รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง

รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง

last updateDernière mise à jour : 2026-03-20
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
49Chapitres
256Vues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

คนเราจะเจอความโชคดีในชีวิตได้บ่อยแค่ไหนกัน... และถ้ามันบ่อยขึ้น บ่อยขึ้น มันจะยังเป็น 'ความโชคดี' หรือแท้ที่จริงแล้ว เป็น 'ความตั้งใจ' ของใครบางคนกันแน่?

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ

        ท่ามกลางไอร้อนระอุของถนนคอนกรีตในช่วงบ่ายแก่ๆ เสียงกระดิ่งหน้าร้านสะดวกซื้อดังขึ้นเป็นระยะ พร้อมกับประโยคต้อนรับที่ดูเหมือนจะเป็นอัตโนมัติไปแล้วสำหรับ ไทน์

“สวัสดีค่ะ เชิญค่า”

ไทน์ปาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผมภายใต้หมวกยูนิฟอร์มสีฟ้าขาว เธอเพิ่งจะจัดเรียงเครื่องดื่มเข้าตู้แช่เสร็จ และตอนนี้ต้องรีบมาประจำที่แคชเชียร์เพราะลูกค้าเริ่มหนาตา

เด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดปี ในชุดพนักงานที่ดูสะอาดสะอ้านแม้มันจะผ่านการซักจนสีเริ่มซีดลงไปบ้าง ส่งยิ้มพิมพ์ใจให้กับป้าข้างบ้านที่แวะมาซื้อของ แม้ในหัวของเธอตอนนี้จะประมวลผลเรื่อง รายงานวิชาการตลาด ที่ค้างไว้ และ ค่าซ่อมหลังคาบ้าน ที่น้าเพิ่งบอกเมื่อเช้า

        ไทน์อาศัยอยู่กับน้าสาวเพียงสองคน โดยที่น้ามีอาชีพขายน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ที่ตลาดตอนเช้า บางวันไทน์ก็ต้องไปช่วยน้าขายของก่อนถึงจะไปเรียน และช่วงเย็นเธอก็ต้องรีบมาทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านสะดวกซื้อ เพื่อหาเงินสำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

“ทั้งหมดสามสิบห้าบาทค่ะ รับกาแฟทานเพิ่มด้วยมั้ยคะ น้ำผลไม้ปั่นก็มีนะคะคุณลูกค้า”

ไทน์ถามด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนทุกครั้ง ทั้งที่ความจริงเธออยากจะหลับตาลงสักวินาทีเดียวก็ยังดี เมื่อคืนเธอแทบไม่ได้นอนเพราะต้องปั่นโปรเจกต์กลุ่มจนเกือบเช้า ก่อนจะงีบไปเพียงสามชั่วโมงแล้วตื่นมาช่วยน้าเข็นรถเข็นไปขายของที่ตลาด

จนกระทั่งถึงเวลาพักเบรกสั้นๆ เพียงสิบห้านาที ไทน์ก้าวออกมาจากประตูหลังร้านที่ติดกับลานจอดรถ มือหนึ่งถือถ้วยกาแฟกระดาษราคาถูกที่กดจากเครื่องในร้าน แสงแดดตอนบ่ายสองรังแกผิวเนียนของเธอจนต้องหยีตา ไทน์พิงหลังลงกับผนังปูนเย็นๆ ถอนหายใจทิ้งยาวๆ เหมือนอยากจะระบายความเหนื่อยล้าทั้งหมดออกมากับลมหายใจที่พรั่งพรู

เธอพยายามถ่างตาตัวเองที่หนักอึ้ง นิ้วเรียวคีบเปลือกตาขึ้นมาเบาๆ พลางสะบัดหัวไปมา ท่าทางของเธอเหมือนเด็กน้อยที่พยายามต่อสู้กับความง่วงอย่างเอาเป็นเอาตาย เธอทำหน้ามุ่ยใส่แก้วกาแฟ แกล้งทำตาโตใส่กำแพง แล้วก็หลุดหายใจเบาๆ กับความตลกของตัวเอง

โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า ทุกการกระทำนั้นอยู่ในสายตาของใครบางคน...

ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร รถยุโรปสีดำสนิทที่กระจกถูกติดฟิล์มจนมองไม่เห็นด้านในจอดนิ่งสนิท เครื่องยนต์ยังคงทำงานเงียบเชียบพร้อมความเย็นฉ่ำภายในห้องโดยสาร

วรารักษ์ ขยับตัวบนเบาะหนังราคาแพง เธออยู่ในชุดสูทลำลองสีครีมที่ดูเรียบหรู สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสีชาจับจ้องไปที่ร่างโปร่งในชุดพนักงานคนนั้น

วรารักษ์ หรือ รัก เป็นพี่สาวคนโตของตระกูล จิรเดชารัตน์ เธออายุสามสิบเก้า ทว่าภาระที่ต้องแบกรับดูจะเกินตัวไปมาก รักแวะมาดูงานที่สาขาของครอบครัวแบบเงียบๆ ตามสไตล์ของเธอที่ไม่ชอบความวุ่นวาย แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาเธอมากกว่าตัวเลขยอดขายในไอแพด คือพนักงานสาวที่กำลังยืนเล่นกับตัวเองอยู่ข้างถังขยะ

“เด็กพาร์ทไทม์เหรอ ยืนคุยกับกำแพงคนเดียวได้ด้วย ตลกชะมัด” รักพึมพำ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว

เธอมองเด็กผู้หญิงที่ชื่อ ‘ไทน์’ ตามป้ายชื่อที่หน้าอก มองเห็นความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ในแววตาสู้ชีวิตนั่น แต่น่าแปลกที่เด็กคนนี้กลับมีพลังงานบางอย่างที่ทำให้คนมองรู้สึกเอ็นดู รักเห็นไทน์ยกกาแฟขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด แล้วตบแก้มตัวเองเบาๆ สองสามทีเพื่อเรียกสติ ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มแย้มเตรียมกลับเข้าไปทำงาน แต่แล้วภาพตรงหน้าก็ทำให้คิ้วเรียวของรักขมวดเข้าหากัน

“ไทน์! แกออกมาทำอะไรตรงนี้ตั้งนาน งานการไม่ทำ เพื่อนคนอื่นเขาวิ่งวุ่น แต่แกมายืนพักสบายใจเฉิบ เข้าไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

เสียงแหลมปรี๊ดของพนักงานรุ่นพี่คนหนึ่งดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับแรงผลักที่ไหล่จนไทน์เกือบเสียหลัก

“ไทน์เพิ่งออกมาไม่ถึงห้านาทีเลยนะคะ ยังไม่หมดเวลาพักเลยด้วย”

ไทน์ตอบเสียงอ่อย ก้มหน้าเล็กน้อย ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิด

“ไม่ต้องมาเถียง ฉันเห็นแกหายออกมาตั้งนานแล้ว กลับเข้าไปในร้านเลยนะ แล้วก็รีบกวาดขยะถูพื้นให้สะอาด!!”

รักมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก หัวใจของเธอวูบไหวเมื่อเห็นหยดน้ำใสๆ คลออยู่ที่เบ้าตาของเด็กสาวที่เพิ่งจะทำท่าทางตลกๆ ให้เห็นเมื่อครู่ ความสดใสก่อนหน้านี้หายวับไป เหลือเพียงไหล่บางที่ห่อเหี่ยวลง

เหมือนมีแรงผลักดันบางอย่างที่ควบคุมไม่ได้ รักเปิดประตูรถก้าวลงไปทันที รองเท้าส้นสูงราคาแพงกระทบพื้นคอนกรีตเสียงดังข่มขวัญพนักงานรุ่นพี่คนนั้นจนหันมามองด้วยความตกใจ

“หยุดเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจของรักทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นเยียบลงทันที

ไทน์เงยหน้าขึ้นมองผู้หญิงที่เดินเข้ามาหาเธอ ราวกับภาพฝัน ผู้หญิงคนนี้สวยจนเธอลืมหายใจ ผิวขาวจัด ตัดกับริมฝีปากสีแดงระเรื่อ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาแตะจมูกมันดูหรูหราจนไทน์ไม่อาจคาดเดาราคา

รักเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าไทน์ พนักงานรุ่นพี่คนนั้นรีบเดินกลับเข้าไปในร้าน เธอเห็นน้ำตาหยดหนึ่งกลิ้งลงมาบนแก้มใส มือเรียวของรักเอื้อมไปลูบหัวพนักงานเด็กน้อยเบาๆ อย่างลืมตัว ความนุ่มนวลนั้นทำให้ไทน์ชะงักและเผลอถอยหลังด้วยความตกใจ

“เจ็บตรงไหนมั้ย” รักถามสั้นๆ แววตาที่มั่นคงกลับสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางกลัวๆ ของอีกฝ่ายไทน์ส่ายหัวเบา ๆ เธอยื่นนามบัตรสีทองเรียบหรูใส่มือคนเด็กกว่าที่สั่นเทา

“ถ้ามีปัญหา...หรือถ้าใครรังแกเธออีก โทรหาฉันนะ”

ประโยคนั้นจบลงพร้อมกับเจ้าของนามบัตรที่เดินกลับไปขึ้นรถ ส่วนไทน์ก็ได้แต่กำนามบัตรใบนั้นไว้ในมือแน่น แล้วยืนมองรถยุโรปสีดำเงางามเคลื่อนตัวออกไป

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
49
บทนำ
ท่ามกลางไอร้อนระอุของถนนคอนกรีตในช่วงบ่ายแก่ๆ เสียงกระดิ่งหน้าร้านสะดวกซื้อดังขึ้นเป็นระยะ พร้อมกับประโยคต้อนรับที่ดูเหมือนจะเป็นอัตโนมัติไปแล้วสำหรับ ไทน์“สวัสดีค่ะ เชิญค่า”ไทน์ปาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผมภายใต้หมวกยูนิฟอร์มสีฟ้าขาว เธอเพิ่งจะจัดเรียงเครื่องดื่มเข้าตู้แช่เสร็จ และตอนนี้ต้องรีบมาประจำที่แคชเชียร์เพราะลูกค้าเริ่มหนาตาเด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดปี ในชุดพนักงานที่ดูสะอาดสะอ้านแม้มันจะผ่านการซักจนสีเริ่มซีดลงไปบ้าง ส่งยิ้มพิมพ์ใจให้กับป้าข้างบ้านที่แวะมาซื้อของ แม้ในหัวของเธอตอนนี้จะประมวลผลเรื่อง รายงานวิชาการตลาด ที่ค้างไว้ และ ค่าซ่อมหลังคาบ้าน ที่น้าเพิ่งบอกเมื่อเช้า ไทน์อาศัยอยู่กับน้าสาวเพียงสองคน โดยที่น้ามีอาชีพขายน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ที่ตลาดตอนเช้า บางวันไทน์ก็ต้องไปช่วยน้าขายของก่อนถึงจะไปเรียน และช่วงเย็นเธอก็ต้องรีบมาทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านสะดวกซื้อ เพื่อหาเงินสำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ“ทั้งหมดสามสิบห้าบาทค่ะ รับกาแฟทานเพิ่มด้วยมั้ยคะ น้ำผลไม้ปั่นก็มีนะคะคุณลูกค้า”ไทน์ถามด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนทุกครั้ง ทั้งที่ความจริงเธออยากจะหลับตาลงสักวินาทีเดียวก็ยังด
Read More
บทที่ 1 ชีวิตของไทน์
