LOGINความลับของเขา
“ฮึ ยัยตัวแสบ ดื้อเหมือนกันนะเนี่ย” วายุกลับมาจากห้องน้ำหลังจากชำระร่างกายแล้ว เขาไม่เห็นแม้เงาของน้อยหน่า คนดื้อกลับห้องหนีเขาไปแล้ว
เรื่องอะไรจะอยู่ให้เขาเอาเปรียบ
“ฝากไว้ก่อนเถอะ” เขาหยิบไอแพด ก่อนจะขึ้นไปนั่งหลังพิงพนักหัวเตียง กดเปิดแอปสำหรับใช้วาดรูป ทำงานที่ยังสร้างไม่เสร็จต่อ
หาอะไรทำน่าจะช่วยให้อารมณ์ไม่ฟุ้งซ่าน เลิกคิดถึงใครบางคนได้
ทางด้านน้อยหน่า เมื่อมาถึงห้อง รีบวิ่งเข้าห้องน้ำล้างเนื้อล้างตัวทันที
“ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ พลาดเป็นครั้งที่สองได้ไง ยัยโง่เอ๊ย” เดินออกจากห้องน้ำพร้อมกับเอ่ยโทษให้กับตัวเอง จากนั้นเดินไปปิดไฟ ก่อนจะเดินกลับมาทิ้งร่างที่อ่อนล้าทรุดลงที่นอน เปลือกตาปิดลงช้า ๆ จนผล็อยหลับไป
เช้าวันต่อมา
“อากาศดีจัง” น้อยหน่าตื่นเช้า เลยเดินออกมาสูดอากาศสดชื่นที่ริมระเบียง
“พี่จ๋า รับนะจ๊ะ”
“โยนมาเลย”
เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กประถมชายหญิงคู่พี่น้องกำลังเล่นส่งบอลกันด้านล่าง บริเวณลานโล่งระหว่างหอพักกับคอนโด
น้อยหน่าเท้าคางไปกับราวระเบียง คลี่ยิ้มให้กับความน่ารักซุกซนของเด็ก ๆ เธออยากมีพี่น้องบ้าง แต่ดันเกิดมาเป็นลูกคนเดียว เหตุผลนี้เองเธอถึงรักโมเมเหมือนพี่สาวแท้ ๆ
ในขณะที่กำลังแอบส่องเด็กจากข้างบนอยู่นั้น อีกมุมหนึ่งที่ตึกของฝั่งตรงข้าม มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเธออยู่เช่นกัน
“อารมณ์ดีแต่เช้า แสดงว่าเมื่อคืนเราคงทำถูกใจ” วายุก็บังเอิญตื่นเช้าออกมาชมนกชมไม้ที่ระเบียงเหมือนกัน ยืนบิดขี้เกียจไปมาเหลือบเห็นเธอเข้าพอดี เพราะระยะห่างของตึกไม่ได้ห่างกันมาก อีกทั้งสายตาเขาก็ไม่ได้สั้น จึงทำให้แน่ใจว่า คนที่ยืนยิ้มหวานอยู่ยังไงก็เป็นเธอแน่นอน
“สองสามสี่ อยู่ชั้นสี่นี่เอง” เขาใช้สายตาไล่ชั้นที่เธออาศัย ก่อนจะนับจำนวนห้อง “เจ็ดแปดเก้า เฮ้ย นั่นมันห้องเดิมที่เราเคยอยู่นี่หว่า ฮึ บังเอิญอีกแล้วเหรอ?” ยกยิ้มอย่างพอใจ อะไรที่เกี่ยวกับเธอมันมักจะเกี่ยวข้องกับเขาด้วย ทั้งเรื่องที่เธอเคยชอบก็อต แล้วยังจะมีเรื่องนี้อีก
