เข้าสู่ระบบ"เออ เอาไปเลย! กิ๊กนายย่อมสำคัญกว่าเพื่อนอย่างฉันสินะ"
งอนแบบไม่มีสาเหตุเลยแยมโรลเอ้ย!
"กิ๊ก?" กิเลนหันกลับมาพร้อมกระทะที่มีข้าวผัดกระเทียมส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอมาตักใส่จานทีละจาน
"ไม่ต้องมาสร้างภาพ ฉันไม่ปากโป้งไปบอกกิ๊กคนอื่น ๆ ในสต็อกนายหรอก"
กิเลนเป็นคนหล่อ เฟรนลี่ แถมเจ้าชู้โคตร ๆ ตั้งแต่ที่ฉันรู้จักหมอนี่มาเกือบจะห้าปี (โห.. นานเหมือนกันนะ) นั่นแหละ
ตั้งแต่รู้จักกิเลนและลัคกี้เพื่อนในกลุ่มเฮียราชันย์มาเกือบห้าปี ฉันก็เห็นหมอนี่เปลี่ยนสาวไม่ซ้ำหน้า เจ้าชู้โคตร ๆ แต่สับรางเก่งจนฉันนับถือ
ต่างจากลัคกี้ หมอนี่เจ้าชู้จริง เจ้าชู้แบบออกหน้าออกตาแบบไม่เกรงใจใคร
"เดี๋ยว ๆ นี่เธอเห็นเพื่อนคนนี้เป็นคนแบบไหนกัน" กิเลนตักข้าวผัดกระเทียมใส่จานสองจานเสร็จเรียบร้อยแล้วเอ่ยถามฉัน
ดูสิ หมอนี่ไม่ได้กะจะให้ฉันกินจริง ๆ ด้วย ตักสองจานแบบนี้ จานนึงต้องของเขา ส่วนอีกจานต้องเป็นของผู้หญิงข้างห้องที่ชื่อแต้วแน่ ๆ
"แบบนี้แหละ!" กอดอกทำปากเบะอย่างงอน ๆ
"แยมโรล เลิกทำหน้าแบบนั้นแล้วหันมาพูดกันดี ๆ"
ชิ! ไม่ต้องมาทำเสียงเหมือนรู้สึกผิด ฉันไม่มีสิทธิ์งอนหรือโมโหนายอยู่แล้วนี่
ห้องนี้ก็ห้องนาย ข้าวในจานก็ของนาย แถมนายเป็นคนทำอีก จะแบ่งใครก็ไม่มีสิทธิ์ไปโกรธนายทั้งนั้นแหละ
"แยมโรล" กิเลนเรียกฉันด้วยเสียงค่อนข้างออกโทนต่ำเหมือนเอือมระอา
"ฉันกลับล่ะ" เซ็งอะ อุตส่าห์แบกสังขารตื่นมาเพื่อที่จะโดนฉีกหน้าเนี่ยนะ
ไม่น่ายอมขึ้นรถมากับเขาตั้งแต่แรกเลยจริง ๆ
"เดี๋ยว!"
หมับ!!
เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฉันหันหลังเตรียมจะเดินไปเอาข้าวของในห้องเขาเพื่อกลับบ้าน มือหนาของกิเลนดันคว้าข้อมือไว้ได้ทัน "นี่เป็นอะไร?"