เสียงแปรงลวดกรีดไปกับพื้นกระเบื้องดังสะท้อนอยู่ในร้านสะดวกซื้อที่เริ่มเงียบเหงาในช่วงดึก ไทน์ ในชุดพนักงานสีซีดจางกำลังทิ้งน้ำหนักตัวลงบนด้ามไม้ถูพื้น แผ่นหลังของเธอเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนผ้าเนื้อหยาบแนบไปกับผิวหนัง ทุกจังหวะที่เธอขยับกาย กลิ่นจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อสีชมพูฉุนกึกจะลอยขึ้นมาปะทะจมูก ชวนให้เวียนหัวเมื่อผสมกับความอ่อนล้าที่สั่งสมมาตลอดทั้งวันเธอก้มมองเข็มนาฬิกาที่ผนัง อีกไม่กี่นาทีจะเที่ยงคืน ร่างกายของเธอกรีดร้องขอการพักผ่อน แต่สมองกลับยังคงหมุนวนอยู่กับตัวเลขในสมุดบัญชีที่บ้านหลังจากส่งมอบกะให้พนักงานผลัดดึกเสร็จสิ้น ไทน์ถอดผ้ากันเปื้อนแขวนไว้ที่เดิม เธอคว้ากระเป๋าผ้าใบเก่งที่สายเริ่มรุ่ยขึ้นมาสะพายไหล่ ก่อนจะเดินออกจากร้านที่สว่างจ้าด้วยไฟนีออนออกมาสู่ความมืดมิดภายนอก ลมกลางคืนหอบเอาฝุ่นควันและไออุ่นจากถนนคอนกรีตมาปะทะใบหน้า แตกต่างจากเครื่องปรับอากาศในร้านที่เย็นชืดจนผิวแห้งกร้านไทน์ขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่าที่เสียงเครื่องยนต์ดังโชกโชนไปตามถนนสายเล็ก เธอชะลอรถหน้าแผงลอยร้านอาหารตามสั่งที่ตั้งอยู่ริมทาง กลิ่นน้ำมันร้อนๆ และเสียงตะหลิวเคาะกระทะดังฉ่าเป็นสัญญาณว่าเธอยังพอมี
Read More
บทที่ 2 จิรเดชารัตน์
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในคฤหาสน์หลังโต กลิ่นกาแฟหอมฟุ้งอบอวลไปทั่วห้องอาหารที่ดูโอ่อ่าแต่กลับเงียบเชียบเกินกว่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากเจ้าของบ้านที่แท้จริงอยู่ต่างประเทศเป็นหลัก ทิ้งอาณาจักรธุรกิจในเมืองไทยไว้ในมือของลูกสาวทั้งสามคนบนโต๊ะอาหารยาวเหยียดมีเพียงร่างของหญิงสาวสามพี่น้องที่นั่งประจำที่เหมือนทุกวันวรารักษ์ หรือ รัก พี่คนโตในชุดสูทสีเข้มเตรียมพร้อมสำหรับเข้าบริษัท เธอกำลังกวาดสายตาอ่านรายงานยอดขายจากไอแพดสลับกับจิบกาแฟดำ ใบหน้าสวยสงบนิ่งนั้นดูเหมือนกำลังคำนวณตัวเลขอยู่ในหัวตลอดเวลา“พี่รัก กินข้าวก่อนเถอะ อาหารเย็นหมดแล้ว”รัญ น้องคนเล็กวัย 35 ปี เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสดใสพลางเคี้ยวขนมปังตุ้ยๆ รัญอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตลายเก๋ที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ด ดูขี้เล่นและมีเสน่ห์ร้ายลึกแบบที่ใครเห็นก็มักจะมองว่าผู้หญิงคนนี้แพรวพราว“วันนี้พี่ไม่ค่อยหิว แค่กาแฟก็พอแล้ว” รักเงยหน้าขึ้นมามองขนมปังในมือน้องชั่วครู่ “แล้วขนมปังนั่น ใช่ที่บอกว่าธุรกิจใหม่มั้ย”รัญยืดอกขึ้นอย่างภูมิใจ “ถูกต้องค่ะ เลิฟโปรเจกต์ของรัญเลย 72-Hour Bloom ขนมปังที่ต้องใช้เวลาหมักแป้งถึงเจ็ดสิบสองชั่
Read More
บทที่ 3 ความซวยที่ไม่ได้ก่อ
