3
ลงทัณฑ์เด็กดื้อ
ขึ้นชื่อว่าทะเล กิจกรรมที่ให้ทำก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการล่องเรือ เล่นน้ำ ดำน้ำดูปะการัง กินอาหารทะเล หรือชมพระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตก
แผนการท่องเที่ยวของอบอุ่นก็ไม่มีอะไรพิเศษไปจากนั้น เขาเพียงจอง One-day trip สำหรับล่องเรือชมเกาะเล็กๆ ทั้งสามเกาะ และดำน้ำชมปะการังเท่านั้น เป็นกิจกรรมที่เรียกได้ว่า หากจะเอาไปรีวิวก็ดูจะธรรมดาเกินไป แต่ด้วยคอนเซ็ปของ vlog คือท่องเที่ยวพักผ่อน ไม่ได้ตะบี้ตะบันสรรหาแหล่งท่องเที่ยวลับๆ หรือสถานที่ที่มันหายากอะไร เขาเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก
ไม่คิดเลยว่าจู่ๆ โชคก้อนใหญ่ก็หล่นลงตรงหน้า
ระหว่างที่กำลังกินอาหารเที่ยงบนเรือเฟอร์รี่กันอยู่ พวกเขาก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้จัดการฝ่ายมาร์เก็ตติ้งของโรงแรม พร้อมกับข่าวดีน่าเหลือเชื่อมากมาย ทำเอารีบตอบรับไปอย่างรวดเร็วด้วยความตื่นเต้น เพิ่งมานึกถึงปัญหาอื่นๆ ได้ก็เอาเมื่อวางสายไปแล้ว
“ซาน เราลืมไปว่าเราอยู่ต่อไม่ได้อ่ะ มะรืนนี้ต้องไปค่ายอาสาของคณะวิศวะด้วยสิ”
ถึงช่วงนี้จะปิดเทอมอยู่ก็จริง แต่แน่นอนว่านักกิจกรรมอย่างอบอุ่นไม่เคยปล่อยเวลาว่างให้เปล่าประโยชน์ ถึงแม้เขาจะเรียนอยู่คณะเศรษฐศาสตร์ แต่เพราะปีก่อนได้เคยเข้าร่วมค่ายอาสาของคณะวิศวะ ทำให้เกิดความสนิทสนมกัน จนนัดกันว่าจะเข้าร่วมค่ายอาสาอีกครั้งในปีนี้
“จะยกเลิกก็ได้นะ... แต่โคตรเสียดายที่พักฟรีเลย”
“เราก็ได้เที่ยวกันเต็มอิ่มแล้วนี่”
“เปล่า เราหมายถึงแพ็คเกจที่พัก 3 วัน 2 คืนที่ใช้ได้ตลอดปีต่างหาก อดมากับเมีย เอ๊ย แฟนเลย เฮ้อ...”
“ไอ้บ้าเอ๊ย!” อบอุ่นด่าซานแบบซอฟต์ๆ ไปหนึ่งที ก่อนจะคิดไอเดียอะไรได้ “งั้นแกคอยอยู่ทำรีวิวคนเดียวได้มั้ย ส่วนเราจะอยู่ด้วยถึงพรุ่งนี้เย็นๆ”
“จะให้ตัดต่อเอาแต่คลิปวิวธรรมดาๆ ไปลงหรือไง ขาดมึงไปมันจะใช่ vlog ของ ‘น้องอบ’ มั้ย หัดคิดซะหน่อยดิวะ”
“แล้วจะเอายังไงล่ะวะ!?”