คิ้วดกดำขมวดมุ่น ฉันไม่ตอบแทบจะไม่แยแสมองหน้าหมอนี่ด้วยซ้ำไป
"ฉันว่านายเลิกสนใจเพื่อนคนนี้แล้วเอาข้าวไปนั่งกินกับสาวข้างห้องนายให้สบายใจดีกว่า ฉันเหนื่อย ฉันอยากกลับห้อง"
จริง ๆ อยากต่อท้ายว่า 'หิว' มากกว่า แต่ไม่อยากทำตัวเหมือนคนตะกละเที่ยวขอข้าวคนอื่นกินไปทั่วแบบนี้
"อ้อ นึกว่าเป็นอะไร ที่แท้ก็งอนที่ฉันบอกจะเอาข้าวไปให้พี่แต้วนี่เอง"
ไม่ต้องมาทำหน้าล้อเลียนฉันเลย
"ป้ะ งั้นเดี๋ยวพาไปรู้จักพี่แต้วกัน" กิเลนที่ยังจับข้อมือฉันอยู่พยายามดึงให้ฉันเดินตาม แต่โทษที แยมโรลคนนี้ไม่ใช่คนสอดรู้สอดเห็น ยิ่งคนไหนที่เป็นกิ๊กนาย ยิ่งไม่อยากเจอ ขี้เกียจเดือดร้อนทีหลังเวลารถไฟชนกันแล้วเอาฉันไปเอี่ยวขอความช่วยเหลือ
"ไม่! ฉันไม่อยากรู้จักพี่แต้วอะไรของนาย ปล่อยมือฉัน ฉัน จะ กลับ ห้อง!!"
เน้นอย่างชัดถ้อยชัดคำท้ายประโยค แต่ดูเหมือนกิเลนจะไม่สนใจคำพูดฉันสักนิด หมอนี่มองเข้ามานัยน์ตาฉันราวกับกำลังออกคำสั่งด้วยเวทน์มนต์อะไรสักอย่าง
"จะได้เลิกคิดเลอะเทอะไปเองสักที" ถึงกับอ้าปากพะงาบ ๆ ด่าเขาในใจ
เอะอะก็ว่าฉันอย่างนู้น อย่างนี้ หมอนี่เกิดมาเพื่อเป็นคู่กัดกับฉันจริง ๆ สินะ
สุดท้ายฉันก็ขืนแรงผู้ชายตัวโตอย่างกิเลนไม่ไหว เขาลากฉันมายืนอยู่หน้า
ห้อง ๆ หนึ่ง ที่อยู่ติดกับห้องเขา ถ้าให้เดาคงเป็นห้องผู้หญิงที่ชื่อแต้วแน่ ๆโห... นี่ห้องติดกันด้วย นายยังแอบกินกันได้ลงเชียว ถ้าขืนวันไหนเลิกกันจะไม่ถึงขั้นย้ายคอนโดฯ กันเลยหรือไง
แกร๊ก!!
"เฮ้ย!" ตะโกนสุดเสียงพร้อมมือบางที่เอื้อมไปคว้าข้อมือเขาที่กำลูกบิดประตูอยู่
"นี่นายจะเข้าไปดื้อ ๆ แบบนี้เลยเหรอ เสียมารยาทไปเปล่า"
ถึงจะเป็นกิ๊กกันก็ไม่เห็นต้องมาโชว์พาวด์ให้ฉันดูก็ได้ว่าสนิทชิดเชื้อกันมากขนาดไหนถึงขั้นไม่ต้องกดกริ่งใด ๆ แถมยังมีคีย์การ์ดเปิดห้องคนอื่นได้อีก
"เสียมารยาทอะไร ฉันก็มาหาพี่แต้วแบบนี้ทุกวัน"
เจอประโยคนี้เข้าไปถึงกับอึ้งเลยค่ะ รู้อยู่หรอกว่าหล่อ เพอร์เฟค ตกเหยื่อเก่ง แต่ไม่คิดว่าเขาจะกล้าบอกฉันหน้าตาเฉยได้ขนาดนี้
"ปล่อยได้แล้ว ป่านนี้พี่แต้วหิวแย่"
เออ ถ้าจะห่วงกันขนาดนี้ไม่ต้องพาฉันมาทำความรู้จักกันตั้งแต่แรกก็จบมั้ย?