“ฟ้าส่งเธอมาให้ฉันรึเปล่า น้อยหน่า” พึมพำกับตัวเอง สายตายังไม่ละไปจากเธอ ไม่รู้ตัวว่ากำลังยิ้มกว้างจนหน้าบาน แต่พอสักพักรอยยิ้มของเขาพลันหุบลง เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าที่ดูเศร้าลงของหญิงสาว เขามองตามสายตาเธอลงไปด้านล่างก็ถึงบางอ้อ
เธอซึมเพราะภาพที่ปรากฏตรงหน้า เผอิญดันเห็นคนที่แอบชอบกำลังเดินควงแฟนสาวออกไปหน้าปากซอย
“ฮึ ทำหน้าอย่างกับคนอกหักรักพัง ทั้งที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองคิดยังไง ฉันต่างหาก คือคนที่เธอต้องนึกถึง แก้ผ้าต่อหน้ากันสองรอบแล้ว ไม่รู้สึกหลงความเซ็กซี่ของฉันบ้างเลยรึไง?” เขาพึมพำเชิงตัดพ้อเล็กน้อย มันน่าน้อยใจที่โดนเมิน อุตส่าห์แอบเปย์ให้ทางอ้อม ยอมจ่ายค่าแรงที่แสนจะแพงเกินจริง ทำขนาดนี้ยังไม่ตงิดใจอะไรสักนิด
อยากหวดก้นงอนอีกสักครั้ง มันเขี้ยว
“เอ๊ะ จำได้ว่ายังเก็บกุญแจสำรองห้องนั้นเอาไว้อยู่นี่หว่า ยังอยู่มั้ยวะ” เขานึกขึ้นได้ว่าเคยปั๊มกุญแจห้องเดิมเอาไว้หลายดอก ตอนคืนเหมือนจะยังเหลือไว้หนึ่งดอก รีบเข้าไปค้นหาในลิ้นชักข้างหัวเตียง ไม่เจอจึงเปลี่ยนไปเปิดหาลิ้นชักในตู้เสื้อผ้าดู
“ไม่มี เอาไว้ไหนวะ” ก็ยังไม่เจอสิ่งที่ตามหาอย่างเอาจริงเอาจัง “เดี๋ยวนะ จะตามหาไปทำไมกันวะ ไม่ได้สำคัญซะหน่อย ท่าจะบ้า” ตำหนิตัวเอง หลังจากฉุกคิดได้ว่าไม่เห็นประโยชน์ที่จะตามหากุญแจห้องเดิม หาเจอก็คงไม่มีเหตุผลที่ต้องใช้มัน
ในห้องของน้อยหน่า วันนี้ทั้งวันเธอวุ่นวายอยู่กับการเก็บกวาดปัดถูห้องตัวเองให้สะอาด ในหนึ่งสัปดาห์ต้องมีวันหนึ่งที่ลุกขึ้นมาทำความสะอาดใหญ่ ทำมาจนถึงขั้นตอนสุดท้ายคือถูพื้น กำลังจะลงมือทำ ขณะนั้นเสียงของสมาร์ตโฟนก็ดังขึ้น เดินเข้าไปหยิบขึ้นมาดู ปรากฏชื่อบนหน้าจอว่า วายุ จึงเผลอถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะกดรับสายของเขา
“มีอะไร?” น้ำเสียงไม่ค่อยเต็มใจคุยนัก ปลายสายก็รู้โดยทันที
(เสียงฉันมันน่ารำคาญขนาดนั้นเลยใช่มั้ย) เขาตัดพ้อ
“เปล่า แค่เหนื่อยจากการทำงานบ้าน มีอะไร?”
