสาว ส่วนในท้องของฉันตอนนี้มีตัวเล็กอีกสองตัว มันเป็นเรื่องที่เซอร์ไพรท์มาก ฉันไม่คิดเลยว่าฉันจะมีลูกแฝดและที่น่าตกใจไปมากกว่านั้นคือฉันได้ลูกแฝดชายหญิง คุณปู่กับคุณย่าออกอาการเห่อหนักมาก คุยฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน ส่วนป๊าหน่ะหรอ รายนั้นโม้ตั้งแต่ฉันท้องตั้งแต่เดือนแรก คุยข่มเพื่อนฝูงซะใหญ่โตว่าน้ำยาดี ตอนนี้ฉันกับลูกๆ ย้ายออกจากคอนโดแล้ว เพราะเรารู้สึกว่ามันคับแคบไม่เหมาะกับการเลี้ยงเด็กๆ เอาซะเลย บ้านหลังนี้ถูกสร้างตามแบบที่ฉันต้องการทั้งหมด มีสนามหญ้าหน้าบ้านให้ลูกๆ วิ่งเล่น มีห้องนอนให้ลูกๆ ครบหมดทุกคน ช่วงนี้ป๊าก็ทำงานหนักมากกว่าเดิม"เมื่อไหร่น้องจะออกมา " คำถามที่ไร้เดียงสาของเด็กน้อยมันทำให้ฉันยิ้มออกมา ฉันท้องได้ 6 เดือนกว่าแล้ว ไวมา
3 เดือนต่อมาช่วงเวลาใกล้คลอดเป็นช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขมากที่สุด คนข้างกายของฉันก็เช่นกัน ฉันถูกสั่งห้ามทำงานทุกอย่าง แม้กระทั่งงานบ้าน ตอนนี้ก็รู้สึกอึดอัดชะมัด นั่งๆ นอนๆ น่าเบื่อมากๆ แต่ยังที่ฉันยังมีใบหม่อนคอยแวะเวียนมาหาอยู่บ่อยๆ บางครั้งก็ชวนออกไปช๊อปปิ้งบ้าง มันก็ยังพอให้ฉันได้คลายเครียดลงมาบ้าง"ปุยนุ่นจับตรงนี้สิลูก น้องดิ้นใหญ่เลย""ไหนคะป๊ะป๋า จริงๆ ด้วยค่ะ น้องตัวน้อยขาออกมาเร็วๆ นะคะ พี่ปุยนุ่นอยากเล่นกับน้อง""อุ๊ย เปลี่ยนมาทางนี้แล้ว""ไหนคะๆ คิกๆ ป๊ะป๋าแบ่งปุยนุ่นบ้างสิคะ" เป็นประจำทุกวันของสองพ่อลูก ทะเลาะกันเรื่องแบบนี้ตลอด ทุกคืนก่อนเข้านอน สองพ่อลูกจะต้องมากองรวมอยู่ที่ท้องของฉัน"ปุยนุ่นขาไปนอนกันดีกว่า นี่ก็ดึกมากแล้ว ""ก็ได้ค่ะ แต่แม่อุ่นต้องเล่านิทานให้ปปุยนุ่นกับน้องฟังนะคะ ""แล้วป๊ะป๋าหล่ะเข้าไปฟังด้วยได้มั้ย" ป๊าทำหน้าออดอ้อนลูกสาวสุดฤทธิ์"ไปได้ค่ะ " จากนั้นพวกเราทั้งสามคนรวมทั้งคนในท้องก็ย้ายกันมาอยู่ในห้องนอนสีชมพูของเด็กอ้วน ฉันนอนกลางขนาบข้างด้วยเด็กน้อยและคนตัวโตที่ร้องตามเข้ามา วันนี้ปุยนุ่นเลือกนิทานเรื่องซินเดอเรล่า ไม่พ้นเจ้าหญิงเหมือนเคย เล่าไป
"อุ่นอยู่ไหน" สายถูกตัดทันที ผมรีบวิ่งเข้ามาในร้านสอดส่ายสายตาไปจนทั่วแต่ก็ไม่เจอ น้ำอุ่นพูดแปลกๆ ผมคิดว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ"มีอะไรรึป่าวคะพี่มิกิ " วันนี้ผมพาใบหม่อนมากินข้าวหลังจากที่เราทั้งคู่คุยงานเสร็จ ใบหม่อนเป็นลูกสาวของน้องชายพ่อผม ใบหม่อนคือน้องสาวของผม เธอเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเพราะต้องกลับมาเรียนต่อที่นี่ ใบหม่อนกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยปีแรก ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอจะต้องกลับมาเรียนที่ไทยด้วยทั้งๆ ที่มหาวิทยาลัยที่นั่นก็มีตั้งเอยะแยะ ใบหม่อนเป็นเด็กเก่ง สนใจงานบริหารตั้งแต่ยังเด็ก ตอนนี้ก็เริ่มสนใจขอเข้ามาทำงานกับผมบ้าง"พี่ต้องกลับแล้วหล่ะ ป่ะเดี๋ยวพี่ไปส่ง""เป็นห่วงพี่น้ำอุ่นหรอคะ" ใบหม่อนรู้เรื่องที่น้ำอุ่นกำลังท้อง เธอดีใจมากเพราะจะได้มีหลานตัวน้อย แถมยังบ่นมาอยากเจอปุยนุ่น"ใช่ครับ ว่างๆ เดี๋ยวพี่จะพาไปเล่นกับปุยนุ่นนะ""ได้ค่ะ" ผมพาใบหม่อนมาส่งที่คอนโด ใบหม่อนมาอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว คุณอาฝากเธอไว้กับผมให้ช่วยดูแล เพราะท่านก็รู้สึกตกใจเช่นกันที่จู่ๆ ใบหม่อนก็นึกอยากจะกลับมาเรียนต่อที่นี่ ผมเต็มใจรับปากท่าน เพราะใบหม่อนก็น้องสาวของผมเหมือนกัน.............................