แอ๊ดดดดดด
สุดท้ายฉันก็เลือกปล่อยมือออกจากข้อมือหนา ปล่อยให้คนตัวโตเดินนำหน้าเข้าไปคนเดียว ส่วนตัวเองก็ยืนจังก้ามันหน้าห้องนี่แหละ
ใครจะกล้าดุ่ม ๆ เข้าไปพร้อมเขากันล่ะ ถ้าเกิดพี่แต้วอะไรนั่นเข้าใจผิดเอาน้ำกรดมาสาดหน้าสวย ๆ ของฉันจะทำยังไง
"อ้าว มัวยืนทำอะไรตรงนั้น เข้ามาสิ!"
คงเพราะไม่เห็นฉันเดินตามมั้งกิเลนถึงตะโกนเรียกแบบนั้น
ฉันยืนชั่งใจอยู่นานว่าควรจะเข้าไปตามเสียงเรียกเขาหรือทำหูทวนลมยืนรอข้างนอกแบบนี้เพื่อเซฟตัวเองดี
แอ๊ดดดดด
เป็นอีกครั้งที่ประตูตรงหน้าที่ถูกแง้มไว้เปิดอ้ากว้าง สายตาฉันมันดันดีเผลอเหลือบมองเข้าไปด้านในห้องเองอย่างอัตโนมัติ สิ่งที่สายตามองเห็นคือความมืดสลัว ๆ เพราะภายในห้องไม่ได้เปิดไฟ
"ทำไมกิ๊กนายไม่เปิดไฟ" นี่มันก็บ่ายแก่ ๆ จะเย็นอยู่แล้วทำไมถึงอยู่ในที่มืด ๆ แบบนี้กันนะ "เข้ามาก่อนค่อยเปิด"
"นี่กิเลน ปล่อยฉันนะ!"
หมอนี่ไวชะมัด พูดจบก็ดึงฉันเข้าไปในห้องนั้นพร้อมปิดประตูดัง ปัง!
แชะ!!แสงแฟลชจากเพื่อนรักจับภาพอันน่าประทับใจนี้ไว้ก่อนตากล้องสุดหล่อจะยิ้มให้ฉันอย่างยินดีสวบ.... กิเลนลุกขึ้นรวบตัวฉันเข้าไปกอดอย่างอบอุ่น กลีบดอกไม้หลากสีถูกโปรยลงมาจากมุมสูงด้วยฝีมือคนที่เขาคงจะเตี๊ยมไว้เสียงปรบมือแสดงความยินดีดังก้องไปทั่วสารทิศที่พวกเรายืนอยู่"ขอจูบแบบฟิน ๆสักรูปได้ไหมคะสุดหล่อกิเลน"ฉันตาโตมองอย่างคาดโทษเจ๊เอมี่เมื่อแกตะโกนประโยคนั้นออกมา"จูบเลย จูบเลย จูบเลย"เสียงเชียร์จากผู้คนรอบข้างดังกึกก้องเราสองคนหัวเราะเล็กน้อยด้วยความขวยเขิน ก่อนที่ฉันจะเป็นฝ่ายยกมือแน่งน้อยกอบกุมใบหน้าทั้งสองข้างของผู้ชายตรงหน้าเข้ามาบดจูบซะเอง"อืม" กิเลนครางอย่างพอใจ อ้อมกอดที่เขากอดฉันหลวม ๆ ในคราวแรกแปรเปลี่ยนเป็นเพิ่มแรงรัดแน่นแต่กลับอบอุ่น"ว้าย!"ฉันเผลอร้องด้วยความตกใจเมื่อกิเลนช้อนฉันขึ้นอุ้มท่าเจ้าสาว ก่อนจะมีรถประจำตัวเขาสีเหลืองโดดเด่นขับมาจอดด้วยฝีมือของลัคกี้"เชิญว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวกลับเรือนหอฉันชู้ชื่นได้เลย"ฉันขยับปากแบบไม่มีเสียงใจความว่า 'ฝากไว้ก่อนเถอะ' ที่มาล้อฉันแบบนี้"มึงควรทำหน้าที่คนขับไม่ใช่?" กิเลนที่อุ้มฉันอยู่พูดขึ้นบ้าง"งั้นเพิ่มอีกแสน เพราะค่าต
