登入เมื่อคุณหนูตัวจริงมีคนรักและกำลังจะมีลูก คนที่ต้องก้าวเข้าสู่พิธีวิวาห์แทนเธอ จึงกลายเป็นเพียงเด็กสาวจากครอบครัวคนรับใช้ของตระกูล เพื่อปกป้องตระกูลคาร์เทียร์ ครอบครัวที่มีพระคุณกับเธอ ‘ฟ้า’ จึงยอมสวมชื่อของ ‘นิชา’ แต่งงานเข้าตระกูลเมอร์ลินแทนคุณหนูผู้เป็นทั้งเจ้านายและเพื่อนรัก โดยมีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว... ห้ามให้ใครรู้ว่าเธอคือตัวปลอม ทว่า...การแต่งงานครั้งนี้กลับไม่มีแม้แต่เงาของเจ้าบ่าว ไม่เคยปรากฏตัวแม้แต่ในวันแต่งงาน สิ่งเดียวที่ส่งมาถึงเธอมีเพียงคำสั่งเย็นชาผ่านทางโทรศัพท์ “ทำหน้าที่แทนผมทางนั้นให้ดี อย่าให้ใครดูถูกได้ว่าคุณไม่เหมาะสมจะเป็นภรรยาของผม...ผมไม่ต้องการให้ประวัติของผมมีมลทิน” ทว่า.. “ไม่ต้องห่วงนะครับ นายหญิง” “ผมจะปกป้องและอยู่ข้าง ๆ นายหญิงเองครับ” เขาคือ ‘เงา’ บอดี้การ์ดที่สามีส่งมาเพื่อคุ้มครองเธอ แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่า...ผู้หญิงที่เขากำลังปกป้องอยู่ทุกวัน ไม่ใช่นายหญิงตัวจริงของเขา และเธอก็ไม่เคยรู้เช่นกันว่า...คนที่ควรเป็นเพียง ‘เงา’ ของเธอ จะเป็นคนที่ถูกกำหนดให้กุมหัวใจเธอตั้งแต่ต้น
查看更多ทางเลือกที่...
“คุณดินจะกลับประเทศเมื่อไหร่คะ” น้ำเสียงของหญิงสาวร่างระหงส์สั่งเครือเล็กน้อยในชุดนอนซีทรูยืนอยู่ริมระเบียงในห้องนอนตัวเอง มือหนึ่งเกาะขอบระเบียงไว้ อีกมือหนึ่งกำโทรศัพท์แน่น
“คุณ...มีสิทธิ์ถามงั้นเหรอ ผมเคยบอกแล้วไงว่า ผมจะอนุญาตให้คุณพูดก็ต่อเมื่อผมต้องการคำตอบเท่านั้น” น้ำเสียงดุดัน คมเข้ม ที่ดูเหมือนเป็นเจ้านายกับลูกน้องมากกว่าสามีภรรยาเสียมากกว่า
“แต่เร็ว ๆ นี้ จะมีงานสังคมที่จำเป็นต้องไปนะคะ ถ้าคุณดินไม่กลับ ฉันก็...” หญิงสาวถึงกับพูดไม่ออก เพราะตั้งแต่ออกงานมา เธอต้องออกร่วมงานสังคมในฐานะภรรยาตระกูลมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่คนเดียวเสมอ จนคนในแวดวงธุรกิจ และกลุ่มมาเฟีย แต่พูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอคือภรรยาที่ไม่ถูกรักของตระกูลมาเฟียเมอร์ลินนี่
“คุณนิชา จำเอาไว้...คุณแต่งงานกับผมเพื่อผลประโยชน์ตั้งแต่แรง เราสองคนไม่ได้มีความสำคัญที่ต้องมาคอยทำหน้าที่รักษาน้ำใจกัน รับได้ก็ดี ถ้ารับไม่ได้ ก็หย่าซะ... ผมไม่อยากทำอะไรเกินหน้าที่ อย่าให้ผมได้กลับประเทศไปจัดการคุณด้วยตัวเองเลยนะ เพราะผมสามารถทำลายได้ทุกอย่างแม้กระทั่ง...คนที่ชื่อภรรยา”
‘ตู๊ด...’
