INICIAR SESIÓN"พี่เทมส์คุยโทรศัพท์ไปนะคะ อินขอตัวไปทำงานก่อน"
อินอาศัยจังหวะนั้นรีบพุ่งตัวหนีออกจากโซนห้องครัว วิ่งตรงกลับไปที่ห้องนอนของตัวเองอย่างรวดเร็ว ปิดประตูลงกลอนแน่นหนาแล้วทิ้งตัวลงนั่งพิงบานประตู หอบหายใจแรงราวกับเพิ่งวิ่งหนีเอาชีวิตรอดมา
มือบางยกขึ้นทาบทับตำแหน่งที่เทมส์เพิ่งสัมผัส ความร้อนผ่าวยังคงหลงเหลืออยู่บนผิวแก้มและริมฝีปาก อินหลับตาลง พยายามตั้งสติและบอกตัวเองว่าเมื่อกี้มันไม่มีอะไร เขาอาจจะแค่หยอกเล่นตามประสาเพื่อนพี่ชาย
แต่ลึกๆ ในใจ เธอกลับรู้ดีว่ามันไม่ใช่การหยอกเล่น สายตาของพี่เทมส์เมื่อกี้... มันคือสายตาของผู้ชายที่มองผู้หญิงคนหนึ่งต่างหาก
ค่ำคืนวันอาทิตย์ บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์ดูคึกคักกว่าปกติเมื่อสมาชิกทั้งสี่คนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานมาทั้งสัปดาห์ การได้ใช้เวลาพักผ่อนร่วมกันในพื้นที่ส่วนตัวกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนโหยหา
กล่องพิซซ่าถาดใหญ่สองถาดวางหราอยู่บนโต๊ะกระจกหน้าทีวี ขนาบข้างด้วยขวดเบียร์และแก้วน้ำอัดลม อินทิรานั่งคุกเข่าอยู่บนพรมหน้าโซฟา กำลังสาละวนอยู่กับการแจกจ่ายชิ้นพิซซ่าให้ทุกคน
"ของพี่วีหน้าซีฟู้ดไม่ใส่พริกหยวกค่ะ ส่วนของพี่ไทม์หน้าฮาวายเอี้ยน พี่เทมส์เอาหน้าเปปเปอโรนีเหมือนเดิมนะคะ" อินแจกแจงอย่างคล่องแคล่ว จำความชอบของแต่ละคนได้แม่นยำ
"น่ารักที่สุดเลยคนเก่งของพี่" ไทม์ยิ้มหวาน รับจานพิซซ่ามาถือไว้พลางยื่นหน้ามาหมายจะหอมแก้มคนแจก
ป้าบ!
มือหนาของวีฟาดเข้าที่ท้ายทอยของไทม์อย่างจังจนหน้าทิ่มแทบคว่ำลงไปในจานพิซซ่า "จะกินไหมพิซซ่าน่ะ ถ้าไม่กินกูจะได้โยนทิ้ง" วีดุเสียงเข้ม
ไทม์ลูบท้ายทอยป้อยๆ หันไปค้อนขวับ "ไอ้สัส รุนแรงกับกูตลอด ทีกับน้องอินนี่เสียงอ่อนเสียงหวานนะมึง"
"เรื่องของกู" วีลอยหน้าลอยตาตอบ ดึงจานพิซซ่าของตัวเองมาเริ่มจัดการ
อินหัวเราะร่วนกับบทสนทนาเถียงกันไปมาของสองเพื่อนซี้ เธอขยับตัวขึ้นไปนั่งบนโซฟาตัวยาว แทรกกลางระหว่างเทมส์และไทม์อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนวีก็นั่งขัดสมาธิอยู่ที่พื้นพิงพนักโซฟาตรงกับตำแหน่งขาของอินพอดี
"วันนี้ดูหนังผีกันไหม พี่เพิ่งสมัครสตรีมมิ่งเจ้าใหม่มา มีหนังผีเพียบเลย" ไทม์เสนอไอเดียพลางกดรีโมทเลื่อนดูรายชื่อหนังบนหน้าจอทีวี
อินสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้น เธอเป็นคนกลัวผีขึ้นสมอง แต่ก็ไม่อยากขัดใจทุกคน "อ...เอาสิคะ อินดูได้หมด" เธอตอบเสียงอ้อมแอ้ม พยายามเก็บซ่อนความกลัวไว้
