LOGINแม่นะแม่ จะไปต่างประเทศก็ปล่อยให้ลูกสาวเฝ้าบ้านซะสิ จะส่งไปอยู่บ้านเพื่อนตัวเองที่มีเหล่าลูกชายสุดแสบอยู่ทำไมเนี้ย !!
View More"หล่อเนอะ"
"ใคร ?"
ฉันมองตามสายตาของยัยของขวัญที่นั่งเท้าคางยิ้มกรุ่มกริ่มตาหวานหยาดเยิ้มอยู่คนเดียวในขณะที่เรากำลังนั่งทานอาหารกันอยู่ในโรงอาหารคณะ
"ก็พี่ตุลย์ไง"
"เหอะ แหวะ"
ทันทีที่ได้ยินชื่อฉันก็เบะปากมองบน ไอหล่อน่ะมันก็หล่อจริง แต่นิสัยน่ะเหรอ อย่าให้ฉันพูดเลย
"แกไปเหม็นขี้หน้าอะไรเขาขนาดนั้นไอเดีย"
ของขวัญถามอย่างสนอกสนใจเพราะทุกครั้งที่มันหวีดหรือพูดถึงพี่ตุลย์ฉันไม่เคยอินกับมันเลยสักครั้ง
"ไม่รู้ ไม่ชอบหน้า"
ฉันบอกเหตุผลไปงั้นแต่ความจริงแล้วฉันกับพี่ตุลย์เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะสมัยก่อนบ้านเราอยู่ข้าง ๆ กัน
คนตัวสูงเจ้าของหัวข้อบทสนทนาหันมาทางนี้แต่เมื่อเห็นหน้าฉันจากที่เขากำลังหัวเราะพูดคุยกับเพื่อนเขาก็หุบยิ้มลงทันที
"น้องชายเขาก็หล่อนะ สิงห์รุ่นเดียวกับเราเลย"
"เหอะ ๆ "
ยิ่งรายนี้ล่ะหนักเลย ปากจัดอย่างกับผู้หญิง ถึงแม้เราจะรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กแต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทั้งพี่ตุลย์ ทั้งสิงห์ถึงได้ชอบแขวะฉันนักเวลาเดินผ่านหรือบังเอิญเจอกันในมหาลัย
"อะไรของแก ผู้ชายหล่อ ๆ แกก็ชอบไม่ใช่เหรอ ในผับก็เห็นดี๊ด๊าอยู่ทุกที"
"อือ ยกเว้นสองคนนั้นไว้ละกัน"
ฉันพูดอย่างเอือมระอา หล่อแต่ปากหมาก็ไม่ไหว
"เดี๋ยวกลับละ ไว้เจอกัน"
ฉันที่หมดอารมณ์กินข้าวเพราะเห็นหน้าพี่ตุลย์ลุกแล้วโบกมือให้ของขวัญที่กำลังทำหน้างง เห็นแม่บอกว่าวันนี้มีเรื่องจะคุยด้วยเลยอยากให้กลับไวสักหน่อย
ฉันฮัมเพลงเดินเข้าบ้านอย่างมีความสุขเหมือนทุกที ไม่รู้วันนี้แม่ทำขนมไว้ให้อีกรึเปล่า แม่ฉันเปิดร้านเบเกอรี่ชื่อดังวันไหนที่แม่หยุดงานฉันก็มักจะได้ลองชิมขนมอร่อย ๆ อยู่บ่อย ๆ แค่คิดถึงขนมฝีมือแม่ก็อารมณ์ดีแล้ว
"ทำอะไรอะ"
ฉันกอดแม่จากทางด้านหล้งที่กำลังยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ทำอาหารในครัว
"แม่ว่าจะอบคุกกี้ แล้วก็ผัดดอกกะหล่ำใส่กุ้งไว้เป็นกับข้าวเย็นนี้"
น้ำเสียงใจดีของผู้หญิงวัยกลางคนพูดชื่อเมนูโปรดทำให้ฉันอดยิ้มไม่ได้
"น่ากินอะ หิวและ"
ฉันปล่อยมือที่กอดแม่แล้วเดินมานั่งลงที่โต๊ะทานข้าว
"ไม่ได้กินข้าวมาจากข้างนอกเหรอ"
แม่มองฉันด้วยสีหน้างุนงงเพราะปกติแล้ววันที่ไปเรียนฉันมักจะทานมื้อเที่ยงก่อนกลับบ้านเสมอ