(ตอนเย็นฉันจะไปคลับ ไม่ต้องทำอาหารไว้นะ คงกลับดึก)
“อ๋อ...ได้” แววตาดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินว่าเขาจะไม่อยู่ให้เห็นหน้า รู้สึกโล่งและสบายใจ
(แค่นี้แหละ ฉันก็ไม่ได้อยากเจอหน้าเธอนักหรอก) พูดจบก็ตัดสายไปเลย
“ชิ” เธอเบะปากมองบนใส่หน้าจอมือถือ แอบใจแป้วเล็กน้อยที่ปลายสายตัดพ้อมาแบบนั้น แต่จะงอนเขาในฐานะอะไร เธอกับเขาไม่ได้เป็นแฟนกันเสียหน่อย
“ฉันอยากเจอนายตายแหละ ตั้งตารอวันสุดท้ายที่จะต้องขึ้นไปห้องนายเต็มทนแล้ว” บ่นจบก็ไถไม้ม็อบไปตามพื้น
ถูตามซอกตามพื้นจนมาถึงขอบตู้เสื้อผ้าสีไม้ มือชะงักเมื่อผ้าเข้าไปเกี่ยวเอาบางอย่างออกมาด้วย เป็นเศษกระดาษเล็ก ๆ หนึ่งนิ้ว ก้มลงไปหยิบขึ้นมาดู เธอถึงกับผงะยิ่งกว่าเจอผีหลอก
“เป็นไปไม่ได้น่า ผีในห้องหลอกฉันอยู่รึเปล่าเนี่ย” เศษกระดาษที่ว่าคือรูปถ่ายในชุดนักศึกษาของใครบางคนที่เธอพึ่งบ่นว่าไม่อยากเจอหน้าเขา
“อย่าบอกนะว่าเขาเคยอยู่ห้องนี้มาก่อน” เธอนึกได้ว่ารูปนี้ต้องเป็นของเจ้าของห้องเดิมแน่ ๆ และคนนั้นคือวายุ ขนาดยังไม่ตายยังตามหลอกหลอนเธอได้ ชาติที่แล้วเธอคงทำเวรทำกรรมกับเขาไว้เยอะ ชาตินี้เลยตามมาเอาคืน
เวลา 18.10 น.
“รอด้วยค่ะ!” น้อยหน่าวิ่งหน้าตั้งเข้ามาในลิฟต์ที่กำลังปิด เธอไม่อยากขึ้นไปช้ากว่านี้ จึงบอกให้คนข้างในช่วยกดลิฟต์รอ “พี่ก็อต?”
“อ้าว น้อยหน่านี่เอง เข้ามาสิครับ” คนข้างในที่ช่วยกดลิฟต์รอเธอคือก็อต และมีสาวสวยอีกคนที่ยืนชิดเขาอยู่ไม่ห่าง
“หวัดดีค่ะ” เธอเก้ ๆ กัง ๆ ไม่อยากเข้าไป ทว่าต้องเจียมตัวก้าวเข้ามาในพื้นที่ที่แสนจะอึดอัด
“ขึ้นไปห้องวายุเหรอ?” ก็อตถาม
“ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ
“ใครคะพี่ก็อต?” แฟนสาวของก็อตถามเขา
“อ๋อ...ลืมแนะนำให้จ๋ารู้จัก นี่น้องน้อยหน่า เป็นรุ่นน้องสมัยมัธยมน่ะ บังเอิญมาเจอกันที่นี่ น้อยหน่าเป็นเพื่อนวายุ น้องชายห้องตรงข้ามที่พี่เคยเล่าให้ฟังไงคะ”
“อ๋อค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะจ๊ะน้อยหน่า วันหลังเจอพี่ที่ไหนยิ้มทักทายได้นะ พี่ชื่อจ๋าเป็นแฟนพี่ก็อต” พูดจบจ๋าก็ยกมือขึ้นมาคล้องแขนแฟนหนุ่มเหมือนกำลังกางอาณาเขตหวงห้าม บอกคนตรงหน้าว่าคนนี้แฟนฉัน เธอห้ามยุ่งเด็ดขาด
“ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่จ๋า” เธอตอบรับ แล้วก็ไม่ได้สนใจที่จะมองคู่รักทั้งสองอีกเลย ผู้หญิงด้วยกันพอจะดูออก จ๋ากำลังหวงแฟน
