Masuk"เธอเข้าหาเขาในฐานะลูกค้า ส่วนเขากลับเผลอใจให้ในฐานะคนรัก" จากคนโปรด ที่เขาอยากดูแล กลายเป็น คนเดียวที่เขาอยากเอาคืน
Lihat lebih banyakบทนำ
“ทำไมถึงเป็นเขา เขาทำงานที่นี่งั้นเหรอ? ซวยแล้วน้อยหน่าเอ๊ย เขาจะหยุมหัวฉันมั้ยเนี่ย”
เจ้าของเดรสเกาะอกสีไวน์แดงนั่งบีบมือตัวเองแน่น ภายใต้ใบหน้าหวานกลับมีความกังวลใจที่บอกคนข้าง ๆ ออกไปไม่ได้ เมื่อเธอดันมาเจอกับโจทก์เก่าที่เคยมีปัญหากัน และเหตุการณ์พึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อวานนี้เอง
อะไรจะบังเอิญขนาดนี้
“เขื่อนเข้ามานั่งข้างพี่ ส่วนวายุนั่งข้างน้องสาวพี่เลยจ้ะ” สาวสวยวัยสามสิบจัดแจงที่นั่งให้สองโฮสต์หนุ่มเข้าประจำที่ของตัวเอง เธอไม่ได้สังเกตสีหน้าน้องสาวตัวเองตอนนี้เลยว่า อยากจะนั่งข้างเขาไหม
“เอ่อ...พี่โมคะ ไม่ต้องให้เขามานั่งใกล้หนูก็ได้ค่ะ นั่งตรงนั้นก็ได้” เธอบุ้ยปากให้เขานั่งห่างออกไป ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ฟังที่เธอพูด เดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ ลูกค้าสาวไม่คิดจะเว้นแม้ระยะห่างให้กับเธอ ใกล้จนรับรู้ได้ถึงไอร้อนจากกายเขา
“เขินอะไรยัยน้อย อยากได้ประสบการณ์ไม่ใช่รึไง นี่ล่ะโอกาสทอง พี่จิ้มตัวท็อปให้เธอเลยนะน้องรัก วายุเขาเรียนที่เดียวกับเราด้วยนะ” โมเมบอกให้น้องสาวต่างบิดามารดาให้คลายความกังวล ให้เธอนึกถึงประสบการณ์ที่จะได้รับ มากกว่าต้องมานั่งตัวเกร็ง
“ไม่ทราบว่าคุณคนสวยอยากได้ประสบการณ์แบบไหนครับ” เสียงทุ้มของเจ้าของใบหน้าคมถามเสียงเรียบ ใบหน้าเขาหล่อเหลาราวกับถูกสรรค์สร้างจากเอไอ หากแต่นี่เป็นมนุษย์ที่มีตัวตนอยู่บนโลกนี้จริง ๆ ถ้าเผลอสบตากับเขาเข้าอาจจะรู้สึกเหมือนถูกมนต์สะกด หล่อสะอาดปราศจากเวรกรรมมาก
“คุณครับ คุณ คุณน้อยครับ!”
“คะ?” เฉกเช่นเธอที่ใจลอยไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้
“เป็นอะไรไปครับ?” เขาถามพลางยิ้มบาง ๆ ให้
“เปล่าค่ะ”
“ดูเหมือนว่าเขาจะจำฉันไม่ได้แฮะ เฮอ โล่งอกไปที”
เธอไม่ได้หลงใหลกับโครงหน้าครบเครื่องนี้ของเขา แค่กำลังแปลกใจท่าทีที่มีต่อเธอ เมื่อเห็นว่าคนตรงไม่ได้โวยวายหรือต่อว่าอะไร เธอก็เบาใจไปเปลาะหนึ่ง
“คุณน้อยอยู่ปีไหนแล้วครับ” เขาถามพร้อมกับเอื้อมมือไปชงเหล้าตามปกติที่เคยทำเป็นประจำ
“ปีสามค่ะ คุณล่ะคะ?”
