LOGINตลอดความยาวของหนังผีกว่าสองชั่วโมง อินแทบจะไม่ได้ดูหน้าจอเลย เธอเอาแต่ซุกหน้าอยู่กับไหล่ของเทมส์ สลับกับอกของไทม์ และปล่อยให้วีจับข้อเท้าไว้ตลอดเวลา มันเป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่เธอกลับไม่ได้รู้สึกรังเกียจหรืออยากผลักไสพวกเขาออกไปเลย
เมื่อเครดิตท้ายเรื่องขึ้น ไทม์ก็เอื้อมมือไปเปิดไฟจนสว่างจ้า อินรีบเด้งตัวออกจากอ้อมกอดของผู้ชายทั้งสองคนราวกับติดสปริง ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงก่ำไปถึงใบหู
"อ...อินไปนอนก่อนนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ" อินละล่ำละลักบอก รีบลุกขึ้นยืนแต่เซเล็กน้อยเพราะความชาที่ขาจากการนั่งท่าเดิมนานๆ
วีรีบลุกขึ้นมาประคองแขนเธอไว้ "ระวังหน่อยสิอิน เดี๋ยวก็ล้มหัวฟาดพื้นหรอก"
"ขอบคุณค่ะพี่วี อินไม่เป็นไรแล้ว" อินฝืนยิ้ม ดึงแขนกลับอย่างสุภาพ ก่อนจะรีบจ้ำอ้าวกลับเข้าห้องนอนของตัวเองไปอย่างรวดเร็ว ปิดประตูลงกลอนดังคลิก
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนั่งเล่นอีกครั้ง ผู้ชายสามคนมองหน้ากันนิ่งๆ ก่อนที่ไทม์จะเป็นคนทำลายความเงียบขึ้นมา
"กูว่าน้องมึงหลับแล้วว่ะเทมส์" ไทม์กระซิบพลางทิ้งตัวลงนอนแผ่บนโซฟา
"มึงเลิกเรียกอินว่าน้องกูสักทีเถอะ" เทมส์ตอบเสียงเรียบ หยิบรีโมทมากดปิดทีวี "แล้วมึงก็เลิกทำรุ่มร่ามกับน้องด้วย กูเตือนมึงหลายรอบแล้วนะไอ้ไทม์"
"ทำเป็นหวงนะมึง ทีเมื่อกี้มึงยังกอดน้องแน่นกว่ากูอีก" ไทม์เถียงกลับอย่างไม่ลดละ
"ส่วนมึง..." เทมส์หันไปหาวีที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ "จับขาน้องซะแน่นเลยนะไอ้วี หวงก้างเหรอวะ"
วีแค่นหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาดุดันประสานกับเทมส์อย่างไม่ลดละ "เออ กูหวง แล้วมึงจะทำไม... กูบอกไว้ก่อนเลยนะว่ากูไม่ยอมถอยให้พวกมึงหรอก"
"กูก็ไม่ถอยเหมือนกัน" ไทม์เด้งตัวลุกขึ้นนั่ง สีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที "เรื่องอื่นกูยอมให้พวกมึงได้หมด แต่เรื่องอิน... กูไม่ยอม"
เทมส์ถอนหายใจยาว เขารู้ดีว่าเรื่องนี้มันจะจบลงยังไง ในเมื่อเพื่อนรักทั้งสามคนดันมาตกหลุมรักผู้หญิงคนเดียวกัน และผู้หญิงคนนั้นก็ดันเป็นน้องสาวของเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งที่ฝากฝังไว้ให้ดูแล
"ถ้าพวกมึงคิดแบบนั้น... ก็เตรียมตัวรับมือกับความวุ่นวายที่จะตามมาได้เลย" เทมส์พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องนอนของตัวเองไป ทิ้งให้ไทม์และวียืนมองหน้ากันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและปรารถนาที่ไม่แพ้กัน