"อือ เบื่อกับข้าวที่โรงอาหารแล้ว"
ความจริงคือเป็นเพราะเห็นหน้าพี่ตุลย์เลยหมดอารมณ์จะกินต่างหาก เห็นเขามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นทำเอารู้สึกแย่ชะมัด ฉันไปทำอะไรให้เขาโกรธหรือเกลียดตอนไหนก็ไม่รู้
"แล้วแม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับหนูอะ"
แม่ชะงักหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ไปเสี้ยววินาทีก่อนจะหันมามองฉันด้วยสีหน้าจริงจัง
"แม่ต้องไปดูงานเปิดร้านขนมที่สาขาต่างประเทศ"
"ไปนานเหรอ"
เพราะแม่ดูเครียดมากปกติแม่มักจะไปต่างจังหวัดอยู่แล้วบ่อย ๆ เพราะเรื่องวัตถุดิบที่จะใช้ในการทำเบเกอรี่แต่ก็ไปแค่ไม่กี่วันก็กลับไม่เคยมีครั้งไหนทำสีหน้าเคร่งเครียดแบบนี้มาก่อน
"ก็คงต้องอยู่ยาวจนกว่าอะไร ๆ มันจะเรียบร้อยลงตัว"
ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจถึงจะแอบรู้สึกใจหายอยู่บ้างที่ต้องห่างกับแม่นาน ๆ
"หนูเข้าใจ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะ หนูอยู่ได้"
"แม่คุยกับน้าแป้งไว้แล้วว่าจะฝากดูเราหน่อย"
ทันทีที่แม่พูดจบฉันก็ชะงักตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ เหมือนมีใครเอาอะไรมาฟาดหัวทำฉันมึนงงพูดไม่ออก นี่ฉันได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่านะ ?
"น้าแป้งเขาก็โอเคนะ ที่บ้านเขาก็มีห้องว่างพอดี อีกอย่างน้าแป้งเขาก็อยากเจอไอเดีย ไม่ได้เจอกันนานแล้ว"
แม่ฉันพูดไปยิ้มไป ในขณะที่ฉันเริ่มยิ้มไม่ออก
"แม่ หนูบอกแล้วไงว่าหนูอยู่คนเดียวได้อะ"
ฉันพยายามที่จะพูดให้แม่เชื่อใจด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจังเผื่อแม่จะนึกเปลี่ยนใจขึ้นมาบ้าง
เมื่อก่อนบ้านของแม่กับน้าแป้งเคยอยู่ติดกัน ก่อนที่ฉันกับแม่จะย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่เพราะแม่หย่ากับพ่อ และน้าแป้งที่ว่านี่ก็คือแม่ของพี่ตุลย์ สิงห์ และพี่ธันวา
"ไอเดีย ถือว่าแม่ขอนะลูก แบบนี้แม่สบายใจกว่าต้องปล่อยให้ลูกอยู่คนเดียว"
"แม่เห็นหนูเป็นเด็กกี่ขวบเนี่ย หนู 20 แล้วนะ"
"ลูกยังเป็นเด็กน้อยในสายตาแม่เสมอมานั่นแหละ"
"หนูอยู่คนเดียวได้ ขับรถเองก็เป็น เพื่อนหนูก็มี"
"แม่รู้ แต่แม่ไม่สบายใจ"
"แค่ไม่กี่เดือนเองแม่"
"ก็เผื่อฉุกเฉินแม่อาจจะกลับช้า"
"ตอนเด็กไอเดียก็ชอบไปบ้านน้าแป้งไม่ใช่เหรอ"
แม่ถามด้วยสีหน้างุนงง
"นั่นมันตอนเด็กไงแม่ ตอนนี้เราไม่ได้.."