เขาหันกลับมาสนใจเธอ “ปีเดียวกันครับ อะนี่ เครื่องดื่มของคุณ ผมชงให้อ่อน ๆ ดูจากท่าทางของคุณแล้วน่าจะคอไม่แข็ง” ยื่นแก้วเหล้าผสมโซดาให้หญิงสาว ปากเขาบอกว่าชงเบา ๆ แต่น้ำที่อยู่ในแก้วสีอำพันราวกับไม่ได้ผสมอะไรเพิ่ม
เธอกลับโบกมือปฏิเสธ “ฉันไม่ดื่มเหล้าค่ะ”
“ดื่มไวน์ หรือเบียร์ หรือค็อกเทล?”
“ขอน้ำผลไม้แทนแล้วกันค่ะ”
“ดื่มไม่เป็นงั้นเหรอครับ?”
“ดื่มเบียร์พอได้ แต่วันนี้ตั้งใจจะไม่ดื่ม” เพราะสมองต้องเก็บข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพที่เขาทำอยู่ หากเผลอไผลดื่มไป เธออาจจะไม่ได้อะไรไปเลยในคืนนี้ เพราะเป็นคนคออ่อนมาก แค่แก้วสองแก้วก็พร้อมเดินเซแล้ว
“ยัยน้อยคออ่อนน่ะ วันนี้ให้เธอดื่มน้ำนางเอกแทนแล้วกัน” โมเมหันมาพูดเสริม ก่อนจะเบือนหน้ากลับไปนัวเนียกับโฮสต์หน้าคมผิวเข้ม แถมยังมาดเซอร์ตรงสเปกเธอทุกอย่าง
“เราเคยเจอกันรึเปล่า?” น้อยหน่ายังไม่คลายความกังวลสักเท่าไหร่ จึงถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“ฮึ ๆ นี่เป็นวิธีจีบหนุ่ม ๆ ของคุณลูกค้ารึเปล่าครับ ผมเคยได้ยินคำถามแบบนี้จนชิน” เขาเข้าใจว่าเธอสนใจเขาจริง ๆ
“เปล่านะคะ ฉันแค่ถามดู เหมือนเคยเจอกันที่ไหน แต่ฉันคงจำคนผิด” เธอถอนหายใจเบา ๆ เชื่อแล้วว่าเขาจำเธอไม่ได้จริง ๆ คงเพราะเมื่อวานที่มีเรื่องกับเขาเธอยังอยู่ในชุดนักศึกษา ทว่าคืนนี้กลับถูกบังคับให้แต่งตัวสวย แถมยังเซ็กซี่ดูผิดหูผิดตา
ทีแรกยังแอบงอนพี่สาวที่บังคับให้ใส่ชุดนี้ ตอนนี้กลับรู้สึกอยากจะขอบคุณพี่โมเมเป็นที่สุด เธอรอดแล้ว
“สองคน คุยกันไปนะ พี่กับเขื่อนขอตัวไปคุยกันที่อื่นแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวพี่มานะยัยน้อย วายุ...พี่ฝากน้องสาวคนสวยของพี่ด้วยนะจ๊ะ คืนนี้นายสองคนอยู่ที่นี่จนคลับปิดได้เลย” พูดจบโมเมไม่รีรอรีบควงแขนโฮสต์ผิวเข้มหายไปด้วยกัน ทิ้งให้ชายหญิงอยู่ในห้องกันตามลำพัง
ขณะที่น้อยหน่ากำลังนั่งไม่ติด แอบประหม่า และทำตัวไม่ถูกที่ต้องมาอยู่กับหนุ่มหล่อสองต่อสอง แสงไฟสีสว่างโทนอุ่นเปลี่ยนเป็นโทนสีแดงพอสลัว
“เกิดอะไรขึ้น?” เธอตกใจมองซ้ายมองขวา “ทำไมจู่ ๆ ไฟเปลี่ยนสี?”
