ที่สุดของข่าวฉาว...กลิ่นคาววงการบันเทิง เมื่อดารินทร์ถูกสังคมพิพากษาให้อยู่ในฐานะ "ชู้" ชีวิตนักแสดงต้องย่อยยับพังทลาย ไปพร้อมกับหัวใจที่แตกสลายยับเยิน
View Moreตอนที่ 1 การละคร
กลางดึกในค่ำคืนอันแสนธรรมดา แต่ทว่าคนเกือบค่อนประเทศแทบนอนไม่หลับเพราะต่างพากันจับจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือหรือจอทีวี เพื่อเฝ้าติดตามข่าวฉาวสุดร้อนแรงแห่งปี เมื่อรายการทีวีใหญ่สร้างคอนเทนต์บุกเซอร์ไพรส์นางเอกชื่อดังแถวหน้าแห่งวงการบันเทิง หากแต่คนที่ถูกเซอร์ไพรส์กลับไม่ได้มีเพียงนางเอกดังคนเดียวเท่านั้น แต่รวมไปถึงแฟนคลับและผู้คนอีกจำนวนมากที่นั่งจ้องหน้าจอตาค้างกับภาพที่กำลังฉายผ่านหน้าจอทีวี
เมื่อสิ่งที่รายการดังกำลังถ่ายทอดออกไปนั้นมิใช่ภาพอันสามารถออกอากาศได้ทั่วไปเพราะมันคือภาพของ “คราม” ไฮโซหนุ่มสามีของดาราสาวคนดังนามว่า “ดารัณ” และช็อกหนักมากยิ่งขึ้นไปกว่านั้น เมื่อคนที่นอนเปลือยกายกอดก่ายอยู่แนบข้างไฮโซหนุ่มหาใช่ใครอื่น แต่คือ “ดารินทร์” นักแสดงดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งปี ดีกรีนายเอกตัวท็อปของวงการซีรีส์วาย แถมยังพ่วงท้ายด้วยการเป็นน้องชายร่วมสายเลือดของนักแสดงสาว
เสียงกรีดร้องจนแสบแก้วหูอัดเข้าใส่ไมค์ติดไวเรทของทีมงานซึ่งรับหน้าที่เดินหน้าถ่ายรายการตามมาด้วยภาพความรุนแรงซึ่งรายการจำต้องตัดภาพเปลี่ยนเป็นจอดำไปในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที แต่ช่วงเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีบนหน้าจอซึ่งออกอากาศไปนั้น ก็ทำให้เกิดแฮชแท็กใหม่ทะยานพุ่งขึ้นไปสูงจนติดอันดับหนึ่งเพียงชั่วข้ามคืน
#ดารินทร์เล่นชู้
“ดารินทร์!” เสียงตวาดดังจนแสบแก้วหูกระตุกเปลือกตาบางให้ขยับไหวเล็กน้อย แต่เจ้าของชื่อยังไม่อาจขยับยกมันให้เปิดขึ้นได้โดยง่าย ผิดกับชายร่างสูงใหญ่ซึ่งนอนเปลือยกายก่ายกอดสอดท่อนแขนแกร่งโอบร่างบางนั้นไว้อยู่แนบอก
“ดารินทร์ ไอ้น้องเนรคุณ ลุกมานี่เดี๋ยวนี้นะ!”