แล้วใครคิดจะแย่งพี่เขากันล่ะ รู้ตัวดีหรอกน่า ว่าแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
ติ๊ง! เสียงลิฟต์เปิด แต่น้อยหน่ากลับรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงระฆังช่วยชีวิต เธอรีบสาวเท้าออกจากลิฟต์โดยไม่สนใจคนรอบข้าง มุ่งหน้าไปที่ห้องของนายจ้าง เปิดประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว
“ทำไมฉันต้องทำตัวเหมือนคนอกหักด้วยนะ ใจเอ๋ยใจ จะเหี่ยวเฉาไปทำไม เธอโสดนะน้อยหน่า ทำตัวให้มันร่าเริงหน่อย ชีวิตจะได้มีสีสัน เวลาแต่งนิยายสมองจะได้ไม่ตัน” เธอบอกตัวเองให้ฮึกเหิมและกลับมาสดชื่น
“ทำงาน ทำงาน ทำงาน” ชูกำปั้นขึ้นมาปลุกใจตัวเอง ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จ
ผ่านไปเพียงสามสิบนาที น้อยหน่าจัดการงานทุกอย่างจนเสร็จ วันนี้ห้องเขาดูเป็นระเบียบขึ้นเยอะ ไม่ต้องทำอะไรมาก
“ถ้าเป็นแบบนี้ทุกวันฉันจะขอบคุณนายมาก ลม” เธอพึมพำ รู้สึกขอบคุณเขาที่ไม่ทำห้องรกหรือทิ้งคราบสกปรกเอาไว้ให้ตามเช็ด
หลังจากเข้ามาถูพื้นในห้องนอนของเขาเสร็จ สายตากวาดไปรอบห้อง หยุดลงที่เตียงของเขา ภาพในหัวระหว่างเธอกับเขาที่เร่าร้อนกันบนนั้น มันก็ฉายแวบขึ้นมาอย่างกับดูหนังภาพคมชัดระดับสี่เค รีบส่ายหน้าพัลวันดึงสติให้อยู่กับปัจจุบัน
“เลิกคิดเรื่องลามกได้แล้ว” เอ่ยพร้อมกับรีบเดินออกจากห้องนอนปิดประตูเสียงดังปัง!
กำลังจะหมุนตัวหนีไปจากตรงนี้ ทว่า...สายตาดันเหลือบไปเห็นประตูห้องที่อยู่ข้างกัน ห้องที่เขาห้ามนักห้ามหนาว่าไม่ให้เข้าไป แต่ยิ่งห้ามยิ่งอยากรู้อยากเห็น
“ทำไมต้องหวงขนาดนั้น หรือข้างในจะมี...เอ่อ คิดบ้าอะไรเนี่ยเรา” เธอมโนไปเองว่าเขาอาจจะแอบเก็บอุปกรณ์ทำเรื่องอย่างว่าไว้ในนั้น ก็เห็นห้ามนักห้ามหนา “ไหน ๆ วันนี้เขาก็ไม่อยู่ ขอเข้าไปดูหน่อยแล้วกัน”
เธอดื้อขัดคำสั่งเจ้าของห้อง แอบเปิดประตูเข้าไปดูข้างในห้องเล็ก ๆ นี้ เมื่อมือไปแตะสวิตช์ไฟให้เปิด เธอถึงกับอ้าปากตาค้าง ไม่อยากเชื่อกับเนื้อตาตัวเอง
“เขามีรูปภาพพวกนี้ได้ยังไง แอบไปก๊อบปี้งานของคนอื่นมาใส่กรอบไว้เหรอ?”
ภาพวาดหน้าปกนิยายชื่อดังของนักเขียนที่เธอชื่นชอบถูกใส่กรอบแขวนและวางไว้ภายในห้องนี้หลายรูป ผลงานชิ้นโด่งดังทั้งนั้น
“ผลงานพวกนี้เป็นของนักวาดนามปากกา Wind kaze นี่นา ไอดอลเขาเหรอ?”
