LOGIN"ขอโทษจริงๆ ครับคุณมิกิ "
"แบบนี้ฉันควรไล่ใครออกดี "
"เฮ้ย ใจเย็นๆ ดิวะ เรื่องแค่นี้เอง กูดูแลกันเองได้มึงก็เห็นว่าน้องเขาเจ็บ"
"แต่กูจ้างให้มาทำงาน แก้วบาดแค่นี้ไม่ถึงกับตาย ไอ้เบสฝากไปบอกยัยนั่นด้วยว่ากูไล่ออก ไม่ต้องกลับมาทำงานที่นี่นี่อีก" ผมต้องหัวเสียให้กับพนักงานที่ผับ จู่ๆ ก็ซุ่มซ่ามโดนแก้วบาดแล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย มันก็จริงอย่าที่ไอ้คิมมันพูด เรื่องแค่นี้ แต่สำหรับผมมันไม่ใช่ นึกจะหายก็หายไปซะดื้อๆ ผมไม่ชอบเอาซะเลยพวกไม่มีความรับผิดชอบ ผมเป็นคนที่จริงจังกับเรื่องงานมาก วันนี้มันเป็นรอบหลายเดือนที่ผมเข้ามาตรวจงานที่ผับ เพราะไอ้พวกเพื่อนพวกนี้มันนึกคึกอยากจะมากินเหล้าที่นี่ ดูจากท่าทางแล้วคงจะติดใจยัยพีอาร์นั่นไม่น้อย ผมก็เพิ่งเคยเจอเธอครั้งแรกเหมือนกัน
"อย่าไล่น้องออกเลยครับ พอดีลูกสาวน้องเขาป่วยทีแรกน้องเขาขอผมกลับบ้านแล้ว แต่ผมเป็นคนให้น้องเขาอยู่ช่วยก่อน อย่าไล่น้องเขาออกเลยนะครับ " อะไรนะมีลูกแล้วยังงั้นหรอ ผมแอบเห็นสีหน้าไอ้พวกหื่นทั้งหลาย แอบเสียดาย ถึงว่ามาทำงานแบบนี้หาเงินเลี้ยงลูก ดูท่าแล้วจะร้ายไม่เบามีลูกตั้งแต่อายุน้อยๆ แต่ความรู้สึกของผมทำไมมันขัดแย้งกับความคิด
"ว้ามีลูกซะแระ " ไอ้คิมแอบเสียดาย
"ครับ อย่าไล่น้องออกเลยครับ ไหนจะต้องส่งตัวเองเรียนอีก น้ำอุ่นน่าสงสารจริงๆ ครับ" ไอ้เบสนี่ถ้าไม่ติดว่ายัยนั่นมีลูกแล้วผมจะคิดว่าไอ้นี่ต้องหวังเคลมอย่างแน่นอน
"เฮ้อ ไอ้เบส " ผมถินหายใจออกมาด้วยความเอือมไอ้นี่จริงๆ รู้ทุกอย่างทำยังกะเป็นผัวเขาแหน่ะ
"นะครับ" สายตาอ้อนวอน
"เออๆ รำคาญหว่ะ " ผมเห็นแก่ที่มันทำงานดี ไอ้เบสเป็นผู้จัดการที่นี่มันดูแลทุกอย่างได้ดีแทนผม เพราะแบบนี้ผมถึงไม่ค่อยได้เข้ามาดูงานที่ผับสักเท่าไหร่
"ไปไหนวะ ไอ้มิกิ"
"กลับ หมดอารมณ์" ผมตอบไอ้เอเดนกลับใครจะอยู่ก็อยู่วันนี้ผมไม่มีอารมณ์แล้ว หงุดหงิด วันนี้ก็ไม่มีอารมณ์จะเอาใครแล้วด้วยทั้งนั้น หมดอารมณ์ไปทุกส่วนของร่างกาย
..แนะนำตัวสักหน่อย ผมชื่อมิกิ ผมเป็นลูกชายคนเดียว บ้านผมทำธุรกิจเกี่ยวกับการส่งออกอาหาร รายใหญ่ของประเทศ ผมเปิดธุรกิจผับเป็นของตัวเองตั้งแต่อายุ 18 ซึ่งมันก็ประสบผลสำเร็จดีมาจนถึงทุกวันนี้ ตอนนี้ผมเรียนอยู่ปี 4 มหาวิทยาลัย B ผมเรียนบริหารก็เพราะธุรกิจของที่บ้านโดยตรง เรื่องผู้หญิงมันก็ต้องมีเป็นธรรมดาผมเป็นพวกชอบเบื่อง่าย ใช้แล้วก็ทิ้งอะไรทำนองนี้
ผมขับรถมาเรื่อยๆ เพื่อกลับคอนโด แต่สายตาก็ไปสะดุดกับผู้หญิงที่ผมคุ้นตา ยัยพีอาร์ที่ผับผมนี่นา เธอกำลังอุ้มเด็กผู้หญิงไว้ในอ้อมกอดคนนึง สงสัยคงจะเป็นลูกเธอ ไม่นานแท็กซี่ก็จอดรับสองแม่ลูกขึ้นรถไป ผมไม่รู้ว่าผมจะไปไหน รู้ตัวอีกทีก็ขับรถตามแท็กซี่คนนั้นมาซะแล้ว
................................
