รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง

รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง

last updateLast Updated : 2026-03-20
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
49Chapters
256views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

คนเราจะเจอความโชคดีในชีวิตได้บ่อยแค่ไหนกัน... และถ้ามันบ่อยขึ้น บ่อยขึ้น มันจะยังเป็น 'ความโชคดี' หรือแท้ที่จริงแล้ว เป็น 'ความตั้งใจ' ของใครบางคนกันแน่?

View More

Chapter 1

บทนำ

ณ เมืองหลวง แคว้นเจา

บนถนนที่คึกคักหญิงสาวที่สวมชุดงดงามนางหนึ่งกำลังนำทหารหลายคนของนางไปดักขบวนแห่เจ้าสาวขบวนหนึ่งอย่างดุดัน

“หลีกไป นี่คือคุณหนูใหญ่จากตระกูลของหมอเทวดาหลี่ หากว่าพวกเจ้าทำให้คุณหนูไม่พอใจระวังจะเดือดร้อน!” ผู้คนที่กำลังเดินอยู่บนถนนต่างพากันรีบหลีกทางให้ในทันที ด้วยกลัวว่าจะถูกลูกหลง เหล่าชาวเมืองมองไปที่ขบวนแห่เจ้าสาวที่ถูกตกแต่งด้วยความรู้สึกเห็นใจ “นี่เจ้าสาวจากตระกูลไหนกันเนี่ย? ไปทำอะไรให้คุณหนูใหญ่ตระกูลหลี่ขัดใจกัน?”

“เจ้าไม่รู้หรือ? วันนี้เป็นวันแต่งงานของรัชทายาทเซียวกับคุณหนูตระกูลฟู่ คนที่นั่งอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวนั่นก็ต้องเป็นคุณหนูฟู่นั่นแหละ”

โครม เกี้ยวเจ้าสาวถูกทหารของตระกูลหลี่ใช้กำลังบังคับให้หยุดลง หลังจากที่เกี้ยวเจ้าสาวเกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง ก็ได้ยินเสียงตุ๊บดังออกมา คล้ายจะเป็นเสียงของศีรษะที่กระแทกอะไรสักอย่าง

“ไปเอาตัวฟู่จาวหนิงมา! แล้วก็ไปถอดชุดเจ้าสาวของนางทิ้งซะ!”

คุณหนูใหญ่ตระกูลหลี่ชี้นิ้วไปยังเกี้ยวเจ้าสาวก่อนจะสั่งออกมาอย่างวางอำนาจ ทันใดนั้นทหารรับใช้ก็วิ่งไปแล้วยื่นมือไปเปิดม่านบังเกี้ยวเจ้าสาวทันที

ยายเฒ่าผู้ดูแลพิธีที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบเข้ามาห้าม “ไม่ได้นะ! เจ้าสาวจะลงจากเกี้ยวกลางทางได้อย่างไร? มันเป็นอัปมงคล จะเป็นที่รังเกียจของตระกูลเจ้าบ่าวด้วย”

ชาวเมืองที่ดูสถานการณ์อยู่รอบข้างเองก็พากันตกใจ คิดไม่ถึงว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลหลี่จะมีคำสั่งให้เอาตัวเจ้าสาวลงจากเกี้ยวกลางถนนเช่นนี้ แถมยังจะสั่งให้ถอดชุดเจ้าสาวทิ้งอีกด้วย?

“ใครกล้ามาขวาง ก็เท่ากับเป็นอริกับพ่อข้า! หากว่าต่อไปพวกเจ้าเจ็บป่วยไม่สบาย ก็ไม่ต้องมารักษากับพ่อข้า! แค่พ่อข้าสั่งคำเดียว ร้านยาทั่วเมืองหลวงก็จะไม่มีใครกล้าขายยาให้พวกเจ้าแล้ว! ท่านพี่เซียวไม่ได้อยากแต่งกับฟู่จาวหนิงอยู่แล้ว แต่นังแพศยาคนนี้หน้าด้าน ใช้เล่ห์เหลี่ยมมาบีบบังคับให้ท่านพี่ต้องแต่งด้วย! พวกเจ้ายังจะยืนนิ่งอยู่ทำไม? รีบไปถอดชุดเจ้าสาวของนางซะ!”