“โทรกลับไปถามผู้จัดการดิ เราว่าเขาต้องหาทางช่วยได้แหละน่า”
บรรยากาศริมหาดยามค่ำคืน และลมทะเลคลอไปกับเสียงดนตรีแจ๊สสดๆ โดยวงดนตรีที่ถูกจ้างมา ทำให้ชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดสบายๆ อดที่จะโยกหัวเบาๆ ไปตามจังหวะเพลงไม่ได้
หลังจากที่อิ่มหนำสำราญกับอาหารทะเลและบาร์บีคิวเรียบร้อยแล้ว อบอุ่นกับซานก็ย้ายมานั่งจิบค็อกเทลเงียบๆ แถวโต๊ะหวายริมชายหาด แต่ไม่รู้ว่าซานไปเข้าห้องน้ำอีท่าไหน ถึงได้หายไปเป็นนานสองนาน จนอบอุ่นเดาว่ามันคงแอบไปเฟซไทม์คุยกระหนุงกระหนิงกับแฟนอยู่แน่ๆ
อบอุ่นมองคลื่นทะเลที่ยังพอเห็นได้เพราะแสงไฟจากเทียนไฟฟ้าสีเหลืองขนาดเล็กๆ ซึ่งกระจายอยู่ตามริมขอบทาง ชวนให้บรรยากาศดูโรแมนติก
ขณะที่กำลังเหม่อลอยดื่มด่ำกับบรรยากาศไปเรื่อยเปื่อย จู่ๆ ก็มีเงาขนาดใหญ่พาดผ่านมาจากทางเบื้องหลัง
...แต่ก่อนที่เขาจะได้เงยหน้าขึ้นไปมอง ร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่งก็นั่งลงบนเก้าอี้หวายข้างๆ เขาเสียแล้ว
มัดกล้ามและรอยสักที่โผล่ให้เห็นนอกเสื้อเชิ้ตฮาวายทำให้อบอุ่นอดรู้สึกที่จะตื่นเต้นไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกอันผสมปนเประหว่างความทึ่ง อยากสัมผัสกับรอยสักอันน่าตื่นตาตื่นใจนั่น และความหวาดระแวงกับการที่จู่ๆ มีคนที่ไม่รู้จักถือวิสาสะเข้ามานั่งด้วย
อบอุ่นหลุบสายตาจ้องมองแก้วค็อกเทลของตน ก่อนจะแอบเหลือบตาขึ้นมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่ยังคงนั่งเงียบอยู่ ท่ามกลางแสงสลัว ปรากฏให้เห็นถึงเค้าโครงของลูกครึ่ง สันกรามและทุกอย่างแสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ของผู้ชายวัยสามสิบกว่าแบบที่เด็กมหาวิทยาลัยอย่างเขาไม่มี
“คงไม่ว่าอะไรที่ฉันนั่งด้วยนะ”
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรับรู้ได้ว่าเขามองอยู่ จึงผินหน้าที่มองน้ำทะเลอยู่มาจ้องที่เขาแทน ใบหน้านิ่งขรึม สายตาคมปลาบที่มีประกายประหลาด และการที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นรอง ทำให้ชายร่างเล็กกว่าต้องหลบสายตา แต่ยังคงตอบกลับไปเป็นเชิงไล่
“พอดีว่าเพื่อนผมไปเข้าห้องน้ำอยู่น่ะครับ”
“แต่เก้าอี้มีสามตัว...”