เธอย่างเท้าช้า ๆ พลางเดินสำรวจรูปหน้าปกที่คุ้นตาทั้งหมดในห้องต้องห้ามนี้ เดินมาหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา ถือวิสาสะเปิดดูสมุดโน้ตปกแข็งสีดำ
“นี่มัน...” คำถามก็ถูกเฉลยจากตัวอักษรข้างใน “เขาคือนักวาด Wind kaze?” ในสมุดโน้ตบันทึกรายละเอียดของงาน รวมถึงคิวงานต่าง ๆ ของเขาเอาไว้หมด ทำให้เธอเชื่ออย่างสนิทใจว่าผลงานที่เห็นทั้งหมดคือฝีมือจากปลายปากกาของเขา
“วินด์ก็แปลว่า ลม มันชื่อเขาชัด ๆ นี่ฉันอยู่ใกล้ใครเนี่ย?” เธอต้องยอมรับว่าตัวเองก็เป็นคนหนึ่งที่หลงใหลผลงานลายเส้นของเขา เคยคิดอยากจะจ้างเขาวาดหน้าปกให้ด้วยซ้ำ งานเขาละเอียดและสวยโดดเด่น แต่ราคาเกินเอื้อมถึง จึงได้แค่คิด
“ฉันมองนายผิดไปเหรอ?” เธอเคยคิดว่าเขาก็แค่ผู้ชายเอาใจคนอื่นเก่ง สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้ เพราะทำงานเป็นโฮสต์เท่านั้น ที่แท้ก็เป็นคนมีกึ๋น ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอชื่นชมคนทำงานสายนี้มาโดยตลอด อยากมีพรสวรรค์วาดรูปสวย ๆ แบบนี้บ้าง หน้าปกสวยคงช่วยดึงดูดนักอ่านได้ไม่น้อย
“ไม่คิดว่าเขาจะมีความสามารถถึงขั้นนี้” แอบชื่นชมเขากลาย ๆ มันผิดคาดจากที่คิดเอาไว้มาก ในห้องนี้ไม่ได้มีสิ่งของหรือสื่อลามกอย่างที่เธอคาดการณ์เอาไว้ กลับมาเจอความลับที่ทำให้อคติที่มีต่อเขาลดน้อยลง และเปลี่ยนมาเป็นชื่นชม
ครืด ครืด...ในขณะที่อึ้งกับความจริงตรงหน้า เสียงสมาร์ตโฟนในกระเป๋าก็พลันสั่นเตือน
“ค่ะพี่โม”
(ทำอะไรอยู่จ๊ะน้องรัก?) ปลายสายที่คุ้นเคยเอ่ยถามเสียงสดใสดูอารมณ์ดี
“พึ่งทำงานพิเศษเสร็จค่ะ”
(งานอะไรจ๊ะ)
“เอ่อ...ทำความสะอาดห้องค่ะ”
(อ๋อ...ตอนนี้ว่างแล้วใช่มั้ย)
“ค่ะ เสร็จพอดี”
(ออกไปปาร์ตี้เป็นเพื่อนพี่หน่อยสิ เพื่อนพี่ไม่ว่างสักคน) หลายวันแล้วที่เธอกับโมเมไม่ได้เจอกัน ต่างคนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง
“ได้ค่ะ น้อยหน่าขออาบน้ำแต่งตัวก่อนนะคะ”
(ได้จ้า ใกล้เสร็จแล้วโทรมานะ เดี๋ยวพี่ไปรับที่หอ)
“ค่ะ”
บางทีเราก็ไม่ควรตัดสินใครเพียงแค่ผิวเผิน ว่าแต่...เขามีเรื่องอะไรที่ทำให้เธอเซอร์ไพรส์อีกไหมนะ