ยายเฒ่าผู้ดูแลพิธีถูกถีบออกไปให้พ้นทาง พวกทหารพากันเปิดม่านดึงเอาตัวเจ้าสาวชุดสีแดง ที่ยังคงคลุมหน้าด้วยผ้าคลุมสีแดงผืนเล็กออกมา แล้วก็ทำการถอดชุดเจ้าสาวของนางออกตามคำสั่ง

“นะ นี่มันเกินไปแล้ว ถูกถอดชุดขนาดนี้แล้วคุณหนูฟู่จะอยู่ต่อไปได้อย่างไร...” พวกชาวเมืองต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่ได้เห็นตรงหน้า

แต่ก็มีบางคนที่เบิกตาโตแล้วชะเง้อคอมองไปทางเจ้าสาว

“รีบดูเร็วๆ ดูสิว่าเรือนร่างคุณหนูตระกูลฟู่จะขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะสักเพียงไร!”

“แน่นอนว่าต้องขาวผุดผ่องราวหิหะแรกตกน่ะสิ!”

พวกนักเลงที่มาดูเหตุการณ์ต่างพากันพูดจาแทะโลมอย่างสนุกปาก

เหล่าชาวเมืองที่มามุงดูเหตุการณ์ก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ ทำเอาถนนเส้นนี้ติดหนึบจนไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้

“พวกเจ้าจะทำเช่นนั้นไม่ได้นะ คุณหนูใหญ่ตระกูลหลี่ ได้โปรดละเว้นคุณหนูฟู่ด้วยเถิดเจ้าค่ะ หากว่าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป องค์รัชทายาทเองก็จะต้องอับอายไปด้วยนะเจ้าคะ...” ยายเฒ่าผู้ดูแลพิธีการนั่งตบเข่าบนพื้นอย่างคับข้องใจก่อนจะร้องไห้โวยวายออกมาไม่เป็นภาษา

“หากท่านถอดกระชากชุดแต่งงานไป คุณหนูฟู่ยังจะชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไรเจ้าคะ!!”

“แล้วพวกบ่าวรับใช้ที่มาส่งเจ้าสาวเล่า เหตุใดจึงหลบอยู่ไม่ยอมออกมาช่วยขัดขวาง?” ชาวเมืองบางคนพูดขึ้นอย่างสงสัย “ตระกูลฟู่ไม่มีคนมาส่งตัวเจ้าสาวเลยหรือ? คุณหนูตระกูลฟูไม่มีพี่เลี้ยงหรือสาวใช้เลยหรืออย่างไร?”

“แล้วเหตุใดตัวเจ้าสาวจึงไม่ขัดขืนต่อต้านบ้างเลยเล่า?”

บางคนที่ทนดูต่อไปไม่ได้ ก็รีบวิ่งไปที่จวนตระกูลเซียวเพื่อขอความช่วยเหลือ จากที่นี่ไปถึงจวนตระกูลเซียวก็อีกไม่ไกลแล้ว

“แคว๊ก” ชุดแต่งงานของเจ้าสาวถูกฉีกออกเป็นทางยาวอย่างหยาบคาย

จาวหนิงที่เพิ่งจะตื่นขึ้นมาก็รู้สึกได้ว่ามีคนกำลังฉีกชุดของเธออยู่ ดวงตาคู่งามของเธอยังไม่ทันจะเปิดดี อารมณ์โมโหสุดขีดก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาซะก่อน เธอปล่อยหมัดออกไปยังอีกฝ่ายอย่างแรง จากนั้นก็ยกขา งอเข่าเตะไปที่อีกฝ่ายเต็มแรง

“พลั่ก!”

“โอ๊ย!!”

ทหารสองนายที่กำลังฉีกกระชากชุดแต่งงานของเธอ คนหนึ่งถูกเธอต่อยเข้าไปที่ดวงตา ส่วนอีกคนน่าสงสารกว่า ถูกเตะเข้าที่เป้ากางเกงอย่างจัง จนทำให้เขาหน้าเขียวจนคล้ำไปเลย

เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นราวกับเสียงฟ้าร้องก็ไม่ปาน

จาวหนิงดึงผ้าคลุมหน้าสีแดงลงไป นางใช้มือจับไปที่เกี้ยวเจ้าสาวเพื่อช่วยพยุงตัวให้ยืนขึ้น จากนั้นก็กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างงงๆ

เธอจำได้ว่าตัวเธอเพิ่งจะทำการผ่าตัดให้กับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเสร็จ ใช้เวลาผ่าตัดไปทั้งหมดสิบสี่ชั่วโมง เมื่อเธอออกมาจากห้องผ่าตัดแล้วก็หลับไปทันที ไม่รู้ทำไมพอตื่นมาอีกทีเธอกลับกลายเป็นคุณหนูสามตระกลูฟู่ไปได้?

