Masuk@เวลาผ่านไป
" !!!! " ส้มโอสะดุ้งตื่นขึ้นมาภายในห้องที่เดิม บนเตียงเดิมที่เพิ่งจะมีอะไรกับเจ้าหนี้ไป แต่ตอนนี้ไม่มีเขาคนนั้นอยู่ด้วยแล้ว
ร่างเล็กลุกขึ้นนั่งก่อนจะรีบมองหากระเป๋าสะพายของตัวเอง แล้วรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู สิ่งที่ทำให้เธอตกใจคือวันที่และเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์
พ. 20 ก.พ. / 17:46
ข้ามมาตอนเย็นของอีกวันแล้ว
"บ้าเอ้ย อะไรกันเนี่ย!" เธอรีบปลดล็อคหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเอง ก่อนจะพบว่ามีสายที่ไม่ได้รับอยู่หลายสาย พร้อมกับข้อความจากเพื่อนสนิทที่ส่งเข้ามารัวๆ ไม่รู้กี่ร้อยข้อความ ไหนจะเบอร์โทรของเฮียเจ้าของร้านอาหารอีก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทุกคนคงกำลังตามหาเธอ และเป็นห่วงเธอมากเลยสินะ
เธอไม่ได้ไปเรียน และก็น่าจะเข้างานไม่ทันด้วย เฮียเจ้าของร้านอาหารถึงได้โทรตาม
ส้มโอรีบรากสังขารของตัวเองออกจากเตียงที่นอนอยู่ รีบใส่เสื้อผ้าของตัวเอง ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไป ทว่าเธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเสี่ยดอร์ยืนอยู่ตรงหน้าประตูทางออก ราวกับรู้ว่าเธอจะตื่นเวลาไหน
"ตื่นแล้วเหรอ"
"นี่มันตอนเย็นของอีกวันแล้ว ทำไมถึงไม่ปลุกฉันคะ?"
"ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน"
"คุณรู้ไหม ฉันไม่ได้ไปเรียน แล้วก็ไปทำงานพาร์ทไทม์ไม่ทันด้วย"
"บอกให้เรียกเสี่ย เมื่อคืนฉันก็บอกไปชัดเจนแล้วนะว่าให้เธอเลิกทำงาน ส่วนเรื่องเรียนก็เรียนได้ปกติ"
"แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาบังคับชีวิตฉันนะ!"
"มีสิ ฉันเป็นเจ้าหนี้เธอ แล้วเมื่อคืนก็เพิ่งจะเป็นผัวเธอไปด้วย"
"......" ส้มโอหน้าเหวอทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น เขาบอกว่าอะไรนะ ผัวอย่างนั้นเหรอ มีเซ็กซ์กันแค่ครั้งเดียวนับว่าเป็นผัวเป็นเมียกันแล้วงั้นเหรอ มันเกินไปหรือเปล่า
"เดี๋ยวฉันให้คนไปส่ง"
"ไม่เป็นไรค่ะ"
"ต้องเป็น เพราะฉันจะได้แน่ใจว่าเธอจะไม่ไปทำงาน"
"แต่คุณคะ... เอ่อเสี่ยคะ ฉันต้องหาเงินเรียนนะ"
"ฉันจะให้เงินเธอเอง ค่าเทอมเดี๋ยวจ่ายให้ เธอโทรไปลาออกกับเจ้าของร้านเดี๋ยวนี้เลย"
"คะ?"
"เร็วสิฉันรอฟังอยู่"
เขายืนกดดันเธอจนเธอต้องโทรไปหาเฮียเจ้าของร้านอาหารและบอกว่าจะเลิกทำงานตามคำสั่งของเขา เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ยอมปล่อยให้เธอกลับไปแน่ นี่มันเอาแต่ใจชะมัดเลย
"โทรบอกเฮียเจ้าของร้านแล้วค่ะ"
"ดีมาก"
"ฉันกลับได้หรือยังคะ"
"เอาโทรศัพท์เธอมา"
"???"