หยาดน้ำฝนเม็ดใหญ่สาดกระทบกระจกบานกว้างอย่างบ้าคลั่ง ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิทไร้แสงดาว อินทิรานอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ความเย็นยะเยือกแทรกซึมเข้าสู่กระดูกสลับกับความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า หญิงสาวพยายามกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก แต่มันกลับเจ็บแปลบจนต้องนิ่วหน้า
เมื่อช่วงบ่ายเธอวิ่งตากฝนตอนกลับจากการไปพบลูกค้าเพื่อส่งมอบงานพิมพ์ชุดสุดท้าย ร่างกายที่พักผ่อนไม่เพียงพอสะสมมาหลายวันบวกกับละอองฝนเย็นจัดส่งผลให้ไข้หวัดเล่นงานเธออย่างหนักในคืนนี้
สติของอินทิราเริ่มพร่าเลือน ลมหายใจพรูออกมาร้อนจัดจนแสบจมูก เธอกระชับผ้าห่มเข้าหาตัวแน่นขึ้น หวังเพียงให้ความหนาวสั่นนี้ทุเลาลง
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นจังหวะหนักแน่น อินทิราพยายามขยับตัวเพื่อเปล่งเสียงตอบรับ แต่สิ่งที่หลุดรอดออกมามีเพียงเสียงครางเครือในลำคอที่เบาหวิว เธอไม่มีแรงแม้แต่จะพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง
ความเงียบทิ้งช่วงไปเพียงอึดใจ ก่อนที่ลูกบิดประตูจะถูกหมุนและกระชากอย่างแรงจนกลไกด้านในหลุดออก บานประตูเปิดอ้าออกกว้าง ร่างสูงใหญ่ของวีรวิชญ์ก้าวพรวดเข้ามาในห้องพร้อมกับสบถคำหยาบในลำคอเมื่อเห็นสภาพของคนบนเตียง
ชายหนุ่มในชุดเสื้อกล้ามสีดำเดินตรงดิ่งเข้ามาหา ทรุดตัวลงนั่งริมเตียงจนฟูกยุบยวบ มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับเครื่องมือช่างเอื้อมมาทาบลงบนหน้าผากมนที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
"เชี่ย... ตัวร้อนเป็นไฟเลยอิน" วีรวิชญ์ขมวดคิ้วมุ่น ดึงผ้าห่มที่คลุมรัดตัวหญิงสาวออกเพื่อระบายความร้อน "ทำไมไม่เปิดประตู กูเคาะตั้งนาน"
"พ...พี่วี... อินหนาว" เสียงหวานแหบพร่า ร่างเล็กสั่นสะท้านพยายามคว้าผ้าห่มกลับมาคลุมตัว
"หนาวบ้าอะไร ตัวร้อนขนาดนี้ขืนห่มผ้าหนาๆ ช็อกตายพอดี"
วีรวิชญ์ดุเสียงเข้มแต่แฝงไปด้วยความร้อนรน เขาสอดท่อนแขนแกร่งเข้าใต้ข้อพับเข่าและแผ่นหลังบาง ช้อนร่างที่อ่อนปวกเปียกขึ้นมาอุ้มไว้ในวงแขนอย่างง่ายดาย ศีรษะของอินทิราพิงซบลงบนแผงอกกว้าง ลมหายใจร้อนจัดเป่ารดต้นคอของชายหนุ่มจนเขารู้สึกได้
ชายหนุ่มอุ้มเธอเดินออกจากห้องนอนแขก มุ่งหน้าตรงไปยังโซนห้องนั่งเล่นที่สว่างกว่า เทมส์และไทม์ที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอกหันมามองด้วยความตกใจเมื่อเห็นสภาพของน้องสาวเพื่อน
"เกิดอะไรขึ้นวะไอ้วี น้องเป็นอะไร" ไทม์รีบสาวเท้าเข้ามาหา สีหน้าขี้เล่นเลือนหายไปทันที
