ไม่ได้อยากเป็นสตรีหมายเลขหนึ่งของท่านประธานาธิบดีสักหน่อย!

ไม่ได้อยากเป็นสตรีหมายเลขหนึ่งของท่านประธานาธิบดีสักหน่อย!

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-15
Oleh:  หนูแดงตัวน้อยBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
6Bab
10Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ทั้งที่ได้รับเชิญมาเที่ยวประเทศเกิดใหม่แท้ๆ แต่เพราะเรื่องการเมืองบ้าบอคอแตก เธอเลยต้องจับพลัดจับผลูมาแต่งงานกับท่านประธานาธิบดีของประเทศซะนี่!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ - 1

บทนำ

​หญิงสาวเริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าค็อกเทลสีอำพันในแก้วทรงกระบอกตรงหน้าคือแก้วที่สามหรือแก้วที่ห้า…

ตอนนี้​เธอนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ของโรงแรมหรูระดับห้าดาวกลางกรุงวาลดอร์ เมืองหลวงของสาธารณรัฐอาซาเรีย ขณะที่สองข้างแก้มเริ่มร้อนผ่าวและเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อ ส่วนเปลือกตาก็หนักอึ้งจนต้องกะพริบถี่ๆ เพื่อรักษาระดับการมองเห็นไม่ให้พร่ามัวไปมากกว่านี้ เพราะเธอเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่า แม้จะยังไม่ถึงขั้นฟุบลงกับโต๊ะหรือพูดจาไม่รู้เรื่อง แต่ความสามารถในการตัดสินใจของเธอก็กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันสวนทางกับความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีเหตุผลเสียอย่างนั้น ก่อนที่​บาร์เทนเดอร์หนุ่มที่รอยืนให้บริการอยู่ตั้งแต่เมื่อครู่จะส่งยิ้มสุภาพพลางขยับเข้ามาใกล้เมื่อเห็นว่าเธอกำลังกรึ่มได้ที่ 

“รับเพิ่มอีกแก้วไหมครับคุณผู้หญิง”

​“ไม่ล่ะค่ะ ขอบคุณ” เจนิตา ยกมือขึ้นปฏิเสธ ก่อนจะหันไปประกาศเป็นภาษาอังกฤษอย่างชัดถ้อยชัดคำกับเพื่อนร่วมโต๊ะด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันยังมีสติครบถ้วนทุกประการ แค่รู้สึกว่าสถาปนิกที่นี่ออกแบบพื้นโรงแรมให้เอียงไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง”

​คำพูดนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนครีเอเตอร์ชาวสิงคโปร์อย่าง วิเวียน ที่นั่งอยู่ข้างกัน ก่อนที่อีกฝ่ายจะเอื้อมมือมาแตะไหล่เธอเบาๆ

​“เจนิส พรุ่งนี้เรามีโปรแกรมตั้งแต่แปดโมงเช้านะ เล่นเมาแอ๋ตั้งแต่วันแรกแบบนี้ ระวังพรุ่งนี้จะตื่นไม่ไหวนะบอกไว้ก่อน”

​“ใครเมา ไม่มี้!” เธอเถียงหน้าตายทั้งที่ต้องเกร็งคอเพื่อประคองศีรษะตัวเองให้ตั้งตรงอยู่แท้ๆ

“ก็เห็นอยู่ทนโท่ว่าเธอนั่นแหละที่เมา”

“ดื่มไปแค่ไม่กี่แก้วแค่นี้ เอาคนอย่างเจนิสไม่ลงหรอกน่า”

​เจนิตาปฏิเสธเสียงหลงอีกครั้ง ทำให้เพื่อนได้แต่ยักไหล่แล้วพูดอย่างขอไปที

“ถือว่าเตือนแล้วนะ แม่สาวนักเที่ยว”

เที่ยวในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเที่ยวกลางคืนทั่วไปตามสภาพเมาแอ๋อย่างที่หญิงสาวเป็นอยู่ แต่เป็นการเที่ยวที่เจนิตา…ทราเวลบล็อกเกอร์สาวชาวไทย เจ้าของช่องท่องเที่ยวที่มียอดผู้ติดตามทะลุหลักล้าน สะพายเป้ลุยไปในสถานที่ที่คนยังไม่ค่อยรู้จัก เรียนรู้วิถีชีวิตกับชาวบ้าน ชิมอาหารท้องถิ่น และรีวิวทุกอย่างตามความเป็นจริงต่างหาก