แม้นเปลือกตานั้นยังไม่ถูกขยับเปิดขึ้น แต่ทว่าฝ่ามือเรียวกับเล็บยาวสีแดงกำมะหยี่คว้าเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนแล้วจิกทึ้งดึงกระชากร่างเปลือยบอบบางลากลงมาจากเตียงในสภาพไร้เครื่องนุ่งห่มปกปิดร่างกาย เสียงฮือฮาเพราะภาพเบื้องหน้าทำให้เหล่าทีมงาน ตากล้องและใครหลายคนซึ่งอยู่ในเหตุการณ์อุทานร้องออกมาดังจนฟังไม่ได้ศัพท์
“แกมันน้องเลว แกแอบเล่นชู้กับผัวฉันเหรอ...ดารินทร์!” เสียงพร่ำพรรณนาดังสลับไปมากับเสียงฝ่ามือซึ่งสะบัดตบไปบนซีกแก้มสีขาวนวล แค่เพียงสองสามครั้งซีกหน้านั้นก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มจัดขึ้นทันที
“พี่รัณ” ดารินทร์เปิดปรือเปลือกตาขึ้นมาพร้อมกับความมึนงงระคนสับสนเพราะยังจับต้นชนปลายเรื่องราวทั้งหลายไม่ถูก
“แกทำกับพี่อย่างนี้ได้ยังไงกันรินทร์ แกทำกับฉันได้ยังไง” นางเอกสาวขยำมือทึ้งเส้นผมนุ่มขึ้นมาจนเต็มสองกำมือก่อนจะจับศีรษะเล็กของน้องชายกระแทกหงายไปกับพื้นห้องเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
“พี่รัณ ผมไม่ได้ทำอะไรนะ” มือนุ่มพยายามยกขึ้นมาหยุดยั้งรั้งแรงของพี่สาวเอาไว้แต่ทำได้ไม่ถนัดนัก ดวงตาปรือนั้นหมุนคว้างหันไปทุกทางเหมือนยังจับโฟกัสสิ่งใดไม่ได้
“อย่ามาตอแหล แกเป็นชู้กับผัวฉัน” น้ำเสียงแหลมตวาดสูง
"เป็นชู้เหรอ..." ร่างอ่อนโอนเอนทรงตัวอย่างยากลำบากถูกฝ่ามือนุ่มตบฉาดเข้าจนเต็มแรง ใบหน้านั้นสะบัดคว่ำลงไปติดกับพื้นห้อง แต่ถึงอย่างนั้นดารัณยังไม่วายหยุดลงโทษคนที่บังอาจหยามศักดิ์ศรีของเธอได้ถึงเพียงนี้ รองเท้าส้นสูงสีแดงกำมะหยี่เฉดเดียวกับเล็บมือถูกถอดออกจากเท้าคู่สวยก่อนที่มันจะถูกใช้เป็นเครื่องผ่อนแรงแทนฝ่ามือฟาดเข้าไปบนใบหน้าหวาน
“ไอ้น้องชั่ว” ส้นเข็มแหลมถูกฟาดเจาะลงบนขมับตัดกับหางคิ้วสีเข้มเห็นเป็นร่องลึกตามรอยของความแหลมคม จนเมื่อส้นเข็มปลายแหลมถูกยกขึ้นนั่นเองจึงได้เห็นของเหลวสีแดงเข้มไหลซึมออกมาตั้งแต่ปลายคิ้ว หางตาอาบไหลลงมาจนถึงคาง
“พี่รัณ ผมเปล่านะ” ดารินทร์ที่แม้ตอนนี้จะยังไม่รู้ที่มาที่ไปของเรื่องราวทั้งหลายพยายามปฏิเสธ
“เป็นใครก็ได้รินทร์ แกจะไปเอากับใครก็ได้ ฉันไม่เคยว่า....ฉันไม่เคยห้าม แต่ทำไมต้องเป็นผัวฉัน แกทำอย่างนี้ได้ยังไงกัน” ใบหน้าสวยฉ่ำหยดน้ำตาก้มลงมามองหน้าน้องชายเหมือนคนหัวใจแตกสลายอย่างชอกช้ำ หยดน้ำใสร่วงหล่นตกกระทบลงไปบนแก้มขาวของคนเป็นน้องก่อนที่มันจะไหลไปตามร่องแก้มปนไปกับเลือดสีเข้ม