ฉันหุบปากที่กำลังจะพูดว่าเราไม่ได้สนิทกันแถมยังไม่ชอบขี้หน้ากันด้วย ริมฝีปากฉันเม้มเขาหากันแน่นเพราะไม่กล้าพูดเมื่อนึกขึ้นได้ว่าแม่ฉันรักและเอ็นดูลูกชายบ้านนั้นแค่ไหน
"ถือว่าแม่ขอร้องนะไอเดีย ไม่งั้นแม่คงไม่สบายใจ"
"เฮ้อออ"
ฉันถอนหายใจกุมขมับเพราะเหนื่อยที่จะเถียงกับแม่แถมไม่รู้จะเถียงยังไงจะพูดความจริงก็ไม่ได้กลัวแม่จะคิดมากซะเปล่า ๆ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ต้องไปอยู่บ้านน้าแป้งหรอก แต่มันอยู่ตรงที่ลูกชายของน้าแป้งนั่นแหละ
ฉันกับลูกชายบ้านนั้นเจอหน้ากันทีไรทะเลาะกันทุกที ทุกวันนี้ที่มหาลัยยังทำเป็นไม่รู้จักกันอยู่เลยไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าพวกเรารู้จักกันแต่ที่พวกผู้ใหญ่ไม่รู้คงเป็นเพราะต่อหน้าพวกเขาพวกเราเสแสร้งทำเป็นดีต่อกันล่ะมั้ง เวลาแม่ถามถึงสิงห์กับพี่ตุลย์ฉันก็โกหกยิ้ม ๆ พูดอวยสองคนนั้นไปเรื่อย
"ไม่รู้แหละแม่คุยกับน้าแป้งไว้แล้ว วันนี้ก็เก็บกระเป๋า พรุ่งนี้ตอนบ่ายแม่ไปส่ง"
โอ้ยยยยยยยย อยากจะบ้าตาย ! ฉันฟึดฟัดอยู่ในใจเพราะทำอะไรไม่ได้
หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จฉันก็ขึ้นมาเก็บเสื้อผ้าและข้าวของจำเป็นตามคำสั่งของแม่ กระเป๋าสีชมพูใบใหญ่ถูกฉันยัดเสื้อผ้าใส่ด้วยความหงุดหงิด ฉันรื้อของไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเจอกรอบรูปที่เก็บไว้ในลิ้นชัก ภาพถ่ายของพวกเราสี่คนที่เคยสนิทกันเมื่อยังเป็นเด็กทำให้ฉันแค่นหัวเราะออกมา ชาตินี้จะมีโอกาสได้ถ่ายรูปแล้วยิ้มให้กันแบบนี้อีกไหมก็ไม่รู้ ฉันเก็บมันไว้ในลิ้นชักเหมือนเดิมก่อนจะเริ่มเก็บเสื้อผ้าดี ๆ เพราะแม่ที่เดินเข้าห้องมาตอนไหนก็ไม่รู้กำลังเท้าสะเอวมองฉันตาเขียวปั๊ดอยู่
"พับผ้าให้มันดี ๆ หน่อยไอเดีย"
"ค่า ค่าาา ~ "
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องน้ำดังขึ้นทำให้ฉันและพี่ตุลย์หันขวับไปมอง ฉันใช้จังหวะที่เขาเผลอดีดดิ้นจนหลุดจากการรัดกุมแล้วผลักตัวเขาจนจุดที่เราเชื่อมต่อกันหลุดออกก่อนจะรีบจัดการแต่งตัวให้เรียบร้อย พี่ตุลย์ยกยิ้มร้ายในขณะที่ฉันมองเขาอย่างไม่พอใจเท่าไหร่นัก กะจะเล่น ๆ เพราะอยากเอาชนะ แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะเลยเถิดไปไกล ใจกลางสาวที่ถูกเขารังแกยังรู้สึกร้อนวูบวาบไม่หาย "ใครอยู่ข้างในอะ สิงห์ลืมมือถือไว้ในห้องน้ำ จะรีบไปมหาลัยเนี่ย"เสียงของสิงห์ดังขึ้นข้างนอก