​ส่วนที่เธอมานั่งหัวโด่อยู่ที่นี่ได้ ก็เป็นเพราะเมื่อหนึ่งเดือนก่อน เธอได้รับอีเมลเชิญจากสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของสาธารณรัฐอาซาเรีย ประเทศเกิดใหม่ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นานให้มาร่วมโครงการสำรวจเส้นทางเป็นเวลาสิบวัน โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดตั้งแต่ตั๋วเครื่องบินยันที่พักระดับวีไอพี รวมถึงจัดเตรียมเส้นทางสุดพิเศษไว้ให้ โดยที่โครงการนี้ รัฐบาลของที่นี่ทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยการเชิญคอนเทนต์ครีเอเตอร์จากหลายประเทศมา​เข้าร่วม

สำหรับเจนิตา นี่คือโอกาสทองในการทำคอนเทนต์ เท่าที่รู้คือยังแทบจะไม่มีคนไทยคนไหนเคยทำคอนเทนต์เกี่ยวกับประเทศนี้อย่างจริงจังมาก่อนเลย หากเธอถ่ายทอดเรื่องราวได้น่าสนใจ คลิปซีรีส์เที่ยวประเทศอาซาเรียอาจสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ช่องของเธอได้สบายๆ เธอจึงไม่ลังเลเลยที่จะตอบรับคำเชิญจากทางนั้น

​แต่แผนการที่จะเข้านอนตั้งแต่สี่ทุ่มเพื่อเก็บแรงไว้ลุยงานพรุ่งนี้และอีกหลายวันถัดไปกลับต้องพังทลายลงเพราะงานเลี้ยงต้อนรับคืนนี้เสียอย่างนั้น...สาเหตุก็มาจากทาง​เจ้าภาพนำเครื่องดื่มพื้นเมืองที่หมักจากผลไม้มาผสมเป็นค็อกเทลให้แขกได้ชิมกันถ้วนหน้า รสชาติของมันหอมหวาน ดื่มง่าย และแทบไม่มีกลิ่นแอลกอฮอล์ เจนิตาดื่มแก้วแรกเพราะอยากชิม แก้วที่สองเพราะต้องถ่ายคลิปเพื่อเก็บฟุตเทจ ส่วนแก้วต่อๆ มาเกิดจากการชนแก้วทำความรู้จักกับเพื่อนครีเอเตอร์ต่างชาติไม่หยุดหย่อน กว่าจะรู้ตัวว่าเครื่องดื่มรสหวานนี้มีฤทธิ์ร้ายกาจแค่ไหน ทุกสิ่งรอบตัวหญิงสาวก็ดูจะหมุนคว้างเกินการควบคุมไปเสียแล้ว 

และท่าทางโงนเงนไปมาก็ทำเอาเพื่อนสาวชาวสิงคโปร์ที่รู้จักกันมาก่อนหน้าที่จะมาเยือนประเทศนี้พยายามจะดึงแก้วเปล่าออกจากมือเธออยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่เจนิตายืนยันว่าเธอหยุดดื่มแล้วจริงๆ อีกฝ่ายเลยหยุดการห้ามปรามลงได้

​“ให้ฉันไปส่งที่ห้องไหมเจนิส” 

และในเมื่อยุติการดื่ม เพื่อนคนดีคนเดิมก็ถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นเจนิตาพยายามลุกจากเก้าอี้

​“ไม่ต้องๆ ฉันกลับเองได้ แค่ขึ้นลิฟต์ไปนอนเอง”

เจนิตายืนยันหนักแน่น...เธอเดินทางคนเดียวมาแล้วค่อนโลก แค่เดินกลับห้องพักในโรงแรมตัวเองแค่นี้มันจะไปยากอะไรล่ะ

“แน่ใจนะว่าไม่ต้องให้ไปส่ง?”

“แน่ใจมากกก ไม่ต้องห่วง เธออยู่คุยต่อเถอะ เดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะ”

​จากนั้นก็ยิ้มลาเพื่อนร่วมโต๊ะ ก่อนก้าวออกจากบริเวณบาร์อย่างพยายามรักษาภาพลักษณ์ให้ดูปกติที่สุด ซึ่งเมื่อเดินพ้นสายตาผู้คนมาถึงโถงทางเดิน เจนิตาก็ต้องหยุดยืนเกาะผนังหินอ่อนอยู่ครู่หนึ่งเพื่อรอให้โลกที่กำลังหมุนคว้างหยุดหมุนเสียก่อน ด้วยเธอตระหนักในวินาทีนี้ว่า…​ปัญหาแรกของคืนนี้กำลังเริ่มต้นขึ้นตรงหน้าลิฟต์ที่เธอกำลังยืนอยู่ในเวลานี้