สายถูกตัดไป เธอยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ลดโทรศัพท์ลง ถอนหายใจแรง นี่ไม่ใช่คำพูดเย็นชาที่เธอได้รับมาครั้งแรก แต่มันซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลังจากการแต่งงานเข้ามาอยู่ในตระกูลมาเฟียเมอร์ลินนี่ต่างหาก
“ฉันควรชินได้แล้วรึเปล่านะ หรือฉันควรจะกระโดดจาระเบียงนี่ให้มันจบเรื่องไปดี” ระหว่างที่หญิงสาวที่ปัญหาทุกอย่างรุมเร้าทางความคิด
“คุณหนูครับ” เสียงทุ้มด้านหลังดังขึ้น
“คะ?” ก่อนที่เธอจะหันหลังกลับไปแล้วพบว่า...คน ๆ นั้นคือบอดี้การ์ดของเธอที่สามีส่งมาดูแลเธอเกือบปี คนที่คอยอยู่ข้างกายโดยไม่เคยเรียกร้องอะไรตอบแทบ
สายตาของเขาเลื่อนจากใบหน้าของเธอก่อนหลุบลงมายังโทรศํพท์ในมือ แล้วกลับไปสบตากับเธออีกครั้งด้วยสายตาเศร้าเล็กน้อย
“บอสโทรมาอีกแล้วเหรอครับ”
“อืม...” เธอพยักหน้า “เขาบอกให้ฉันไปงานสังคมเอง ทำหน้าที่ภรรยาด้วยตัวเองอีกแล้วน่ะ”
เมื่อบอดี้การ์ดหนุ่มได้ยินก็ถึงกับกัดฟันแทนนายหญิงของตัวเอง
“บอสเขาเคยทำหน้าที่สามีของคุณหนูบ้างรึเปล่าครับ เคยพูดจาหวานปลอบประโลมคุณหนูบ้างไหม”
“อย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะ ยังไงเขาก็เจ้านายคุณด้วย”
“ทำไมครับ แต่ตอนนี้ผมคือบอดี้การ์ดคุณหนู ผมจะเชื่อฟังและดูแลแต่คุณหนูเท่านั้น ผมเป็นได้ทุกอย่างเพื่อนายหญิงครับ” บอดี้การ์ดหนุ่มเดินเข้ามาใกล้เธอช้า ๆ
“อย่าเดินเข้ามา ฉันกลัวห้ามใจตัวเองไม่ได้”
“ทำไมครับ มันทำให้คุณหนูรู้สึกผิดงั้นเหรอครับ?”
“ก็ฉันแต่งงานแล้ว นายก็รู้ดี”
“ผมรู้”
“ฉันคือภรรยาของบอสนายนะ”
“ผมก็รู้”
บอดี้การ์ดหนุ่มเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ
“แล้วคุณหนูรักบอสเขารึเปล่าครับ”
“...” เธอใช้สายตามองเขาเงียบ ๆ อย่างชั่งใจ
“ไม่ต้องตอบผมก็ได้ครับ” มือซ้ายของเขายกขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนจะหยุดที่ข้างแก้มของเธอ ราวกับกำลังรอนายหญิงของตัวเองอนุญาต และเธอก็ไม่ได้ถอยหนีแต่อย่างใด
ปลายนิ้วของเขาจึงแตะลงบนแก้มอย่างอ่อนโยน สัมผัสเพียงเล็กน้อยนั่นพานทำให้ หัวใจที่เหี่ยวเฉาไม่ถูกใครรักจากในตระกูลเมอร์ลินนี้เต้นแรงกว่าที่ควรจะเป็น
หากจะพูดในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่เติบโตมาจนทุกวันนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอยอมรับกับตัวเองว่า เขา...เป็นผู้ชายคนแรกที่สัมผัส และมอบความรักการดูแลให้เธอ และเธอเองก็รู้ตัวมาสักระยะแล้วว่า...หัวใจเธอเริ่มมีเขาแทรกกรายเข้ามาตั้งนานแล้ว
“คุณหนูสั่งให้ผมหยุดได้นะครับ” เขากระซิบข้างหูเธอ
“...”