หญิงสาวร่างเล็กอุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมกอด ก่อนที่จะส่งเด็กให้กับบุรุษพยาบาล ผมจอดรถและเดินตามเข้าไปดูอยู่ห่างๆ ทำไมผมต้องทำอะไรบ้าบอขนาดนี้ด้วย แล้วนี่พ่อเด็กไปไหนทำไมไม่ตามมาด้วยนะ
สีหน้าของเธอดูเป็นกังวล ดวงตาแดงก่ำเหมือนกับว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้ที่หนักหน่วงมาพอสมควร ในใจของผมมันก็เริ่มรู้สึกผิดขึ้นมานิดนึง เพียงไม่นานหมอใหญ่ก็เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน สีหน้าของเธอดูมีรอยยิ้มจางๆ ขึ้นมาเล็กน้อย คงจะปลอดภัยแล้วสินะ
......................................
น้ำอุ่น
"แม่อุ่นขาปุยนุ่นต้องอยู่โรงบาลอีกนานมั้ยคะ"
ตอนพิเศษฉันนั่งมอง เด็กๆ ที่กำลังเดินจูงมือกันเพื่อไปขึ้นรถตู้ไปโรงเรียน คายะกับคามิน เรียนอยู่ห้องเดียวกัน ตอนนี้สองแฝด 4 ขวบแล้ว ส่วนพี่ใหญ่ปุยนุ่นรายนั้นโตเป็นสาว 10 ขวบย่างจะ 11 ขวบ ส่วนคนกลางสุดหล่อเคนจิ ตอนนี้เข้า 6 ขวบ เริ่มเป็นหนุ่ม ฉันภูมิใจกับลูกๆ มาก ทั้งสี่คนรักกันมาก ปุยนุ่นจะรักและดูแลน้องๆ ได้ดีมาก เห็นแบบนี้ฉันก็หายเหนื่อย ทุกๆ เช้าเด็กๆ จะขึ้นรถตู้ของที่บ้านไปเรียน โดยมีสามีป้าแมวเป็นขับรถพอฉันทำหน้าที่ส่งลูกๆ เสร็จฉันก็ต้องเข้าบริษัทกับป๊าก่อน ตอนนี้ฉันมีหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายการบัญชีของป๊า ส่วนที่ผับฉันก็ยังดูแลควบคู่กันไป บริษัทของป๊ากำลังจะขยายสาขาเพิ่มอีกหนึ่งที่ หายคราวนี้ว่าจะไปเปิดที่อังกฤษโดยได้รับการเชื้อเชิญจากพ่อของใบหม่อน ซึ่งป๊าเองก็อยากจะลอง"เซ็นเอกสารให้หน่อยสิคะ" ฉันยกเอกสารมากองไว้ตรงหน้าคนตัวโตที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านแผนธุรกิจอยู่"โอเคครับ อ่อ ป๊าลืมบอกไปเลยวันนี้พวกเพื่อนป๊ามันนัดเจอกันที่ผับของเรา ป๊าขอกลับดึกได้มั้ย""ได้สิคะ อุ่นดูแลลูกๆ ได้ป๊าไปเถอะค่ะ" นานแล้วเหมือนกันที่ป๊าไม่ได้ออกไปสังสรรค์กับพวกเพื่อนๆ เลย"น่ารักที่สุดเลยเมียใครเนี่ย
" เคนจิอย่าวิ่งสิลูก แม่วิ่งตามไม่ทัน""คิก คิก ""แม่อุ่น วิ่งช้า เคนจิจะรอป๊ากับพี่ปุยนุ่น""ป๊าทำงานครับ พี่ปุยนุ่นไปโรงเรียน แม่จะวิ่งเร็วได้ยังไงหล่ะครับ ในท้องแม่มีน้องอยู่ตั้งสองคนแหน่ะ" ฉันนั่งลงพร้อมกับอธิบายให้เคนจิลูกชายตัวแสบฟัง เด็กผู้ชายนี่บ้าพลังชะมัด ตอนนี้เคนจิอายุ 3 ขวบ แล้วอีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าโรงเรียน ส่วนปุยนุ่นรายนั้นเริ่มโตเป็นสาว ส่วนในท้องของฉันตอนนี้มีตัวเล็กอีกสองตัว