“คุณรู้ได้ไงว่าพวกผมมากันสองคน” อบอุ่นถึงกับตวัดสายตามองอีกฝ่ายอย่างลืมตัว
หรือตาลุงนี่จะเป็นพวกโรคจิต
แทนที่อีกฝ่ายจะรีบแก้ตัวหรือแสดงท่าทีลุกลี้ลุกลน เขากลับสบตาเด็กหนุ่มนิ่ง นัยน์ตาส่อประกายแปลกประหลด ชวนให้รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวจนเผลอตัวอย่างอึดอัด
“ไม่มีอะไรที่ฉันอยากรู้ แล้วไม่รู้หรอกนะ”
เสียงดนตรีที่จู่ๆ ก็เงียบลง เน้นให้ถ้อยคำเหล่านั้นชัดเจนมากยิ่งขึ้น จนอบอุ่นรู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปในโลกพิศวงโดยดวงตาคู่นั้น ด่ำดิ่งลงไปเรื่อยๆ จนทุกสิ่งรอบกายถูกตัดขาดออกไป
คนๆ นี้คือใครกันแน่
รู้ตัวอีกทีก็เมื่ออีกฝ่ายลุกขึ้นจากเก้าอี้นั่ง และเดินอ้อมมาด้านหลังเก้าอี้ของตนแล้ว
ร่างเล็กรับรู้ได้ถึงร่างใหญ่ที่บดบังแสงไฟจากเบื้องหลังจนหมดสิ้น เหมือนดั่งเขาเป็นเพียงหนูตัวเล็กๆ ในกำมือของอีกฝ่าย
“และไม่มีอะไรที่ฉันอยากได้ แล้วไม่ได้ด้วยสิ” เสียงกระซิบพร้อมกับลมหายใจร้อนที่เป่ารดคออบอุ่น ชวนให้รู้สึกเสียววูบ ใบหูแดงขึ้นมาโดยอัตโนมัติ จนฝ่ายคุกคามรู้สึกเอ็นดู อยากจะขบเม้มติ่งหูแดงๆ นั่นให้แดงก่ำขึ้นไปอีก
“คะ...คุณหมายความว่าไง”
อบอุ่นถามกลับตะกุกตะกัก ย่นคอหนีจากอีกฝ่ายจนใบหน้าแทบจะชิดที่เท้าแขน
“คุณธันวา”
“...”
“เรียกฉันว่า คุณธันวา”
“ไม่” ร่างเล็กเม้มปากแน่นอย่างไม่ยอมคน หนอย... ตาลุงโรคจิต คิดว่าเขาจะอยากรู้จักมักจี่หรือญาติดีด้วยเรอะ!? ฝันไปเถอะ!
“ดื้อเหมือนกันนะเรา” จู่ๆ บรรยากาศมาคุก็เข้าปกคลุม จนอบอุ่นที่ตอนแรกอยากจะลุกหนี รู้สึกแข้งขาอ่อนแรงจนขยับไม่ได้
ธันวาใช้มือทั้งสองข้างกดบ่าเล็กไว้แน่นจนอบอุ่นเริ่มรู้สึกคิดผิดที่ไปหาเรื่องเขา
“...แต่ไม่เป็นไร...” ฝ่ามือหนาสากลากผ่านบ่าเล็กไปยังลำคอที่เกร็งตึงอย่างกลัวๆ จนไปสิ้นสุดด้วยการลูบไล้แผ่วเบาอยู่บนแก้มขวาอันเนียนนุ่ม “เพราะฉันน่ะ...”
“...”
“ชอบกำราบเด็กดื้อเป็นที่สุด...”
ก่อนที่ฝ่ามือนั้นจะบังคับใบหน้าเล็กให้หันกลับมารับการลงทัณฑ์จากริมฝีปากหนา!