"พี่รัณ...ผมเปล่านะ" ดวงตากลมเบิกกว้างอย่างสับสนและตื่นกลัว
"แกแย่งผัวพี่ทำไมรินทร์..." เสียงตวาดถามย้ำซ้ำประโยคเดิมพร้อมกับรองเท้าส้นสูงกระหน่ำซ้ำฟาดลงไปกลางศีรษะเล็กราวกับคนเสียสติ เสียงร้องไห้ฟูมฟายเหมือนคนกำลังจะขาดใจตายกรีดร้องสะท้อนไปมาภายในห้องนอนใหญ่อย่างน่าเวทนา
“พี่รัณใจเย็นๆ ค่ะ”
“คุณรัณใจเย็น ก่อนครับ”
เสียงร้องห้ามปรามและฝ่ามือของใครหลายคนพยายามเข้ามาช่วยรั้งร่างบางนั้นให้ขยับลุกขึ้นมาจากพื้นห้อง ซึ่งมีร่างขาวสว่างตาเปลือยอล่างฉ่างนอนหมดสติโดยมีเลือดไหลอาบจนท่วมใบหน้า ใครคนหนึ่งในห้องดึงเอาผ้าห่มจากบนเตียงลงมาช่วยปกปิดร่างนั้นให้พ้นไปจากสายตานับสิบคู่ เสียงอึกทึกครึกโครมโวยวายดึงเปลือกตาหนาจากชายอีกคนบนเตียงกว้างให้ขยับเปิดได้ในที่สุด
“พวกคุณเป็นใคร เข้ามาในห้องผมได้ยังไง" ความชุลมุนวุ่นวายหยุดลงชั่วครู่ เมื่อเสียงเข้มแต่แหบเครือเหมือนคนเมาเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังคงนั่งใช้มือกุมขมับพร้อมกับยกขึ้นมาคลึงเปลือกตาตัวเองอย่างใจเย็น
ครามไฮโซหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นมาจากเตียงในสภาพเปลือยทั้งตัวไม่ต่างจากนักแสดงหนุ่ม ท่าทางของคนคล้ายมีอาการเมาค้าง ใบหน้าคมก้มต่ำพยายามสลัดหัวไปมาอยู่สองสามทีเหมือนต้องการตั้งสติ จนใครคนหนึ่งโยนชุดคลุมอาบน้ำมาให้ เขาจึงใช้มันมาปกปิดเครื่องชายส่วนตัวให้พ้นจากสายตาของคนนอก
“ครามนี่คุณไม่มีปัญญาหาผู้หญิงที่ไหนมากกแล้วอย่างนั้นเหรอคะ ถึงได้หน้ามืดไปคว้าดารินทร์มาทำพันธุ์” ดารัณยกปลายรองเท้าส้นสูงในมือแล้วใช้มันต่างนิ้วชี้ตรงไปยังร่างอ่อนระทวยของน้องชายซึ่งนอนอยู่ในห่อผ้าห่ม เลือดสีแดงเปื้อนเปรอะเลอะผ้าห่มสีขาวเห็นเป็นรอยด่างอย่างชัดเจน
“รัณคุณพูดเรื่องอะไร”
“หลักฐานขนาดนี้คุณคงไม่ปฏิเสธว่าคุณกับดารินทร์ไม่มีอะไรกันหรอกนะคะ”
“ดารินทร์เหรอ?” สายตาคมสะบัดไปยังใบหน้าโชกเลือดนั้นอีกครั้ง คิ้วเข้มกดต่ำลงเล็กน้อยเหมือนกำลังใช้ความคิดก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ
“คุณทำกับฉันอย่างนี้ได้ยังไงกันคะคราม คุณทำกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง” นักแสดงสาวทิ้งตัวลงนั่งร่ำไห้ปริ่มว่าจะขาดใจอยู่ตรงปลายเตียงซึ่งห้อมล้อมไปด้วยเสียงปลอบโยนประโลมให้เธอใจเย็น
“ใจเย็นๆ นะคะพี่รัณ มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่พวกเราเห็นก็ได้”