“ถ้าคุณบอกให้หยุด ผมจะถอยทันทีตามที่คุณหนูสั่ง” เขายังพูดแต่มือนั่นก็ยังลูบวนที่พ่วงแก้มของเธอ เธอหลับตาลง
“แล้วถ้าฉันไม่พูดล่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นผมจะถือว่าคุณหนูกำลังเลือกผม”
เธอค่อย ๆ ลืมตาสบตาเขา
“สิ่งที่เรากำลังทำมันผิด”
“ผมรู้”
“ฉันเป็นภรรยาของคนอื่น”
“ผมรู้”
“ถ้าคนอื่นรู้”
“ผมจะรับผิดชอบเอง แม้ต้องแลกด้วยชีวิตครับ” น้ำเสียงของเขาหนักแน่น ก่อนจะพูดต่อ
“ผมไม่เคยขอให้คุณหนูทำลายชีวิตเพื่อผม หรือหนีไปกับผม แต่ถ้าคุณหนูเลือกผม ผมจะไม่ปล่อยให้คุณต้องรับผิดชอบคนเดียว และโดดเดี่ยวแบบนี้ครับ”
“คุณกำลังทำให้ฉันตัดสินใจเรื่องที่อาจจะย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้นะคะ”
“ครับ...เพราะผมรักคุณหนู” สุดท้ายประโยคนี้ก็ทะลายกำลังในใจของเธอ
“คุณ...”
“ลืมผู้ชายที่ไม่เคยแม้แต่จะปรากฏตัวในวันแต่งงานของคุณหนูเถอะครับ คืนนี้ไม่ต้องคิดถึงหน้าที่ของภรรยาของบอส ไม่ต้องคิดถึงตระกูลคาร์เทียร์ และไม่ต้องคิดถึงคำสั่งเขา ทิ้งไปให้หมด” มือของเขาเลื่อนลงมาประคองใบหน้าเธออย่างเบามือ
“คิดถึงแค่ตัวคุณหนูเอง ทำเพื่อตัวเองบ้างนะครับ”
เธอจ้องเขานิ่ง น้ำตาคลอยู่ในดวงตา ก่อนจะเป็นฝ่ายขยับเข้าไปหาเขาเอง
‘จูบแรก...เกิดขึ้นด้วยความลังเลในใจ’
แต่เมื่อริมฝีปากแยกออกจากกัน เธอกลับไม่ได้ถอยหนี เขาเองก็มองเธออีกครั้ง
“คุณหนูยังอยากสั่งให้ผมหยุดไหมครับ” เขาถามกับนายหญิงของตนอีกครั้ง และเธอก็ส่ายหน้าเบา ๆ เป็นคำตอบ
เขาดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขน และในค่ำคืนที่เหมือนเป็นการย่างก้าวข้ามศีลธรรมอันดีนี้ เธอตัดสินใจแล้วว่าหัวใจดวงนี้ที่เอาแต่ใช้ชีวิตคู่เพื่อตระกูลคาร์เทียร์ และเป็นภรรยาที่ดีของสามี(ที่ไม่เคยเห็นแม้แต่หน้า) จะมอบให้คนที่ดูแลเธอ และคอยปกป้องเธอในยามที่เธอ้างว้างและเจ็บปวด อย่างเขาผู้ซึ่งเป็นบอดี้การ์ดข้างกายกัน
‘เฮือก...’
“ฉันฝันบ้าอะไรกันนะ หรือว่าอ่านนิยายมากไป” ฉันดีดตัวลุกขึ้นมานั่งหอบหายในเหนื่อย ในห้องนอนที่แสนแคบอย่างรูหนู
“คุณหนูผู้เลอโฉมแอบรักกับบอดี้การ์ดส่วนตัวนอกใจสามี นั่นสินะ...ถ้าเป็นฉัน...ฉันคง...” ฉันนั่งคิดถึงความเป็นจริงของโลก แต่สุดท้ายก็ยีหัวตัวเองจนผมยุ่งที่เอาแต่เพ้ออะไรไร้สาระ
“ฉันเป็นแค่ลูกคนใช้ในตระกูลคนรวย จะไปคิดแทนบทคุณหนูทำไมกันให้ปวดหัว เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องไกลตัวจะตายไป เว้นเสียงแต่...โลกถล่ม ดินทลาย หรือไม่...ฉันต้องสวมรอยแทนคุณหนูนิชา คุณหนูของตระกูลที่ฉันอาศัยอยู่นี้ แต่ไม่หรอกมันคงเป็นไปไม่ได้...”
