LOGINคิงถูกพ่อบังคับให้แต่งงานหลังจากที่รู้ว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็ง เขายอมจดปากกาเซ็นลงบนกระดาษตามที่พ่อของเขาต้องการ มันก็แค่กระดาษโง่ๆที่กักขังให้เขาต้องรับผิดชอบน้องสาวบุญธรรมไปทั้งชีวิต มีหรือที่เขาจะปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นมาเสวยสุข ถ้าจะอยู่ก็ทนกับความร้ายกาจให้ได้แล้วกัน
View More“พี่ชายขา...เอิงวาดรูปสวยไหมคะ”
เด็กสาวในวัยห้าขวบ ผมยาวสลวยมัดแกะสองข้าง ดวงตากลมโต ผิวขาว หน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตา เธอสวมชุดกระโปรงบานสีชมพูลายจุดสีขาว เอ่ยถามพี่ชายวัยสิบเอ็ดขวบพร้อมกับยื่นกระดาษวาดรูปให้ดู รูปวาดสีเทียนขีดๆเขียนๆรูปร่างบิดเบี้ยวตามฝีมือของเด็กอนุบาลที่ตั้งใจทำให้เป็นของขวัญวันเกิดของพี่ชายที่เธอรัก
“นี่คนหรือผีน่ะเอิง ไม่สวยเลย”
เด็กชายวิจารณ์ไปตามจริง ภาพวาดสีเทียนวาดเป็นรูปร่างคนยับยู่ยี่ เล่นเอาเด็กหญิงคิ้วขมวดแน่นพร้อมกับดึงกระดาษกลับคืนมา คนอุตส่าห์วาดรูปให้ดันมาบอกว่าเป็นผี งั้นก็ไม่ต้องเอา
“ไม่สวยก็เอามานี่ น้องอุตส่าห์วาดให้ พี่ชายใจร้าย”
คำว่าไม่สวยบั่นทอนจิตใจจนเด็กหญิงไม่มีความมั่นใจในฝีมือของตัวเอง กำลังจะเดินหนีด้วยความงอนแต่กลับถูกคว้าข้อมือเล็กรั้งไว้เสียก่อน
“อย่างอนพี่เลยนะ หน้ายู่ไปหมดแล้ว เดี๋ยวก็ไม่สวยหรอก”
เด็กชายย่อตัวลงไปจูบแก้มนิ่ม แล้วดึงแก้มคนตัวเล็ก ด้วยความหมั่นไส้จนเด็กหญิงหัวเราะคิกคัก ไม่นานเธอก็ลืมโกรธพี่ชายฉับพลัน ส่งยิ้มกว้างแล้วเข้าไปเกาะแขนพี่ชายกระโดดขึ้นลงไปมา
“งั้นพี่ชายเลี้ยงไอติมนะ นะๆๆๆ”
เมื่อได้ยินเสียงกระดิ่งของรถไอติม ทำให้เด็กหญิงลืมบาดหมางเมื่อครู่ได้ฉับพลัน เล่นเอาเด็กชายถึงกับส่ายหน้าไปมา เอ็นดูเด็กอ้วนคนนี้เหลือเกิน
“งั้นก็ได้ แต่สัญญาก่อนนะ ว่าจะไม่บอกใคร เรื่องที่พี่จุ๊บแก้มเราน่ะ”
เด็กชายยื่นนิ้วก้อยเพื่อให้เด็กหญิงสัญญาว่าจะไม่เอาเรื่องที่ตัวเองจุ๊บแก้มเมื่อครู่ไปฟ้องพ่อกับแม่ของเขา
“ก็ได้...งั้นพี่ชายต้องเลี้ยงไอติมเอิงสิบแท่งเลยนะ”
“เด็กอ้วนเอ๊ย”
เด็กชายพูดพร้อมกับหยิกแก้มซาลาเปาไม่แรงนักด้วยความมันเขี้ยว ทั้งคู่ต่างหัวเราะชอบใจก่อนจะพากันเดินจูงมือกันเดินออกไปซื้อไอติมอย่างอารมณ์ดี