3 เดือนต่อมา"พี่เบสอุ่นขอเอกสารบัญชีของเดือนนี้ เอามาให้อุ่นในห้องด้วยนะคะ""ได้ๆ เดี๋ยวพี่เอาเข้าไปให้" ฉันเดินเข้ามาในห้องทำงานส่วนด้วนบนของผับ ซึ่งถูกเนมิตรให้มีห้องนอน และเก้าอี้นอนเอนหลังพอดีตัว อีกทั้งยังมีตู้เย็นขนาดกลางในนั้นบรรจุไปด้วยของกินมากมาย จะมีใครไปไม่ได้นอกจาป๊ะป๋าของตัวเล็กในท้อง ท้องฉันก็เริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ฉันก็ยังต้องเข้ามาเคลียร์บัญชีและเอกสารการรับจ่ายภายในผับอยู่ทุกวัน คุณย่าส่งคนขับรถส่วนตัวมาคอยรับสั่งฉัน เพราะกลัวว่าจะลำบากเวลาจะไปไหนมาไหน สงสัยคงกลัวว่าฉันจะโหนรถเมล์เหมือนทุกคน ส่วนปุยนุ่นตอนนี้ไปเที่ยวบ้านป๊าเอก ตอนเย็นๆ ถึงจะกลับเพราะอยู่ในช่วงปิดเทอม ตอนนี้ชีวิตฉันมีความสุขมาก มากซะจนไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว"อ่ะนี่ ท้องโตแล้วนะอุ่นพี่ว่าหยุดพักบ้างเถอะ" เอกสารสองสามแฟ้มวางข้างหน้าฉัน แล้วก็ตามมาด้วยเสียงคนที่ชอบบ่นฉันแบบนี้ตั้งแต่ฉันท้อง แล้วไม่ยอมอยู่บ้าน พี่เบสไง พี่ชายที่แสนดีของฉัน" พี่เบส พี่พูดตั้งแต่อุ่นเริ่มท้อง ตอนนี้ใกล้จะคลอดแล้ว อุ่นหยุดมั้ย""ไม่""จะเลิกพูดได้ยัง""เออ ก็คนมันเป็นห่วงนี่วะ อุ่นไม่ต้องช่วยพี่ก็ได้พี่ไหว " ไม่ให้ช่วยได้ยัง
"ลูกของเราค่ะป๊า" ผมซุกใบหน้าเข้าไปที่ท้องของน้ำอุ่น ตัวเล็กอยู่ในนี้ ในที่สุดมันก็เป็นจริงสักที ผมกำลังจะมีลูก ผมกำลังจะเป็นพ่อคนแบบเต็มตัว ปุยนุ่นกำลังจะมีน้อง น้ำอุ่นกำลังจะได้เป็นคุณแม่ลูกสอง ผมร้องไห้ออกมาถึงขั้นสะอึกสะอื้นเป็นเรื่องเป็นราว ยอมรับว่าดีใจมากไม่เคยดีใจแบบนี้มาก่อน คนตัวเล็กกอดผมแล้วใช้มือลูบหลังผมเบาๆ ยอมรับว่าโคตรรู้สึกดี ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ชีวิตของเธอผ่านอะไรมามากมาย วันนี้เธอคือผู้หญิงของผม เธอคือแม่ของลูกผมทั้งสองคน"ขอบคุณครับ ป๊ารักอุ่นกับตัวเล็กนะรู้มั้ย รักปุยนุ่นด้วย ครอบครัวเราจะใหญ่ขึ้นแล้วนะ" ผมเงยหน้าเพื่อสบตาคนตัวเล็กในอ้อมกอด ใช่ว่าผมจะมีน้ำตาแค่คนเดียว น้ำอุ่นก็ร้องไห้ออกมาเหมือนกับผม วินาทีนี้เป็นใครก็ต้องดีใจมากเป็นธรรมดา คนอื่นผมไม่รู้ว่าจะหนักเหมือนกับผมหรือป่าว ของผมมันออกมาจากความรู้สึกล้วนๆ"หยุดร้องได้แล้วค่ะ ดูสิไม่หล่อแล้ว" มือนุ่มของเธอเกลี่ยเช็ดน้ำตาบนใบหน้าให้กับผม เราสองคนต่างส่งยิ้มให้กันและกัน"ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแล้วตอนนี้ มีเมียกับลูกก็พอ""ดีใจมากมั้ย""มากที่สุด มากจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูกเลย เซอร์ไพรท์ได้ตกใจมากเลยนะยัยตัวแสบ"