เขาเลื่อนซิปลงอย่างช้า ๆ ช้าเสียจนฉันรู้สึกอึดอัดแทบเหงื่อแตกผลัก“ผิวของนายหญิง นุ่มมากเลยนะครับ” จู่ ๆ เขาก็พูดในสิ่งที่ทำให้ฉันทำตัวไม่ถูก“คะ...คุณบอดี้การ์ดคะ คุณพูดอะไรออกมาคะ” ฉันหน้าแดงก่ำไม่รู้ว่าตัวเองทำตัวไม่ถูก หรือกำลังโกรธมาก ๆ กับคำชมที่เกินขอบเขตนั้นกันแน่ แต่ว่าฉันก็ไม่กล้าจะดุเขา“เรียกผม ‘เงา’ ก็ได้ครับนายหญิง บอสรับสั่งให้ผมเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของนายหญิงครับ”‘ครืด’ ซิปถูกรูดลงไปจนสุดทาง แต่เงากลับไม่ยอมถอยห่างออกไป“เอ่อ...คือว่าชุดมันหลุดแล้วค่ะคุณเงา ถอยห่างไปก่อนได้ไหมคะ” ฉันพยายามใช้สองมือรั้งชุดที่กำลังจะหลุดร่วงเอาไว้“ให้ผมช่วยดึงออกให้นะครับ นายหญิงจะได้ไม่เหนื่อย”“ไม่ต้องค่ะ...พอแค่นี้เถอะ ที่เหลือฉันจัดการเองได้”“นายหญิงรังเกียจผมจริง ๆ สินะครับ บอสต้องผิดหวังแน่ ๆ ที่ผมทำหน้าที่บกพร่อง” เขาถอนหายใจ ทำหน้ารู้สึกผิด“ไม่ใช่นะคะ ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ได้รังเกียจ ฉันแค่ อาย...”“อาย? อายสุนัขรับใช้อย่างผม หรือว่า...” ฉันไม่ปล่อยให้เขาเอาแต่พูดตัดพ้อแบบนี้อีกแล้ว มันพานทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองผิด หรือแม้กระทั่งดูถูกเขา“ฉันบอกแล้วไงคะ ว่าไม่ได้คิดแบบนั้น!!! คุ
‘แกร๊ก...’ ฉันลงกลอนประตูห้องทันทีเมื่อเข้ามา“ไปกันหมดแล้วสินะ เฮ้อ...” ฉันพึมพำออกมาพร้อมกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นก็เดินไปทรุดตัวนั่งที่ปลายเตียงอย่างหมดแรง“คุณหนูคะ...ในที่สุดพิธีแต่งงานนี้ก็จบลงสักที ขอให้คุณหนูได้ใช้ชีวิตกับคนที่คุณหนูรัก และชีวิตที่คุณหนูลิขิตเองนะคะ” ฉันแหงนหน้าเพื่อรับชะตากรรมต่อจากนี้“ต่อจากนี้ ฉันแค่ต้องซ่อนตัวอยู่ในบ้านหลังนี้เงียบ ๆ ไม่ให้ใครจับได้ใช่ไหมนะ บอสมาเฟียคนนั้นก็บอกผ่านทนายคนนั้นว่าจะไม่กลับมาที่บ้านหลังนี้โดยง่าย แถมตอนนี้เขาก็ยังอยู่อิตาลี เหมือนจะต้องการทะเบียนสมรสบังหน้าเพื่อธุรกิจแค่นั้นสินะ ดีแล้วล่ะ แบบนี้คงทำให้ฉันหายใจในสถานะนี้ได้บ้าง ไม่งั้นฉันคง...”ฉันลุกขึ้นยืนช้า ๆ พาตัวเองที่จิตใจว่างเปล่าไปหยุดอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ภาพที่สะท้อนให้ฉันเห็นคือหญิงสาวในชุดเจ้าสาวฟูฟ่องราคาแพงลิบ มันสวยงามราวกับเทพนิยาย แน่นอนว่ามันเคยอยู่ในความฝันของฉันว่าสักวันอยากจะสวมใส่มันเข้าพิธีกับคนที่ฉันรัก แต่ตอนนี้กลับเหมือนหุ่นเชิดที่สวมชุดเจ้าสาวแสนสวยนี้เท่านั้น“อั่ก...ทำไมมันแน่นขนาดนี้เนี่ย” ฉันบนอุ๊ปส์ พยายามเอื้อมมือไปด้านหลังเพื่อปลดตะขอ