แฮ่กๆๆ
เสียงหอบหายใจดังอยู่ใต้ร่างแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ใบหน้าสวยชื้นเหงื่อแม้นภายในห้องจะเปิดแอร์เย็นเฉียบก็ตาม สบตากับตาคู่คมขณะที่ช่วงร่างยังคงถูกสอดใส่อย่างรุนแรง ร่างเล็กเบ้หน้าไปทางอื่นเพื่อเลี่ยงสายตาชิงชังคู่นั้น ดวงตาที่เธอเคยชอบบัดนี้กลับเป็นแข็งกร้าวและไม่มีวันที่จะกลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว
“หันหน้ามาสิเอิงเอย เธออยากได้ฉันเป็นผัวไม่ใช่หรือไง ดูรูร่านๆ ของเธอสิ ตอดฉันไม่มีพักเลยนะ หึ คงอยากโดนมากสินะ รูถึงได้แฉะขนาดนี้ ซี้ด”
ถ้อยคำหยาบโลนพ่นออกมาจากร่างสูงที่ยังคงสอบเอวถี่ จนร่างของอิษยาถึงกับต้องเอามือยันขอบเตียงเพื่อยึดหลักเอาไว้ไม่ให้ตกเสียก่อน ร่างบางเกลียดตัวเอง แม้นจะโดนดูถูก โดนสอดใส่เข้ามาเยี่ยงสัตว์ แต่ร่างกายกลับตอบสนอง รู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ตับๆๆๆ
“อื้อ คุณคิง อะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะ”
แม้นเธอจะปฏิเสธ แต่ร่างกายกลับสวนทางอย่างเห็นได้ชัด อิษยาแอ่นสะโพกในท่าสะพานโค้งให้จักรพรรดิได้กระแทกได้อย่างถนัด ขณะที่เนินอกใหญ่กระเพื่อมไปตามแรงสอบเอวของคนด้านบน จนเกิดเป็นภาพที่ทำให้จักรพรรดิถึงกับขบฟันแน่น
หุ่นเอิงเอยนี่แม่ง....ได้ตลอดเช้าเย็นก็ไม่มีเบื่อ
จักรพรรดิดึงความยาวที่ยังแข็งเป็นลำออกออก เมื่อรับรู้ถึงแรงตอดรัดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนอิษยาร้องเสียงหลง
“ไม่...คุณเอาออกทำไมคะ”
อิษยาปรือตาเอ่ยถามเพราะใกล้จะถึงฝั่งฝันเต็มทน แต่กลับถูกแกล้งให้อารมณ์ค้างเสียอย่างนั้น
จักรพรรดิไม่รู้สึกทุกข์ร้อนนั่งลงบนเก้าอี้ เอาบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ พ่นควันขาวลอยฟุ้งไปบนอากาศอย่างใจเย็น มองดูหญิงสาวที่อยู่บนเตียง บิดเร่าๆ เพราะอยากได้ของเขากระทุ้งให้หายเสี้ยน
“อื้อ คุณคิง อื้อ”
ร่างเล็กโก่งก้นมาทางร่างสูงที่นั่งอยู่ อวดเนินนูนที่มีน้ำฉ่ำเอออยู่เต็มรู ทำยังไงก็ได้ เธออยากจะเสร็จ มันทรมาน
“ถ้าอยากเสร็จ ก็ช่วยตัวเองให้ฉันดูสิเอิงเอย ฉันอยากเห็นว่าลูกสาวที่พ่อฉันเทิดทูนนักเทิดทูนหนา คะยั้นคะยอให้ฉันใส่เข้าไป จะร่านแค่ไหนเชียว”