"ไข้ขึ้นสูงมาก ตัวร้อนจี๋เลย" วีรวิชญ์ตอบพลางวางร่างเล็กลงบนโซฟาตัวกว้างอย่างระมัดระวัง "มึงไปหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้น้องหน่อยไอ้เทมส์ ส่วนมึงไอ้ไทม์ ไปรื้อตู้ยาดูว่ามียาลดไข้เหลือไหม แล้วสั่งข้าวต้มร้อนๆ มาด้วย"
"เออ ตอนนั้นกูหน้ามืดตามัว กูมองแต่ในมุมของพี่ชายที่กลัวน้องจะเจ็บปวด" กฤตหันกลับมาสบตาเพื่อนรักทั้งสามคน นัยน์ตาคมเข้มของเขาไม่มีความโกรธเคืองหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความจริงใจและมิตรภาพที่แน่นแฟ้น "แต่พอเวลาผ่านไป... กูถึงได้เห็น ว่าพวกมึงดูแลอินดีกว่าที่กูทำซะอีก"ประโยคนั้นทำให้วีรวิชญ์ต้องเลิกคิ้วขึ้น "มึงพูดจริงเหรอวะไอ้กฤต""กูจะตอแหลพวกมึงทำไม" กฤตหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "กูเป็นพี่มัน กูรู้ดีว่าอินมันขี้ระแวงและขาดความมั่นใจแค่ไหน ตอนมันโดนแฟนเก่าทิ้ง กูทำได้แค่ลูบหัวปลอบใจมัน แต่พวกมึง... พวกมึงใช้ความอดทน พวกมึงใช้ความรักของพวกมึงทำลายความหวาดกลัวในใจน้องกูจนหมดสิ้น มึงทำให้กูเห็นรอยยิ้มที่กูไม่ได้เห็นจากมันมานานหลายปี"กฤตยกกระป๋องเบียร์ขึ้นชูไว้ระดับสายตา "กูขอบใจพวกมึงมากนะ... ขอบใจที่ดึงน้องกูขึ้นมาจากความเศร้า และขอบใจที่ไม่เคยทิ้งน้องกูไปไหน"บรรยากาศวงเหล้าที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหยอกล้อเปลี่ยนเป็นความซาบซึ้งใจ ไทม์ยิ้มกว้าง ยกกระป๋องเบียร์ของตัวเองขึ้นชนกับกฤต "ไม่ต้องขอบใจหรอกเว้ยกฤต อินคือความสุขของพวกกูเหมือนกัน การได้ดูแลอินมันไม่ใช่หน้า
"คราวหลังห้ามถอดแหวนออกอีก ต่อให้ต้องผสมสีหรือล้างส้วมก็ห้ามถอด เข้าใจไหมอิน" วีรวิชญ์ตวาดเสียงดุ ขณะที่เขากำลังสอดแทรกแกนกายแข็งขึงเข้าไปในช่องทางรักของเธออย่างหนักหน่วง กระแทกกระทั้นเน้นย้ำความความเป็นเจ้าของในทุกจังหวะ"อ๊ะ... เข้าใจแล้วค่ะพี่วี อินจะไม่ถอดอีกแล้ว... อ๊า!" อินทิราหวีดร้อง ร่างกายบิดเร้าไปตามแรงอารมณ์ที่ถูกปรนเปรออย่างดิบเถื่อนไทม์ขยับเข้ามาดูดเม้มยอดอกของเธออย่างรุนแรงจนเกิดรอยแดงช้ำ "ต้องทำรอยไว้เยอะๆ ไอ้เด็กนั่นมันจะได้รู้ว่าหนูมีผัวแล้วตั้งสามคน ตอดพี่แน่นๆ เลยคนเก่ง" แฝดน้องครางต่ำ ใช้ปลายนิ้วบดบี้จุดกระสันจนอินทิราดิ้นพล่านเทมส์ยืนมองอยู่ปลายเตียง รังสีความหวงแหนของเขายังคงแผ่ซ่าน เขาจับเรียวขาของอินทิราแยกออกกว้างขึ้น ปล่อยให้เพื่อนและน้องชายลงทัณฑ์เธอจนพอใจ ก่อนที่เขาจะเข้าไปสานต่อความเร่าร้อนนั้นด้วยตัวเองการร่วมรักในค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ พวกเขาไม่ยอมปล่อยให้อินทิราได้พักหายใจ สลับกันเติมเต็มความปรารถนาและตอกย้ำให้เธอจดจำว่าร่างกายและหัวใจของเธอเป็นของใครเมื่อพายุความหึงหวงสงบลง อินทิรานอนหมดสภาพอยู