ภาพความทรงจำของฟู่จาวหนิงหลั่งไหลเข้ามาในสมองของเธออย่างรวดเร็ว ทำให้เธอรู้สึกเวียนหัวคล้ายจะหน้ามืด

“ฟู่จาวหนิง! นังแพศยาหน้าไม่อาย นี่แกกล้าขัดขืนอย่างนั้นเหรอ?”

คุณหนูใหญ่ตระกูลหลี่มุ่งหน้าเข้ามาหาเธออย่างมาดร้าย ในมือก็เหน็บเอาเข็มเล่มยาวๆ เอาไว้ หล่อนง้างมือขึ้นอยากจะปักเข็มเล่มยาวลงไปบนหัวของจาวหนิง

พ่อของนางเป็นหมอเทวดา แน่นอนว่าเรื่องการใช้เข็มนางก็พอจะเรียนรู้มาบ้าง หากนางปักเข็มเล่มนี้ได้สำเร็จ ก็จะทำให้ฟู่จาวหนิงหมดสติทันที แล้วเมื่อนางหมดสติไปก็ค่อยถอดชุดของเธอออก เอาให้เหลือแค่เสื้อซับในไปเลย!

“กรี๊ด!” ชาวบ้านที่มองดูอยู่บริเวณรอบๆ กรีดร้องเสียงดังออกมาเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า

เข็มเล่มยาว สะท้อนแสงวับวาวจนจาวหนิงต้องหรี่ตา นางใช้กำปั้นต่อยไปยังกลางอกของคุณหนูใหญ่ตระกูลหลี่

จากนั้นจาวหนิงก็ควงหมันให้ดูไปอีกรอบ

“เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะ?” จาวหนิงหัวคดเคี้ยวถามก่อนจะจ้องไปที่หน้าอกของคุณหนูหลี่ทีหนึ่ง

“อ๊ะ! เจ็บนะ! ฟู่ จาว หนิง นังแพศยา...” คุณหนูใหญ่ตระกูลหลี่รู้สึกเจ็บปวดมากจนหน้าตาบิดเบี้ยว มือที่ง้างอยู่นั้นก็ร่วงลงอย่างไม่มีแรง ถุงเก็บเข็มก็ตกลงไปบนพื้น นางเอาสองมือกอดไปที่อก จากนั้นก็ล้มลงตัวงอ

ฟู่จาวหนิงนางกล้าทำเช่นนี้ได้อย่างไร! เหตุใดนางจึงไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้!

ชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์ “...”

พวกเขาทุกคนล้วนตกตะลึงงัน

“ฟู่จาวหนิง!”

น้ำเสียงโมโหสุดขีดของผู้ชายดังขึ้น ชายหนุ่มผู้ซึ่งสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อดีรีบเดินตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นภาพตรงหน้าเขาก็ยิ่งโมโหจนแทบจะพ่นไฟออกมาได้ เขาจ้องไปที่จาวหนิงอย่างเอาเรื่อง

“เจ้าไม่มียางอายเลยหรืออย่างไร? ใครอนุญาตให้เจ้าปลดผ้าคลุมหน้าออกกัน? ยังไม่ทันได้เข้าพิธีแต่งงานเจ้าก็เปิดใบหน้าให้คนเห็นมากมายเช่นนี้ ลางไม่ดีชัดๆ เจ้ายังเห็นข้าอยู่ในสายตาอีกหรือไม่?”

เขามองไปยังชุดที่ถูกฉีกขาดของจาวหนิง ใบหน้าที่แดงก่ำอยู่แล้วก็ยิ่งเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท “ชุดแต่งงานขาดวิ่นขนาดนี้เจ้ายังจะมีหน้ามายืนอยู่ตรงนี้ได้อีก? จวนตระกูลเซียวของข้าต้องขายหน้าเพียงนี้ก็เพราะเจ้า! คนที่ไร้ยางอายเช่นเจ้ายังคิดที่จะแต่งเข้าตระกูลเซียวอีกงั้นหรือ?”

จาวหนิงหรี่ตาลงอย่างประเมินสถานการณ์

“โธ่ รัชทายาทเซียวเสด็จมาแล้ว หรือว่าเขาจะมาเพื่อยกเลิกงานแต่ง?”

“แต่ถ้าเป็นเช่นนั้น ต่อไปคุณหนูฟู่จะไปแต่งกันใครได้อีก?” ทั้งถูกหยามเกียรติ ถูดฉีกชุดแต่งงาน แถมยังถูกยกเลิกงานแต่งกลางตลาดเช่นนี้ ชื่อเสียงของคุณหนูฟู่คงจะป่นปี้ไปหมดแล้ว ต่อไปจะหาสามีดีๆ ได้อย่างไร?