บทส่งท้าย@คาเฟ่หนอนชอบจิบชาฝ่ามือเล็กผลักประตูเข้ามาในร้านคาเฟ่ขนาดกลางที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในโลกของนวนิยายแฟนตาซีที่นี่มีชั้นหนังสือที่มีหนังสือให้อ่านฟรีแบบจุใจ ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางนวนิยายทุกหมวดหมู่ รวมถึงการ์ตูนทั้งไทยและต่างประเทศ เป็นกึ่งคาเฟ่กึ่งห้องสมุดก็ว่าได้ต่างกันตรงที่ห้องสมุดจะเงียบสงบ แต่ที่นี่มีเพลงให้ฟังเบา ๆ พร้อมแอร์เย็นฉ่ำตลอดเวลาที่ให้บริการถึงคาเฟ่แห่งนี้จะพึ่งเปิดให้บริการได้เพียงสองเดือนเท่านั้น ทว่า...กลับได้รับการตอบรับที่ดีเกินที่คาดเอาไว้ ยอดขายเกินเป้าหมายไปมาก เจ้าของก็พลอยยิ้มร่าได้ทั้งวัน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะทำเลที่ตั้งอยู่ติดรั้วมหาวิทยาลัย และอีกเหตุผลหนึ่ง คงเป็นเพราะเจ้าของคาเฟ่เป็นคนที่มีชื่อเสียงพอสมควร จึงทำให้คาเฟ่แห่งนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง“วันนี้คนเยอะมั้ยเกล” น้อยหน่าเอ่ยถามพนักงานที่ประจำอยู่ตำแหน่งแคชเชียร์“พี่น้อยหน่าสวัสดีค่ะ เยอะมากค่ะ ตอนนี้มีอยู่สิบกว่าบิลค่ะ ยังมีออเดอร์ที่โทร.มาสั่งอีกนะคะ” พนักงานสาวพนมมือไหว้เจ้าของคาเฟ่ ก่อนจะหันไปชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้าต่อ เธอดูเร่งรีบสุด ๆ“เดี๋ยวพี่ช่วย” เจ้าข
รักอีกครั้ง...มันดีมากBy: Wayuวันเวลาเดินเร็วมาก เร็วจนผมอยากจะกดหยุดมันเอาไว้ กลัวว่าความสุขที่มีเธออยู่ข้าง ๆ มันจะจางหายไปตลอดสามเดือนที่ผ่านมาผมได้พิสูจน์ตัวเองให้น้อยหน่าและคนรอบตัวที่รักเธอเห็นแล้วว่าผมจริงใจและรักเธอมากแค่ไหนผมลาออกจากการเป็นโฮสต์ก็เพราะเธอ แต่ยังคงหาเงินเอาไว้เปย์เธอได้อยู่เรื่อย ๆ จากการรับงานวาดปกนิยายของนักเขียนชื่อดังหลาย ๆ นามปากกา รวมถึงนักเขียนสุดที่รักของผมที่กำลังฮอตในกระแสอยู่ตอนนี้ อย่าง ‘พริ้มงาม’ นักเขียนหน้าใหม่ติดหนึ่งในมาแรงใช่ครับ ตอนนี้น้อยหน่าเปลี่ยนมาใช้นามปากกาใหม่แล้ว เดิมชื่อ ‘นาราเอล’ ที่เขียนนิยายแฟนตาซีเป็นหลัก พอได้ลองเปลี่ยนแนวเขียนใหม่ มันทำให้เธอค้นพบตัวเองและช่องทางทำเงินได้มากขึ้นกม่าเดิมหลายเท่าตัวน้อยหน่าจึงตัดสินใจหันหัวเรือไปอีกทาง เปลี่ยนมาเขียนแนวรักโรแมนติกแบบผู้ใหญ่ มีทั้งชายรักหญิง หญิงรักหญิง และชายรักชาย ใช้เวลาเพียงไม่นานเธอก็สามารถสร้างผลงานพร้อมฐานแฟนคลับได้มากมาย โดยมีผมที่เป็นทั้งแรงใจและแรงสนับสนุนอยู่เบื้องหลังในทุกผลงานเพราะปกนิยายทุกเรื่องของ พริ้มงาม ผมในนามปากกา Win Kaze เป็นผู้วาดเองกับมือ ผมตั้งใจใ