"ขอบใจมากนะนนท์ พี่กำลังหิวน้ำพอดีเลย" อินทิราละสายตาจากหน้าจอ หันมาส่งยิ้มหวานให้รุ่นน้อง เธอเอื้อมมือไปหยิบแก้วชาเย็นขึ้นมาดูดเพื่อคลายความเหนื่อยล้านนท์ลากเก้าอี้มานั่งลงข้างๆ อินทิรา นัยน์ตาของเด็กหนุ่มกวาดมองใบหน้าเนียนใสของรุ่นพี่อย่างชื่นชม ก่อนที่สายตาของเขาจะสะดุดเข้ากับมือซ้ายของอินทิราที่จับแก้วน้ำอยู่ นิ้วนางข้างซ้ายที่ว่างเปล่าไร้เครื่องประดับใดๆ ทำให้รอยยิ้มของเด็กหนุ่มกว้างขึ้นไปอีก"พี่อินทำงานเก่งขนาดนี้ แถมยังน่ารักอีก... ไม่มีแฟนคอยมารับมาส่งบ้างเหรอครับ นิ้วนางว่างเชียว" นนท์แกล้งหยั่งเชิงถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ ท่าทางกระตือรือร้นอย่างเห็นได้ชัดอินทิราชะงักไปนิด เธอก้มลงมองมือตัวเองแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมสวมแหวนกลับเข้าไป หญิงสาวกำลังจะอ้าปากอธิบายว่าเธอถอดวางไว้บนโต๊ะ แต่ยังไม่ทันที่เสียงใดจะหลุดลอดออกมา เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็แผดร้องขึ้นมาเสียก่อนหน้าจอแสดงชื่อ 'พี่วี' อินทิรากดรับสายทันที"ฮัลโหลค่ะพี่วี อินกำลังจะเก็บของกลับแล้วค่ะ" อินทิรากรอกเสียงลงไป"กูอยู่หน้าบริษัทมึงแล้ว ลงมาเดี๋ยวนี้เลยอิน" เสียงทุ้มห้
"ของขวัญวันเกิดของมึงไงอิน รับรองว่ามึงต้องชอบ" วีรวิชญ์หัวเราะในลำคอด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาจัดการจ่อของเล่นที่กำลังสั่นสะเทือนอย่างแรงเข้าที่จุดกระสันของหญิงสาว กดน้ำหนักลงไปบดบี้อย่างไม่ออมแรง"อ๊า! พี่วี! เอาออกไป... อินไม่ไหว... มันเสียวเกินไป!" อินทิราหวีดร้องสุดเสียง ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ความสั่นสะเทือนจากเครื่องเล่นชิ้นนั้นโจมตีจุดอ่อนไหวจนเธอแทบจะขาดใจตายอยู่รอมร่อ"ร้องดังๆ เลยหนู คืนนี้ไม่มีใครได้ยินเสียงหนูหรอก" เทมส์พูดเสียงแหบพร่า โน้มตัวลงมาดูดเม้มยอดอกของเธออย่างเมามัน สลับกับการใช้ฟันขูดขีดเบาๆ เพื่อเพิ่มความทรมานที่แสนหวานวีรวิชญ์ขยับของเล่นชิ้นนั้นเข้าออกบริเวณปากทางรัก สลับกับการกดแช่ไว้ที่จุดเดิม บังคับให้อินทิราต้องบิดเร้าและครางเสียงแหบแห้ง เธอไม่สามารถทนรับความเสียวซ่านที่มากเกินขีดจำกัดนี้ได้เพียงลำพัง"พี่วี... ได้โปรด... อินทรมาน เข้ามาเถอะค่ะ... เอาอินที" อินทิรายอมจำนนต่อความต้องการของร่างกาย ร้องขอสัมผัสที่แท้จริงจากพวกเขาอย่างตะกละตะกลาม ไม่มีคำปฏิเสธ ไม่มีท่าทีขัดขืน มีเพียงความโหยหาที่พุ่งทะลุขีดจำกัด"ร่านนั