​เท่าที่สำรวจเส้นทางของโรงแรมตั้งแต่ตอนมาถึง โรงแรมแห่งนี้แบ่งออกเป็นสองอาคารใหญ่ที่เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินกระจกบนชั้นสิบห้า และเธอก็จำได้ว่าเมื่อช่วงบ่ายทีมงานประสานงานเพิ่งแจ้งว่าระบบไฟฟ้าในชั้นที่คณะพักอยู่มีปัญหา จึงต้องย้ายห้องพักของครีเอเตอร์บางส่วนไปยังอีกอาคารหนึ่ง เจนิตาได้รับคีย์การ์ดใบใหม่มาเรียบร้อยแล้ว แต่ในสภาพที่สมองประมวลผลช้ากว่าปกติ เธอจำได้เพียงเลขห้องเดิมตั้งแต่ตอนเช็กอินเท่านั้น

“ห้องอะไรนะ...ที่คีย์การ์ดก็ไม่ได้มีเลขติดไว้ด้วยสิ โรงแรมห้าดาวแบบใดวะเนี่ย...”

​หญิงสาวพึมพำพลางเดินเข้าลิฟต์และกดปุ่มชั้นที่ต้องการโดยไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองขึ้นลิฟต์ผิดอาคาร พอประตูเปิดออก เจนิตาก็เดินไปตามทางเดินที่ปูด้วยพรมหนานุ่ม โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าบรรยากาศของชั้นนี้เงียบสงัดผิดปกติ มิหนำซ้ำยังมีชายสวมสูทสีเข้มสองสามคนยืนอยู่บริเวณปลายทางเดินอีกต่างหาก ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นต่างก็หันมามองเธอด้วยสายตาประหลาดใจที่อยู่ๆ ก็เห็นเธอมาปรากฏตัวอยู่บนชั้นนี้ที่ระบุอย่างชัดเจนกับทางโรงแรมว่าเป็นพื้นที่ ‘วีไอพี’

แน่นอนว่า​เจนิตาไม่รู้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของชั้นนี้ถูกกันไว้สำหรับคณะของประธานาธิบดี เอเดรียน คัง ผู้นำสูงสุดของอาซาเรีย ซึ่งเดินทางมาประชุมลับกับที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจที่โรงแรมในคืนนี้ ก่อนจะมีกำหนดการเปิดการประชุมระดับชาติเกี่ยวกับการลงทุนในเช้าวันรุ่งขึ้นที่ห้องประชุมใหญ่ด้านล่าง

​แต่เพราะเธอทำท่างกๆ เงิ่นๆ ดูคีย์การ์ดในมือสลับกับปุ่มกดลิฟต์โดยยังไม่ได้เดินออกมาจากตัวลิฟต์ ทำให้ไม่มีชายคนไหนสนใจจะเข้ามาสอบถามเธอว่ามาผิดชั้นหรือไม่ เพราะคิดว่าเธอคงจะลงไปอีก ประจวบเหมาะกับขณะนั้นเป็นช่วงที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกำลังผลัดเวร ประกอบกับมีการขนแฟ้มเอกสารสำคัญจากห้องรับรองเข้าไปยังห้องทำงานชั่วคราวด้วย ต่างคนเลยต่างวุ่นวายกับหน้าที่ของตน โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าหญิงสาวเดินออกจากลิฟต์มาแล้ว มิหนำซ้ำ ยังเดินไปยังประตูห้องสวีตบานใหญ่ตรงหน้าที่ถูกแง้มทิ้งไว้เล็กน้อยจากการที่มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งขนของเข้าไปแล้วรีบกลับออกมาขนของเพื่อจะเอาเข้าไปเก็บอีก

​เจนิตาเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูบานนั้น มองตัวเลขทองเหลืองบนบานประตูอย่างตั้งใจอยู่หลายวินาที ก่อนที่สมองซึ่งถูกแอลกอฮอล์ครอบงำจะสรุปเอาเองว่ามันใกล้เคียงกับเลขห้องของเธอมากพอ ดังนั้น​มือบางจึงผลักประตูเข้าไป และเมื่อพบว่ามันไม่ได้ล็อก เจนิตายิ่งมั่นใจว่าตัวเองมาถูกที่แล้ว