“ถึงโบสถ์แล้วครับคุณหนู เชิญลงมาได้แล้วครับ”เสียงทุ้มกระด้างของชายชุดดำที่ทำหน้าที่เป็นสารถีเอ่ยขึ้น พร้อมกับชายชุดดำอีกคนที่รออยู่ด้านนอกเปิดบานประตูรถตู้กันกระสุนสีดำฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามรวบรวมความกล้าที่มีทั้งหมด ก่อนจะโกยกระโปรงเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ฟูฟ่องที่หนักอึ้งไว้ในมือและค่อย ๆ ก้าวลงจากรถฉันมาถึงแล้ว โบสถ์ที่จะใช้ทำพิธีแต่งงานของฉันในวันนี้ แต่มันกลับไม่มีเสียงดนตรีเฉลิมฉลอง ไม่มีซุ้มดอกไม้สวยงาม และไม่มีแม้แต่พ่อแม่ญาติมิตรหรือแขกเลยสักคน‘ใช่แล้ว นี่คืองานแต่งของฉัน’“คุณหนูครับ เชิญด้านในของโบสถ์ครับ ตอนนี้บาทหลวงและทนายความกำลังรออยู่ พิธีมงคลกำลังจะเริ่มตามเวลาแล้วครับ” หนึ่งในชายฉกรรจ์ในชุดสูทดำนับสิบ ก้าวเดินออกมาพร้อมกับเร่งเร้า กึ่งบังคับให้ฉันเดินนำหน้าเข้าไป“เอ่อ...ค่ะ” ฉันตอบรับด้วยเสียงอันแผ่วเบา ก่อนจะก้มลงมองรองเท้าส้นสูงขณะก้าวเดินขึ้นบันไดด้วยความระมัดระวัง‘ตึก...ตึก...ตึก...’เสียงส้นรองเท้าดังกังวานไปทั่วโถงทางเดินของโบสถ์ และเมื่อประตูเปิดออก ก็พบว่า...ม้านั่งยาวทั้งสองฟังที่เรียงรายอยู่นั้น ไม่มีผู้คนอยู่เลย...‘ก็นะ...งานแต่งนี้มันเป็นเพียงเพ
ทางเลือกที่...“คุณดินจะกลับประเทศเมื่อไหร่คะ” น้ำเสียงของหญิงสาวร่างระหงส์สั่งเครือเล็กน้อยในชุดนอนซีทรูยืนอยู่ริมระเบียงในห้องนอนตัวเอง มือหนึ่งเกาะขอบระเบียงไว้ อีกมือหนึ่งกำโทรศัพท์แน่น“คุณ...มีสิทธิ์ถามงั้นเหรอ ผมเคยบอกแล้วไงว่า ผมจะอนุญาตให้คุณพูดก็ต่อเมื่อผมต้องการคำตอบเท่านั้น” น้ำเสียงดุดัน คมเข้ม ที่ดูเหมือนเป็นเจ้านายกับลูกน้องมากกว่าสามีภรรยาเสียมากกว่า“แต่เร็ว ๆ นี้ จะมีงานสังคมที่จำเป็นต้องไปนะคะ ถ้าคุณดินไม่กลับ ฉันก็...” หญิงสาวถึงกับพูดไม่ออก เพราะตั้งแต่ออกงานมา เธอต้องออกร่วมงานสังคมในฐานะภรรยาตระกูลมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่คนเดียวเสมอ จนคนในแวดวงธุรกิจ และกลุ่มมาเฟีย แต่พูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอคือภรรยาที่ไม่ถูกรักของตระกูลมาเฟียเมอร์ลินนี่“คุณนิชา จำเอาไว้...คุณแต่งงานกับผมเพื่อผลประโยชน์ตั้งแต่แรง เราสองคนไม่ได้มีความสำคัญที่ต้องมาคอยทำหน้าที่รักษาน้ำใจกัน รับได้ก็ดี ถ้ารับไม่ได้ ก็หย่าซะ...