รักหวนคืน“ว่าไง หรือไม่กล้า” วายุถามย้ำเมื่อเห็นว่าน้อยหน่ายังนั่งนิ่งไม่ยอมขยับตัว ลงมือจุมพิตแฟนใหม่ให้เขาดู“ผมจูบพี่เองดีกว่านะ” เอ็มบอกเธอ และกำลังจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาว ทว่าจังหวะที่ปากหยักเกือบจะแนบชิดริมฝีปากของเธอ ชายหนุ่มต้องชะงักกลางคัน“มึงหยุดเลยนะ!” วายุตะคอกเสียงดังลั่นรถ พร้อมกับหันหลังมาทำตาดุใส่หนุ่มรุ่นน้อง ใจเขาแทบหล่นเกือบเห็นช็อตเด็ดเอ็มกระตุกยิ้มหนึ่งข้าง ก่อนจะผละตัวออกห่างกลับไปนั่งตัวตรง ทำให้หญิงสาวแอบถอนหายใจเบา ๆ ไปด้วย“มีอะไรอีกพี่ พี่ให้เราจูบกันให้ดู ผมกำลังจะรีบทำให้เสร็จ”“กูท้าน้อยหน่า ไม่ได้ท้ามึง อยู่เฉย ๆ อย่าสะเหล่อ” เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า อดที่จะเหวี่ยงใส่เอ็มไม่ได้“อ๋อครับ” เอ็มตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวน ชายหนุ่มพอจะรู้ว่าตอนนี้ตัวเองเป็นแค่ส่วนเกินของอดีตคู่รักของรุ่นพี่ทั้งสอง แต่จะไหลตามน้ำไปก่อน อยากรู้เหมือนกันว่าฝ่ายหญิงจะกล้าแลกไหมหากเธอกล้าจูบเขา ทั้งที่ไม่ได้รักไม่ได้ชอบเขา แสดงว่าเธอคงเกลียดวายุแล้วจริง ๆ แต่ถ้าไม่...“ดูให้เต็มสองตานายเลยนะ” น้อยหน่ายกสองมือขึ้นเข้าไปประคองกรอบหน้าหล่อของคนข้าง ๆ ให้หันมาสบตากันใจเธอเต้นโคร
รู้ทันเกมวันต่อมา@ตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์“เฮ้ยไอ้เวรเดน มึงมีเรียนต่อรึเปล่าวะ?” วายุถามเพื่อน ขณะที่กำลังเดินออกจากห้องเรียนรายวิชาแรกของวัน“มีอีกทีบ่ายสามโมง ทำไมวะ?”“กูมีเรื่องจะปรึกษา ไปคุยกันที่ห้องกูหน่อยสิวะ ซื้อข้าวไปกินด้วย”“ปรึกษาเรื่องอะไรวะ?”“เรื่องน้อยหน่า”เอเดนเลิกคิ้วขึ้นอย่างงง ๆ “ทำไม? มึงยังแก้แค้นเขาไม่สะใจอีกเหรอวะ” เพื่อนถามกลับอย่างยียวน วายุจึงตวัดหางตามองค้อนให้หนึ่งที“อย่ากวน กูจะง้อน้อยหน่าต่างหากล่ะ”“เฮอ” เพื่อนสนิทถอนหายใจแรง ท้อใจกับอาการไบโพลาร์ของเพื่อนรัก“กูจริงจังนะมึง ไม่มีแผนอะไรทั้งนั้น มึงน่าจะรู้จักนิสัยกูดี”“เพราะกูรู้ไง กูถึงหนักใจเนี่ย มึงมีนิสัยชอบเอาชนะและชอบเอาคืน” เอเดนกลัวว่าเพื่อนจะหลอกใช้ตัวเองเป็นเครื่องมือทำร้ายใจคนอื่น เหมือนอย่างที่เขื่อนเคยเจอ“ไม่ถึงขนาดนั้นมั้ง กูเป็นคนอย่างงั้นเหรอวะ?” เขาถึงกับหันกลับมาสงสัยในตัวเอง“เออดิวะ ไม่รู้ตัวอีก กับคนที่รักมากอย่างน้อยหน่ามึงยังทำเขาลง ไม่เรียกเจ้าคิดเจ้าแค้นให้เรียกอะไรวะ”วายุขมวดคิ้วมุ่น เขามองกลับมาดูตัวตนของตัวเองอีกครั้ง ยืนนิ่งนึกถึงวีรกรรมของตัวเองที่ทำไว้ในอดีตอยู่พักใ