​หากทว่าก้าวแรกที่ผ่านพ้นประตูเข้าไป เธอก็ต้องขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นขนาดของห้องนั่งเล่นที่กว้างขวางกว่าตอนกลางวันมาก ไหนจะมีโคมไฟคริสตัลส่องแสงสีส้มสลัว โซฟาบุหนังตัวใหญ่ตั้งอยู่กลางห้องที่ดูหรูหราลักชัวรี่ผิดปกติอีก แต่ความเหนื่อยล้าและสติที่เลือนรางทำให้เธออธิบายกับตัวเองง่ายๆ ว่า...เธอคงจำสภาพห้องผิดไปเองเพราะตอนนั้นเพิ่งเดินทางมาถึงและยังไม่ได้สำรวจตรวจตราการตกแต่งภายในห้องให้ดี

แต่จะอะไรก็ช่างเถอะ ตอนนี้เธอเหนื่อยสายตัวแทบขาด แล้วก็เมาจนอยากจะนอนอยู่รอมร่อแล้ว...

​เจนิตาปลดสายกระเป๋าสะพายใบเล็กทิ้งลงบนโต๊ะกระจก ถอดรองเท้าส้นสูงทิ้งไว้ข้างทางเดินอย่างไร้ระเบียบ แล้วเดินตรงดิ่งเข้าไปยังส่วนที่เป็นห้องนอน ซึ่ง​ทันทีที่เห็นเตียงขนาดคิงไซส์ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด เธอก็ทิ้งตัวลงไปซุกหน้ากับหมอนนุ่มทันทีโดยไม่คิดจะอาบน้ำหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่อย่างใด โดยที่ความตั้งใจเดิมของเธอคือขอหลับตาพักสักห้านาทีให้หายเวียนหัวแล้วค่อยลุกขึ้นมาจัดการตัวเองทีหลัง

​แต่ยังไม่ทันที่สติจะดับวูบลงสู่ห้วงนิทรา จู่ๆ เสียงของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังแว่วมาจากห้องนั่งเล่นด้านนอกจนเธอต้องนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเงี่ยหูฟังเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่กำลังพูดภาษาอังกฤษผ่านโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ผ่านไปครู่หนึ่ง คิ้วเรียวสวยก็เริ่มขมวดเข้าหากันแน่น เธอจับใจความได้ถึงคำว่าตัวเลขผลสำรวจ ความคิดเห็นของประชาชน การประชุมพรุ่งนี้ และชื่อของใครบางคนที่เธอไม่คุ้นหูได้อย่างรางเลือน แต่​ด้วยตรรกะของคนเมา เจนิตาจึงไม่ได้ฉุกคิดเลยว่าตัวเองอาจเข้าห้องผิด เธอคิดเพียงแค่ว่าพนักงานโรงแรมอาจส่งคนเข้าพักซ้อนกัน หรือไม่ก็มีคนบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ

​เธอจึงฝืนหยัดตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างทุลักทุเล เดินเซไปที่กรอบประตูห้องนอน ก่อนจะพบผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งที่สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มพับแขนขึ้นถึงศอกกำลังยืนหันหลังให้เธออยู่ริมหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ โดยที่มือข้างหนึ่งของเขาถือโทรศัพท์แนบหู ส่วนอีกมือถือแฟ้มเอกสาร

​และนั่น...ก็คือครั้งแรกที่เจนิตาได้เห็นเอเดรียน คัง ในระยะห่างเพียงไม่กี่เมตร แต่เธอ...จำเขาไม่ได้!

​แม้ว่าก่อนเดินทาง เจนิตาจะเคยเปิดดูแฟ้มข้อมูลของโครงการซึ่งมีรูปประธานาธิบดีแห่งอาซาเรียอยู่ด้วยมาบ้างแล้ว แต่ในฐานะทราเวลบล็อกเกอร์ เธอสนใจแต่สถานที่ท่องเที่ยวและอาหารท้องถิ่นมากกว่าใบหน้าของนักการเมืองที่ขึ้นชื่อว่าอายุน้อยและหล่อเหลาที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยามที่สติสัมปชัญญะหลงเหลือไม่ถึงครึ่งอย่างนี้

​เท่านั้น เจนิตาก็ยกแขนขึ้นกอดอก พิงกรอบประตูเพื่อพยุงตัว ก่อนจะเปล่งเสียงถามออกไปโดยไม่รอให้อีกฝ่ายคุยโทรศัพท์ให้จบก่อน

​“ขอโทษนะคะ คุณเข้ามาทำอะไรในห้องฉัน?”