เทมส์ที่นั่งอยู่ข้างๆ สังเกตเห็นท่าทีนั้น เขาลอบยิ้มมุมปากบางๆ รู้ดีว่าอินกำลังปากแข็ง "แน่ใจนะว่าดูได้ ถ้ากลัวก็บอก จะได้เปลี่ยนแนว"
"ดูได้จริงๆ ค่ะ อินไม่กลัวหรอก" อินยืดอกตอบอย่างมั่นใจ แม้ในใจจะเริ่มสั่นแล้วก็ตาม
ไทม์กดเลือกหนังผีสุดสยองขวัญที่กำลังเป็นกระแส แสงไฟในห้องนั่งเล่นถูกหรี่ลงจนเหลือเพียงแสงจากหน้าจอทีวี บรรยากาศเริ่มวังเวงขึ้นมาทันตาเห็น
ช่วงสิบนาทีแรกของหนังยังไม่มีอะไรน่ากลัวมากนัก อินยังพอกินพิซซ่าและจิบน้ำอัดลมไปได้เรื่อยๆ แต่เมื่อเนื้อเรื่องเริ่มเข้มข้นขึ้น เสียงดนตรีประกอบก็ชวนให้ใจคอไม่ดี อินเผลอขยับตัวเข้าหาเทมส์โดยไม่รู้ตัว
จังหวะที่ผีโผล่พรวดขึ้นมาเต็มจอพร้อมเสียงดนตรีดังลั่น...
"กรี๊ดดด!"
อินหลับตาปี๋ ร้องเสียงหลงและสะดุ้งสุดตัว มือบางคว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนแกร่งของเทมส์แล้วซุกหน้าลงกับไหล่ของเขาอย่างลืมตัว
ในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้น ไทม์ที่นั่งอยู่อีกฝั่งก็วาดแขนโอบรอบไหล่บางของอินแล้วดึงตัวเธอเข้ามากระชับไว้กับอกกว้าง ส่วนวีที่นั่งอยู่บนพื้นก็เอื้อมมือขึ้นมาจับข้อเท้าของอินไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะวิ่งหนีเตลิดไปไหน
อินถูกล้อมกรอบด้วยผู้ชายตัวโตสามคนในพริบตา ความตกใจจากหนังผีถูกแทนที่ด้วยความตกใจจากสัมผัสที่จู่โจมเข้ามาพร้อมกัน กลิ่นน้ำหอมสามสไตล์ผสมปนเปกันอยู่ปลายจมูก ความร้อนจากร่างกายของพวกเขาส่งผ่านเสื้อผ้ามาถึงผิวเนื้อของเธอจนรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว
"ไหนบอกไม่กลัวไง หืม?" เทมส์กระซิบถามชิดใบหู มือหนาที่ไม่ได้ถูกอินจับไว้เลื่อนมาลูบแผ่นหลังบางเบาๆ อย่างปลอบประโลม
"ก...ก็มันตกใจนี่คะ" อินตอบเสียงสั่น พยายามจะขยับตัวออกห่าง
"ไม่ต้องหนีหรอกน่า หลับตาซุกอกพี่ไว้แบบนี้แหละ ปลอดภัยที่สุดแล้ว" ไทม์กระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น คางได้รูปเกยอยู่บนกลุ่มผมนุ่มของเธอ
"ไอ้ไทม์ มึงฉวยโอกาสเกินไปแล้ว ปล่อยน้องเดี๋ยวนี้" วีเงยหน้าขึ้นมาเอ็ด แต่ตังเขาเองกลับไม่ยอมปล่อยมือจากข้อเท้าของอิน ซ้ำยังใช้นิ้วโป้งคลึงเบาๆ บริเวณตาตุ่มจนอินรู้สึกจั๊กจี้
"มึงก็ปล่อยมือน้องก่อนดิวะไอ้วี" ไทม์เถียงกลับ ไม่ยอมคลายอ้อมกอด