เขายกมือหนึ่งข้างขึ้นพร้อมกับถือรีโมตขนาดเล็กไว้
“ฉันเปลี่ยนเองแหละ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแข็งกร้าว สายตาที่มองมายังเธอก็ดูไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่ สรรพนามที่ใช้แทนตัวเองก็เปลี่ยนไป
“ชื่อน้อยเหรอ? ชื่อเหมือนยายข้างบ้านฉันเลย” เขาถามเสียงเรียบ ท่าทีเหมือนไม่ได้สนใจจะบริการเธอแล้ว
น้อยหน่าลอบกลืนน้ำลายไปหนึ่งเฮือกใหญ่ รู้สึกหวั่นใจขึ้นมาแปลก ๆ แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร เธอจะต้องทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้บรรลุเป้าหมาย
“เฮอ...ฉันชื่อน้อยหน่า เข้าเรื่องเลยนะ ปกติฉันไม่มาสถานที่แบบนี้ แต่ฉันกำลังจะแต่งนวนิยายที่เกี่ยวกับโฮสต์ พี่โมเลยชวนมาสถานที่จริง อยากจะถามข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกะ -” ไม่ทันพูดจบ ชายหนุ่มก็ดึงร่างเธอลอยขึ้นไปอยู่บนตักเขา
“จะ...จะทำอะไร!?” เธอตกใจจนตาคู่สวยเบิกโพลง พยายามจะขัดขืน แต่เขายิ่งกอดเอวคอดกระชับแน่นขึ้น หน้าอกแทบจะเบียดหน้าเขาอยู่รอมร่อ
“คิดว่าฉันจำเธอไม่ได้?”
“...” เธอชะงักไปเลยเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพึ่งเอ่ยออกมา “นายจำได้?”
“เออ” เขาตอบกลับเสียงห้วนสั้น
“จะแก้แค้นให้รถนายเหรอ?”
“เปล่า อย่าคิดมากสิสาวน้อย”
“งั้นก็ปล่อยฉันสิ” เธอดิ้นเพื่อให้หลุดจากอ้อมแขนใหญ่ ทว่า...
“อยู่เฉย ๆ ถ้าไม่อยากเป็นเมียฉัน” เขาขู่เธอน้ำเสียงหนักแน่น และมันได้ผลหญิงสาวนิ่งงันราวกับคนถูกสาปเป็นหิน
“นายจะทำอะไร?”
“สร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้เธอไง” ดวงตาคู่คมฉายแววเจ้าเล่ห์แฝงไปด้วยพลังงานบางอย่างที่พอจะทำให้เธออกสั่นขวัญผวาขนหัวลุกชันหรือตายคาตักเขายังได้
คิดว่าจะรอดจากเงื้อมมือเขาแล้วเสียอีก รู้แหละว่าเขาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่ไม่คิดว่าจะได้มาเจอกันเร็วขนาดนี้ หวังว่าเขาจะไม่ฆ่าเธอทิ้งที่นี่หรอกนะ
บทส่งท้าย@คาเฟ่หนอนชอบจิบชาฝ่ามือเล็กผลักประตูเข้ามาในร้านคาเฟ่ขนาดกลางที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในโลกของนวนิยายแฟนตาซีที่นี่มีชั้นหนังสือที่มีหนังสือให้อ่านฟรีแบบจุใจ ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางนวนิยายทุกหมวดหมู่ รวมถึงการ์ตูนทั้งไทยและต่างประเทศ เป็นกึ่งคาเฟ่กึ่งห้องสมุดก็ว่าได้ต่างกันตรงที่ห้องสมุดจะเงียบสงบ แต่ที่นี่มีเพลงให้ฟังเบา ๆ พร้อมแอร์เย็นฉ่ำตลอดเวลาที่ให้บริการถึงคาเฟ่แห่งนี้จะพึ่งเปิดให้บริการได้เพียงสองเดือนเท่านั้น ทว่า...