​เสียงหวานที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นทำเอาเอเดรียนหยุดชะงัก หันขวับกลับมามองตามต้นเสียง พลันเลิกคิ้วเข้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นผู้หญิงแปลกหน้าในชุดเดรสผ้าไหมสีแชมเปญยืนอยู่หน้าห้องนอนของเขาในสภาพใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำปรือ และทรงผมที่ถูกเซ็ตมาอย่างดีเริ่มหลุดลุ่ยเหมือนเพิ่งไปฟัดกับหมาที่ไหนมาหมาดๆ

​และพอเห็นอย่างนั้น เอเดรียนก็กดวางสายโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว พร้อมกับโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะก้าวเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนคาดเดาอารมณ์ไม่ถูก

​“คุณเป็นใคร แล้วเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง”

​น้ำเสียงของเขาเยือกเย็นจนน่ากลัว หากแต่คำถามนั้นกลับทำให้เจนิตารู้สึกหงุดหงิด ด้วยเธอคิดว่าเขาเป็นฝ่ายผิดที่เข้ามาในห้องเธอแล้วยังจะมีหน้ามาตั้งคำถามใส่อีก

​“ฉันต่างหากที่ต้องถามคำถามนั้น...นี่ห้องฉัน ประตูมันเปิดอยู่ ฉันก็เลยเดินเข้ามา แล้วคุณล่ะเป็นใคร พนักงานโรงแรมเหรอ”

เธอเชิดหน้าขึ้น พยายามทำเสียงให้ดูมีอำนาจแม้จะพูดลากเสียงยาวกว่าปกติเล็กน้อยก็ตามที ขณะที่​เอเดรียนมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างประเมิน เขาคุ้นเคยกับการจัดการปัญหาและควบคุมสถานการณ์ที่ตึงเครียดระดับชาติอยู่บ่อยๆ ก็จริง แต่พอต้องมารับมือกับคนเมาที่โผล่มาในห้องพักส่วนตัวอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวอย่างนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในแผนการทำงานของวันนี้เลยสักนิด และเขาก็ไม่ชอบมันอย่างมากเสียด้วย

​“คุณกำลังอยู่ในห้องพักของผม...และประตูที่เปิดอยู่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณมีสิทธิ์เดินเข้ามา”

เขาตอบชัดถ้อยชัดคำ ทำเอาเจนิตาส่ายหน้าจนรู้สึกหน้ามืดไปวูบหนึ่ง

​“เป็นไปไม่ได้ ฉันมีคีย์การ์ด เดี๋ยวฉันหาให้ดู”

​เท่านั้น เธอก็เดินเป๋ไปที่โต๊ะกระจกกลางห้อง คว้ากระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นมาแล้วเริ่มเททุกอย่างลงบนโต๊ะจนข้าวของร่วงหล่นเสียงดังสนั่น แต่...กลับไม่มีวี่แววของคีย์การ์ดโรงแรมเลยแม้แต่น้อย

​และภาพที่เห็นนั้นก็ทำให้เอเดรียนที่เผชิญกับความกดดันทางการเมืองมาตลอดทั้งวันเริ่มหมดความอดทน เขาไม่อาจปล่อยให้ผู้หญิงแปลกหน้ามาสร้างความวุ่นวายในพื้นที่รักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดได้ ก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือไปกดปุ่มอินเตอร์คอมบนโต๊ะทำงานแล้วกรอกเสียงลงไป

“เรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยมาที่ห้องผมเดี๋ยวนี้”

​เจนิตาได้ยินคำว่าซีเคียวริตี้ก็เบิกตากว้าง ก่อนสมองจะคิดวุ่นวายไปด้วยความกลัวว่า ผู้ชายตรงหน้ากำลังจะเรียกคนมาทำร้ายหรือจับตัวเธอไป ทั้งที่เขาเป็นคนบุกรุกห้องเธอแท้ๆ

​“นี่คุณจะทำอะไร!”

