LOGIN[เกิดใหม่+ตามภรรยาถึงเตาเผา] เพียงคืนเดียวอันน่าขมขื่น เธอจึงได้ให้กำเนิดลูกสาว และทะนุถนอมเลี้ยงดูดั่งแก้วตาดวงใจ แต่ซิงจือเหยียนกลับโยนเธอทิ้งเหมือนขยะ แล้วทุ่มเททั้งหัวใจไปให้ลูกชายของรักแรก ปล่อยให้เด็กคนนั้นเหยียบย่ำลูกสาวของเธอเพื่อไต่เต้าขึ้นไป ในวันครบรอบ 7 วันหลังลูกจากไป ซิงจือเหยียนจัดงานแต่งงานสุดหรูอลังการให้กับรักแรก เขาและลูกชายของรักแรกแต่งตัวหรูหรา ร่วมเป็นเด็กโปรยดอกไม้ในงานแต่ง แต่ลูกสาวของเธอกลับไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อที่ฝังร่างน้อย ๆ เธอกอดโกศกระดูกของลูกสาวเอาไว้แน่นแล้วกระโดดลงทะเล ในขณะที่ซิงจือเหยียนกับรักแรกเพิ่งจะเข้าเรือนหอ ... เมื่อได้เกิดใหม่อีกครั้ง เธอก็ได้สติ และเป็นฝ่ายออกห่างจากซิงจือเหยียนเสียเอง ชาติที่แล้ว เธอเหมือนตัวตลกที่คอยกระโดดโลดเต้นอยู่ระหว่างซิงจือเหยียนกับรักแรก แต่ก็ไม่อาจแลกมาซึ่งความสงสารหรือการปกป้องใด ๆ ชาตินี้ การที่ซิงจือเหยียนกับรักแรกจะกลับมาคบกันอีกครั้ง เธอกลับยกมือขึ้นเห็นด้วยในทันที ชาติที่แล้ว รักแรกของเขาใช้ร่างไร้ลมหายใจของลูกสาวเธอไต่เต้าขึ้นไป ชาตินี้ เธอจะเอาคืน ตาต่อตา ฟันต่อฟัน และเปิดโปงตัวตนที่แท้จริงของรักแรกนั้นต่อหน้าผู้คนทั้งหมด ชาติที่แล้ว คนเดียวที่เธอรักคือซิงจือเหยียน รักเดียวใจเดียว ดั่งผีเสื้อที่พุ่งเข้ากองไฟ ชาตินี้ เธอจะหันมองผู้ชายอื่นบ้าง โดยที่ไม่มีซิงจือเหยียนอยู่ในสายตา ซิงจือเหยียนนั่งคุกเข่าด้วยดวงตาแดงก่ำ อ้อนวอนขอแค่เธอหันกลับมามองเขาอีกครั้งแม้เพียงเสี้ยววินาที
View Moreเว่ยอวิ่นลู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็จำต้องพยักหน้าตอบรับซิงจือเหยียนมาถึงที่นัดก่อนเยี่ยนอวี้เจ๋อห้านาที และก่อนที่เยี่ยนอวี้เจ๋อจะก้าวเข้ามาในห้องอาหารส่วนตัว ซิงจือเหยียนก็เพิ่งจะอ่านเอกสารที่ผู้ช่วยยื่นมาเสร็จพอดีผู้ช่วยที่ยืนอยู่ด้านข้างก้มหน้าจนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ลมหายใจแผ่วเบาแต่กลับถี่กระชั้น สีหน้าดูแปลกและกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าบนหน้าผากมีเหงื่อซึมออกมา ทั้งที่เครื่องปรับอากาศภายในห้องนี้เปิดอุณหภูมิไว้ต่ำมากก็ตามซิงจือเหยียนอ่านจบแล้วสีหน้ายังคงเรียบเฉย เขาเก็บเอกสารส่งคืนให้ผู้ช่วยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เก็บไว้ให้ดี อย่าให้ใครเห็นเด็ดขาด”ผู้ช่วยพยักหน้า “ครับ ประธานซิง”พูดจบ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก ซิงจือเหยียนพูดว่า “เข้ามาได้”คนที่เข้ามาคือเยี่ยนอวี้เจ๋อผู้ชายสองคน คนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตู ส่วนอีกคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่หันหน้าเข้าหาประตูพอดี เมื่อทั้งคู่ประสานสายตากัน กระแสคลื่นใต้น้ำที่ยากจะสังเกตเห็นก็โหมขึ้นมาซิงจือเหยียนเริ่มพูดก่อน “นั่งเถอะ”เยี่ยนอวี้เจ๋อถอดเสื้อตัวนอกออกพาดไว้บนพนักพิง แล้วนั่งลงที่ฝ