กลับได้รับการตอบรับที่ดีเกินที่คาดเอาไว้ ยอดขายเกินเป้าหมายไปมาก เจ้าของก็พลอยยิ้มร่าได้ทั้งวัน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะทำเลที่ตั้งอยู่ติดรั้วมหาวิทยาลัย และอีกเหตุผลหนึ่ง คงเป็นเพราะเจ้าของคาเฟ่เป็นคนที่มีชื่อเสียงพอสมควร จึงทำให้คาเฟ่แห่งนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง“วันนี้คนเยอะมั้ยเกล” น้อยหน่าเอ่ยถามพนักงานที่ประจำอยู่ตำแหน่งแคชเชียร์“พี่น้อยหน่าสวัสดีค่ะ เยอะมากค่ะ ตอนนี้มีอยู่สิบกว่าบิลค่ะ ยังมีออเดอร์ที่โทร.มาสั่งอีกนะคะ” พนักงานสาวพนมมือไหว้เจ้าของคาเฟ่ ก่อนจะหันไปชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้าต่อ เธอดูเร่งรีบสุด ๆ“เดี๋ยวพี่ช่วย” เจ้าข
รักอีกครั้ง...มันดีมากBy: Wayuวันเวลาเดินเร็วมาก เร็วจนผมอยากจะกดหยุดมันเอาไว้ กลัวว่าความสุขที่มีเธออยู่ข้าง ๆ มันจะจางหายไปตลอดสามเดือนที่ผ่านมาผมได้พิสูจน์ตัวเองให้น้อยหน่าและคนรอบตัวที่รักเธอเห็นแล้วว่าผมจริงใจและรักเธอมากแค่ไหนผมลาออกจากการเป็นโฮสต์ก็เพราะเธอ แต่ยังคงหาเงินเอาไว้เปย์เธอได้อยู่เรื่อย ๆ จากการรับงานวาดปกนิยายของนักเขียนชื่อดังหลาย ๆ นามปากกา รวมถึงนักเขียนสุดที่รักของผมที่กำลังฮอตในกระแสอยู่ตอนนี้ อย่าง ‘พริ้มงาม’ นักเขียนหน้าใหม่ติดหนึ่งในมาแรงใช่ครับ ตอนนี้น้อยหน่าเปลี่ยนมาใช้นามปากกาใหม่แล้ว เดิมชื่อ ‘นาราเอล’ ที่เขียนนิยายแฟนตาซีเป็นหลัก พอได้ลองเปลี่ยนแนวเขียนใหม่ มันทำให้เธอค้นพบตัวเองและช่องทางทำเงินได้มากขึ้นกม่าเดิมหลายเท่าตัวน้อยหน่าจึงตัดสินใจหันหัวเรือไปอีกทาง เปลี่ยนมาเขียนแนวรักโรแมนติกแบบผู้ใหญ่ มีทั้งชายรักหญิง หญิงรักหญิง และชายรักชาย ใช้เวลาเพียงไม่นานเธอก็สามารถสร้างผลงานพร้อมฐานแฟนคลับได้มากมาย โดยมีผมที่เป็นทั้งแรงใจและแรงสนับสนุนอยู่เบื้องหลังในทุกผลงานเพราะปกนิยายทุกเรื่องของ พริ้มงาม ผมในนามปากกา Win Kaze เป็นผู้วาดเองกับมือ ผมตั้งใจใ