พูดบอกเสียงเรียบ ขณะที่คนฟังถึงกับส่ายหน้าแรง
“ไม่เอา อื้อ เอิงไม่อยากเสร็จที่นิ้ว”
จักรพรรดิยกยิ้ม นี่น่ะเหรอคนดีในสายตาของราเชนทร์ นอนโก่งก้นขอร้องให้เขากระแทกเสียให้ได้
เคาะขี้บุหรี่ลงใส่ถาดแก้ว ก่อนจะคาบที่เหลืออีกครึ่งมวนสูบจนเต็มปอด แล้วเดินไปหาอิษยาที่นอนตาปรือตามองอย่าเว้าวอน มือหนาจับแท่งยาวเหนียวให้ตรงปลายถ้ำ เขี่ยเล่นอยู่อย่างนั้นจนร่างเล็กถึงกับเกร็งตัวด้วยความกระสันเสียว
“คุณ อื้อ อย่าแกล้ง”
หันไปต่อว่าคนด้านหลังด้วยความขัดใจ ไม่นานจักรพรรดิสอดใส่เข้ามาเต็มแรงทำเอาร่างบางกระตุกตัวงอเมื่อถึงฝั่งฝัน
แฮ่กๆๆๆ
“แค่กระแทกทีเดียวก็เสร็จแล้ว เธอมันร่านจริงๆ เอิงเอย”
เสียงทุ้มพูดเสียงเรียบ มือหนาจับก้นกลมแบะออกให้เห็นแท่งร้อนสอดได้อย่างถนัด ตาคมมองดูกลีบกุหลาบฉ่ำปลิ้นออกตามแรงดึงตัวเองออกแล้วแทรกกลับไปใหม่ ความอุ่นหยุ่นภายในผสมกับน้ำที่อีกฝ่ายพึ่งเสร็จเมื่อครู่ เกิดเป็นเสียงน่าอายดังสนั่นไปทั่วห้อง
แจ๊ะๆๆๆ
“ซี้ด ขมิบแรงขนาดนั้น จะให้ฉันเสร็จให้ได้เลยใช่ไหมเอิงเอย”
จักรพรรดิขยับเอวรัวรับรู้ได้ถึงแรงบีบรัดแน่นก็ยิ่งเพิ่มความเร็วจนอิษยาได้แต่ส่ายหัวปฏิเสธ
“หื้ม...จะบอกว่าไม่เสียวเหรอเอิง ซี้ด แต่รูของเธอสวนทางกับคำพูดเลยนะ”
“มะ ไม่ใช่”
จักรพรรดิสูบบุหรี่เข้าเต็มปอดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะขยี้ดับไฟกับที่เขี่ย เอวหนาหมุนควงเป็นวงกลม สองมือจับที่เอวคอดแล้วรัวใส่จนหญิงสาวล้มลง ร่างหนาก็ยังตามมาตะบันเอวจนอิษยาตัวกระตุกถี่ ส่วนคนด้านหลังเร่งสอบเอวตามเธอไปติดๆ จนน้ำขาวขุ่นพุ่งใส่เต็มรูฉ่ำ
แฮ่กๆๆๆๆๆ
จักรพรรดิถอนตัวออกก่อนจะเดินหยิบอะไรบางอย่างที่หัวเตียง
“กินซะ...อย่าให้ฉันต้องบังคับ”
จักรพรรดิโยนแผงยาคุมลงบนที่นอน เขาอยากมั่นใจว่าจะไม่เกิดเรื่องผิดพลาดในอนาคต อิษยาที่ยังไม่ทันหายเหนื่อยก็ต้องรับยาเม็ดเล็กกรอกใส่ปากตัวเองพร้อมกับยกแก้วดื่มน้ำอย่างรวดเร็วจนสำลัก
แค่กๆๆๆ
“อย่าสำออย อันใหญ่กว่านี้เธอก็อมมาแล้วเอิง”
จักรพรรดิหยิบมวนบุหรี่อันใหม่ขึ้นมาจุดสูบ เดินไปค้นหาเสื้อผ้าในตู้มาสวมใส่อย่างลวกๆ
“คุณจะออกไปไหนคะ”