"เอามาสิ"
ถึงจะไม่รู้ว่าเขาจะเอาไปทำอะไร แต่เธอก็ยอมยื่นให้แต่โดยดีเพราะไม่อย่างนั้นเขาคงได้โกรธแน่ เสี่ยดอร์กดอะไรบางอย่างบนหน้าจอโทรศัพท์ของเธอ ก่อนจะยื่นโทรศัพท์คืนให้
"ฉันเมมเบอร์ของฉันเอาไว้แล้ว โทรไปต้องรับห้ามตัดสาย เรียกเมื่อไหร่ก็ต้องมา เข้าใจหรือเปล่า"
"แล้วถ้าวันนั้นฉันมีธุระล่ะ"
"ก็แค่บอก อย่าหายไปเงียบๆ เพราะไม่อย่างนั้นฉันจะส่งคนของฉันไปตามเธอถึงที่"
"......" น้ำเสียงของเขาฟังดูน่ากลัวน่าขนลุกยังไงพิลึกบอกไม่ถูก เหมือนจะอบอุ่นแต่ก็ไม่ใช่ เหมือนจะเป็นคนดีแต่ก็ยังไม่สุด
.....
ส้มโอหันไปมองชายที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอยังจำวันแรกที่ได้เจอเขาได้ดี ผู้ชายที่เข้ามาทวงหนี้ ผู้ชายที่เธอเคยหวาดกลัว ผู้ชายที่คิดว่าจะไม่มีวันยิ้มแต่สุดท้าย...กลับกลายเป็นคนที่รักเธอมากที่สุดในชีวิต หากย้อนเวลากลับไปได้ เธอก็คงไม่มีวันเชื่อว่า หนี้ก้อนมหาศาลในวันนั้น จะพาเธอมาเจอกับความรักที่มีค่ามากกว่าสิ่งใด"คิดอะไรอยู่" เสียงทุ้มของเสี่ยดอร์ดังขึ้น"คิดถึงวันแรกที่เราเจอกัน" ส้มโอหันมายิ้ม"วันที่เสี่ยมาตามทวงหนี้ฉันถึงที่ร้าน บอกให้ฉันจ่ายหนี้ให้ครบ ตามกำหนดเวลา แล้วก็ตามฉันมาถึงห้องพักอีกรอบ""งั้น...ฉันคงต้องขอบคุณโชคชะตา" เสี่ยดอร์หัวเราะเบาๆ เขาก้มลงจูบหน้าผากภรรยาอย่างอ่อนโยน"ที่พาเธอเข้ามาในชีวิต""...." ส้มโอยิ้มเขินเหมือนวันแรกๆแม้จะเป็นสามีภรรยากันมานานแล้วก็ตาม แต่ทุกครั้งที่เขาแสดงความรัก มันก็อดไม่ได้ที่เธอจะเขิน....."ป๊า!" เสียงของไอรีนดังขึ้น เด็กหญิงวิ่งหน้าตื่นเข้ามา พร้อมถังใส่เปลือกหอยในมือ"ดูสิคะ! ไอรีนเก็บได้เยอะเลย""เก่งมาก" เสี่ยดอร์ย่อตัวลงรับลูกสาวเข้ามากอด ธีโอเองก็วิ่งตามมาพร้อมรอยยิ้ม"ป๊าครับ เดี๋ยวผมจะพาน้องไปสร้างปราสาททรายให้ใหญ่ที่สุดเลย""แต่ห้าม
@เวลาผ่านไปฤดูกาลต่างๆ หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านครั้งแล้วครั้งเล่า ต้นไม้ที่เคยเป็นเพียงต้นอ่อนเติบโตสูงใหญ่ เช่นเดียวกับสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่ค่อยๆ เติบโตไปพร้อมกับความรัก ความเข้าใจ และช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกันณ ที่จอดรถคอนโดเช้าวันนี้ในช่วงปิดเทอม...บ้านทั้งหลังเต็มไปด้วยความวุ่นวายตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นดีไอรีนในชุดเดรสสีขาวลายดอกไม้ วิ่งถือหมวกฟางใบเล็กไปทั่วบ้าน พลางร้องถามแม่ทุกๆ นาทีว่าถึงเวลาหรือยังส่วนธีโอที่โตขึ้นกว่าเดิมมาก กำลังช่วยขนของยกกระเป๋าเดินทางขึ้นรถด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ เพราะเจ้าตัวประกาศว่าตอนนี้เป็นหนุ่มเต็มตัวแล้ว และจะช่วยป๊าดูแลทุกคนเอง ( จริงๆ แค่เรียนประถม ที่โตเกินวัย )ส้มโอมองภาพลูกทั้งสองด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะหันไปมองเสี่ยดอร์ที่กำลังตรวจดูสัมภาระรอบสุดท้ายแม้เวลาจะผ่านมาหลายปี...ผู้ชายคนนี้ก็ยังคงเป็นคนเดิม ยังคงละเอียดรอบคอบ ยังคงคอยดูแลเธอและลูกทุกคนไม่เคยเปลี่ยน"ครบหรือยังเสี่ย" ส้มโอถามพลางเดินเข้าไปหาเสี่ยดอร์ก้มมองรายการในโทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนพยักหน้าตอบรับ"ครบ... ของลูกครบ ของเธอครบ ของฉันก็ครบ ไปกันได้""ไปกัน" หญิงสาวหัวเราะเบาๆ"เย้