และนั่นก็ทำให้เธอร้องเสียงหลง พยายามก้าวถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่าง แต่ส้นรองเท้าที่ถอดทิ้งไว้ระเกะระกะก่อนหน้านี้ทำเอาเธอสะดุดเข้ากับรองเท้าตัวเองจนเสียหลัก

หากแต่​เอเดรียนที่ได้รับการฝึกฝนมาให้ตอบสนองด้วยสัญชาตญาณอย่างรวดเร็วเพื่อความปลอดภัยของตัวเองในกรณีถูกทำร้ายหรือลอบสังหาร รีบพุ่งตัวเข้าไปคว้าต้นแขนของเธอไว้แล้วรั้งร่างบางให้กลับมายืนทรงตัวโดยที่เจนิตาไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนที่เขาจะต้องกลั้นหายใจเมื่อได้กลิ่นแอลกอฮอล์รสหวานคละคลุ้งมาจากตัวเธอจนชวนให้เวียนหัวไปหมด

​“คุณ...เมาเละเลยนะ”

เจนิตาเงยหน้าขึ้นมองคนเบื้องหน้า ดวงตาที่ปรือเยิ้มพยายามโฟกัสโครงหน้าคมคาย จมูกโด่งเป็นสัน และดวงตาสีเข้มที่จ้องมองมาอย่างดุดัน ก่อนจะพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงยานคาง

​“หน้าคุณ...คุ้นๆ นะคะ”

​เอเดรียนนิ่งไป เขาคิดว่าในที่สุดความมึนเมาก็คงลดระดับลงจนเธอจำได้แล้วว่ากำลังยืนอยู่ต่อหน้าใคร