แสงแดดจัดจ้านของยามบ่ายส่องกระทบกระจกหน้าร้านสะดวกซื้อจนเกิดเงาสะท้อนพร่ามัว ไทน์มาถึงร้านก่อนเวลาเข้างานเกือบครึ่งชั่วโมงเหมือนทุกวัน เธอจอดมอเตอร์ไซค์คันเก่าไว้ที่มุมอับสายตาหลังร้าน ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องพักพนักงานที่แคบและอับชื้นไทน์หยิบกระเป๋าเครื่องสำอางใบเล็กที่ซับในเริ่มหลุดลุ่ยออกมาวางบนโต๊ะไม้พาร์ทิเคิลที่บวมน้ำ เธอจ้องมองใบหน้าของตัวเองในกระจกเงาบานเล็กที่มีรอยร้าว แววตาของเธอดูเหนื่อยล้าจากการทำรายงานจนเกือบเช้า แต่เธอก็ฝืนปั้นยิ้มให้ตัวเองไทน์แตะแป้งฝุ่นบางๆ บนใบหน้าเพื่อกลบความมัน ค่อยๆ แต้มลิปมันสีระเรื่อให้ริมฝีปากไม่ดูซีดเซียวจนเกินไป และจัดระเบียบปกเสื้อยูนิฟอร์มให้เรียบกริบที่สุด‘วันนี้ต้องเป็นวันที่ดี’เธอให้กำลังใจตัวเองในใจ แม้ท้องจะร้องประท้วงเพราะมื้อเช้าคือข้าวผัดครึ่งกล่องที่เหลือมาจากเมื่อคืนก็ตามขณะที่เธอกำลังผูกเชือกรองเท้าผ้าใบสีขาวที่เริ่มกลายเป็นสีเทา พี่ก้อย พนักงานรุ่นพี่ที่ขึ้นชื่อเรื่องการอู้งานก็เดินนวยนาดเข้ามาในห้องพัก มือข้างหนึ่งถือแก้วชานมไข่มุก ส่วนอีกข้างไถหน้าจอโทรศัพท์“อ้าวไทน์ มาเร็วดีนี่ งั้นวันนี้เข้ากะแล้วไปจัดการโซนของแห้งก่อนเลย
Read More
บทที่ 4 ลูกค้าคนพิเศษ
สามวันหลังจากพายุความซวยเรื่องน้ำตาลทรายแตกผ่านไป ชีวิตของไทน์ยังคงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก บรรยากาศภายในร้านสะดวกซื้อที่เธอเคยรู้สึกว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยกลับกลายเป็นสมรภูมิเงียบๆ พนักงานรุ่นพี่อย่างก้อยยังคงใช้สายตาจิกกัดและคอยโยนงานจิปาถะมาให้เธอทำไม่หยุดหย่อน แต่ไทน์เลือกที่จะเปลี่ยนความอัดอั้นให้กลายเป็นพลัง เธอขัดชั้นวางสินค้าจนเงาวับ จัดเรียงป้ายโปรโมชั่นให้ตรงเป๊ะ และส่งเสียงทักทายลูกค้าอย่างขยันขันแข็งด้วยหวังว่า งานจะช่วยปกป้องเธอจากความอยุติธรรม“วันนี้มีพายอบร้อนๆ นะคะ รับเพิ่มไหมคะลูกค้า สองชิ้นสามสิบบาทเองค่ะ”ไทน์ส่งยิ้มให้ลูกค้าวัยทำงานที่กำลังรีบเร่ง แต่สิ่งได้รับตอบกลับมามีเพียงความเฉยชา ลูกค้าคนนั้นเดินผ่านไปราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ ไทน์ลอบถอนหายใจยาว ไหล่บางล้าลงเล็กน้อย ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับลมฤดูร้อนที่หอบเอาความรู้สึกบางอย่างเข้ามาในร้านสายตาของไทน์ปะทะเข้ากับร่างระหงที่เดินก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม คุณรัก ปรากฏตัวในชุดเดรสผ้าลินินสีขาวสะอาดตา ตัดกับผิวขาวจัดของเธออย่างลงตัว เส้นผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบขึ้นอย่างลวก ๆ
Read More
บทที่ 5 สงครามกะดึก