"เพื่อนเหรอ""ครับ" ธีโอพยักหน้าทันทีแต่ยังไม่ทันที่ผู้เป็นพ่อจะถามอะไรต่อ...เด็กชายก็วิ่งตามปุยฝ้ายไปสองก้าว"ปุยฝ้าย!""??" เด็กหญิงหันกลับมา ธีโอยิ้มกว้าง ก่อนโน้มตัวลงไปหอมแก้มเธอฟอดหนึ่ง"เจอกันพรุ่งนี้นะ""อื้อ..." ปุยฝ้ายหน้าแดงทันที แล้วรีบวิ่งขึ้นรถอย่างเขินอายส่วนอีกฝั่งหนึ่ง...เสี่ยดอร์ยืนนิ่งไปแล้ว มือที่กำลังถือกุญแจรถแทบหลุดจากมือ เขาหันช้าๆ ไปมองส้มโอ สีหน้าราวกับเพิ่งถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ส้มโอเม้มปากแน่น พยายามกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น"เสี่ย..ใจเย็นๆ นะ""ลูกชายฉัน..." เสี่ยดอร์ยกมือกุมหน้าอกตัวเอง ทำท่าเหมือนคนที่จะเป็นลม"หอมแก้มผู้หญิงต่อหน้าต่อตาเลยเหรอ""คิกคิกคิก" ส้มโอหัวเราะออกมาในที่สุด "ก็เด็กๆ น่า ไม่ต้องซีเรียส""ธรรมเนียมของฝรั่ง แบบนี้ก็ถือว่าปกติไม่ใช่เหรอ""......" เสี่ยดอร์ถอนหายใจยาว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงเดินขึ้นรถเงียบๆถ้าจะให้คิดอย่างที่ภรรยาว่า มันก็ไม่ผิดอะไร แต่นี่มันยังเด็กเกินไป และดูเหมือนไม่ใช่การทักทายด้วย นั่นมันคือการหอมแก้ม!!......ระหว่างทางกลับบ้านธีโอนั่งอยู่เบาะหลัง คุยไม่หยุดตลอดทาง เขาเล่าเรื่องโรงเรียน เล่าเรื่องคุณครู เล่าเรื่
หนึ่งปีผ่านไป ~ ธีโอในวันนี้ไม่ใช่เด็กชายตัวน้อยเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เขาเติบโตเป็นเด็กประถมที่ทั้งฉลาด สุภาพ และมีความรับผิดชอบสมวัย รูปร่างเริ่มสูงโปร่งเหมือนเสี่ยดอร์ โครงหน้าคมชัดขึ้นเรื่อยๆ จนหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อีกไม่กี่ปีก็คงหล่อไม่แพ้ผู้เป็นพ่ออย่างแน่นอน ( เผลอๆ อาจเจ้าชู้ด้วย )ส่วนไอรีนเองก็โตขึ้นจนกลายเป็นเด็กหญิงที่ร่าเริง ช่างพูด และเป็นขวัญใจของทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะเหล่าบรรดาลุงๆ บอดี้การ์ด ที่มองว่าไอรีนคือเจ้าหญิงตัวน้อยที่พวกเขาต้องปกป้องเท่าชีวิตบริษัทธีโอกรุ๊ป กึก ~ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก ตามด้วยร่างสูงกำยำของเสี่ยดอร์ที่เดินตามออกมาติดๆ"ท่านประธานจะไปไหนครับ?" เลขาหนุ่มเอ่ยถามขึ้นเขาเข้ามาทำงานแทนส้มโอได้หลายปีแล้ว เพราะเธอจะได้มีเวลาดูแลลูกได้อย่างเต็มที่ และเพื่อไม่ให้ส้มโอต้องคิดมาก เสี่ยดอร์จึงประกาศรับสมัครเลขาที่เป็นผู้ชายเท่านั้น"วันนี้ฉันมีไปรับลูกที่โรงเรียน""จะกลับเข้าบริษัทอีกไหมครับ?""คงไม่ จัดการเรื่องงานให้ด้วยก็แล้วกัน""รับทราบครับ""อืม..."เสี่ยดอร์รีบลงลิฟท์ไปยังด้านล่างทันที วันนี้เขาเลิกงานเร็วกว่าปกติ เพราะสัญญากับลูกชายเอ