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
6 Bab
บทนำ - 1
บทนำ​หญิงสาวเริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าค็อกเทลสีอำพันในแก้วทรงกระบอกตรงหน้าคือแก้วที่สามหรือแก้วที่ห้า…ตอนนี้​เธอนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ของโรงแรมหรูระดับห้าดาวกลางกรุงวาลดอร์ เมืองหลวงของสาธารณรัฐอาซาเรีย ขณะที่สองข้างแก้มเริ่มร้อนผ่าวและเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อ ส่วนเปลือกตาก็หนักอึ้งจนต้องกะพริบถี่ๆ เพื่อรักษาระดับการมองเห็นไม่ให้พร่ามัวไปมากกว่านี้ เพราะเธอเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่า แม้จะยังไม่ถึงขั้นฟุบลงกับโต๊ะหรือพูดจาไม่รู้เรื่อง แต่ความสามารถในการตัดสินใจของเธอก็กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันสวนทางกับความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีเหตุผลเสียอย่างนั้น ก่อนที่​บาร์เทนเดอร์หนุ่มที่รอยืนให้บริการอยู่ตั้งแต่เมื่อครู่จะส่งยิ้มสุภาพพลางขยับเข้ามาใกล้เมื่อเห็นว่าเธอกำลังกรึ่มได้ที่ “รับเพิ่มอีกแก้วไหมครับคุณผู้หญิง”​“ไม่ล่ะค่ะ ขอบคุณ” เจนิตา ยกมือขึ้นปฏิเสธ ก่อนจะหันไปประกาศเป็นภาษาอังกฤษอย่างชัดถ้อยชัดคำกับเพื่อนร่วมโต๊ะด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันยังมีสติครบถ้วนทุกประการ แค่รู้สึกว่าสถาปนิกที่นี่ออกแบบพื้นโรงแรมให้เอียงไปนิดหน่อยเท่านั้นเอง”​คำพูดนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนครีเอเตอร์ชาวสิงคโ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-14
Baca selengkapnya
บทนำ - 2
แต่ว่า...​“คุณเคยเล่นซีรีส์เรื่องไหนหรือเปล่า”​เพียงเท่านั้น เอเดรียนก็หลับตาลงชั่วครู่ ผ่อนลมหายใจออกมาประหนึ่งว่ากำลังควบคุมอารมณ์อย่างสุดความสามารถ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้​“ไม่เคยครับ”“ถ้างั้น...”“...”“เป็นคนดังเหรอคะ”ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ตอบอะไร เสียงฝีเท้าของชายฉกรรจ์หลายคนก็ดังขึ้นพร้อมกับประตูห้องที่เปิดผางเสียก่อน หันไปมองก็พบว่าเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่สวมชุดสูทสามนายพุ่งพรวดเข้ามาในห้อง ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะร้องถามด้วยความตระหนก​“เกิดอะไรขึ้นครับท่าน?”​เอเดรียนปล่อยแขนเจนิตาออกจากการเกาะกุม ให้เธอยืนพิงขอบโต๊ะไว้แล้วว่าเสียงเรียบ“ตรวจสอบดูหน่อยว่าเธอคนนี้เป็นใคร”​หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยที่เอ่ยถามเจ้านายเมื่อครู่ปรายตามามองหญิงสาว ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เธอ แล้วถือวิสาสะหยิบพาสปอร์ตและป้ายชื่อที่ร่วงอยู่บนโต๊ะขึ้นมาตรวจสอบ จากนั้นก็รายงานด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน​“เธอชื่อเจนิตา เป็นทราเวลบล็อกเกอร์ชาวไทยครับท่าน อยู่ในรายชื่อแขกวีไอพีของกระทรวงการท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางมาถึงวันนี้ แต่ดูเหมือนเธอจะหลงอาคาร เพราะห้องพักของคณะค
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-14
Baca selengkapnya
บทที่ 1: เผ่นกลับให้ไวเลยเพ่! - 1
บทที่ 1: เผ่นกลับให้ไวเลยเพ่!​ความรู้สึกแรกหลังจากลืมตาตื่นคือความปวดร้าวที่แล่นริ้วตั้งแต่ขมับลามไปถึงท้ายทอย เจนิตาครางแผ่วในลำคอพลางซุกหน้าลงกับหมอนใบโต ขณะที่แสงแดดที่ลอดผ่านช่องผ้าม่านแยงตาจนเธอต้องหลับตาลงอีกครั้ง แต่เมื่อตระหนักได้ว่าเช้านี้มีนัดตามรายการเที่ยว สมองที่ยังทำงานได้ไม่เต็มที่ก็พยายามจะประมวลผลว่าตอนนี้กี่โมงแล้วอืม...เก้าโมงเช้า.........เก้าโมงเช้าแล้วเหรอ!?​และเมื่อควานหาสมาร์ตโฟนบนโต๊ะข้างเตียงมาดูหน้าจอ ตัวเลขบนนั้นระบุเวลาเกือบเก้าโมงเช้าก็ทำให้​เจนิตาเบิกตากว้าง พร้อมกับอาการงัวเงียที่มลายหายเป็นปลิดทิ้ง เธอจำได้ฉับพลันเลยว่าโปรแกรมการเดินทางของคณะครีเอเตอร์ระบุไว้ชัดเจนว่าทุกคนต้องรวมตัวกันที่ล็อบบี้ตอนแปดโมงตรงเธอไม่เคยตื่นสายจนเสียงานมาก่อน และครั้งนี้ก็ทำให้ประวัติของเธอด่างพร้อย!แต่ก่อนที่ความรู้สึกผิดจะทันได้ก่อตัว จำนวนการแจ้งเตือนบนหน้าจอกลับดึงความสนใจของเธอไปเสียก่อน เพราะตอนนี้ที่หน้าจอ​มีสายที่ไม่ได้รับเกือบยี่สิบสาย ทั้งจากเบอร์ของเพื่อนร่วมทีมและเบอร์แปลกที่ไม่ได้เมมไว้ มิหนำซ้ำ หน้าจอแชตยังเต็มไปด้วยข้อความที่ถูกส่งมารัวจนอ่านแทบไม่ทัน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-14