เสียงเข็มนาฬิกาพลาสติกที่ติดอยู่เหนือประตูห้องพักพนักงานเดินดัง กึก... กึก... ทุกวินาทีที่ผ่านไปดูเหมือนจะถูกยืดออกด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้โลกหมุนช้าลงไทน์นั่งเหม่อมองตารางงานในแผ่นกระดาษที่ผู้จัดการเพิ่งแปะไว้บนบอร์ด ตัวอักษรชื่อของเธอถูกย้ายไปอยู่ในช่อง กะดึก ตั้งแต่ห้าทุ่มถึงเจ็ดโมงเช้า ติดกันเป็นเวลาสองสัปดาห์“ไทน์ พี่จอยเขาปวดหลังเรื้อรัง หมอบอกว่าต้องนอนพักผ่อนให้เป็นเวลา ห้ามอดนอนเด็ดขาด” ผู้จัดการร้านเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูเห็นใจ แต่แววตากลับหลบวูบ“เธออายุยังน้อย ร่างกายยังไหว ช่วยพี่เขาหน่อยละกันนะ”ไทน์อ้าปากจะทักท้วงเรื่องตารางเรียนวิชาสัมมนาตอนสิบโมงเช้าที่เธอเคยแจ้งไว้แล้ว แต่สายตาของเธอเหลือบไปเห็น พี่ก้อยที่ยืนพิงประตูห้องน้ำ พลางส่งยิ้มเยาะเย้ยมาให้รอยยิ้มนั้นบอกชัดเจนว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการเอาคืนที่ไทน์เด่นเกินหน้าเกินตาในวันก่อน ไทน์ลอบกำหมัดแน่นก่อนจะคลายออกช้าๆ“ถ้ามันเป็นจริงตามนั้น ก็แล้วแต่ผู้จัดการค่ะ” เธอตอบสั้นๆ ความคับแค้นใจวิ่งผ่านลำคอลงไปถึงหัวใจตีสามสิบห้านาที...ภายในร้านสะดวกซื้อเงียบสงัดจนน่าใจหาย แสงไฟนีออนที่เคยดูสว่าง
Read More
บทที่ 6 สายตรง
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง วรารักษ์ นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสะท้อนผ่านกระจกบานยักษ์เข้ามาอาบไล่ใบหน้าสวยสง่าที่ตอนนี้ดูเย็นชาอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นบ่อยนักในมือของเธอคือแฟ้มประวัติพนักงานและตารางงานของร้านสะดวกซื้อสาขาที่ไทน์ทำงานอยู่นิ้วเรียวสวยเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะหนักๆ ก่อนจะกดโทรศัพท์ต่อสายตรงถึงผู้จัดการร้านสาขาดังกล่าว“สวัสดีค่ะ ฉันวรารักษณ์ จิรเดชารัตน์”น้ำเสียงที่เรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจทำให้ปลายสายที่เพิ่งรับคำอย่างง่วงงุนถึงกับสะดุ้งโหยงจนเสียงข้าวของหล่นดังผ่านเข้ามาในโทรศัพท์“คะ...ครับ! คุณวรารักษ์! สวัสดีครับท่าน ผม ผมไม่คิดว่าท่านจะโทรมาเอง มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ” เสียงของผู้จัดการสั่นเครือราวกับคนจับไข้ “มีแน่ และเป็นปัญหาที่เกิดจากการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพของคุณ” รักเข้าประเด็นทันทีโดยไม่เสียเวลาอ้อมค้อม“ฉันได้รับรายงานเรื่องการจัดตารางงานที่ไม่เป็นธรรม คุณให้พนักงานพาร์ทไทม์ที่ยังเรียนอยู่ไปเข้ากะดึกติดต่อกันสองสัปดาห์ ทั้งที่เขามีเรียนช่วงกลางวัน คุณใช้อะไรตัดสินใจ ความลำเอียงหรือความสะเพร่า”“เอ
Read More
บทที่ 7 ข้าวผัดรถไฟ