"พอได้แล้วพวกมึงสองคน น้องอึดอัดหมดแล้วเห็นไหม" เทมส์ปรามเสียงดุ แต่ตัวเขาเองก็ยังคงโอบไหล่อินไว้หลวมๆ ไม่ได้ผละออกไปไหน
อินนั่งตัวเกร็งอยู่ตรงกลางระหว่างสงครามประสาทขนาดย่อมของเพื่อนซี้สามคน เธอไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวแรงๆ เพราะกลัวจะเป็นการปฏิเสธน้ำใจ (ที่แอบแฝง) ของพวกเขา ลึกๆ แล้วเธอปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสัมผัสเหล่านี้มันทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและ... หวั่นไหวอย่างรุนแรง
"พ...พี่ๆ ทำอะไรกันคะ คุกเข่าทำไม" อินทิราละล่ำละลักถาม มือบางยกขึ้นปิดปากตัวเองด้วยความตกใจและคาดไม่ถึงเทมส์ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมาเปิดช้าๆ ภายในกล่องไม่ได้มีแหวนเพชรเม็ดชูใหญ่โตอลังการเพียงวงเดียว แต่มันกลับมีแหวนทองคำขาวดีไซน์เรียบหรูสามวง ที่ถูกออกแบบมาให้ส่วนโค้งเว้าของแต่ละวงสามารถสอดประสานประกบเข้าด้วยกันได้อย่างพอดิบพอดีจนกลายเป็นแหวนวงเดียวที่สมบูรณ์แบบอินทิรามองแหวนในกล่องสลับกับใบหน้าของผู้ชายทั้งสาม น้ำตาแห่งความตื้นตันเริ่มรื้นขึ้นมาที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่
"หนูนอนอิ่มแล้วใช่ไหม หิวหรือเปล่า""นิดหน่อยค่ะ แต่เดี๋ยวอินค่อยไปหาอะไรในตู้เย็นกินก็ได้" อินทิราลูบเส้นผมสีเข้มของเทมส์อย่างเบามือ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากร่างกายของเขา "เมื่อกี้พวกพี่คุยอะไรกันคะ อินแอบได้ยินเสียงพี่กฤตหัวเราะดังเชียว"เทมส์เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตากลมโต นัยน์ตาคมกริบของเขาสะท้อนแสงไฟยามค่ำคืน "คุยเรื่องของหนูนั่นแหละ พี่กฤตมันยอมรับพวกพี่เต็มร้อยแล้วนะ มันฝากให้พวกพี่ดูแลหนูให้ดีที่สุด"อินทิรายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่สดใสและปราศจากความกังวลใดๆ "อินรู้มาตั้งนานแล้วค่ะว่าพี่กฤตยอมรับพวกพี่ แค่เขาฟอร์มจัดไปหน่อยเท่านั้นเอง""งั้นหนูก็รู้ใช่ไหม... ว่าพวกพี่รักหนูมากแค่ไหน" เทมส์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักประทับจูบลงบนหน้าท้องของเธอผ่านเนื้อผ้าชุดนอน"รู้สิคะ... ถ้ายิ่งกว่านี้อินคงต้องตั้งศาลพระภูมิให้พวกพี่แล้วล่ะ" หญิงสาวตอบติดตลก สอดประสานนิ้วเข้ากับมือใหญ่ของเขาเทมส์หัวเราะในลำคอ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย "งั้นเราเข้าไปข้างในกันเถอะ ปล่อยให้ผู้ชายสามคนนี้นอ