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นอย่างแรง พร้อมกับเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กน้อย"แม่ฮื้อ...!""ป๊าขา...แงงง!"สองสามีภรรยาชะงักพร้อมกัน เสี่ยดอร์รีบลุกจากเตียง หยิบกางเกงที่วางอยู่ปลายเตียงขึ้นมาใส่อย่างรวดเร็วส่วนส้มโอก็คว้าเสื้อคลุมมาสวม ก่อนรีบเดินตามออกไปทันทีที่เปิดประตู..ไอรีนก็โผเข้ากอดขาพ่อทันที ใบหน้าเล็กๆ เปื้อนน้ำตา ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้"เป็นอะไรครับไอรีน"เสี่ยดอร์รีบอุ้มลูกสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน เด็กหญิงรีบซุกหน้าลงกับไหล่ของพ่อ ตัวสั่นเล็กน้อย"ผะ ผี...ฮึกฮือ หนูได้ยินเสียงผี" เธอพูดทั้งสะอื้น"ผีที่ไหนคะ" ส้มโอรีบลูบหลังลูกเบาๆ"มันร้อง..." ไอรีนสูดจมูกฟืด"ฮือ...อือ...อื้อ...ฮ๊า!" เด็กหญิงทำเสียงเลียนแบบอย่างตั้งใจ"หนูกลัว...มันร้องอยู่ในห้องป๊ากับแม่"พอได้ยินประโยคนั้น...ส้มโอกับเสี่ยดอร์ถึงกับนิ่งไปพร้อมกัน ทั้งคู่หันมาสบตา ก่อนจะเข้าใจทันทีว่าลูกสาวหมายถึงอะไรส้มโอรีบเม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น ส่วนเสี่ยดอร์ก็ไอเบาๆ พลางหลบสายตาภรรยา"ไม่มีผีหรอก" เขาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้"จริงเหรอคะ" ไอรีนเงยหน้ามองพ่อ"จริงค่ะ" ส้มโอพยักหน้
หลังจากที่มีลูกสองคน...คำว่า เวลาส่วนตัว ของส้มโอและเสี่ยดอร์แทบจะกลายเป็นเรื่องยาก กลางวันต่างคนต่างมีหน้าที่ของตัวเองเสี่ยดอร์ต้องดูแลบริษัท ประชุม และจัดการงานที่แทบไม่มีวันสิ้นสุด ส่วนส้มโอก็แบ่งเวลาไปดูแลครอบครัว คอยรับส่งลูก ทำกิจกรรมกับธีโอและไอรีน รวมถึงช่วยดูแลงานบางส่วนของบริษัทเท่าที่ทำได้พอตกกลางคืน...แทนที่จะได้นั่งพักนอนพักด้วยกัน ทั้งคู่กลับต้องผลัดกันกล่อมลูกเข้านอน บางคืนธีโอตื่นมาเข้าห้องน้ำ บางคืนไอรีนฝันร้าย บางคืนลูกทั้งสองคนพากันไม่ยอมนอนจนเกือบเที่ยงคืนสุดท้าย...สองสามีภรรยาก็หมดแรง หลับไปพร้อมกับลูกแทบทุกคืนจนกระทั่ง...ค่ำคืนหนึ่ง บ้านทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบ ธีโอหลับสนิทอยู่ในห้องของตัวเอง ส่วนไอรีนก็เพิ่งหลับไปได้ไม่นาน หลังจากส้มโออ่านนิทานเรื่องโปรดให้ฟังจนจบ เมื่อแน่ใจว่าลูกทั้งสองคนหลับแล้ว เสี่ยดอร์จึงเดินกลับเข้าห้องนอน พลางปิดประตูเบาๆ เพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังส้มโอที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จหันมายิ้มให้สามี"วันนี้...เงียบดีนะ""ผิดปกติเหรอ" เสี่ยดอร์ตอบพร้อมหัวเราะเบาๆทั้งสองนั่งคุยกันอยู่พักใหญ่ เล่าเรื่องของลูก เรื่องงาน และเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ล







