LOGIN"หนูนอนอิ่มแล้วใช่ไหม หิวหรือเปล่า"
"นิดหน่อยค่ะ แต่เดี๋ยวอินค่อยไปหาอะไรในตู้เย็นกินก็ได้
"พ...พี่ๆ ทำอะไรกันคะ คุกเข่าทำไม" อินทิราละล่ำละลักถาม มือบางยกขึ้นปิดปากตัวเองด้วยความตกใจและคาดไม่ถึงเทมส์ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมาเปิดช้าๆ ภายในกล่องไม่ได้มีแหวนเพชรเม็ดชูใหญ่โตอลังการเพียงวงเดียว แต่มันกลับมีแหวนทองคำขาวดีไซน์เรียบหรูสามวง ที่ถูกออกแบบมาให้ส่วนโค้งเว้าของแต่ละวงสามารถสอดประสานประกบเข้าด้วยกันได้อย่างพอดิบพอดีจนกลายเป็นแหวนวงเดียวที่สมบูรณ์แบบอินทิรามองแหวนในกล่องสลับกับใบหน้าของผู้ชายทั้งสาม น้ำตาแห่งความตื้นตันเริ่มรื้นขึ้นมาที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่
"หนูนอนอิ่มแล้วใช่ไหม หิวหรือเปล่า""นิดหน่อยค่ะ แต่เดี๋ยวอินค่อยไปหาอะไรในตู้เย็นกินก็ได้" อินทิราลูบเส้นผมสีเข้มของเทมส์อย่างเบามือ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากร่างกายของเขา "เมื่อกี้พวกพี่คุยอะไรกันคะ อินแอบได้ยินเสียงพี่กฤตหัวเราะดังเชียว"เทมส์เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตากลมโต นัยน์ตาคมกริบของเขาสะท้อนแสงไฟยามค่ำคืน "คุยเรื่องของหนูนั่นแหละ พี่กฤตมันยอมรับพวกพี่เต็มร้อยแล้วนะ มันฝากให้พวกพี่ดูแลหนูให้ดีที่สุด"อินทิรายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่สดใสและปราศจากความกังวลใดๆ "อินรู้มาตั้งนานแล้วค่ะว่าพี่กฤตยอมรับพวกพี่ แค่เขาฟอร์มจัดไปหน่อยเท่านั้นเอง""งั้นหนูก็รู้ใช่ไหม... ว่าพวกพี่รักหนูมากแค่ไหน" เทมส์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักประทับจูบลงบนหน้าท้องของเธอผ่านเนื้อผ้าชุดนอน"รู้สิคะ... ถ้ายิ่งกว่านี้อินคงต้องตั้งศาลพระภูมิให้พวกพี่แล้วล่ะ" หญิงสาวตอบติดตลก สอดประสานนิ้วเข้ากับมือใหญ่ของเขาเทมส์หัวเราะในลำคอ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย "งั้นเราเข้าไปข้างในกันเถอะ ปล่อยให้ผู้ชายสามคนนี้นอ
"เออ ตอนนั้นกูหน้ามืดตามัว กูมองแต่ในมุมของพี่ชายที่กลัวน้องจะเจ็บปวด" กฤตหันกลับมาสบตาเพื่อนรักทั้งสามคน นัยน์ตาคมเข้มของเขาไม่มีความโกรธเคืองหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความจริงใจและมิตรภาพที่แน่นแฟ้น "แต่พอเวลาผ่านไป... กูถึงได้เห็น ว่าพวกมึงดูแลอินดีกว่าที่กูทำซะอีก"ประโยคนั้นทำให้วีรวิชญ์ต้องเลิกคิ้วขึ้น "มึงพูดจริงเหรอวะไอ้กฤต""กูจะตอแหลพวกมึงทำไม" กฤตหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "กูเป็นพี่มัน กูรู้ดีว่าอินมันขี้ระแวงและขาดความมั่นใจแค่ไหน ตอนมันโดนแฟนเก่าทิ้ง กูทำได้แค่ลูบหัวปลอบใจมัน แต่พวกมึง... พวกมึงใช้ความอดทน พวกมึงใช้ความรักของพวกมึงทำลายความหวาดกลัวในใจน้องกูจนหมดสิ้น มึงทำให้กูเห็นรอยยิ้มที่กูไม่ได้เห็นจากมันมานานหลายปี"กฤตยกกระป๋องเบียร์ขึ้นชูไว้ระดับสายตา "กูขอบใจพวกมึงมากนะ... ขอบใจที่ดึงน้องกูขึ้นมาจากความเศร้า และขอบใจที่ไม่เคยทิ้งน้องกูไปไหน"บรรยากาศวงเหล้าที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหยอกล้อเปลี่ยนเป็นความซาบซึ้งใจ ไทม์ยิ้มกว้าง ยกกระป๋องเบียร์ของตัวเองขึ้นชนกับกฤต "ไม่ต้องขอบใจหรอกเว้ยกฤต อินคือความสุขของพวกกูเหมือนกัน การได้ดูแลอินมันไม่ใช่หน้า