Baca selengkapnya
บทที่ 1: เผ่นกลับให้ไวเลยเพ่! - 2
เจนิตากำมือแน่น เธอเกลียดคำตอบประเภทนี้ที่สุดเพราะมันฟังดูเหมือนเธอกำลังได้รับทางเลือก ทั้งที่ความจริงแล้วพวกเขากำลังบีบให้เธอเดินไปตามทางที่กำหนดไว้โดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธต่างหากแต่​ท้ายที่สุดแล้ว เจนิตาก็ต้องยอมหันหลังกลับออกจากสนามบินพร้อมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจนได้ ด้วยเธอรับรู้โดยสัญชาตญาณว่า ถ้าเธอไม่ยินยอม รับรองเลยว่าจะมีเรื่องบานปลายกว่านี้เกิดขึ้นแน่พอมาขึ้นรถตู้สีดำติดฟิล์มทึบที่หน้าสนามบินเรียบร้อย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็พาเธอกลับเข้ามายังใจกลางเมือง แต่แทนที่จะกลับไปที่โรงแรม รถกลับเลี้ยวเข้าสู่เขตอาคารที่ทำการของรัฐบาลหน้าตาเฉยเจนิตาเริ่มมือสั่นด้วยความประหวั่นพรั่นพรึงอย่างห้ามไม่ได้ กระทั่งมาถึงด้านใน เจ้าหน้าที่ก็นำเธอเข้าไปยังห้องประชุมใหญ่ซึ่งมี​เอเดรียนในชุดสูทสากลสีเทาเข้มเต็มรูปแบบ เนกไทสีน้ำเงินผูกไว้อย่างประณีต และเส้นผมถูกจัดทรงเรียบร้อยนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะกระจกตัวยาว ขนาบข้างเขาคือเจ้าหน้าที่ระดับสูงและชายวัยกลางคนสวมแว่นตาที่ดูเหมือนจะเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย​“เชิญนั่งครับ” พอเห็นผู้มาใหม่ เอเดรียนก็ผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม​เจนิตาเดินไปทรุดต
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-14
Baca selengkapnya
บทที่ 2: สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง - 1
 บทที่ 2: สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง พอสิ้นสุดคำว่า ‘ทุกข้อ’ จากปากของเอเดรียน เจนิตาก็นั่งนิ่งโดยไม่ได้แสดงความโล่งใจออกมาเลยสักนิด เหตุก็เพราะเธอเรียนรู้จากการเดินทางรอบโลกมานานพอที่จะรู้ว่า คนแปลกหน้าที่เสนอเงื่อนไขซึ่งดูดีเกินไปนั้นมักมีราคาแพงที่เธอต้องจ่ายซ่อนอยู่เบื้องหลังเสมอ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่คนแปลกหน้าคนนั้นคือผู้นำของประเทศอย่างนี้ และแทนที่หญิงสาวจะสานต่อบทสนทนากับเขา เจนิตาเลือกที่จะหันไปหาชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่เงียบๆ อีกด้านหนึ่งของโต๊ะแทน ก่อนจะมองจ้องหน้าเขาตรงๆ “ในฐานะที่ปรึกษากฎหมาย ฉันอยากให้คุณอธิบายสถานะของฉันตอนนี้ตามความจริง ไม่ใช่ตามที่พวกคุณอยากให้ฉันกลัว ว่าถ้าหากฉันเดินออกจากห้องนี้ไปโดยไม่เซ็นอะไรเลย ฉันจะต้องเข้าคุกทันทีอย่างที่เจ้าหน้าที่ขู่ไว้ที่สนามบินหรือเปล่า” ที่ปรึกษากฎหมายขยับแว่นตาเล็กน้อย ปรายตามองเอเดรียนคล้ายขออนุญาต พอประธานาธิบดีหนุ่มพยักหน้า เขาจึงเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-15
Baca selengkapnya
บทที่ 2: สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง - 2
หลังจากการเจรจาจบลง เจนิตาก็กลับมาที่ห้องรับรองอีกครั้ง ก่อนจะเปิดปากเล่าข้อเสนอทั้งหมดให้วิเวียนที่รีบมาหาในสภาพที่สีหน้าดูตกใจอย่างกับเห็นผีทันทีที่ได้เห็นหน้าเธออีกครั้ง และก่อนที่วิเวียนจะได้ถามซ่อกแซ่กเรื่องประเภท ทำไมเธอถึงยังอยู่ที่นี่ ทำไมยังไม่ได้บินไปสิงคโปร์ หรือเกิดอะไรขึ้น ทำนองนั้น เจนิตาก็ชิงเล่าทุกรายละเอียดออกมาก่อนแล้วพอเล่าจบ เพื่อนของเธอก็นั่งเงียบไปเกือบนาที เพราะคิดว่าเจนิตากำลังเอาเรื่องตลกร้ายมาเล่าเพื่อคลายเครียดจากสถานการณ์บ้าๆ นี่ จนกระทั่งเห็นสีหน้าจริงจังของเจนิตา วิเวียนก็ถึงกับต้องเบิกตากว้างแล้วถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าประธานาธิบดีขอแต่งงานจริงๆ หรือ“ถ้าใช้คำว่าขอแต่งงาน มันจะดูโรแมนติกเกินความเป็นจริงไปหน่อยมั้งฉันว่า ที่ถูกต้องก็คือเขาเสนอให้ฉันจดทะเบียนสมรสเพื่อดับไฟการเมืองให้เขาต่างหาก” เจนิตาตอบพลางถอนหายใจ“ละ...แล้วเธอเอาไงต่อล่ะทีนี้?”“ก็...ไม่รู้สิ ฉันยังตัดสินใจอะไรไม่ได้เลยเหมือนกัน”จากนั้น หญิงสาวทั้งสองก็ใช้เวลาปรึกษากันอยู่นานทีเดียวว่าเจนิตาควรจะทำอย่างไรต่อหลังจากนี
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-15
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status