“ท่านพี่เซียว” คุณหนูใหญ่ตระกูลหลี่ใช้สายตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตามองไปที่รัชทายาทเซียว ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ฟู่จาวหนิงทำร้ายน้อง เจ็บไปหมดแล้วเพคะ...”

รัชทายาทเซียวรีบกอดเพื่อปลอบประโลมนางทันที “จื่อเหยา เจ้าเป็นอะไรไหม? ฟู่จาวหนิงทำร้ายเจ้าที่ตรงไหน?”

คำถามนี้แทบจะทำให้หลี่จื่อเหยาเกือบจะสิ้นใจ มันใช่ตำแหน่งที่จะพูดได้หรือไงเล่า?

“ฟู่จาวหนิง! จื่อเหยานางก็แค่ไม่พอใจที่เจ้าใช้วิธีสกปรกมาบีบให้ข้าแต่งกับเจ้า ก็เลยอยากจะระบายโทสะแทนข้าก็เท่านั้น ทำไมต้องทำร้ายนางด้วย? ข้าคิดไม่ถึงเลย ว่าเจ้านอกจากจะไม่มีสมอง ไม่มีเหตุผล เห็นแก่เงิน รักความสบายแล้ว เจ้ายังมีนิสัยชอบทำร้ายคนอื่นอีกด้วย!”

รัชทายาทเซียวพูดออกมาอย่างโมโห “ข้าไม่มีทางแต่งงานกับเจ้าเด็ดขาด เจ้ากลับไปได้แล้ว!”

