Masuk[เกิดใหม่+ตามภรรยาถึงเตาเผา] เพียงคืนเดียวอันน่าขมขื่น เธอจึงได้ให้กำเนิดลูกสาว และทะนุถนอมเลี้ยงดูดั่งแก้วตาดวงใจ แต่ซิงจือเหยียนกลับโยนเธอทิ้งเหมือนขยะ แล้วทุ่มเททั้งหัวใจไปให้ลูกชายของรักแรก ปล่อยให้เด็กคนนั้นเหยียบย่ำลูกสาวของเธอเพื่อไต่เต้าขึ้นไป ในวันครบรอบ 7 วันหลังลูกจากไป ซิงจือเหยียนจัดงานแต่งงานสุดหรูอลังการให้กับรักแรก เขาและลูกชายของรักแรกแต่งตัวหรูหรา ร่วมเป็นเด็กโปรยดอกไม้ในงานแต่ง แต่ลูกสาวของเธอกลับไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อที่ฝังร่างน้อย ๆ เธอกอดโกศกระดูกของลูกสาวเอาไว้แน่นแล้วกระโดดลงทะเล ในขณะที่ซิงจือเหยียนกับรักแรกเพิ่งจะเข้าเรือนหอ ... เมื่อได้เกิดใหม่อีกครั้ง เธอก็ได้สติ และเป็นฝ่ายออกห่างจากซิงจือเหยียนเสียเอง ชาติที่แล้ว เธอเหมือนตัวตลกที่คอยกระโดดโลดเต้นอยู่ระหว่างซิงจือเหยียนกับรักแรก แต่ก็ไม่อาจแลกมาซึ่งความสงสารหรือการปกป้องใด ๆ ชาตินี้ การที่ซิงจือเหยียนกับรักแรกจะกลับมาคบกันอีกครั้ง เธอกลับยกมือขึ้นเห็นด้วยในทันที ชาติที่แล้ว รักแรกของเขาใช้ร่างไร้ลมหายใจของลูกสาวเธอไต่เต้าขึ้นไป ชาตินี้ เธอจะเอาคืน ตาต่อตา ฟันต่อฟัน และเปิดโปงตัวตนที่แท้จริงของรักแรกนั้นต่อหน้าผู้คนทั้งหมด ชาติที่แล้ว คนเดียวที่เธอรักคือซิงจือเหยียน รักเดียวใจเดียว ดั่งผีเสื้อที่พุ่งเข้ากองไฟ ชาตินี้ เธอจะหันมองผู้ชายอื่นบ้าง โดยที่ไม่มีซิงจือเหยียนอยู่ในสายตา ซิงจือเหยียนนั่งคุกเข่าด้วยดวงตาแดงก่ำ อ้อนวอนขอแค่เธอหันกลับมามองเขาอีกครั้งแม้เพียงเสี้ยววินาที
Lihat lebih banyakแววตาของกู้เหยียนหลี่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดและความเจ็บปวดรวดร้าว ทั้งยังแฝงไปด้วยร่องรอยของความขัดแย้งในใจและความสับสนเคว้งคว้างที่ปรากฏให้เห็นราง ๆ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นสบตาเซิ่นหรูซวง ถึงได้สังเกตเห็นว่านัยน์ตาของเขาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอยอย่างเด่นชัด“ฉันไม่ต้องการให้เธอมาขอบคุณฉัน และไม่ต้องการได้ยินคำขอโทษจากเธอ ฉันเห็นหน้าเธอทีไร ก็นึกถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่ลู่ลู่จะจากไป ฉันดันไปอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่ได้อยู่ฝั่งลู่ลู่ ตอนที่เธอตายไปจะเกลียดฉันหรือเปล่า? จะโทษฉันไหม? เรื่องพวกนี้ฉันไม่มีทางรู้เลย หลายวันมานี้ฉันก็ได้แต่ทรมานใจอยู่ตลอดเวลา”กู้เหยียนหลี่กุมขมับ “ฉันถึงขั้น ถึงขั้นนึกเสียใจที่ไปพบเติ้งโหย่วกัง ฉันรักลู่ลู่ขนาดนั้น ทั้งที่ฉันเคยบอกไว้แล้วว่าจะปกป้องเธอตลอดชีวิต ทำไมฉันถึง...”นับเป็นครั้งแรกที่เซิ่นหรูซวงถึงกับพูดไม่ออก แววตาของเธอหม่นแสงลงไปในทันทีคนทั้งสองต่างจ้องมองกันและกันด้วยความเงียบงันกู้เหยียนหลี่เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่แดงก่ำราวกับเลือดจ้องเขม็งไปที่เซิ่นหรูซวง ใบหน้าที่ซูบผอมและซีดเผือดทำให้เขาดูแก่ขึ้นอีกสิบกว่าปี อีกทั้งน้ำเสียงของเขายังแหบพร่าและสั่นเครื