จินนี่ นักแสดงสาวรุ่นน้องเอ่ยขึ้นพร้อมกับฝ่ามือลูบลงบนเรียวแขนของดารัณเพื่อเป็นการปลอบโยน ใบหน้าหวานหันไปทางร่างของนักแสดงหนุ่มซึ่งนอนสลบอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะถอนหายใจแล้วหันกลับมาหานักแสดงสาวรุ่นพี่แล้วช่วยยื่นหยิบกระดาษให้ซับน้ำตา
“ไม่เป็นอย่างที่เห็น ฮึ...ขนาดแก้ผ้านอนอยู่ด้วยกันบนเตียงอย่างนี้ เธอกล้าพูดมั้ยล่ะว่ามันไม่มีอะไรจินนี่ ถ้าผู้ชายคนนี้เป็นสามีเธอ...เธอจะยังใจเย็นอยู่ได้หรือเปล่า”
“แต่...ดารินทร์ไม่ใช่คนแบบนั้นนะคะ”
“ไม่ใช่คนแบบนั้น ใช่...ดารินทร์ไม่ใช่คนใสซื่ออย่างที่พวกเธอคิดไง ฉันเป็นพี่มันทำไมฉันจะไม่รู้สันดานน้องตัวเองฉันแค่ไม่คาดคิด...ว่ามันจะกล้าทำกับฉันขาดนี้”
ไฮโซหนุ่มเจ้าของห้องชุดสุดหรูขยับลุกขึ้นยืนแล้วสวมเสื้อคลุมปกปิดร่างแกร่งกำยำซึ่งยืนตระหง่านล้ำอยู่เบื้องหน้าทุกคนอย่างใจเย็น ดวงตาคมเฉี่ยวเหลียวเหลือบลงไปมองร่างอ่อนซึ่งนอนสลบอยู่ข้างเตียงราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“คุณคราม ช่วยอธิบายหน่อยได้มั้ยคะว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมดารินทร์ถึงมานอน...กับคุณได้” จินนี่เอ่ยถามไฮโซหนุ่มทันที
“ผมต่างหาก...ที่อยากให้พวกคุณอธิบายว่ามันเกิดอะไรขึ้น...ทำไมพวกคุณถึงบุกรุกเข้ามาในห้องส่วนตัวของผมโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมยัง...ถือกล้องเข้ามาถ่ายทำรายการบ้าบออะไรพวกนี้อีก รู้มั้ยครับว่า..ผมสามารถทำให้พวกคุณหมดตัวได้นะ” ครามตวัดสายตามองไปยังอุปกรณ์การไลฟ์สดรวมไปถึงผู้บุกรุกทุกคน แววตาสีเข้มเยือกเย็นสงบนิ่งจนแทบอ่านอารมณ์ความรู้สึกของเขาไม่ได้เลย แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนในห้องต่างรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาทันที
“เอ่อ...แต่ว่า คุณดารัณเป็นคนอนุญาตให้พวกเราเข้ามานะคะ” หนึ่งในทีมงานซึ่งยืนทำหน้าเลิ่กลั่กหันไปทางภรรยาสาวของไฮโซเจ้าของห้องพักราคาหลายสิบล้านด้วยสีหน้าหวาดหวั่น ใครๆ ต่างรู้ดีว่าครามเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่เลือดเย็นเด็ดขาดแค่ไหน
“บางครั้งผมก็อยากให้พวกคุณตระหนักถึงความเหมาะสมให้มากกว่าเรตติ้งและยอดไลค์ เอาล่ะครับเชิญพวกคุณออกไปจากห้องผมได้แล้ว แล้วก็...เตรียมตัวหาเงินเอาไว้สู้คดีกันด้วยนะครับ...ถ้าเรื่องนี้มันจำเป็นต้องฉาวโฉ่...ผมจะฉุดพวกคุณทุกคนให้มาดังด้วยกัน”