เจ้าแผนการBy: Noina “ฉันคิดถึงเธอ”“เก็บคำนี้ไว้ใช้กับผู้หญิงของนายเถอะ ฉันสะอิดสะเอียนที่ได้ยินจากปากนาย” ฉันสะบัดมือเขาทิ้ง แล้วหยัดกายยืนให้มั่นเหมือนอุดมการณ์ที่ตั้งใจทำให้ได้ ‘เจ็บแล้วต้องจำ โอกาสของเขาใช้ไปหมดแล้ว’ ก่อนจะเดินจากเขาไปแม้เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นแค่แผน แต่มันคือแผนที่เลือดเย็นมาก เขาคงหัวเราะเยาะฉันลับหลัง คงสะใจที่ได้เห็นน้ำตาของคนที่ยกใจให้เขาไปจนหมดฉันได้ยินเกือบทุกคำที่เขาเอื้อนเอ่ยออกมา เพราะแบตเตอรี่ของหูฟังดันหมดพอดี ยอมรับว่าแอบโล่งใจที่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นกับเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แล้วไง? เจตนาก็เพื่อทำร้ายความรู้สึกกันอยู่ดีย้ายหนีให้ห่างกันแล้วแท้ ๆ ยังตามมากวนใจจนได้ เมื่อเช้าเขาน่าจะตั้งใจมาดักรอฉัน เพราะเช้านี้เขาไม่มีเรียน ต่อไปคงหาทางตามตื๊อฉันอีกแน่ เพราะตอนคบกันเขาเคยขอตารางเรียนทั้งหมดของฉันไป ตอนนั้นรักกันดี อยากได้อะไรฉันก็ยอมเขาหมดเหนื่อยแค่ไหนฉันก็ยอม...โง่จริง ๆ เพราะแบบนี้เขาถึงได้ใจ สมควรเจ็บแล้ว น้อยหน่า“เดี๋ยวสิน้อยหน่า ฟังกันก่อนได้มั้ย?” เขายังเดินตามมาหน้าด้าน ๆ“พอเถอะนะวายุ ระหว่างเราให้มันจบแค่นี้เถอะ ฉันเหนื่อย”“ฉันก็เหนื่อย
หมาโบ้หลายวันผ่านไปถึงเรื่องความรักจะทำให้ดิ่ง แต่เรื่องงานกลับปังขึ้นเรื่อย ๆจากนักเขียนโนเนม ‘นาราเอล’ ที่แทบจะไม่มีใครรู้จักชื่อ ผู้ติดตามไม่ถึงหลักร้อย ปัจจุบันตัวเลขดีดขึ้นมาเกือบแตะไปที่หลักพันต้องขอบคุณเขาใช่ไหม?เธอใช้ประสบการณ์มีความรักจริงจังครั้งแรกมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ แต่งนิยายรักต่ออีกเรื่องตามที่นักอ่านร้องขอถึงเรื่องต่อไปปกนิยายจะไม่ใช่ลายเส้นของวายุ แต่เธอเชื่อว่านักอ่านจะไม่ทิ้งเธอเหมือนอย่างเขาที่บอกว่าทิ้ง เพราะพอจะเดาออกว่า ชายหนุ่มกลับมาเพื่อทำให้เธอเจ็บอย่างที่เขาเคยเจ็บ หากไม่จริงเขาคงรั้งเธอไว้ตั้งแต่วันนั้น แต่เขาปล่อยให้เธอเดินออกไปจากชีวิตง่าย ๆ ไม่ง้อไม่ตามไม่ตื๊อ สุดท้ายก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกหลายวันมานี้น้อยหน่าพอที่จะทำใจได้บ้างแล้ว ทว่า...จะมองไปมุมไหนของห้อง เงาเขายังติดตาอยู่ทุกที่เธอจึงตัดสินใจย้ายออกจากที่นี่ รายได้จากการขายนิยายเรื่องล่าสุดก็พอได้จับเงินก้อนเหมือนคนอื่นอยู่บ้าง มีเงินพอค่ามัดจำห้องใหม่ไม่ได้อยู่ใกล้ก็ไม่ต้องเห็นหน้ากันอีก เธอต้องลืมเขาได้แน่ เพราะอยู่ที่นี่เธออดไม่ได้ที่จะเหลือบขึ้นไปมองระเบียงห้องของเขา