มันเป็นเรื่องที่เซอร์ไพรท์มาก ฉันไม่คิดเลยว่าฉันจะมีลูกแฝดและที่น่าตกใจไปมากกว่านั้นคือฉันได้ลูกแฝดชายหญิง คุณปู่กับคุณย่าออกอาการเห่อหนักมาก คุยฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน ส่วนป๊าหน่ะหรอ รายนั้นโม้ตั้งแต่ฉันท้องตั้งแต่เดือนแรก คุยข่มเพื่อนฝูงซะใหญ่โตว่าน้ำยาดี ตอนนี้ฉันกับลูกๆ ย้ายออกจากคอนโดแล้ว เพราะเรารู้สึกว่ามันคับแคบไม่เหมาะกับการเลี้ยงเด็กๆ เอาซะเลย บ้านหลังนี้ถูกสร้างตามแบบที่ฉันต้องการทั้งหมด มีสนามหญ้าหน้าบ้านให้ลูกๆ วิ่งเล่น มีห้องนอนให้ลูกๆ ครบหมดทุกคน ช่วงนี้ป๊าก็ทำงานหนักมากกว่าเดิม"เมื่อไหร่น้องจะออกมา " คำถามที่ไร้เดียงสาของเด็กน้อยมันทำให้ฉันยิ้มออกมา ฉันท้องได้ 6 เดือนกว่าแล้ว ไวมา
3 เดือนต่อมาช่วงเวลาใกล้คลอดเป็นช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขมากที่สุด คนข้างกายของฉันก็เช่นกัน ฉันถูกสั่งห้ามทำงานทุกอย่าง แม้กระทั่งงานบ้าน ตอนนี้ก็รู้สึกอึดอัดชะมัด นั่งๆ นอนๆ น่าเบื่อมากๆ แต่ยังที่ฉันยังมีใบหม่อนคอยแวะเวียนมาหาอยู่บ่อยๆ บางครั้งก็ชวนออกไปช๊อปปิ้งบ้าง มันก็ยังพอให้ฉันได้คลายเครียดลงมาบ้าง"ปุยนุ่นจับตรงนี้สิลูก น้องดิ้นใหญ่เลย""ไหนคะป๊ะป๋า จริงๆ ด้วยค่ะ น้องตัวน้อยขาออกมาเร็วๆ นะคะ พี่ปุยนุ่นอยากเล่นกับน้อง""อุ๊ย เปลี่ยนมาทางนี้แล้ว""ไหนคะๆ คิกๆ ป๊ะป๋าแบ่งปุยนุ่นบ้างสิคะ" เป็นประจำทุกวันของสองพ่อลูก ทะเลาะกันเรื่องแบบนี้ตลอด ทุกคืนก่อนเข้านอน สองพ่อลูกจะต้องมากองรวมอยู่ที่ท้องของฉัน"ปุยนุ่นขาไปนอนกันดีกว่า นี่ก็ดึกมากแล้ว ""ก็ได้ค่ะ แต่แม่อุ่นต้องเล่านิทานให้ปปุยนุ่นกับน้องฟังนะคะ ""แล้วป๊ะป๋าหล่ะเข้าไปฟังด้วยได้มั้ย" ป๊าทำหน้าออดอ้อนลูกสาวสุดฤทธิ์"ไปได้ค่ะ " จากนั้นพวกเราทั้งสามคนรวมทั้งคนในท้องก็ย้ายกันมาอยู่ในห้องนอนสีชมพูของเด็กอ้วน ฉันนอนกลางขนาบข้างด้วยเด็กน้อยและคนตัวโตที่ร้องตามเข้ามา วันนี้ปุยนุ่นเลือกนิทานเรื่องซินเดอเรล่า ไม่พ้นเจ้าหญิงเหมือนเคย เล่าไป
"อุ่นอยู่ไหน" สายถูกตัดทันที ผมรีบวิ่งเข้ามาในร้านสอดส่ายสายตาไปจนทั่วแต่ก็ไม่เจอ น้ำอุ่นพูดแปลกๆ ผมคิดว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ"มีอะไรรึป่าวคะพี่มิกิ " วันนี้ผมพาใบหม่อนมากินข้าวหลังจากที่เราทั้งคู่คุยงานเสร็จ ใบหม่อนเป็นลูกสาวของน้องชายพ่อผม ใบหม่อนคือน้องสาวของผม เธอเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเพราะต้องกลับมาเรียนต่อที่นี่ ใบหม่อนกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยปีแรก ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอจะต้องกลับมาเรียนที่ไทยด้วยทั้งๆ ที่มหาวิทยาลัยที่นั่นก็มีตั้งเอยะแยะ ใบหม่อนเป็นเด็กเก่ง สนใจงานบริหารตั้งแต่ยังเด็ก ตอนนี้ก็เริ่มสนใจขอเข้ามาทำงานกับผมบ้าง"พี่ต้องกลับแล้วหล่ะ ป่ะเดี๋ยวพี่ไปส่ง""เป็นห่วงพี่น้ำอุ่นหรอคะ" ใบหม่อนรู้เรื่องที่น้ำอุ่นกำลังท้อง เธอดีใจมากเพราะจะได้มีหลานตัวน้อย แถมยังบ่นมาอยากเจอปุยนุ่น"ใช่ครับ ว่างๆ เดี๋ยวพี่จะพาไปเล่นกับปุยนุ่นนะ""ได้ค่ะ" ผมพาใบหม่อนมาส่งที่คอนโด ใบหม่อนมาอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว คุณอาฝากเธอไว้กับผมให้ช่วยดูแล เพราะท่านก็รู้สึกตกใจเช่นกันที่จู่ๆ ใบหม่อนก็นึกอยากจะกลับมาเรียนต่อที่นี่ ผมเต็มใจรับปากท่าน เพราะใบหม่อนก็น้องสาวของผมเหมือนกัน.............................
3 เดือนต่อมา"พี่เบสอุ่นขอเอกสารบัญชีของเดือนนี้ เอามาให้อุ่นในห้องด้วยนะคะ""ได้ๆ เดี๋ยวพี่เอาเข้าไปให้" ฉันเดินเข้ามาในห้องทำงานส่วนด้วนบนของผับ ซึ่งถูกเนมิตรให้มีห้องนอน และเก้าอี้นอนเอนหลังพอดีตัว อีกทั้งยังมีตู้เย็นขนาดกลางในนั้นบรรจุไปด้วยของกินมากมาย จะมีใครไปไม่ได้นอกจาป๊ะป๋าของตัวเล็กในท้อง ท้องฉันก็เริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ฉันก็ยังต้องเข้ามาเคลียร์บัญชีและเอกสารการรับจ่ายภายในผับอยู่ทุกวัน คุณย่าส่งคนขับรถส่วนตัวมาคอยรับสั่งฉัน เพราะกลัวว่าจะลำบากเวลาจะไปไหนมาไหน สงสัยคงกลัวว่าฉันจะโหนรถเมล์เหมือนทุกคน ส่วนปุยนุ่นตอนนี้ไปเที่ยวบ้านป๊าเอก ตอนเย็นๆ ถึงจะกลับเพราะอยู่ในช่วงปิดเทอม ตอนนี้ชีวิตฉันมีความสุขมาก มากซะจนไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว"อ่ะนี่ ท้องโตแล้วนะอุ่นพี่ว่าหยุดพักบ้างเถอะ" เอกสารสองสามแฟ้มวางข้างหน้าฉัน แล้วก็ตามมาด้วยเสียงคนที่ชอบบ่นฉันแบบนี้ตั้งแต่ฉันท้อง แล้วไม่ยอมอยู่บ้าน พี่เบสไง พี่ชายที่แสนดีของฉัน" พี่เบส พี่พูดตั้งแต่อุ่นเริ่มท้อง ตอนนี้ใกล้จะคลอดแล้ว อุ่นหยุดมั้ย""ไม่""จะเลิกพูดได้ยัง""เออ ก็คนมันเป็นห่วงนี่วะ อุ่นไม่ต้องช่วยพี่ก็ได้พี่ไหว " ไม่ให้ช่วยได้ยัง