"สวยมากเลยค่ะคุณน้อง"เราพักเบรกกันสิบนาทีเพื่อที่ฉันจะได้เปลี่ยนชุดใหม่"ขอบคุณค่ะ" น้ำสตรอว์เบอร์รีปั่นถูกยื่นมาให้ด้วยฝีมือเพื่อนสุดที่รัก"วันนี้แยมสวยมาก ๆ เลยนะ ถ้าไม่บอกว่าถ่ายแบบโปรโมตชุดและร้าน หว้าคงคิดว่าเป็นงานแต่งของแยมจริง ๆ" ลูกหว้าแสดงความคิดเห็นออกมา แววตาเธอมีประกายเต็มไปหมดเมื่อคิดว่าเป็นงานของฉันจริง ๆ"คงต้องรอไปอีกนานอะ" พูดแก้เขินไปงั้นแหละ ในใจคืออยากให้มีงานนี้เร็ว ๆ เหมือนกัน"อ๊ะ นั่นอะไรน่ะ ทำไมเครื่องบินลำนั้นบินต่ำแบบนั้นล่ะ"จู่ ๆ ก็เกิดเสียงจอแจดังขึ้นจากกลุ่มผู้คนที่มาดูงานถ่ายแบบกลางแจ้งของฉันเสียงกระหึ่มของเครื่องจักรกลที่อยู่บนฟ้าดังใกล้เข้ามาบริเวณที่พวกฉันถ่ายแบบกันอยู่"เฮ้ย ๆ นั่นอะไรน่ะ มีอะไรหล่นลงมาด้วย!"เสียงผู้คนแถวนั้นเริ่มดังขึ้นและให้ความสนใจเครื่องบินที่ใกล้เข้ามา ๆ และเหมือนมีอะไรถูกโปรยลงมาจากเครื่องบินลำนั้น"เครื่องบินลำนั้นดูแปลก ๆ นะ ยูว่าพวกเราเข้าไปหลบข้างในดีกว่าไหม"ยูโรพยายามพาพวกฉันกลับเข้าไปด้านในร้านแต่จู่ ๆ ก็เหมือนมีดนตรีคลาสสิคคลอเบา ๆ ดังขึ้นจากเครื่องบินลำนั้น ก่อนจะมีเหมือนป้ายอะไรสักอย่างถูกปล่อยสยายออกจากใต้ตัวเ
"ถึงไหนกันแล้วคะ... ว้าว! สวยมากลูกสาวเจ๊" เจ๊เอมี่ที่เดินเข้ามาดูว่าพวกเราแต่งตัวไปถึงไหนแล้วถึงกับตาโตเมื่อเห็นฉันในชุดนี้"เหมือนเจ้าสาวตัวจริงมั้ยเจ๊" พี่ช่างแต่งหน้ากระโดดไปเกาะแขนเจ๊เอมี่ทำท่ากรี๊ดกร๊าดดีใจเหมือนวันนี้เป็นวันแต่งงานของฉันจริง ๆ"เหมือนมากค่ะ คุณน้องใส่ชุดเจ้าสาวแล้วสวยมาก ๆ ครั้งหน้าเราเปลี่ยนมารับแต่งานชุดฟูฟ่องเหมือนเจ้าหญิงกันดีไหมคะ" เจ๊เอมี่พูดถึงอนาคตเป็นตุเป็นตะ"สวยขนาดนั้นเลยเหรอคะ" ถึงจะรู้แหละว่าตัวเองสวย แต่ไม่ได้คิดว่าในสายตาคนอื่นจะดูสวยขนาดนั้นไง"สวยยิ่งกว่าสวยอีกค่ะ นี่ถ้าสมมติว่าเดินออกไปแล้วมีเจ้าบ่าวคู่ด้วย เจ๊ยอมเรียกงานนี้ว่างานแต่งของจริงเลยค่ะ"ยิ่งเจ๊เอมี่ชมฉันก็ยิ่งเขิน ในหัวจินตนาการไปถึงงานแต่งงานจริง ๆ ที่มีฉันเป็นเจ้าสาวและกิเลนเป็นเจ้าบ่าว โอยยย จะเป็นลม อะไรมันจะดูมีความสุขขนาดนี้"ฮันแน่ หน้าแดงขนาดนี้ ยิ้มแก้มแทบแตกขนาดนี้ อย่าบอกนะคะว่าจินตนาการถึงเจ้าบ่าวตัวจริงในอนาคตน่ะ"เจ๊เอมี่บ้า! มาแซวตรง ๆ ได้ยังไง"ทุกคนพร้อมมั้ย!?"