“ฮ้า? ท่านพี่เซียวคะ แต่ว่าฟู่จาวหนิงถูกหามออกมาจากตระกูลฟู่แล้ว ตอนนี้ปู่ของนางก็ไม่สบายอยู่ หากว่าให้นางกลับไป แล้วผู้เฒ่าฟู่เกิดเสียใจรับไม่ได้จนสิ้นใจไปจะทำเช่นไรเพคะ?”
Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
49 Chapters
บทนำ
ท่ามกลางไอร้อนระอุของถนนคอนกรีตในช่วงบ่ายแก่ๆ เสียงกระดิ่งหน้าร้านสะดวกซื้อดังขึ้นเป็นระยะ พร้อมกับประโยคต้อนรับที่ดูเหมือนจะเป็นอัตโนมัติไปแล้วสำหรับ ไทน์“สวัสดีค่ะ เชิญค่า”ไทน์ปาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผมภายใต้หมวกยูนิฟอร์มสีฟ้าขาว เธอเพิ่งจะจัดเรียงเครื่องดื่มเข้าตู้แช่เสร็จ และตอนนี้ต้องรีบมาประจำที่แคชเชียร์เพราะลูกค้าเริ่มหนาตาเด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดปี ในชุดพนักงานที่ดูสะอาดสะอ้านแม้มันจะผ่านการซักจนสีเริ่มซีดลงไปบ้าง ส่งยิ้มพิมพ์ใจให้กับป้าข้างบ้านที่แวะมาซื้อของ แม้ในหัวของเธอตอนนี้จะประมวลผลเรื่อง รายงานวิชาการตลาด ที่ค้างไว้ และ ค่าซ่อมหลังคาบ้าน ที่น้าเพิ่งบอกเมื่อเช้า ไทน์อาศัยอยู่กับน้าสาวเพียงสองคน โดยที่น้ามีอาชีพขายน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ที่ตลาดตอนเช้า บางวันไทน์ก็ต้องไปช่วยน้าขายของก่อนถึงจะไปเรียน และช่วงเย็นเธอก็ต้องรีบมาทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านสะดวกซื้อ เพื่อหาเงินสำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ“ทั้งหมดสามสิบห้าบาทค่ะ รับกาแฟทานเพิ่มด้วยมั้ยคะ น้ำผลไม้ปั่นก็มีนะคะคุณลูกค้า”ไทน์ถามด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนทุกครั้ง ทั้งที่ความจริงเธออยากจะหลับตาลงสักวินาทีเดียวก็ยังด
Read more
บทที่ 1 ชีวิตของไทน์
เสียงแปรงลวดกรีดไปกับพื้นกระเบื้องดังสะท้อนอยู่ในร้านสะดวกซื้อที่เริ่มเงียบเหงาในช่วงดึก ไทน์ ในชุดพนักงานสีซีดจางกำลังทิ้งน้ำหนักตัวลงบนด้ามไม้ถูพื้น แผ่นหลังของเธอเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนผ้าเนื้อหยาบแนบไปกับผิวหนัง ทุกจังหวะที่เธอขยับกาย กลิ่นจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อสีชมพูฉุนกึกจะลอยขึ้นมาปะทะจมูก ชวนให้เวียนหัวเมื่อผสมกับความอ่อนล้าที่สั่งสมมาตลอดทั้งวันเธอก้มมองเข็มนาฬิกาที่ผนัง อีกไม่กี่นาทีจะเที่ยงคืน ร่างกายของเธอกรีดร้องขอการพักผ่อน แต่สมองกลับยังคงหมุนวนอยู่กับตัวเลขในสมุดบัญชีที่บ้านหลังจากส่งมอบกะให้พนักงานผลัดดึกเสร็จสิ้น ไทน์ถอดผ้ากันเปื้อนแขวนไว้ที่เดิม เธอคว้ากระเป๋าผ้าใบเก่งที่สายเริ่มรุ่ยขึ้นมาสะพายไหล่ ก่อนจะเดินออกจากร้านที่สว่างจ้าด้วยไฟนีออนออกมาสู่ความมืดมิดภายนอก ลมกลางคืนหอบเอาฝุ่นควันและไออุ่นจากถนนคอนกรีตมาปะทะใบหน้า แตกต่างจากเครื่องปรับอากาศในร้านที่เย็นชืดจนผิวแห้งกร้านไทน์ขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่าที่เสียงเครื่องยนต์ดังโชกโชนไปตามถนนสายเล็ก เธอชะลอรถหน้าแผงลอยร้านอาหารตามสั่งที่ตั้งอยู่ริมทาง กลิ่นน้ำมันร้อนๆ และเสียงตะหลิวเคาะกระทะดังฉ่าเป็นสัญญาณว่าเธอยังพอมี
Read more
บทที่ 2 จิรเดชารัตน์