เธอกุมมือของเยี่ยนอวี้เจ๋อไว้ด้วยท่าทางวิงวอนอย่างไร้ทางออก “ไม่ไปไม่ได้หรือคะ ไม่ไปได้ไหม? คุณอยู่เป็นเพื่อนกับฉันที่บ้านได้ไหมคะ?”เยี่ยนอวี้เจ๋อใช้ฝ่ามือกุมลำคอระหงที่เรียบเนียนของเว่ยอวิ่นลู่ พร้อมตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “ไม่ได้ครับ นัดกันไว้เรียบร้อยแล้ว”เว่ยอวิ่นลู่เม้มริมฝีปากแน่น “ฉัน...”เยี่ยนอวี้เจ๋อยังคงใช้ลำแขนข้างหนึ่งโอบกอดเว่ยอวิ่นลู่ไว้ ส่วนมืออีกข้างก็กวักเรียกเยี่ยนเสี่ยวไกวที่กำลังนั่งเล่นอยู่บนพรมในห้องนั่งเล่น “ลูกรัก มาหาพ่อที่นี่หน่อยครับ”เยี่ยนเสี่ยวไกววางของเล่น แล้ววิ่งเหยาะ ๆ มาหา “คุณพ่อ คุณแม่”เยี่ยนอวี้เจ๋อดึงมือน้อย ๆ ของลูกมาวางไว้บนฝ่ามือของเว่ยอวิ่นลู่แล้วพูดว่า “ลูกรัก ช่วงบ่ายนี้พ่อมีธุระต้องออกไปข้างนอก วันนี้หนูช่วยอยู่เป็นเพื่อนแม่แทนพ่อดี ๆ ได้ไหมครับ?”เว่ยอวิ่นลู่มีสีหน้าเหม่อลอย ใบหน้าของเธอยังคงขาวซีดไร้สีเลือดเยี่ยนเสี่ยวไกวพยักหน้าอย่างว่าง่าย และกุมมือของเว่ยอวิ่นลู่ไว้แน่น “ได้ค่ะ คุณพ่อไปทำงานได้เลยค่ะ หนูจะอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่เองค่ะ”เว่ยอวิ่นลู่ยังคงอยากจะดิ้นรนขัดขืนต่ออีกสักครั้งเธอไม่ค่อยวางใจในตัวเยี่ยนอวี้เจ๋อ ตั้
“คุณมีหลักฐานอะไรมายืนยันไหม? ถ้าไม่มีหลักฐาน ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้หรอกนะครับ”เติ้งโหย่วกังหลับตาลง พูดว่า “ผมมีคลิปเสียง ทุกครั้งที่คุยกับเว่ยอวิ่นลู่ ผมจะอัดไว้หมด”คราวนี้ คนที่นิ่งเงียบกลายเป็นกู้เหยียนหลี่แล้วเมื่อเติ้งโหย่วกังรออยู่นานแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ เขาจึงเงยหน้าขึ้น และเห็นว่าใบหน้าของกู้เหยียนหลี่นั้นเย็นชาเรียบเฉย สายตาดูเลื่อนลอยเหมือนคนเหม่อลอยไปไกลแล้วเขาชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความไม่เข้าใจ แล้วก็นึกขึ้นได้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างกู้เหยียนหลี่กับเว่ยอวิ่นลู่ เพราะในฐานะที่เขาเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของกู้เหยียนหลี่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ก็ต้องเคยได้ยินเรื่องราวที่เจ้าตัวพูดออกมากับปากว่าชอบเว่ยอวิ่นลู่เติ้งโหย่วกังจึงอยู่ในความเงียบงันอีกคนกู้เหยียนหลี่ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “บอกทุกอย่างที่คุณรู้ให้ตำรวจไปให้หมด ส่วนหลักฐานที่ควรส่งมอบก็ให้ไปหมดเถอะ”เติ้งโหย่วกังพยักหน้า “ผมรู้แล้ว”ในจังหวะที่กู้เหยียนหลี่กำลังจะย่างเท้า เติ้งโหย่วกังก็ถามเขาขึ้นมาว่า “เหยียนหลี่... คุณผิดหวังในตัวผมมากเลยใช่ไหม?”เขาจ้องไปที่ดวงตาของกู้เหยียนหลี่ ไม่ยอมให้พลาดความรู้สึกที่พัด