โชคดีที่มีเสียงพี่ทีมงานคนหนึ่งเดินเข้ามาเรียกได้ถูกจังหวะ ฉันเลยไม่ต้องตอบคำถามเจ๊แก"พร้อมมากค่ะ เจ้าส
"เอาอันนี้สิ"จู่ ๆ กิเลนก็ชี้ไปที่งานถ่ายแบบชุดแต่งงาน"ไม่อะ ฉันไม่อยากสวมชุดแต่งงาน เดี๋ยวขึ้นคาน" ก็แค่พูดเล่น ๆ ไม่ได้จริงจัง แต่เหมือนคนด้านหลังฉันจะดูร้อนรนยังไงไม่รู้"ใครบอกเธอ อย่างเธอจะขึ้นคานได้ยังไง ผัวนั่งอยู่ตรงนี้ทั้งคน"อา... ทำไมถึงดูมีพิรุธจังนะแค่พูดตามคำโบราณที่ได้ยินมาปากต่อปากเป็นทอด ๆ เอง"ใครจะไปรู้ เผื่ออนาคตนายทิ้งฉันเพราะเจอคนใหม่จะทำยังไ..ง อื้อ"ถูกหยุดคำพูดด้วยฝ่ามือหนาที่ประกบปิดปากฉันจากทางด้านหลัง ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะลอยหวือเปลี่ยนเป็นขึ้นมานั่งคร่อมบนตักแกร่งหันหน้าเผชิญกันกับเจ้าของแววตาดุดันตรงหน้า"จะไม่มีวันนั้น เธอเชื่อใจฉันได้"แววตาแสนจริงจังของกิเลนทำให้ฉันตกอยู่ในห้วงแห่งความสุขฉัน... สามารถเชื่อในคำพูดผู้ชายคนนี้ได้จริง ๆ ใช่ไหมเขา... จะไม่ทิ้งฉันไปอย่างที่บอกไว้ใช่หรือเปล่าหมับ...ความอุ่นวาบจากฝ่ามือที่ทาบลงมาบนแก้มทั้งสองข้างทำให้ฉันที่คิดไปต่าง ๆ นานาหันกลับมาสนใจคนตรงหน้าอีกครั้ง"ฉันรู้เธอยังไม่มั่นใจฉัน เพราะทุกอย่างของเราเร็วเกินไป"ใช่ เพราะทุกอย่างที่เราตัดสินใจมันเร็วเกินไปจนมันทำให้ฉันกลัว"แต่ฉันสัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย
"เพราะรักยังไงล่ะ"ฉ่า....จูบเขาแล้วมาบอกรักทีหลังมันเขินนะเว้ย!"หน้าแดง""อย่าล้อ!""ดูดิ ๆ แดงหนักกว่าเก่าอีก""ฮือ กิล เลิกแกล้งสักที"ฉันยกมือปิดหน้าตัวเองเพราะถูกกิเลนก้มมองและยิ้มล้อเลียน คนบ้าอะไรไม่รู้ บทจะเลี่ยนก็เลี่ยนแบบไม่ให้ตั้งตัวเลยจริง ๆหมับ...