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในคฤหาสน์หลังโต กลิ่นกาแฟหอมฟุ้งอบอวลไปทั่วห้องอาหารที่ดูโอ่อ่าแต่กลับเงียบเชียบเกินกว่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากเจ้าของบ้านที่แท้จริงอยู่ต่างประเทศเป็นหลัก ทิ้งอาณาจักรธุรกิจในเมืองไทยไว้ในมือของลูกสาวทั้งสามคนบนโต๊ะอาหารยาวเหยียดมีเพียงร่างของหญิงสาวสามพี่น้องที่นั่งประจำที่เหมือนทุกวันวรารักษ์ หรือ รัก พี่คนโตในชุดสูทสีเข้มเตรียมพร้อมสำหรับเข้าบริษัท เธอกำลังกวาดสายตาอ่านรายงานยอดขายจากไอแพดสลับกับจิบกาแฟดำ ใบหน้าสวยสงบนิ่งนั้นดูเหมือนกำลังคำนวณตัวเลขอยู่ในหัวตลอดเวลา“พี่รัก กินข้าวก่อนเถอะ อาหารเย็นหมดแล้ว”รัญ น้องคนเล็กวัย 35 ปี เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสดใสพลางเคี้ยวขนมปังตุ้ยๆ รัญอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตลายเก๋ที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ด ดูขี้เล่นและมีเสน่ห์ร้ายลึกแบบที่ใครเห็นก็มักจะมองว่าผู้หญิงคนนี้แพรวพราว“วันนี้พี่ไม่ค่อยหิว แค่กาแฟก็พอแล้ว” รักเงยหน้าขึ้นมามองขนมปังในมือน้องชั่วครู่ “แล้วขนมปังนั่น ใช่ที่บอกว่าธุรกิจใหม่มั้ย”รัญยืดอกขึ้นอย่างภูมิใจ “ถูกต้องค่ะ เลิฟโปรเจกต์ของรัญเลย 72-Hour Bloom ขนมปังที่ต้องใช้เวลาหมักแป้งถึงเจ็ดสิบสองชั่
Read more
บทที่ 3 ความซวยที่ไม่ได้ก่อ
แสงแดดจัดจ้านของยามบ่ายส่องกระทบกระจกหน้าร้านสะดวกซื้อจนเกิดเงาสะท้อนพร่ามัว ไทน์มาถึงร้านก่อนเวลาเข้างานเกือบครึ่งชั่วโมงเหมือนทุกวัน เธอจอดมอเตอร์ไซค์คันเก่าไว้ที่มุมอับสายตาหลังร้าน ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องพักพนักงานที่แคบและอับชื้นไทน์หยิบกระเป๋าเครื่องสำอางใบเล็กที่ซับในเริ่มหลุดลุ่ยออกมาวางบนโต๊ะไม้พาร์ทิเคิลที่บวมน้ำ เธอจ้องมองใบหน้าของตัวเองในกระจกเงาบานเล็กที่มีรอยร้าว แววตาของเธอดูเหนื่อยล้าจากการทำรายงานจนเกือบเช้า แต่เธอก็ฝืนปั้นยิ้มให้ตัวเองไทน์แตะแป้งฝุ่นบางๆ บนใบหน้าเพื่อกลบความมัน ค่อยๆ แต้มลิปมันสีระเรื่อให้ริมฝีปากไม่ดูซีดเซียวจนเกินไป และจัดระเบียบปกเสื้อยูนิฟอร์มให้เรียบกริบที่สุด‘วันนี้ต้องเป็นวันที่ดี’เธอให้กำลังใจตัวเองในใจ แม้ท้องจะร้องประท้วงเพราะมื้อเช้าคือข้าวผัดครึ่งกล่องที่เหลือมาจากเมื่อคืนก็ตามขณะที่เธอกำลังผูกเชือกรองเท้าผ้าใบสีขาวที่เริ่มกลายเป็นสีเทา พี่ก้อย พนักงานรุ่นพี่ที่ขึ้นชื่อเรื่องการอู้งานก็เดินนวยนาดเข้ามาในห้องพัก มือข้างหนึ่งถือแก้วชานมไข่มุก ส่วนอีกข้างไถหน้าจอโทรศัพท์“อ้าวไทน์ มาเร็วดีนี่ งั้นวันนี้เข้ากะแล้วไปจัดการโซนของแห้งก่อนเลย
Read more
บทที่ 4 ลูกค้าคนพิเศษ
สามวันหลังจากพายุความซวยเรื่องน้ำตาลทรายแตกผ่านไป ชีวิตของไทน์ยังคงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก บรรยากาศภายในร้านสะดวกซื้อที่เธอเคยรู้สึกว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยกลับกลายเป็นสมรภูมิเงียบๆ พนักงานรุ่นพี่อย่างก้อยยังคงใช้สายตาจิกกัดและคอยโยนงานจิปาถะมาให้เธอทำไม่หยุดหย่อน แต่ไทน์เลือกที่จะเปลี่ยนความอัดอั้นให้กลายเป็นพลัง เธอขัดชั้นวางสินค้าจนเงาวับ จัดเรียงป้ายโปรโมชั่นให้ตรงเป๊ะ และส่งเสียงทักทายลูกค้าอย่างขยันขันแข็งด้วยหวังว่า งานจะช่วยปกป้องเธอจากความอยุติธรรม“วันนี้มีพายอบร้อนๆ นะคะ รับเพิ่มไหมคะลูกค้า สองชิ้นสามสิบบาทเองค่ะ”ไทน์ส่งยิ้มให้ลูกค้าวัยทำงานที่กำลังรีบเร่ง แต่สิ่งได้รับตอบกลับมามีเพียงความเฉยชา ลูกค้าคนนั้นเดินผ่านไปราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ ไทน์ลอบถอนหายใจยาว ไหล่บางล้าลงเล็กน้อย ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับลมฤดูร้อนที่หอบเอาความรู้สึกบางอย่างเข้ามาในร้านสายตาของไทน์ปะทะเข้ากับร่างระหงที่เดินก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม คุณรัก ปรากฏตัวในชุดเดรสผ้าลินินสีขาวสะอาดตา ตัดกับผิวขาวจัดของเธออย่างลงตัว เส้นผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบขึ้นอย่างลวก ๆ