ฉันพยายามมองหามือถือของเขาและพบว่ามันคือหนึ่งในของที่ถูกพี่ตุลย์ใช้มือกวาดทิ้งลงพื้นห้องน้ำไปแล้ว พี่ตุลย์จัดแจงเสื้อผ้าตัวเองก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องน้ำออก สิงห์เบิกตาโพลงตกใจเมื่อเห็นฉันอยู่ข้างในด้วย พี่ตุลย์มองสิงห์นิ่ง ๆ ก่อนจะแทรกตัวเดินผ่านเขาออกไปโดยไม่พูดอะไร "ทำอะไรกันอะ"สิงห์ขมวดคิ้วมองฉันสลับกับข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น "ไปถามพี่ตุลย์เอา"ฉันตอบเขาก่อนจะรีบจ้ำอ้าวออกจากห้องน้ำแล้วเข้าห้องนอนตัวเองทันที เกือบไปแล้ว ถ้าเมื่อกี้สิงห์ไม่มาฉันกับพี่ตุลย์ก็คง...ฉันนั่งทานอาหารเช้าโดยมี พี่ธันวา พี่ตุลย์ สิงห์
พี่ธันวาหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ฉันก็เลยมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังจากที่ว่ายน้ำเสร็จ ฉันสวมเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีดำ กะว่าอาบน้ำเสร็จจะวิ่งจู๊ดเข้าห้องนอน แต่ก็ดันเปิดประตูออกมาเจอพี่ตุลย์ซะก่อน เขามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่งก่อนจะกอดอกแล้วยืนขวางประตูไว้ "รู้ว่าแรด แต่ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้""เจอหน้าทีไรก็พูดจาหมา ๆ ทุกรอบเลยเนอะ""ก็ดูทำตัว""ก็มาอาบน้ำ เดี๋ยวจะเข้าห้องละ อุจาดตามากก็ไม่ต้องมอง"ฉันยืนเถียงยืนว่าเขาอย่างไม่เกรงกลัว "นมมันจะทะลักออกมาอยู่ละ"เขาไม่พูดเปล่าใช้นิ้วชี้จิ้มมาที่เนินอกฉันเต็ม ๆ "เออ ของพี่มันก็จะทิ่มหน้าฉันละ"ฉันใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่ตรงนั้นของเขาเน้น ๆ เหมือนที่เขามาจิ้มนมฉัน "ทะลึ่งไอเดีย""ก็พี่ตุลย์เริ่มก่อน""มันไม่เหมือนกัน""ยังไง ?""ก็พี่จิ้มข้างบน""อ๋อ"ฉันพยักหน้าเข้าใจก่อนจะใช้นิ้วชี้จิ้มไปใหม่ตรงที่อกเขา "หายกันเนอะ"ฉันพูดและพยายามจะเดินผ่านเขาไปแต่เจ้าตัวก็ยังยืนขวางทางอยู่เหมือนเดิม "ไม่ดิ""อะไร"ฉันเงยหน้ามองเขา ตอนนี้เริ่มหงุดหงิดละ ผมที่เพิ่งสระมาน้ำก็หยดจนเสื้อฉันมันจะเปียกหมดอีกรอบแล้วเนี่ย "ยังไม่ได้จิ้มข้