ตอนพิเศษ ของขวัญวันเกิดแสงเทียนสีส้มสลัวจากเชิงเทียนหลายสิบเล่มที่ถูกจุดวางเรียงรายไว้ทั่วห้องนอนกว้างขวาง สาดส่องให้เห็นเงาของร่างเล็กที่นั่งพับเพียบอยู่กลางเตียงคิงไซส์ อินทิราในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีดำสนิทเนื้อบางเบากำลังนั่งตัวเกร็ง สองมือบางบีบเข้าหากันแน่นด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด วันนี้คือวันครบรอบวันเกิดอายุครบยี่สิบห้าปีของเธอ และผู้ชายทั้งสามคนก็ออกคำสั่งเด็ดขาดตั้งแต่เช้าว่าพวกเขาเคลียร์ตารางงานทั้งหมดเพื่อเตรียมของขวัญชิ้นพิเศษไว้ให้เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนสามคนก้าวเข้ามาในห้องนอนพร้อมกับการลงกลอนประตูอย่างแน่นหนา อินทิราเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงใหญ่ของเทมส์ ไทม์ และวีรวิชญ์ ที่เดินเข้ามาหยุดยืนล้อมรอบเตียง พวกเขาอยู่ในชุดลำลองสบายๆ แต่แววตาที่จ้องมองมากลับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ลุกโชนจนคนถูกมองต้องลอบกลืนน้ำลายลงคอเทมส์ก้าวขึ้นมาบนเตียงเป็นคนแรก ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าหญิงสาว มือใหญ่ถือผ้าเช็ดหน้าผืนยาวสีดำสนิทเอาไว้ นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มด้วยความหวงแหน"ของขวัญวันเกิดปีนี้... พวกพี่ข
มื้ออาหารดำเนินไปอย่างเชื่องช้าและเต็มไปด้วยความหมาย รสชาติของอาหารฝรั่งเศสชั้นเลิศอาจจะอร่อยล้ำ แต่สิ่งที่ทำให้อินทิราอิ่มเอมใจมากที่สุดคือรอยยิ้มและเสียงสนทนาของผู้ชายทั้งสามคน พวกเขาไม่พูดเรื่องงาน ไม่พูดเรื่องคนอื่น มีเพียงเรื่องราวของพวกเขาตั้งแต่วันแรกที่เธอลากกระเป๋าเข้ามาอยู่ในเพนต์เฮาส์ จนถึงวันที่พวกเขาฝ่าฟันอุปสรรคทุกอย่างมาด้วยกัน"หนูจำวันแรกที่เดินเข้ามาในเพนต์เฮาส์ได้ไหม ตอนนั้นทำหน้าตื่นๆ เหมือนลูกแมวหลงทางไม่มีผิด" ไทม์เปิดประเด็น รอยยิ้มขี้เล่นประดับบนใบหน้า "รู้ไหมว่าตอนนั้นพี่คิดในใจว่า น้องสาวไอ้กฤตน่ารักขนาดนี้เลยเหรอวะ กะจะแหย่เล่นขำๆ แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นพี่เองที่ตกหลุมรักหนูจนถอนตัวไม่ขึ้น"อินทิราหน้าแดงซ่าน ค้อนขวับให้แฝดน้อง "พี่ไทม์ก็ชอบแกล้งอินตั้งแต่แรกเลยนี่คะ ทำเอาอินเกร็งไปหมดเลย""ก็ใครใช้ให้มึงทำตัวน่าแกล้งล่ะ" วีรวิชญ์สวนขึ้นมาบ้าง เขาหมุนแก้วไวน์ในมือเล่น นัยน์ตาดุดันจ้องมองเธออย่างลึกซึ้ง "กูจำได้ว่าตอนที่มึงมานั่งเช็ดอะไหล่รถให้กูที่นี่ ร้องไห้ขี้มูกโป่งจนหน้าดำไปหมด... มึงรู้ไหมอิน ว่าตอนที่กูเห็นน้ำตามึง ก้อนเนื้อในอกกูมัน