ริมฝีปากของคนร่างเล็กกว่าถูกครอบครองโดยอีกฝ่ายอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว อบอุ่นเบิกตากว้างอย่างตกใจ พยายามจะบิดหน้าหนีจากสัมผัสอันร้อนระอุนั่น แต่ความพยายามกลับเป็นอันต้องล้มเหลว เมื่อธันวาใช้มืออีกข้างบังคับเขาให้ลุกขึ้นยืน และกระชากเข้าหาตัว จนร่างกายส่วนหน้าของทั้งคู่แทบจะแนบสนิทไปทุกส่วน
ใบหน้าเล็กถูกบังคับให้แหงนเงยรับสัมผัสหนักหน่วงอย่างเต็มที่ ลิ้นสากบังคับให้ริมฝีปากสีแดงก่ำเปิดออกเพื่อเข้าไปชิมน้ำหวานได้อย่างถนัดถนี่ อบอุ่นรู้สึกควบคุมตัวเองได้ยากยิ่งขึ้นเมื่อลิ้นร้อนสามารถเข้ามาเกี่ยวกวัดลิ้นหวานได้เป็นผลสำเร็จ
รู้สึกไร้ซึ่งเรี่ยวแรงในการต่อต้าน ได้แต่หลับตา ปล่อยให้ธันวาลิ้มรสความหอมหวานอย่างหื่นกระหาย ความร้อนรุ่มที่จู่ๆ ก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ทำให้อบอุ่นอ่อนระทวยจนต้องเกาะไหล่อีกฝ่ายเพื่อประคองตัวเองไว้ไม่ให้ไหลลงไปกองกับพื้น
ยิ่งธันวาได้ลิ้มรส ดูดดึง และขบเม้มริมฝีปากอันหวานล้ำนานเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกต้องการมันมากยิ่งขึ้น ฝ่ามือหนากระชับให้สะโพกเล็กเบียดชิดเข้ามาจนร่างของทั้งสองแทบจะประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่แน่นอนว่ายิ่งทำ ยิ่งเป็นการทรมานตัวเอง ความร้อนผ่าวเริ่มแผ่กระจายจากส่วนล่างไปทั่วร่างกายของเขาภายในชั่วพริบตา จนรู้ตัวอีกที ฝ่ามือก็ล้วงเข้าไปใต้เสื้อยืดอีกฝ่ายตามสัญชาตญาณดิบเสียแล้ว
สัมผัสเนียนนุ่มยิ่งชวนให้จิตใจของธันวาเตลิดไปไกล เขาอยากจะกระชากเสื้อผ้าอบอุ่นทิ้งซะตรงนี้ แล้วสั่งสอนบทเรียนรักให้ร่างในอ้อมแขน ปลดปล่อยน้ำเชื้อให้ล้นทะลัก นำพาอีกฝ่ายไปสู่อีกโลกหนึ่งที่ไม่รู้จัก นำไปสู่ความหฤหรรษ์ที่เขาบรรจงสรรสร้างขึ้นเพื่อคนคนนี้โดยเฉพาะ!
ถึงแม้ร่างกายส่วนล่างจะร้อนผ่าว เครียดเขม็งอยากจะปลดปล่อยสักเพียงใด เขาก็ได้แต่ข่มความทรมานนี้ไว้ ใช้ลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวลิ้นเล็ก ดูดดึง... ดูดซับความหวานให้มากที่สุด ก่อนจะขบเม้มริมฝีปากบางแรงๆ แล้วจูบซับมุมปากเป็นการส่งท้าย
แรงขบเม้มนั้นทำให้เปลือกตาที่หลับพริ้มอย่างเคลิบเคลิ้มของอบอุ่นเปิดขึ้นอย่างงงงวย ร่างบางหายใจถี่รัวอย่างเหนื่อยหอบ มือเล็กยังคงขยำเสื้ออีกฝ่ายไว้แน่นเพื่อพยุงตัว
“นี่คือบทลงโทษเล็กๆ น้อยๆ สำหรับเด็กดื้ออย่างเธอ”
อบอุ่นรวบรวมแรงผละออกมาจากร่างใหญ่ เม้มปากแน่น ทำเอาริมฝีปากบวมช้ำยิ่งแดงก่ำเข้าไปอีก จนฝ่ายตรงข้ามแทบไม่อยากจะปล่อยเขาไป
“แต่ถ้ามีคราวหน้า... มันจะไม่จบแค่นี้หรอกนะ...”
กล่าวจบ ร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามก็เดินจากไป ทิ้งให้คนที่ถูกจู่โจมได้แต่ทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรง ไม่สามารถจัดการกับความร้อนผ่าวและหัวใจที่เต้นระรัวจนแทบจะทะลักออกมาจากอกของตนเองได้