กิเลนเลิกแซวแล้ว แต่เขายังสวมกอดฉันอย่างแนบแน่นอยู่ ร่างกายรู้สึกโคลงเคลงไปมาเพราะคนตัวโตโยกตัวฉันราวกับจะกล่อมนอน"ฉันไม่อยากให้เธอเดินงานเพชรอะไรนั่นเลย"นี่ไม่ใช่ครั้งแรกตั้งแต่เราเปิดตัวกันแล้วเขาพูดแบบนี้กิเลนพยายามกล่อมฉันให้เลิกเป็นนางแบบ คือ... ก็ไม่เชิงเลิกไปเลย แต่ให้รับงานน้อยลง เอาแค่แบบงานที่ไม่โชว์เนื้อหนังมากเกินไปทำนองนี้"ไม่อยากให้เดินก็ไม่เดิน" ฉันตอบอย่างสบาย ๆ"หือ นี่ฉันหูฝาดไปหรือเปล่า?" กิเลนก้มลงมามองหน้าฉันด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ"ไม่ฝาดหรอก จริง ๆ ก็คิดไว้แล้วว่าจะไม่รับงานนั้นต่อให้ฉันกลายเป็นเบอร์หนึ่งเหมือนเดิม" ในเมื่อเคยถูกเลือกให้เป็นรองด้วยความอยุติธรรมไปแล้วครั้งหนึ่ง ฉันก็จะไม่รับงาน ๆ นั่นแม้ว่าเขาจะอ้างว่ามันคือความผิดพลาด"ทำไม?" คำถามง่าย ๆ แต่ฉันกลับตอบไม่ออก"ไม่รู้สิ แค่รู้สึกว่าไม่
"กินเอง""อย่าดื้อ"เนี่ย เดี๋ยวสักพักฉันก็จะวีนเขา มันมักจะเป็นแบบนี้แหละแต่ฉันเรียกสิ่งนี้ว่าความสุขนะ เราไม่จำเป็นต้องคล้อยตามอีกฝ่ายเสมอในทุก ๆ เรื่อง เพราะเราควรมีความคิดอิสระของตัวเองบ้างแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าต้องแข็งข้อกับอีกฝ่าย เลือกปรับใช้ตามแบบเราเองดีกว่า รู้สึกชีวิตมีรสชาติดี"เอาใจขนาดนี้ กลัวถูกฉันหาว่าจุ้นจ้านล่ะสิ"ฉันแค่มองตาเขาก็รู้แล้วว่าในใจคิดแบบนี้จริง ๆ เพราะกิเลนไม่เคยปิดบังอะไรฉันผ่านทางแววตาได้หมด"หรือไม่คิด?" คิ้วดกดำสวยเลิกขึ้นถาม"ตอนแรกก็คิด" ฉันเว้นช่วงไว้หายใจก่อนพูดต่อ "แต่ตอนนี้ไม่คิดแล้ว ฉันว่าพวกเขาควรได้รับในสิ่งที่ทำ"เชื่อไหม จบคำพูดฉันคนข้าง ๆ เขาทำยังไงกิเลนถึงกับยิ้มด้วยความภูมิใจที่ฉันแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกไปแบบนั้น ดูเขามีความสุขที่ฉันเข้าใจเขาและไม่ได้โลกสวยๆปเสียทุกอย่าง"จริง ๆ ฉันอยากทำมากกว่านี้" ฉันจ้องหน้าเจ้าของคำพูดนี้ที่แลดูยังไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองทำ"เพราะยังไม่เอาคืนเรื่องที่ยัยนั่นทำไว้กับเธอ มั้งเรื่องตัดต่อภาพ เรื่องคลิปที่ติดแฮชแท็ก เรื่อง... อืม"ฉันรีบประกบปากเพื่อหยุดสิ่งที่เขาไล่เรียงมาครั้งนี้ไก่อ่อนอย่าง