“จะไปไหนก็เรื่องของฉันไหม ฉันบอกแล้วไงว่าห้ามยุ่งเรื่องส่วนตัวของฉัน ทำหน้าที่เป็นตุ๊กตายางก็พอแล้วเอิงเอย”
วันต่อมา จักรพรรดิก็ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับอิษยาทันที เขาเก็บข้าวของเตรียมตัวที่จะกลับพังงาเร็วกว่ากำหนดการที่จะถึง นั่นสร้างความแปลกใจให้กับบุษบาเป็นอย่างมาก เธอพยายามที่จะคาดคั้นลูกสะใภ้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่ได้คำตอบสิ่งใดนอกเสียจากการทิ้งตั๋วเครื่องบิน นั่นก็ทำให้บุษบาพอเดาได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกลับมาพังงาครั้งนี้ จักรพรรดิโหมงานอย่างหนักจนร่างกายทรุดโทรมอีกครั้ง เหมือนครั้งที่ราเชนทร์ทำงานหามรุ่งหามค่ำตอนที่บุษบาเลือกเดินออกไปจากชีวิตของราเชนทร์ ทั้งจักรพรรดิและพ่อของเขาเหมือนกันก็ตรงที่ พวกเขาเคยมีสิ่งของมีค่าอยู่ในมือ แต่กับทิ้งมันราวกับก้อนกรวด พอมาเห็นค่าก็ในวันที่เสียทุกอย่างไปแล้ว“คุณเอิงส่งนี่มาให้คุณครับ” ธนัทยื่นซองสีน้ำตาลที่อิษยาส่งมาให้กับจักรพรรดิ แล้วก็เป็นอย่างที่คิด ทันทีที่เปิดซองออกมาพบว่ามีใบหย่าที่มีการลงลายมือชื่อของอิษยาอยู่ทางขวาพร้อมกับสัญญาเลี้ยงดูบุตรในนั้นอย่างละเอียด“ขอฉันอยู่คนเดียวก่อนนะนัท แล้วก็อย่าลืมให้อาหารเจ้าทองคำล่ะ เดี๋ยวฉันลงไป”“ผมมีธุระที่สำคัญต้องทำก่อนครับ ทางที่ดีผมว่านายควรไปให้อาหารมันเองจะดีกว่า” ธนัทคลี่ยิ้มบาง ก่อนจะโค้งตัวแล
“ยังไม่นอนเหรอคะ”จักรพรรดิที่นอนไม่หลับเดินลงมาเห็นแสงไฟในครัวก็รู้สึกเอะใจจนต้องเดินลงมาดู พบว่าอิษยากำลังง่วนอยู่การหาของกินในตู้เย็น“เอิงหิวน่ะค่ะ” หยิบเอาหมูสับ มะเขือเทศ และหัวหอมใหญ่ออกมาเตรียมจะทำสปาเกตตีซอสแดงรองท้องช่วงนี้อิษยาทานเก่งกว่าปกติ อาจเพราะเจ้าตัวน้อยอาจกำลังขยายร่างอยู่ในท้องของเธอทำให้กินจุกว่าแต่ก่อนมาก จนตอนนี้หน้าท้องของเธอเริ่มขยายใหญ่มากขึ้น ใบหน้าเริ่มจะมีคางสองชั้นดูจ้ำม่ำน่ารัก“งั้นเดี๋ยวพี่ช่วยนะ” จักรพรรดิเดินเข้าไปช่วยเป็นลูกมือ เขาพอจะมีฝีมือทำอาหารอยู่บ้างตอนไปเรียนที่อังกฤษ เรื่องหั่นหัวหอม หั่นมะเขือเทศนี่งานถนัด“ไม่ยักรู้ว่าคุณจะทำเป็นด้วย” อิษยาเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ เพราะปกติตอนอยู่บ้านเรื่องงานบ้านงานเรือนอิษยาเป็นคนทำทั้งหมด