นี่เป็นเรื่องราวที่เนื้อหาออกจะซ้ำซากจำเจไปหน่อยตอนที่เติ้งโหย่วกังรู้แผนการของเว่ยอวิ่นลู่ครั้งแรก เขาก็ปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด แถมยังรู้สึกโกรธมากที่เหมือนกำลังโดนดูถูก เขาเตือนเว่ยอวิ่นลู่ด้วยท่าทีจริงจังว่า อย่าได้คิดจะมาใช้แผนการแบบนี้กับเขา และในฐานะนักศึกษาแพทย์ที่กำลังจะเริ่มต้นอาชีพเพื่อช่วยชีวิตคน เขายังเตือนทิ้งท้ายด้วยว่าอย่าคิดทำเรื่องที่ส่งผลร้ายต่อทั้งตัวเองและคนอื่นแบบนี้อีกแต่เว่ยอวิ่นลู่ก็ไม่ยอมแพ้ เธอตามขุดประวัติครอบครัวของเขาจนหมดเปลือก พร้อมกับเสนอผลประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย แต่เติ้งโหย่วกังกลับไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวเลยสักนิด เขาหันหลังเดินหนีไปทันทีมีครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สองยังพอทน ครั้งที่สามครั้งที่สี่ล่ะ? ครั้งที่เก้าครั้งที่สิบจะยืนหยัดอยู่ได้ไหมล่ะ?แล้วถ้าเกิดขึ้นตอนที่เขาต้องทุ่มแรงกายแรงใจในการเข้าทำงานในโรงพยาบาลที่ใฝ่ฝัน แต่กลับถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าล่ะ? ในตอนที่รู้ว่าเพื่อนร่วมรุ่นที่ฝีมือสู้เขาไม่ได้ แต่เพราะมีเบื้องหลังที่ดี มีเส้นสายที่ทรงพลัง ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องอนาคต ไม่ต้องกระวนกระวายใจใด ๆ ก็สามารถเข้าทำงานในโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงระดั
เซิ่นหรูซวงไม่อยากจะโต้เถียงกับซิงจือเหยียนเรื่องการวางยาอีก เพราะไม่ว่าจะโต้เถียงกันไปมากี่รอบ สุดท้ายผลลัพธ์ก็จะเหมือนกับตอนนี้ซิงจือเหยียนจะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดของเว่ยอวิ่นลู่เซิ่นหรูซวงหันไปมองนอกหน้าต่างรถ "ฉันไม่ไปที่ของคุณค่ะ ถ้าไม่ให้ฉันลงตรงนี้ ก็ส่งฉันกลับบ้านต
เซิ่นหรูซวงใช้มือข้างหนึ่งจับชุดราตรีไว้แน่นไม่ให้มันหลุดลงไป ส่วนอีกข้างก็ผลักมือของซิงเหอเฟิง "ฉันจะลงไป ปล่อยให้ฉันลงไปเถอะ!"ทันใดนั้น ซิงเหอเฟิงก็คว้าคางของเธอไว้แล้วหันหน้าเธอไปอีกทางสายตาของเธอสบเข้ากับร่างของซิงจือเหยียนและเว่ยอวิ่นลู่ที่ยืนอยู่ด้วยกันไม่ไกลนักซิงจือเหยียนถือแก้วไวน์ไว้
เซิ่นหรูซวงส่งสายตาให้เจียงเสี่ยวชุนสถานการณ์ในตอนนี้ต้องควบคุมสติให้ได้ ต้องรีบแสดงความจริงใจออกมาเซิ่นหรูซวงพูดว่า “คืนเงินให้พวกเขาเถอะ”เจียงเสี่ยวชุนเป็นคนฉลาด ไม่ต้องพูดเธอก็รู้ว่าวิธีแก้ไขที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการแสดงความจริงใจออกมาไม่ใช่แค่กับกลุ่มที่ขอคืนเงินเท่านั้น แม้แต่คนที่ไม่ได
นั่นก็คือเด็กหนุ่มเมื่อคืน อวี้เหวินปินแต่เธอไม่คาดคิดเลยว่า ตระกูลซิงจะลงมือเร็วขนาดนี้เมื่อเธอไปถึงโรงเรียน ก็ได้รับแจ้งว่าวันนี้อวี้เหวินปินไม่ได้มาโรงเรียน และกำลังดำเนินการเรื่องย้ายโรงเรียนอยู่ และจะไม่กลับมาเรียนที่นี่อีกตำรวจหาเบอร์โทรศัพท์ของครอบครัวอวี้เหวินปินแล้วโทรไป แต่ปลายสายกลั
Ratings
reviewsMore