"เออ ตอนนั้นกูหน้ามืดตามัว กูมองแต่ในมุมของพี่ชายที่กลัวน้องจะเจ็บปวด" กฤตหันกลับมาสบตาเพื่อนรักทั้งสามคน นัยน์ตาคมเข้มของเขาไม่มีความโกรธเคืองหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความจริงใจและมิตรภาพที่แน่นแฟ้น "แต่พอเวลาผ่านไป... กูถึงได้เห็น ว่าพวกมึงดูแลอินดีกว่าที่กูทำซะอีก"ประโยคนั้นทำให้วีรวิชญ์ต้องเลิกคิ้วขึ้น "มึงพูดจริงเหรอวะไอ้กฤต""กูจะตอแหลพวกมึงทำไม" กฤตหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "กูเป็นพี่มัน กูรู้ดีว่าอินมันขี้ระแวงและขาดความมั่นใจแค่ไหน ตอนมันโดนแฟนเก่าทิ้ง กูทำได้แค่ลูบหัวปลอบใจมัน แต่พวกมึง... พวกมึงใช้ความอดทน พวกมึงใช้ความรักของพวกมึงทำลายความหวาดกลัวในใจน้องกูจนหมดสิ้น มึงทำให้กูเห็นรอยยิ้มที่กูไม่ได้เห็นจากมันมานานหลายปี"กฤตยกกระป๋องเบียร์ขึ้นชูไว้ระดับสายตา "กูขอบใจพวกมึงมากนะ... ขอบใจที่ดึงน้องกูขึ้นมาจากความเศร้า และขอบใจที่ไม่เคยทิ้งน้องกูไปไหน"บรรยากาศวงเหล้าที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหยอกล้อเปลี่ยนเป็นความซาบซึ้งใจ ไทม์ยิ้มกว้าง ยกกระป๋องเบียร์ของตัวเองขึ้นชนกับกฤต "ไม่ต้องขอบใจหรอกเว้ยกฤต อินคือความสุขของพวกกูเหมือนกัน การได้ดูแลอินมันไม่ใช่หน้า
"คราวหลังห้ามถอดแหวนออกอีก ต่อให้ต้องผสมสีหรือล้างส้วมก็ห้ามถอด เข้าใจไหมอิน" วีรวิชญ์ตวาดเสียงดุ ขณะที่เขากำลังสอดแทรกแกนกายแข็งขึงเข้าไปในช่องทางรักของเธออย่างหนักหน่วง กระแทกกระทั้นเน้นย้ำความความเป็นเจ้าของในทุกจังหวะ"อ๊ะ... เข้าใจแล้วค่ะพี่วี อินจะไม่ถอดอีกแล้ว... อ๊า!" อินทิราหวีดร้อง ร่างกายบิดเร้าไปตามแรงอารมณ์ที่ถูกปรนเปรออย่างดิบเถื่อนไทม์ขยับเข้ามาดูดเม้มยอดอกของเธออย่างรุนแรงจนเกิดรอยแดงช้ำ "ต้องทำรอยไว้เยอะๆ ไอ้เด็กนั่นมันจะได้รู้ว่าหนูมีผัวแล้วตั้งสามคน ตอดพี่แน่นๆ เลยคนเก่ง" แฝดน้องครางต่ำ ใช้ปลายนิ้วบดบี้จุดกระสันจนอินทิราดิ้นพล่านเทมส์ยืนมองอยู่ปลายเตียง รังสีความหวงแหนของเขายังคงแผ่ซ่าน เขาจับเรียวขาของอินทิราแยกออกกว้างขึ้น ปล่อยให้เพื่อนและน้องชายลงทัณฑ์เธอจนพอใจ ก่อนที่เขาจะเข้าไปสานต่อความเร่าร้อนนั้นด้วยตัวเองการร่วมรักในค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ พวกเขาไม่ยอมปล่อยให้อินทิราได้พักหายใจ สลับกันเติมเต็มความปรารถนาและตอกย้ำให้เธอจดจำว่าร่างกายและหัวใจของเธอเป็นของใครเมื่อพายุความหึงหวงสงบลง อินทิรานอนหมดสภาพอยู