น้อยครั้งมากที่เธอจะเห็นจักรพรรดิจับมีดจับตะหลิวแบบนี้“พี่ไปอยู่อังกฤษตั้งสี่ปี ก็ต้องทำเป็นบ้างสิคะ” พูดพร้อมกับตั้งใจหั่นผักเป็นชิ้นเล็กๆ“คุณจะกินด้วยไหมคะ เอิงจะได้ทำเผื่อ” อิษยาเอ่ยถาม นึกขึ้นได้ว่ายังมีเห็ดหอมที่ซื้อจากตลาดมาเมื่อวานก็เปิดตู้เย็นไปหยิบมาใส่ด้วย“นึกว่าจะไม่ชวนซะแล้ว เอาสิคะ พี่กินด้วย” ชายหนุ่มห
จักรพรรดิขับรถมาส่งอิษยาและราชาที่บ้านหลังใหญ่ โดยที่ให้คนงานเอามอเตอร์ไซต์ของอิษยาขึ้นท้ายรถกระบะ ซึ่งตอนนี้อิษยาย้ายมาอยู่ที่นี่ชั่วคราว เพราะบุษบาไม่ยอมให้เธออยู่บ้านสวนตามลำพังอีกแล้วเพราะกลัวว่าเกิดอะไรขึ้นมาจะช่วยเหลือไม่ทันการบุษบาเดินออกมาดูว่าใครมาบ้าน เห็นรถโฟร์วิวของจักรพรรดิตามด้วยคนที่เดินออกมาเป็นลูกสะใภ้และลูกชายคนเล็กของเธอก็รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ปกติแล้วอิษยาใจแข็งดั่งหิน เธอแทบไม่คุยกับจักรพรรดิเลยหลังจากออกโรงพยาบาลมา ไม่ว่าลูกชายของเธอจะทำดีเท่าไหร่อิษยาก็เมินเฉยอยู่ตลอด“เกิดอะไรขึ้นค่ะ” เห็นเสื้อผ้าของจักรพรรดิเต็มไปด้วยคราบเลือดและคราบน้ำคร่ำก็รู้สึกตกใจ“แม่สีนวลเธอคลอด ผมเลยไปช่วยครับ” จักรพรรดิตอบเสียงเรียบ“งั้นเหรอ เป็นไงบ้าง ปลอดภัยไหมคะ” บุษบาก็พอจะได้ข่าวมาบ้างเอ่ยถามลูกชายของเธอ“ปลอดภัยทั้งแม่และเจ้าตัวเล็กครับ” พอได้ยินดังนั้นบุษบาก็ถอนหายใจแรงพร้อมกับเอามือทาบอก“โล่งอกไปทีนะ ว่าแต่เราเถอะ ไปช่วยเขาทำคลอดมาด้วยเหรอ”“ครับ ช่วยเป็นลูกมือหมอน่ะครับ” พูดพร้อมกับหันไปมองหน้าอิษยา “หึหึ ไม่น่าเชื่อว่านะว่าคนอย่างคิงจะไปทำอะไรแบบนี้ด้วย”บุษบานึกขันที่
สองเดือนผ่านไปร่างบางอยู่ในชุดกระโปรงบานสีขาวซ้อนหน้าท้องที่ยื่นออกมา สวมหมวกฟาง ถักเปียสองข้าง ใส่รองเท้าบูตสีแดง ใบหน้าแดงระเรื่อ กำลังขับรถมอเตอร์ไซค์คันเก่ามุ่งหน้าไปยังคอกม้าโดยมีเด็กชายราชานั่งซ้อนท้ายมาด้วย“ไม่ต้องรีบนะพี่สาว”ราชาพูดบอกพี่สะใภ้ของตน พยายามจับราวจับด้านหลังมอเตอร์ไซค์ไว้มั่น เพราะทางที่ขับมาเป็นทางลูกรัง มีทั้งเศษหินและยังมีหลุมเป็นอุปสรรคอิษยารู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมากเพราะก่อนหน้านี้ราชาปั่นจักรยานไปส่งข่าวให้เธอว่าแม่สีนวล