Read more
บทที่ 5 สงครามกะดึก
เสียงเข็มนาฬิกาพลาสติกที่ติดอยู่เหนือประตูห้องพักพนักงานเดินดัง กึก... กึก... ทุกวินาทีที่ผ่านไปดูเหมือนจะถูกยืดออกด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้โลกหมุนช้าลงไทน์นั่งเหม่อมองตารางงานในแผ่นกระดาษที่ผู้จัดการเพิ่งแปะไว้บนบอร์ด ตัวอักษรชื่อของเธอถูกย้ายไปอยู่ในช่อง กะดึก ตั้งแต่ห้าทุ่มถึงเจ็ดโมงเช้า ติดกันเป็นเวลาสองสัปดาห์“ไทน์ พี่จอยเขาปวดหลังเรื้อรัง หมอบอกว่าต้องนอนพักผ่อนให้เป็นเวลา ห้ามอดนอนเด็ดขาด” ผู้จัดการร้านเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูเห็นใจ แต่แววตากลับหลบวูบ“เธออายุยังน้อย ร่างกายยังไหว ช่วยพี่เขาหน่อยละกันนะ”ไทน์อ้าปากจะทักท้วงเรื่องตารางเรียนวิชาสัมมนาตอนสิบโมงเช้าที่เธอเคยแจ้งไว้แล้ว แต่สายตาของเธอเหลือบไปเห็น พี่ก้อยที่ยืนพิงประตูห้องน้ำ พลางส่งยิ้มเยาะเย้ยมาให้รอยยิ้มนั้นบอกชัดเจนว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการเอาคืนที่ไทน์เด่นเกินหน้าเกินตาในวันก่อน ไทน์ลอบกำหมัดแน่นก่อนจะคลายออกช้าๆ“ถ้ามันเป็นจริงตามนั้น ก็แล้วแต่ผู้จัดการค่ะ” เธอตอบสั้นๆ ความคับแค้นใจวิ่งผ่านลำคอลงไปถึงหัวใจตีสามสิบห้านาที...ภายในร้านสะดวกซื้อเงียบสงัดจนน่าใจหาย แสงไฟนีออนที่เคยดูสว่าง
Read more
บทที่ 6 สายตรง
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง วรารักษ์ นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสะท้อนผ่านกระจกบานยักษ์เข้ามาอาบไล่ใบหน้าสวยสง่าที่ตอนนี้ดูเย็นชาอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นบ่อยนักในมือของเธอคือแฟ้มประวัติพนักงานและตารางงานของร้านสะดวกซื้อสาขาที่ไทน์ทำงานอยู่นิ้วเรียวสวยเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะหนักๆ ก่อนจะกดโทรศัพท์ต่อสายตรงถึงผู้จัดการร้านสาขาดังกล่าว“สวัสดีค่ะ ฉันวรารักษณ์ จิรเดชารัตน์”น้ำเสียงที่เรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจทำให้ปลายสายที่เพิ่งรับคำอย่างง่วงงุนถึงกับสะดุ้งโหยงจนเสียงข้าวของหล่นดังผ่านเข้ามาในโทรศัพท์“คะ...ครับ! คุณวรารักษ์! สวัสดีครับท่าน ผม ผมไม่คิดว่าท่านจะโทรมาเอง มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ” เสียงของผู้จัดการสั่นเครือราวกับคนจับไข้ “มีแน่ และเป็นปัญหาที่เกิดจากการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพของคุณ” รักเข้าประเด็นทันทีโดยไม่เสียเวลาอ้อมค้อม“ฉันได้รับรายงานเรื่องการจัดตารางงานที่ไม่เป็นธรรม คุณให้พนักงานพาร์ทไทม์ที่ยังเรียนอยู่ไปเข้ากะดึกติดต่อกันสองสัปดาห์ ทั้งที่เขามีเรียนช่วงกลางวัน คุณใช้อะไรตัดสินใจ ความลำเอียงหรือความสะเพร่า”“เอ
Read more
บทที่ 7 ข้าวผัดรถไฟ
แม้จะได้ย้ายกลับมาอยู่กะกลางวันตามคำสั่งลึกลับที่ทำให้ผู้จัดการร้านเปลี่ยนท่าทีเป็นนอบน้อม แต่ไทน์ก็ยังไม่อาจสลัดความเหนื่อยล้าออกไปได้พ้น แสงแดดยามบ่ายที่ส่องผ่านกระจกร้านสะดวกซื้อดูจะร้อนแรงกว่าทุกวัน มันหนักอึ้งพอ ๆ กับกองสมุดเลกเชอร์ที่วางรออยู่ในกระเป๋าเป้ไทน์ยืนสัปหงกอยู่ที่หน้าแคชเชียร์ ดวงตาเรียวรีเหม่อลอยไปตามเสียงเครื่องพ่นไอเย็นของตู้แช่ มือของเธอขยับจัดเรียงลูกอมที่หน้าเคาน์เตอร์ด้วยความเชื่องช้าจนเกือบจะเป็นภาพสโลว์โมชั่น“อเมริกาโน่เย็นหนึ่งแก้วค่ะ”เสียงนุ่มนวลที่คุ้นเคยปลุกให้ไทน์สะดุ้งจนตัวโยน เธอกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ความพร่าเบลอ ก่อนจะพบกับใบหน้าสวยสง่าของคุณรักที่กำลังยืนมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย“คุณรัก...