สีหน้าของสือเหยาบูดบึ้งกว่าเดิมในพริบตา ทำให้ตำรวจต้องเหลือบมองมาทางเธออยู่หลายครั้งข้อเท็จจริงทุกอย่างตรงตามที่เฉินจื่อเหยาสารภาพไว้ไม่มีผิดเพี้ยน เซิ่นหรูซวงนึกย้อนไปถึงตอนที่เธอพยายามเข้าหากู้เหยียนหลี่อยู่หลายครั้งเพื่อสืบเรื่องของเติ้งโหย่วกังถ้าเป็นตามที่ว่ามาจริง กู้เหยียนหลี่ต้องมาพลอยรับเคราะห์กรรมครั้งนี้ไปทั้งที่ไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่ตำรวจขมวดคิ้วเล็กน้อย “ประเด็นเรื่องการเข้ามอบตัว ทางเราเองก็ได้สอบถามแล้ว แต่คำตอบที่ได้ก็คือ เขาอยากจะมอบตัวตอนไหน มันก็เรื่องของเขา”ตำรวจแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์เล็กน้อยเมื่อพูดถึงคำพูดของเฉินจื่อเหยา “สรุปใจความจากคำพูดของเฉินจื่อเหยาก็คือ เขาแค่อยากจะรอดูตำรวจวุ่นวายจนหัวหมุนเพื่อตามหาตัวเขา ทำให้เขารู้สึกภูมิใจและสะใจ ตอนนี้เขาได้ดูเรื่องสนุกจนหนำใจแล้ว ก็เลยอยากจะมามอบตัว เขาบอกว่าอย่างไรแล้วตำรวจก็ต้องตามสืบจนเจอตัวเขาอยู่ดี แทนที่จะรอให้ถูกจับ สู้มามอบตัวก่อนเพื่อขอลดโทษจะดีกว่า”ในเชิงตรรกะแล้ว ไม่มีจุดไหนที่ดูผิดปกติเลยสักนิดตำรวจพูดเสริม “ตอนนี้หลักฐานทุกอย่างแน่นหนา เบื้องบนเองก็สั่งการลงมาให้ทางเราสรุปปิดคดีได้เลย”เซิ่นห
“เฉินจื่อเหยามามอบตัวแล้ว เขาให้การรับสารภาพว่าเหตุการณ์รถชนทั้งสองครั้ง รวมถึงคดีลักพาตัวคุณเซิ่นเป็นฝีมือของเขาเอง โดยเขาเริ่มจากการถอนเงินสดจำนวนมากออกจากธนาคาร แล้วนำไปส่งมอบให้คนขับรถที่ก่อเหตุทั้งสองคนรวมถึงกลุ่มโจรลักพาตัวด้วยตัวเอง พร้อมกำชับให้พวกเขาจงใจสร้างสถานการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนนและลักพาตัวคุณเซิ่น พวกเขาระวังตัวมาก หลังจากได้รับเงินก้อนนั้นมาแล้วก็ไม่ได้นำไปฝากเข้าธนาคารทันที นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ทางเราตรวจไม่พบเบาะแสความเชื่อมโยงใด ๆ ผ่านเส้นทางการเงินเลย”“ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้มอบหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาให้ด้วย และทางเราได้นำกำลังเข้าไปตรวจค้นตามคำให้การจนพบเงินสดก้อนใหญ่ซุกซ่อนอยู่ในบ้านของคนขับรถคู่กรณีทั้งสองคนจริง ๆ ส่วนพวกโจรลักพาตัวอีกสองคนนั้นเอาเงินไปซ่อนไว้ที่ต่างจังหวัด คงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยกว่าจะตามหาเจอ”“ทางเรายังได้ตรวจสอบบัญชีธนาคารของเฉินจื่อเหยา พบว่ามีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ออกไปในช่วงไม่กี่วันก่อนเกิดอุบัติเหตุจริง นอกจากนี้เขายังระบุสถานที่ที่ใช้ส่งมอบเงินกันโดยตรง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว และยืนยันได้ว่าสิ่งท