"ขอบใจมากนะนนท์ พี่กำลังหิวน้ำพอดีเลย" อินทิราละสายตาจากหน้าจอ หันมาส่งยิ้มหวานให้รุ่นน้อง เธอเอื้อมมือไปหยิบแก้วชาเย็นขึ้นมาดูดเพื่อคลายความเหนื่อยล้านนท์ลากเก้าอี้มานั่งลงข้างๆ อินทิรา นัยน์ตาของเด็กหนุ่มกวาดมองใบหน้าเนียนใสของรุ่นพี่อย่างชื่นชม ก่อนที่สายตาของเขาจะสะดุดเข้ากับมือซ้ายของอินทิราที่จับแก้วน้ำอยู่ นิ้วนางข้างซ้ายที่ว่างเปล่าไร้เครื่องประดับใดๆ ทำให้รอยยิ้มของเด็กหนุ่มกว้างขึ้นไปอีก"พี่อินทำงานเก่งขนาดนี้ แถมยังน่ารักอีก... ไม่มีแฟนคอยมารับมาส่งบ้างเหรอครับ นิ้วนางว่างเชียว" นนท์แกล้งหยั่งเชิงถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ ท่าทางกระตือรือร้นอย่างเห็นได้ชัดอินทิราชะงักไปนิด เธอก้มลงมองมือตัวเองแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมสวมแหวนกลับเข้าไป หญิงสาวกำลังจะอ้าปากอธิบายว่าเธอถอดวางไว้บนโต๊ะ แต่ยังไม่ทันที่เสียงใดจะหลุดลอดออกมา เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็แผดร้องขึ้นมาเสียก่อนหน้าจอแสดงชื่อ 'พี่วี' อินทิรากดรับสายทันที"ฮัลโหลค่ะพี่วี อินกำลังจะเก็บของกลับแล้วค่ะ" อินทิรากรอกเสียงลงไป"กูอยู่หน้าบริษัทมึงแล้ว ลงมาเดี๋ยวนี้เลยอิน" เสียงทุ้มห้
"ของขวัญวันเกิดของมึงไงอิน รับรองว่ามึงต้องชอบ" วีรวิชญ์หัวเราะในลำคอด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาจัดการจ่อของเล่นที่กำลังสั่นสะเทือนอย่างแรงเข้าที่จุดกระสันของหญิงสาว กดน้ำหนักลงไปบดบี้อย่างไม่ออมแรง"อ๊า! พี่วี! เอาออกไป... อินไม่ไหว... มันเสียวเกินไป!" อินทิราหวีดร้องสุดเสียง ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ความสั่นสะเทือนจากเครื่องเล่นชิ้นนั้นโจมตีจุดอ่อนไหวจนเธอแทบจะขาดใจตายอยู่รอมร่อ"ร้องดังๆ เลยหนู คืนนี้ไม่มีใครได้ยินเสียงหนูหรอก" เทมส์พูดเสียงแหบพร่า โน้มตัวลงมาดูดเม้มยอดอกของเธออย่างเมามัน สลับกับการใช้ฟันขูดขีดเบาๆ เพื่อเพิ่มความทรมานที่แสนหวานวีรวิชญ์ขยับของเล่นชิ้นนั้นเข้าออกบริเวณปากทางรัก สลับกับการกดแช่ไว้ที่จุดเดิม บังคับให้อินทิราต้องบิดเร้าและครางเสียงแหบแห้ง เธอไม่สามารถทนรับความเสียวซ่านที่มากเกินขีดจำกัดนี้ได้เพียงลำพัง"พี่วี... ได้โปรด... อินทรมาน เข้ามาเถอะค่ะ... เอาอินที" อินทิรายอมจำนนต่อความต้องการของร่างกาย ร้องขอสัมผัสที่แท้จริงจากพวกเขาอย่างตะกละตะกลาม ไม่มีคำปฏิเสธ ไม่มีท่าทีขัดขืน มีเพียงความโหยหาที่พุ่งทะลุขีดจำกัด"ร่านนั





![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