ทีมงานหน้าซีดต่างรีบหันหลังแล้วเดินออกไปจากห้อง โดยมีนักแสดงสาวสวยอย่างจินนี่ขอร้องให้ทุกคนช่วยกันประคองร่างของดารินทร์ซึ่งอยู่ในสภาพสลบไสลกลับลงไปด้วย ทิ้งเหลือไว้เพียงดารัณซึ่งยังคงไม่ยอมขยับก้าวไปไหนและไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมาเพราะนับจากนี้ถือว่าเป็นเรื่องของผัวเมียที่คงต้องการเคลียร์ปัญหากันเอง
“วงการละคร! หยุดเสแสร้งว่าเสียใจได้แล้วดารัณ คุณไม่ได้เสียใจขนาดนั้นหรอก”
เจ้าของห้องหนุ่มเดินไปคว้าบุหรี่ขึ้นมาจากโต๊ะแล้วจุดสูบอย่างใจเย็น สายตาเฉยชาไร้อารมณ์ปรายมองไปยังใบหน้าสวยซึ่งยังคงมีหยดน้ำตาไหลออกมาก่อนจะแสยะยิ้มยกมุมปากซึ่งถูกฉาบไว้ด้วยลิปสติกสีสวยนั้นให้มันสูงขึ้น
“คุณพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงคะคราม ฉันเสียใจจริงๆ นะ” ริมฝีปากงามขยับยกก่อนจะเหยียดยิ้มหยันอย่างน่ากลัว
“เรื่องนี้คุณกับผมรู้อยู่เต็มอก ดารัณที่นี่ไม่มีนักข่าว...ไม่มีกล้อง คุณไม่จำเป็นต้องแสดงละครแล้ว” ริมฝีปากหยักได้รูปพ่นควันบุหรี่สีเทาออกไปในอากาศ สายตาทอดมองไกลออกไปเบื้องหน้าซึ่งเป็นวิวสูงใจกลางมหานครในยามดึกสงัดผ่านบานหน้าต่างซึ่งเป็นกระจกใส
“ในฐานะเมีย การที่ต้องมาเห็นคุณมีชู้กับคนอื่น แถมยังแก้ผ้าพากันมานอนบนเตียง ฉันก็ต้องเสียใจอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะและฉันต้องเสียใจมากกว่าเมื่อชู้เลวคนนั้นเป็นน้องชายของฉันเอง” นิ้วมือเรียวปาดหยดน้ำตาทิ้งออกไปจากแก้มขาว นัยน์ตาฉ่ำวาวเปลี่ยนสลับเป็นเยาะหยันฉับพลันราวกับละครเปลี่ยนฉาก
“คุณไม่พิศวาสฉัน ฉันก็พอจะเข้าใจนะคะคราม แต่ฉันไม่คิดว่าคุณจะชอบพวกไม้ป่าเดียวกัน ทำไมคะผู้หญิงมันน่าเบื่อสำหรับคุณแล้วอย่างนั้นเหรอ ถึงได้คว้าผู้ชายมาแก้เหงา”
“สำหรับผม...ตอนนี้คว้าใครก็ได้ที่ไม่ใช่คุณ ถ้าแสดงละครเสร็จแล้วก็ไปซะ ผมจะนอนต่อ” มือหยาบคีบบุหรี่มวนสั้นส่งเข้าปากก่อนจะสูดเอานิโคตินเข้าปอดอย่างแช่มช้าผ่อนคลาย
“เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ หรอกนะคะคราม ฉันฟ้องหย่าคุณแน่ พยานหลักฐาน...บุคคลที่สามฉันมีทุกอย่างในมือครบแล้ว”
“ถ้าคุณคิดว่าละครฉากเมื่อครู่ไม่มีช่องโหว่อะไร แล้วคิดว่าจะใช้หลักฐานพวกนั้นฟ้องหย่าผมได้ก็เชิญ แต่ระวังนะรัณผู้กำกับไม่ดี โปรดิวเซอร์ไม่เก่ง การแสดงฉากเมื่อครู่มันอาจไม่แนบเนียน คนดูสมัยนี้ฉลาดกว่าที่คุณคิด พวกเขาไม่ได้โง่...”