"คราวหลังห้ามถอดแหวนออกอีก ต่อให้ต้องผสมสีหรือล้างส้วมก็ห้ามถอด เข้าใจไหมอิน" วีรวิชญ์ตวาดเสียงดุ ขณะที่เขากำลังสอดแทรกแกนกายแข็งขึงเข้าไปในช่องทางรักของเธออย่างหนักหน่วง กระแทกกระทั้นเน้นย้ำความความเป็นเจ้าของในทุกจังหวะ"อ๊ะ... เข้าใจแล้วค่ะพี่วี อินจะไม่ถอดอีกแล้ว... อ๊า!" อินทิราหวีดร้อง ร่างกายบิดเร้าไปตามแรงอารมณ์ที่ถูกปรนเปรออย่างดิบเถื่อนไทม์ขยับเข้ามาดูดเม้มยอดอกของเธออย่างรุนแรงจนเกิดรอยแดงช้ำ "ต้องทำรอยไว้เยอะๆ ไอ้เด็กนั่นมันจะได้รู้ว่าหนูมีผัวแล้วตั้งสามคน ตอดพี่แน่นๆ เลยคนเก่ง" แฝดน้องครางต่ำ ใช้ปลายนิ้วบดบี้จุดกระสันจนอินทิราดิ้นพล่านเทมส์ยืนมองอยู่ปลายเตียง รังสีความหวงแหนของเขายังคงแผ่ซ่าน เขาจับเรียวขาของอินทิราแยกออกกว้างขึ้น ปล่อยให้เพื่อนและน้องชายลงทัณฑ์เธอจนพอใจ ก่อนที่เขาจะเข้าไปสานต่อความเร่าร้อนนั้นด้วยตัวเองการร่วมรักในค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ พวกเขาไม่ยอมปล่อยให้อินทิราได้พักหายใจ สลับกันเติมเต็มความปรารถนาและตอกย้ำให้เธอจดจำว่าร่างกายและหัวใจของเธอเป็นของใครเมื่อพายุความหึงหวงสงบลง อินทิรานอนหมดสภาพอยู
"ขอบใจมากนะนนท์ พี่กำลังหิวน้ำพอดีเลย" อินทิราละสายตาจากหน้าจอ หันมาส่งยิ้มหวานให้รุ่นน้อง เธอเอื้อมมือไปหยิบแก้วชาเย็นขึ้นมาดูดเพื่อคลายความเหนื่อยล้านนท์ลากเก้าอี้มานั่งลงข้างๆ อินทิรา นัยน์ตาของเด็กหนุ่มกวาดมองใบหน้าเนียนใสของรุ่นพี่อย่างชื่นชม ก่อนที่สายตาของเขาจะสะดุดเข้ากับมือซ้ายของอินทิราที่จับแก้วน้ำอยู่ นิ้วนางข้างซ้ายที่ว่างเปล่าไร้เครื่องประดับใดๆ ทำให้รอยยิ้มของเด็กหนุ่มกว้างขึ้นไปอีก"พี่อินทำงานเก่งขนาดนี้ แถมยังน่ารักอีก... ไม่มีแฟนคอยมารับมาส่งบ้างเหรอครับ นิ้วนางว่างเชียว" นนท์แกล้งหยั่งเชิงถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ ท่าทางกระตือรือร้นอย่างเห็นได้ชัดอินทิราชะงักไปนิด เธอก้มลงมองมือตัวเองแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมสวมแหวนกลับเข้าไป หญิงสาวกำลังจะอ้าปากอธิบายว่าเธอถอดวางไว้บนโต๊ะ แต่ยังไม่ทันที่เสียงใดจะหลุดลอดออกมา เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็แผดร้องขึ้นมาเสียก่อนหน้าจอแสดงชื่อ 'พี่วี' อินทิรากดรับสายทันที"ฮัลโหลค่ะพี่วี อินกำลังจะเก็บของกลับแล้วค่ะ" อินทิรากรอกเสียงลงไป"กูอยู่หน้าบริษัทมึงแล้ว ลงมาเดี๋ยวนี้เลยอิน" เสียงทุ้มห้
"ของขวัญวันเกิดของมึงไงอิน รับรองว่ามึงต้องชอบ" วีรวิชญ์หัวเราะในลำคอด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาจัดการจ่อของเล่นที่กำลังสั่นสะเทือนอย่างแรงเข้าที่จุดกระสันของหญิงสาว กดน้ำหนักลงไปบดบี้อย่างไม่ออมแรง"อ๊า! พี่วี! เอาออกไป... อินไม่ไหว... มันเสียวเกินไป!" อินทิราหวีดร้องสุดเสียง ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ความสั่นสะเทือนจากเครื่องเล่นชิ้นนั้นโจมตีจุดอ่อนไหวจนเธอแทบจะขาดใจตายอยู่รอมร่อ"ร้องดังๆ เลยหนู คืนนี้ไม่มีใครได้ยินเสียงหนูหรอก" เทมส์พูดเสียงแหบพร่า โน้มตัวลงมาดูดเม้มยอดอกของเธออย่างเมามัน สลับกับการใช้ฟันขูดขีดเบาๆ เพื่อเพิ่มความทรมานที่แสนหวานวีรวิชญ์ขยับของเล่นชิ้นนั้นเข้าออกบริเวณปากทางรัก สลับกับการกดแช่ไว้ที่จุดเดิม บังคับให้อินทิราต้องบิดเร้าและครางเสียงแหบแห้ง เธอไม่สามารถทนรับความเสียวซ่านที่มากเกินขีดจำกัดนี้ได้เพียงลำพัง"พี่วี... ได้โปรด... อินทรมาน เข้ามาเถอะค่ะ... เอาอินที" อินทิรายอมจำนนต่อความต้องการของร่างกาย ร้องขอสัมผัสที่แท้จริงจากพวกเขาอย่างตะกละตะกลาม ไม่มีคำปฏิเสธ ไม่มีท่าทีขัดขืน มีเพียงความโหยหาที่พุ่งทะลุขีดจำกัด"ร่านนั