รักหวนคืน“ว่าไง หรือไม่กล้า” วายุถามย้ำเมื่อเห็นว่าน้อยหน่ายังนั่งนิ่งไม่ยอมขยับตัว ลงมือจุมพิตแฟนใหม่ให้เขาดู“ผมจูบพี่เองดีกว่านะ” เอ็มบอกเธอ และกำลังจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาว ทว่าจังหวะที่ปากหยักเกือบจะแนบชิดริมฝีปากของเธอ ชายหนุ่มต้องชะงักกลางคัน“มึงหยุดเลยนะ!” วายุตะคอกเสียงดังลั่นรถ พร้อมกับหันหลังมาทำตาดุใส่หนุ่มรุ่นน้อง ใจเขาแทบหล่นเกือบเห็นช็อตเด็ดเอ็มกระตุกยิ้มหนึ่งข้าง ก่อนจะผละตัวออกห่างกลับไปนั่งตัวตรง ทำให้หญิงสาวแอบถอนหายใจเบา ๆ ไปด้วย“มีอะไรอีกพี่ พี่ให้เราจูบกันให้ดู ผมกำลังจะรีบทำให้เสร็จ”“กูท้าน้อยหน่า ไม่ได้ท้ามึง อยู่เฉย ๆ อย่าสะเหล่อ” เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า อดที่จะเหวี่ยงใส่เอ็มไม่ได้“อ๋อครับ” เอ็มตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวน ชายหนุ่มพอจะรู้ว่าตอนนี้ตัวเองเป็นแค่ส่วนเกินของอดีตคู่รักของรุ่นพี่ทั้งสอง แต่จะไหลตามน้ำไปก่อน อยากรู้เหมือนกันว่าฝ่ายหญิงจะกล้าแลกไหมหากเธอกล้าจูบเขา ทั้งที่ไม่ได้รักไม่ได้ชอบเขา แสดงว่าเธอคงเกลียดวายุแล้วจริง ๆ แต่ถ้าไม่...“ดูให้เต็มสองตานายเลยนะ” น้อยหน่ายกสองมือขึ้นเข้าไปประคองกรอบหน้าหล่อของคนข้าง ๆ ให้หันมาสบตากันใจเธอเต้นโคร
รู้ทันเกมวันต่อมา@ตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์“เฮ้ยไอ้เวรเดน มึงมีเรียนต่อรึเปล่าวะ?” วายุถามเพื่อน ขณะที่กำลังเดินออกจากห้องเรียนรายวิชาแรกของวัน“มีอีกทีบ่ายสามโมง ทำไมวะ?”“กูมีเรื่องจะปรึกษา ไปคุยกันที่ห้องกูหน่อยสิวะ ซื้อข้าวไปกินด้วย”“ปรึกษาเรื่องอะไรวะ?”“เรื่องน้อยหน่า”เอเดนเลิกคิ้วขึ้นอย่างงง ๆ “ทำไม? มึงยังแก้แค้นเขาไม่สะใจอีกเหรอวะ” เพื่อนถามกลับอย่างยียวน วายุจึงตวัดหางตามองค้อนให้หนึ่งที“อย่ากวน กูจะง้อน้อยหน่าต่างหากล่ะ”“เฮอ” เพื่อนสนิทถอนหายใจแรง ท้อใจกับอาการไบโพลาร์ของเพื่อนรัก“กูจริงจังนะมึง ไม่มีแผนอะไรทั้งนั้น มึงน่าจะรู้จักนิสัยกูดี”“เพราะกูรู้ไง กูถึงหนักใจเนี่ย มึงมีนิสัยชอบเอาชนะและชอบเอาคืน” เอเดนกลัวว่าเพื่อนจะหลอกใช้ตัวเองเป็นเครื่องมือทำร้ายใจคนอื่น เหมือนอย่างที่เขื่อนเคยเจอ“ไม่ถึงขนาดนั้นมั้ง กูเป็นคนอย่างงั้นเหรอวะ?” เขาถึงกับหันกลับมาสงสัยในตัวเอง“เออดิวะ ไม่รู้ตัวอีก กับคนที่รักมากอย่างน้อยหน่ามึงยังทำเขาลง ไม่เรียกเจ้าคิดเจ้าแค้นให้เรียกอะไรวะ”วายุขมวดคิ้วมุ่น เขามองกลับมาดูตัวตนของตัวเองอีกครั้ง ยืนนิ่งนึกถึงวีรกรรมของตัวเองที่ทำไว้ในอดีตอยู่พักใ