ตอนที่ 27 ในคำว่า...รัก (จบ)“คุณครามครับ ผมยังไม่ได้พูดสักคำเลยนะว่าจะแต่งงานกับคุณน่ะ” ผมตีมือลงไปบนท่อนแขนของแฟนหนุ่มทันที เมื่อเห็นว่าเรื่องราวมันชักจะบานปลายใหญ่โตเพราะน้องครีมตะโกนป่าวประกาศเสียลั่นบ้านอยู่อย่างนั้นไม่ยอมหยุด“เรื่องแต่งงาน ฉันต้องรอให้เธอพูดด้วยอย่างนั้นเหรอดารินทร์ เรื่องสำคัญแบบนี้ฉันตัดสินใจเองได้”“แต่มันก็เป็นการตัดสินใจที่สำคัญของผมเหมือนกันนี่ครับ...นี่น่ะมันเป็นชีวิตของผมนะ”“ชีวิตของเรา....ตอนนี้ถ้าดูจากทางพฤตินัยแล้ว เราสองคนถือว่าเป็นสามีภรรยา นับว่าเป็นคนคนเดียวกันแล้วนะ เพราะฉะนั้นเรื่องสำคัญๆ อย่างเช่นเรื่องการแต่งงาน หัวหน้าครอบครัวหรือสามีอย่างฉัน จะขอใช้อำนาจเด็ดขาดในการตัดสินใจเอง”“หื้ออออ มีอย่างนี้ด้วยเหรอครับ”“มีสิ นี่ไง...ครอบครัวของเรา”“แต่ว่า...มันจะไม่เร็วเกินไปหน่อยเหรอครับ เราตกลงเป็นแฟนกันได้แค่สองวันเองนะ แล้วเมื่อคืนเราก็เพิ่งจะ...ลองมีอะไรกันครั้งแรกกับสอง สามครั้งหลังเท่านั้นเอง คุณครามไม่คิดว่าเราควรจะศึกษาดูใจกันอีกหน่อยเหรอครับ” ผมยังคงค้านเร
ตอนที่ 26 ครั้งแรก“คุณครามครับ”ผมเดินเข้าไปสวมกอดแฟนหนุ่มอย่างประจบเอาใจ เพราะรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่มีส่วนในการเอาปัญหาอันวุ่นวายภายในครอบครัวมากวนใจและต้องคอยให้คุณครามตามแก้ปัญหาให้ ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำนั้นมันอาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่ผมก็อดใจทอดทิ้งแม่และพี่สาวไปไม่ได้จริงๆ ในเมื่อเรามีกันอยู่แค่สามคนเท่านี้ จะดีหรือชั่วอย่างไรเสียทั้งสองก็เป็นคนในครอบครัวเพียงสองคนสุดท้ายในโลกใบใหญ่ที่ผมเหลืออยู่“จะง้อฉันเหรอ” ฝ่ามือนุ่มวางทับลงมาบนหลังมือของผมพร้อมกับใบหน้าเอี้ยวหันมาจูบลงบนหน้าผากเสียงดังจุ๊บใหญ่“ครับผมมาง้อ แล้วก็มาขอบคุณที่คุณครามยอมช่วยแม่กับพี่รัณด้วย” ผมย้ายตัวเองจากการโอบกอดแผ่นหลังกว้างเดินมายืนอยู่ด้านหน้าแล้วสวมกอดร่างหนานั้นเอาไว้จนเต็มอ้อมแขน“เธอรู้ใช่มั้ยดารินทร์ว่าฉันช่วยพวกเขาทำไม ฉันยื่นมือเข้ามาช่วย...ทั้งๆ ที่ฉันเกลียดเขานักหนา”“ครับ” ผมพยักหน้ารับเบาๆผมรู้ว่าคุณครามเองคงเจ็บปวดและรู้สึกเหมือนถูกหยามศักดิ์ศรีอย่างหนัก เมื่อเมี