มหาลัยอุตส่าหยุดยาวแท้ ๆ แทนที่จะได้พักผ่อนหย่อนใจกลับต้องมาติดแหงกอยู่ในบ้านที่มีพวกลิงปากปีจออยู่พอนึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วก็ไม่รู้จะทำตัวยังไงดีถ้าเกิดเจอหน้าสิงห์ขึ้นมาอีกถึงตอนนี้เราจะไม่ชอบหน้ากันก็จริงแต่ตอนเด็ก ๆ เราก็สนิทกันมาก พอเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นก็ไม่รู้ ว่าควรจะทำตัวยังไงต่อดี หลังจากตื่นนอนฉันก็ไปอาบน้ำแล้วก็มานอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงจนเวลาล่วงเลยมาจนถึงบ่ายโมง จะเอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้องก็คงไม่ได้ ลงไปกินข้าวดีกว่า "อ้าว น้ากำลังจะให้ธันวาไปตามพอดี เดี๋ยวป้าเอี่ยมเตรียมอาหารให้จ้ะ"น้าแป้งพูดขึ้นหลังจากที่เห็นฉันเดินลงมาจากชั้นสอง ดูเหมือนวันนี้พี่ธันวาจะไม่ได้ไปทำงานถึงได้นั่งดูแท็บเล็ตอยู่บนโซฟาข้าง ๆ น้าแป้ง "สระว่ายน้ำข้างบนใช้ได้นะไอเดีย น้าจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เราชอบว่ายน้ำ""ขอบคุณค่ะ"ฉันพูดพร้อมกับส่งยิ้ม น้าแป้งยังคงจำรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับฉันได้เหมือนเดิม คงเพราะบ้านมีแต่ลูกผู้ชาย น้าแป้งถึงได้ดีกับฉันเป็นพิเศษเพราะเห็นเป็นเหมือนลูกสาวคนนึง อาหารมากมายถูกวางเรียงรายลงบนโต๊ะอาหารในห้องครัว "ขอบคุณค่ะป้าเอี่ยม มีแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลย""งั้นก็กิน
"ห้องนอนหนูไอเดียอยู่ชั้นสองนะจ๊ะ น้าให้แม่บ้านจัดของไว้ให้แล้ว ห้องอยู่ชั้นเดียวกับตุลย์เดี๋ยวให้ตุลย์พาไปดูนะ ขาดเหลืออะไรให้บอกน้านะ" น้าแป้งพูดก่อนจะขอตัวไปนอนทิ้งฉันกับพี่ตุลย์ให้ยืนมองหน้ากัน ส่วนสิงห์ก็หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ "ตามมา"ฉันเดินขึ้นบันไดตามหลังพี่ตุลย์ไปอย่างว่าง่าย ประตูถูกพี่ตุลย์เปิดออกภายในมีห้องนอนขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยโทนสีครีมอย่างดี ข้าวของแต่ละอย่างดูหรูหราจนฉันรู้สึกไม่กล้าใช้ดูก็รู้ว่าเพิ่งซื้อมาใหม่น้าแป้งยังใจดีกับฉันไม่เปลี่ยนเลย "ห้องน้ำอยู่ริมสุด ตรงข้ามคือห้องพี่ ถ้าไม่มีอะไรสำคัญก็ไม่ต้องมาเรียก""อือ อยากยุ่งด้วยตายล่ะ"ฉันเบะปากใส่พี่ตุลย์ คนตัวสูงขมวดคิ้วมองฉันด้วยสายตาที่ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่นัก "เดี๋ยวนี้ปากดีขึ้นเนอะ""ก็พี่เริ่มก่อนปะ"ถ้าเขาพูดดี ๆ กับฉันก่อนแต่แรกเราก็คงไม่ต้องมากัดกันเหมือนหมาอยู่แบบนี้หรอก "ขี้เกียจจะเถียงด้วย""ก็ออกไปดิ"ฉันชี้นิ้วไปทางประตู ไม่ได้ขอให้อยู่เป็นเพื่อนด้วยสักหน่อย เหม็นขี้หน้าฉันมากก็รีบออกไปให้ไวฉันจะได้พักผ่อนคนเดียวสักทีปั้นหน้ายิ้มจนเหนื่อยแล้ว พี่ตุลย์จิ๊ปากใส่แล้วเดินออกจากห้องไป ส่วนฉันก็กระโดดท