ม้าพันธุ์ที่จักรพรรดิซื้อให้เป็นของขวัญต้อนรับลูกน้อยตอนนี้กำลังจะคลอดลูกไม่นานทั้งสองก็มาถึงคอกม้า โดยมีจักรพรรดิเดินทางมาถึงก่อนหน้าไม่นาน ช่วงนี้เขาต้องบินไปบินกลับระหว่างพังงาและลำปางทุกอาทิตย์ เพราะอิษยายืนยันว่าเธอจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะคลอด ซึ่งจักรพรรดิที่มีคดีติดตัวอยู่ก็ยอมเสียสละคอยเทียวไปเทียวมาระหว่างสองจังหวัดที่อยู่ห่างไกลเป็นพันกิโลเมตรเพื่อได้มาอยู่กับคนที่เขารัก“พี่บอกแล้วไงว่าให้ใช้รถยนต์ ทำไมยังขี่มอเตอร์ไซค์มา รู้ไหมว่ามันอันตราย”จักรพรรดิเอ่ยถาม“...”และคำตอบของอิษยาก็ยังคือความเงียบเช่นเคย เธอยังทำเหมือนจักรพรรดิเป็
“ไม่ต้องไปใส่ใจหรอกนะคะ คนแบบนั้นปล่อยเขาไปเถอะ” อิษยาพูดเน้นเสียงให้อีกฝ่ายได้ยินอย่างชัดเจน ทำเอาหัวคิ้วหนาของคนที่เดินตามมาขมวดมุ่นทันที จักรพรรดิยืนกดดันจนพัฒนาแทบจะทำตัวไม่ถูกกันเลยทีเดียว ชายหนุ่มรีบสาวเท้าเข้าไปเก็บของหลังบ้านตามที่พูดแล้วรีบกลับไปก่อน “แล้วพี่ล
“ไม่เป็นไรค่ะ เอิงทำกับข้าวเสร็จพอดี แล้วก็นี่ค่ะของฝาก”อิษยายื่นถุงกับข้าวที่ตักแบ่งไว้ให้พัฒนาเพื่อเป็นของตอบแทนที่เขาพาเธอไปวัดในเช้านี้ ซึ่งวัดประจำหมู่บ้านอยู่ห่างจากไร่จันทร์ฉายเกือบสิบกิโลเมตร ถ้าจะให้ขับรถเครื่องไปเองก็คงใช้เวลาร่วมชั่วโมง“คุณหนูไม่ต้องทำเผื่อผมก็ได้ครับ” เขารับมันมาก่อนจ
“คุณหมอ เมียผมเป็นยังไงบ้าง”ทันทีที่เสียงบานประตูเปิดดังขึ้น จักรพรรดิที่กำลังนั่งกุมขมับด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก็ลุกขึ้นมาเอ่ยถามคุณหมอหนุ่มในชุดเสื้อกาวน์ใบหน้าหล่อปิดบังด้วยแมสสีขาว เดินถือแฟ้มรายงานคนไข้ออกมาด้วย“คนไข้และเด็กในครรภ์ปล่อยภัยดีครับ”ย้อนกลับไปในตอนเช้า เขาที่พึ่งกลับจากบ้านของบุษ
“คุณมาที่นี่ได้ไงคะ” ขนตาของเธอพะเยิบขึ้นพลางจ้องมองอย่างฉงน ทำไมจักรพรรดิถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วทำไมเจ้าของร่างสูงถึงผอมลงจนกล้ามเนื้อหดหายไปมากถึงเพียงนี้ ได้ตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ในใจ “พี่มาหาเมีย” จักรพรรดิตอบเสียงจริงจัง เมื่อเห็นหน้าภรรยาสาวก็อดที่จะแสดงความดีใจจนออกทางสีหน้าไม