ตอนที่ตำรวจโทรเข้ามา การประชุมก็ดำเนินมาถึงช่วงท้ายแล้ว เซิ่นหรูซวงตั้งใจว่าจะโทรกลับหลังจากประชุมจบเซิ่นหรูซวงสั่งให้เลขารีบประสานงานไปยังผู้รับผิดชอบโปรเจกต์เกมกระต่ายนักเดินทาง เพื่อเจรจาหาทางออกร่วมกัน พร้อมทั้งกำชับให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์เร่งออกแถลงการณ์โดยด่วนที่สุดหลังจากปิดการประชุม ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปจัดการงานในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบทันที ส่วนเซิ่นหรูซวงก็ได้โทรกลับไปยังเบอร์ของสถานีตำรวจปลายสายรับสายแทบจะในทันที “คุณเซิ่น”เซิ่นหรูซวงตอบว่า “ค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ เมื่อสักครู่ฉันประชุมอยู่ จึงไม่ได้รับสาย ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”น้ำเสียงของตำรวจเริ่มจริงจังขึ้นมา “คุณเซิ่น เกี่ยวกับคดีหลายคดีที่เกิดขึ้นกับคุณและคุณกู้เหยียนหลี่ ตอนนี้มีคนเดินทางมามอบตัวแล้วครับ”เซิ่นหรูซวงชะงักไปครู่หนึ่ง “เป็นใครหรือคะ?”ตำรวจพูดต่อว่า “เฉินจื่อเหยา ลูกชายของเฉินฉวนหมิน ก็คือเฉินฉวนหมินที่คุณรู้จักนั่นแหละครับ เฉินจื่อเหยาเดินทางมามอบตัวแล้ว และเขาก็สารภาพว่า เรื่องทั้งหมดนี้เป็นแผนการที่เขาเป็นคนบงการให้คนไปทำเองครับ”เซิ่นหรูซวงขมวดคิ้วแน่น ความตกตะลึงฉายชัดออกมาในแววตา
ใบหน้าของเซิ่นหรูซวงซีดเผือดสะท้อนไปด้วยความเจ็บปวดไม่ว่าเหล่าดาราคนดังในรายการจะน่าขำขันมากเพียงใด แต่สีหน้าของซิงจือเหยียนยังคงนิ่งเฉย เมื่อได้ยินเสียงไอของเซิ่นหรูซวง เขาก็รีบผุดลุกขึ้นเดินเข้ามาพยุงร่างกายส่วนบนของเซิ่นหรูซวง ฝ่ามือวางอยู่บนแผ่นหลังของเซิ่นหรูซวง“ค่อย ๆ ใจเย็น ๆ” เขาพูดพร้อม
เซิ่นหรูซวงยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูด สือเหยาก็รีบวางกล่องของบำรุงลงแทบเท้าของจือเหยียน แล้วพูดด้วยท่าทางที่ดูเหมือนจะใจกว้างว่า “ใช่ครับ หรูซวงเป็นคนพูดกับผมเองว่าจะเอาของพวกนี้ไปแจกให้เพื่อนบ้าน จะให้ใครมันก็คือการให้นั่นแหละครับ เห็นประธานซิงมาพอดี ก็เลยขอมอบให้คุณแล้วกัน ผมจำได้ว่าคุณปู่ของประธานซิ
เมื่อจ้องมองใบหน้าด้านข้างที่งดงามและขาวนวลกับริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันสนิทของเซิ่นหรูซวงแล้ว สือเหยาก็รู้สึกถึงความไร้กำลังอย่างลึกซึ้งเขารู้ซึ้งดีว่าเซิ่นหรูซวงเป็นคนดื้อรั้นมาก เรื่องอะไรที่เธอตั้งใจจะทำแล้ว เธอจะทุ่มเทกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อให้ทำมันจนสำเร็จให้ได้ในตอนนั้น เพื่อที่จะเปิดตัวเกมแ
เซิ่นหรูซวงลืมตาจ้องมองสือเหยาครู่หนึ่ง ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกหน้ามืดและมึนศีรษะอย่างรุนแรง บีบให้เธอต้องหลับตาลงอีกครั้งเธอใช้เวลาปรับตัวอยู่นาน ถึงจะกลับมาลืมตาขึ้นได้อีกครั้งในที่สุดจู่ ๆ บนหลังมือก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ทาบทับลงมา เธอค่อย ๆ กระพริบตาอย่างช้า ๆ แล้วเลื่อนสายตาไปมองสือเหยาส






Peringkat
Ulasan-ulasanLebih banyak