ตอนที่ 25 ช่วยเหลือ“ตกลงว่ายังไงครับที่รัก ไอ้ตี๋มันกลับมาทำไม”ท่อนแขนหนาสอดคล้องโอบรอบเอวของผมและตามมาด้วยริมฝีปากนุ่มกดจูบหนักๆ ลงมาตรงซอกคอ เหมือนคุณครามอยากจะแกล้งและแสดงให้คนมารบกวนเรากลางดึกได้เห็นว่าเขาได้มาขัดจังหวะเวลาหวานระหว่างเราสองคนอย่างไรบ้าง"ครามเหรอ?"“ดารัณ....คุณที่นี่ทำไม” ผมจับน้ำเสียงประหลาดใจของคุณครามได้พอๆ กับอ่านสายตาของพี่รัณและแม่ที่คงตกตะลึงไม่แพ้กัน“ฉันก็มาหาน้องชายของฉันยังไงละคะ”“เอ่อ...คือแม่กับพี่รัณเข้ามาในห้องก่อนสิครับ” ผมแกะท่อนแขนของคุณครามออกจากเอว แล้วเดินถอยหลังนำทางแม่และพี่สาวไปนั่งลงบนโซฟาคืนนี้อากาศในห้องเหมือนจะร้อนอบอ้าวมากกว่าทุกวัน ทั้งๆ ที่เวลานี้เครื่องปรับอากาศในห้องนั้นมันก็ทำงานตามปกติ และออกจะหนาวเกินไปด้วยซ้ำสำหรับผมเพราะเมื่อชั่วโมงที่แล้วคุณแฟนไฮโซกดลดระดับอุณหภูมิลงไปอีกหลายองศาเพราะคุณครามบอกว่ากิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ฉันท์แฟนนั้นมันต้องใช้แรงเยอะ“แม่...กับพี่รัณ มีเรื่องอะไรหรือเป
ตอนที่ 24 ความสัมพันธ์“จูบเพื่อการแสดงเธอยังทำได้ แล้วจูบเพื่อหัวใจ เธอจะไม่ลองดูหน่อยเหรอดารินทร์...”หมาจิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์ล่อหลอกลวงผมแล้วอาศัยช่วงของความมึนงงฉกชิงริมฝีปากของผมให้ตกไปอยู่ใต้อาณัติของเขาเอง จูบเบาๆ ราวกับสำลีนุ่มๆ ชุบน้ำผึ้งหวานละเลียดเฉียดเบียดจูบลงมาบนกลีบปาก ชั่วครั้งชั่วคราวจึงสลับปรับมุมจูบดูดลิ้นหนักแต่ไม่ถึงขึ้นรุนแรง ผมเผลอเพลินเดินหลงไปในดงจูบอันหอมหวาน มารู้สึกสะดุดหวิวสยิวเสียวก็เมื่อตอนสัมผัสจากปลายนิ้วเรียวที่สอดลึกเข้ามาภายใต้เนื้อผ้าของเสื้อนอน ฝ่ามือหยาบกดน้ำหนักลงแรงบีบเคล้นเฟ้นไปตามส่วนโค้งส่วนเว้าไปพร้อมกับบดเคล้าเร้าแรงจูบผสมกันจนผมไม่รู้จะให้ความสำคัญปัดป้องส่วนไหนก่อนดี“คุณครามพอแล้วครับ” ผมร้องห้ามแล้วพยายามเบี่ยงตัวหลบจากแรงเสียดสี เวลานี้เสื้อผ้าอาภรณ์หลุดลุ่ยจนแทบจะร่วงหายไปจากตัว“ทำไมล่ะ”“มันสายมากแล้วครับ ผมต้องรีบลงไปเปิดร้าน”“ดารินทร์ เธอมีแฟนรวยเป็นพันล้านเชียวนะ ลงไปเปิดร้านสายแค่ไม่กี่ชั่วโมง ฉันไม่ยอมให้แฟนฉันข