มาอีกแล้วเหรอคะ”ไทน์พยายามปั้นยิ้มแล้วรีบไปชงกาแฟตามคำสั่ง แต่ความเพลียที่เกาะกินหัวใจทำให้รอยยิ้มนั้นดูอ่อนแรงจนคนมองรู้สึกห่วงใยมากกว่าเดิม“วันนี้เลิกงานกี่โมง?”รักถามสั้นๆ โดยไม่อ้อมค้อม สายตาจับจ้องไปที่รอยคล้ำใต้ตาของคนตัวเล็ก“วันนี้หนูอยู่กะเช้าค่ะ สี่โมงเย็นก็เลิกแล้ว”รักพยักหน้าเงียบๆ เธอรับกาแฟที่ไทน์ชงให้โดยไม่ได้พูดอะไรต่อก่อนจะเดินอ
Read more
บทที่ 8 อุตส่าห์ช่วย
เช้าวันต่อมาเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ดังระรัวตั้งแต่เช้ามืดสลับกับแรงสั่นสะเทือนบนฟูกเก่าๆ จน ไทน์ต้องงัวเงียตื่นขึ้นมาแสงสว่างจากหน้าจอมือถือที่ร้าวตรงมุมบ่งบอกว่าเป็นข้อความด่วนจากกลุ่มพนักงานร้านสะดวกซื้อ เธอขยี้ตาเพ่งมองตัวอักษรที่ผู้จัดการร้านพิมพ์ทิ้งไว้ด้วยความตื่นตระหนก“ประกาศด่วนที่สุด! นโยบายจากเบื้องบน สาขาเราจะปิดปรับปรุงระบบและรีโนเวทครั้งใหญ่เป็นเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยบริษัทจะจ่ายเงินชดเชยให้พนักงานทุกคนเต็มจำนวนตามค่าเฉลี่ยชั่วโมงงานเดิม ยินดีด้วยทุกคน ได้พักยาวแบบเงินเดือนไม่ขาด!”ไทน์ลุกขึ้นนั่งพรวด หัวใจเต้นรัวด้วยความสับสน ความรู้สึกแรกคือความใจหายใจคว่ำที่งานประจำซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของครอบครัวถูกตัดขาดกะทันหัน แต่พออ่านทวนคำว่า จ่ายเงินเดือนเต็มจำนวน เธอก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อยสามเดือนนี้เธอก็จะมีเวลาอ่านหนังสือสอบจบปีสามโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าน้ำค่าไฟที่ช่วยแบ่งเบาน้า“มีอะไรเหรอไทน์ เสียงดังเชียว” น้าชะโงกหน้าออกมาจากครัว กลิ่นข้าวต้มใบเตยลอยมาจางๆ“ร้านที่ไทน์ทำงานอยู่เขาจะปิดซ่อมใหญ่สามเดือนค่ะน้
Read more
บทที่ 9 ความลับที่ต้องปกปิด
ทันทีที่บานประตูห้องทำงานปิดลง พิมพ์พิกาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่จนบ่าที่เกร็งอยู่ลู่ตกลง เธอพิงแผ่นหลังลงกับบานไม้มะฮอกกานีหนา พลางมองโทรศัพท์ในมือด้วยความสับสนหัวใจของเลขาสาวเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่ออารมณ์เกรี้ยวกราดของวรารักษ์ แต่เป็นเพราะความไม่ปกติของเจ้านาย ที่เธอกำลังเผชิญอยู่ต่างหากสิบปีที่ทำงานเคียงข้างกันมา วรารักษ์คือหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมด้วยคำตัวเลขของยอดขายและเรื่องของผลกำไรขาดทุนมาโดยตลอด เธอไม่เคยเลื่อนประชุมบอร์ดโดยไม่มีเหตุผลคอขาดบาดตาย ที่สำคัญ วรารักษ์ไม่เคยใช้อารมณ์นำทางธุรกิจแต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ ทำให้พิมพ์พิกาคิดไม่ตก...เลขาสาวตัดสินใจเดินเลี่ยงเข้าไปในมุมเงียบของโถงทางเดิน ปลายนิ้วสั่นเทากดเบอร์ติดต่อที่เธอเมมชื่อไว้ว่า คุณริณถึงจะรู้ดีว่าการคาบข่าวภายในไปบอกน้องสาวเจ้านายเป็นเรื่องไม่สมควร และอาจเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้างหากวรารักษ์รู้เข้า แต่ความอึดอัดที่แบกไว้นั้นหนักอึ้งเกินกว่าที่เธอจะจัดการเพียงลำพังพิมพ์พิการู้ดีว่าในบรรดาสามพี่น้อง มีเพียง ‘ณรินทิพย์’ หรือริณเท่านั้น ที่จะรับฟังเรื่องนี้ด้วยความใจเย็นและมีเหตุผลพอที่จะไม่ทำให้เรื่
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status