"ลูกของเราค่ะป๊า" ผมซุกใบหน้าเข้าไปที่ท้องของน้ำอุ่น ตัวเล็กอยู่ในนี้ ในที่สุดมันก็เป็นจริงสักที ผมกำลังจะมีลูก ผมกำลังจะเป็นพ่อคนแบบเต็มตัว ปุยนุ่นกำลังจะมีน้อง น้ำอุ่นกำลังจะได้เป็นคุณแม่ลูกสอง ผมร้องไห้ออกมาถึงขั้นสะอึกสะอื้นเป็นเรื่องเป็นราว ยอมรับว่าดีใจมากไม่เคยดีใจแบบนี้มาก่อน คนตัวเล็กกอดผมแล้วใช้มือลูบหลังผมเบาๆ ยอมรับว่าโคตรรู้สึกดี ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ชีวิตของเธอผ่านอะไรมามากมาย วันนี้เธอคือผู้หญิงของผม เธอคือแม่ของลูกผมทั้งสองคน"ขอบคุณครับ ป๊ารักอุ่นกับตัวเล็กนะรู้มั้ย รักปุยนุ่นด้วย ครอบครัวเราจะใหญ่ขึ้นแล้วนะ" ผมเงยหน้าเพื่อสบตาคนตัวเล็กในอ้อมกอด ใช่ว่าผมจะมีน้ำตาแค่คนเดียว น้ำอุ่นก็ร้องไห้ออกมาเหมือนกับผม วินาทีนี้เป็นใครก็ต้องดีใจมากเป็นธรรมดา คนอื่นผมไม่รู้ว่าจะหนักเหมือนกับผมหรือป่าว ของผมมันออกมาจากความรู้สึกล้วนๆ"หยุดร้องได้แล้วค่ะ ดูสิไม่หล่อแล้ว" มือนุ่มของเธอเกลี่ยเช็ดน้ำตาบนใบหน้าให้กับผม เราสองคนต่างส่งยิ้มให้กันและกัน"ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแล้วตอนนี้ มีเมียกับลูกก็พอ""ดีใจมากมั้ย""มากที่สุด มากจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูกเลย เซอร์ไพรท์ได้ตกใจมากเลยนะยัยตัวแสบ"
หลายเดือนต่อมาผมยังคงใช้ชีวิตอยู่กับน้ำอุ่นและปุยนุ่น มีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มของทั้งสองคน ตอนนี้ผมเป็นผู้บริหารเต็มตัว งานก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่ผมก็ไม่ลืมคนที่รอผมอยู่ข้างหลัง ผมจะให้ความสำคัญกับทั้งสองคนเป็นอันดับแรกอยู่เสมอ ดั่งเช่นวันนี้"ปุยนุ่นครับ ตื่นได้แล้วลูก ลุกเร็วไปอาบน้ำ ""
"อยู่กับคุณย่าก่อนนะลูก วันนี้แม่มีงานด่วน แม่คะอุ่นฝากปุยนุ่นด้วยนะคะ" ฉันหันไปบอกกับคุณย่าที่กำลังอุ้มปุยนุ่นอยู่"แล้วนี่คุยกับมิกิรู้เรื่องรึยังหล่ะลูกเดี๋ยวก็ปัญหากันอีก""ค่ะแม่ ปุยนุ่นแม่ไปก่อนนะคะ ฟอดดด" ฉันก้มลงไปหอมแก้มเด็กอ้วนฟอดใหญ่ วันนี้ฉันไปรับปุยนุ่นก่อนเวลาเนื่องจากวันนี้ทางโรงเรีย
หลายอาทิตย์ต่อมาหลังจากที่เรื่องทุกอย่างเข้าสู่สภาวะปกติ ฉันกับปุยนุ่นก็ย้ายของทั้งหมดมาอยู่ที่คอนโดของป๊ะป๋า ปุยนุ่นดีใจมาก ส่วนห้องนอนข้างๆ เขาก็รื้อเฟอร์นิเจอร์ออกทั้งหมดและซื้อของตกแต่งที่ปุยนุ่นชอบมาใส่และจัดเรียงใหม่ ห้องนอนแสนน่ารักของเด็กอ้วนเสร็จเรียบร้อย ปุยนุ่นชอบมากกระโดดหอมแก้มป๊ะป๋าฟ
"ป๊ะป๋า ขา เย่ๆ วันนี้ป๊ะป๋าจะกลับบ้านแล้วใช่มั้ยคะ""กลับดีมั้ยน๊า""กลับสิคะไม่งั้นปุยนุ่นจะหาป๊าคนใหม่ให้แม่อุ่น" ฉันหั่นผักไปหัวเราะไปกับบทสนทนาของพ่อลูก วันนี้แล้วสินะที่ป๊ะป๋าของปุยนุ่นจะบินกลับสักที รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของปุยนุ่นกลับมาสดใสอีกครั้งหลังจากที่หายไปเต็มๆ สองวัน ขณะรอขึ้นเครื่อ