ตอนที่ 23 บทพิสูจน์ใจ“คุณคราม ลุกมาทำไมครับ ผมบอกให้คุณนอนบนเตียงไง” ผมมารู้สึกตัวตื่นเพราะถูกใครบางคนล้มตัวลงมานอนเบียดภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ท่อนแขนยาวโอบดึงรั้งให้ผมพลิกตัวหันกลับเข้าไปหาอ้อมอกอันแข็งและแน่นตึง“เธอก็รู้ว่าฉันนอนไม่หลับถ้าฉันไม่ได้กอดเธอ” เสียงกระซิบแผ่วเบาแหบพร่าดังมาเพียงแค่ให้เราสองคนได้ยินเท่านั้น ผมเอี้ยวตัวหันหน้ากลับไปทางเตียงนอนหลังใหญ่ซึ่งเพื่อนสนิทนั้นยังคงนอนหลับใหลไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวจึงยังพอเบาใจว่าปาร์คจะไม่ตื่นขึ้นมาแล้วโวยวายงอนผมเข้าให้อีก“แต่ผมบอกแล้ว ว่าวันนี้ผมเหนื่อยมาก” ผมกระซิบกลับไปบ้าง พร้อมทั้งพยายามขยับดึงไหล่ตัวเองออกห่างจากอีกคน“ฉันรู้ว่าเธอเหนื่อย ฉันถึงมานอนกับเธอตรงนี้ไง ดารินทร์คืนนี้ฉันจะนอนกอดเธออย่างนี้ เธอจะได้อุ่นๆ แล้วก็หลับสบาย เอาล่ะคืนนี้ดึกแล้ว หลับซะนะคนดี” ปลายจมูกโด่งโค้งก้มลงมากดฝังลงบนซีกแก้มของผม ท่อนแขนสองข้างกอดขยับปรับท่านอนให้ผมจนอยู่ในท่วงท่าสบายเนื้อสบายตัว“คุณคราม”“นอนได้แล้ว
ตอนที่ 22 สมาคมคนโสดผมไม่รู้จริงๆ ว่าเมื่อคืนนั้นตัวเองเผลอหลับไปได้ยังไง มารู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองนั้นล้มตัวลงมานอนอยู่ในแนวระนาบส่วนหัวพาดวางไว้บนอะไรแข็งๆ สิ่งแรกที่พุ่งเข้ามาในประสาทสัมผัสการมองเห็นของผมคือดวงตากลมเปล่งประกายอันสดใสรับกับขนคิ้วขนตาสีดำสนิท ของคนที่หอบหมอนมาขอนอนด้วยเมื่อคืนนี้“มอนิ่งดารินทร์ เธอหลับฝันดีใช่มั้ย” เจ้าของดวงตาเป็นประกายทักทายผมในยามเช้า พร้อมกับรอยยิ้มหวานเสียจนทำเอาผมรู้สึกเขินขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว“เอ่อ...ทำไมเหรอครับ” ผมทนสายตาวิบๆ วับๆ ของคุณครามไม่ไหวจึงต้องเฉไฉมองเลยหันไปจ้องมองสิ่งอื่นแทน“ฉันเห็นเธอนอนยิ้มเหมือนคนกำลังมีความสุข ดารินทร์เธอรู้หรือเปล่าว่ามันทำให้ฉันมีความสุขไปด้วย” ปลายนิ้วมืออุ่นดึงคางผมให้หันกลับมาหา“ผมน่ะเหรอนอนยิ้ม ผมไม่ได้บ้านะครับ”“ฉันไม่ได้โกหกนะ ถ้าเธอไม่เชื่อฉันมีหลักฐานด้วย” คุณครามหันไปด้านข้างแล้วเอื้อมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา จากนั้นจึงเปิดโชว์ภาพพักหน้าจอซึ่งเป็นภาพใบหน้าของผมนอนหลับตาพ
Comments