แม้จะได้ย้ายกลับมาอยู่กะกลางวันตามคำสั่งลึกลับที่ทำให้ผู้จัดการร้านเปลี่ยนท่าทีเป็นนอบน้อม แต่ไทน์ก็ยังไม่อาจสลัดความเหนื่อยล้าออกไปได้พ้น แสงแดดยามบ่ายที่ส่องผ่านกระจกร้านสะดวกซื้อดูจะร้อนแรงกว่าทุกวัน มันหนักอึ้งพอ ๆ กับกองสมุดเลกเชอร์ที่วางรออยู่ในกระเป๋าเป้ไทน์ยืนสัปหงกอยู่ที่หน้าแคชเชียร์ ดวงตาเรียวรีเหม่อลอยไปตามเสียงเครื่องพ่นไอเย็นของตู้แช่ มือของเธอขยับจัดเรียงลูกอมที่หน้าเคาน์เตอร์ด้วยความเชื่องช้าจนเกือบจะเป็นภาพสโลว์โมชั่น“อเมริกาโน่เย็นหนึ่งแก้วค่ะ”เสียงนุ่มนวลที่คุ้นเคยปลุกให้ไทน์สะดุ้งจนตัวโยน เธอกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ความพร่าเบลอ ก่อนจะพบกับใบหน้าสวยสง่าของคุณรักที่กำลังยืนมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย“คุณรัก...มาอีกแล้วเหรอคะ”ไทน์พยายามปั้นยิ้มแล้วรีบไปชงกาแฟตามคำสั่ง แต่ความเพลียที่เกาะกินหัวใจทำให้รอยยิ้มนั้นดูอ่อนแรงจนคนมองรู้สึกห่วงใยมากกว่าเดิม“วันนี้เลิกงานกี่โมง?”รักถามสั้นๆ โดยไม่อ้อมค้อม สายตาจับจ้องไปที่รอยคล้ำใต้ตาของคนตัวเล็ก“วันนี้หนูอยู่กะเช้าค่ะ สี่โมงเย็นก็เลิกแล้ว”รักพยักหน้าเงียบๆ เธอรับกาแฟที่ไทน์ชงให้โดยไม่ได้พูดอะไรต่อก่อนจะเดินอ
Read More
บทที่ 8 อุตส่าห์ช่วย
เช้าวันต่อมาเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ดังระรัวตั้งแต่เช้ามืดสลับกับแรงสั่นสะเทือนบนฟูกเก่าๆ จน ไทน์ต้องงัวเงียตื่นขึ้นมาแสงสว่างจากหน้าจอมือถือที่ร้าวตรงมุมบ่งบอกว่าเป็นข้อความด่วนจากกลุ่มพนักงานร้านสะดวกซื้อ เธอขยี้ตาเพ่งมองตัวอักษรที่ผู้จัดการร้านพิมพ์ทิ้งไว้ด้วยความตื่นตระหนก“ประกาศด่วนที่สุด! นโยบายจากเบื้องบน สาขาเราจะปิดปรับปรุงระบบและรีโนเวทครั้งใหญ่เป็นเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยบริษัทจะจ่ายเงินชดเชยให้พนักงานทุกคนเต็มจำนวนตามค่าเฉลี่ยชั่วโมงงานเดิม ยินดีด้วยทุกคน ได้พักยาวแบบเงินเดือนไม่ขาด!”ไทน์ลุกขึ้นนั่งพรวด หัวใจเต้นรัวด้วยความสับสน ความรู้สึกแรกคือความใจหายใจคว่ำที่งานประจำซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของครอบครัวถูกตัดขาดกะทันหัน แต่พออ่านทวนคำว่า จ่ายเงินเดือนเต็มจำนวน เธอก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อยสามเดือนนี้เธอก็จะมีเวลาอ่านหนังสือสอบจบปีสามโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าน้ำค่าไฟที่ช่วยแบ่งเบาน้า“มีอะไรเหรอไทน์ เสียงดังเชียว” น้าชะโงกหน้าออกมาจากครัว กลิ่นข้าวต้มใบเตยลอยมาจางๆ“ร้านที่ไทน์ทำงานอยู่เขาจะปิดซ่อมใหญ่สามเดือนค่ะน้
Read More
บทที่ 9 ความลับที่ต้องปกปิด
ทันทีที่บานประตูห้องทำงานปิดลง พิมพ์พิกาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่จนบ่าที่เกร็งอยู่ลู่ตกลง เธอพิงแผ่นหลังลงกับบานไม้มะฮอกกานีหนา พลางมองโทรศัพท์ในมือด้วยความสับสนหัวใจของเลขาสาวเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่ออารมณ์เกรี้ยวกราดของวรารักษ์ แต่เป็นเพราะความไม่ปกติของเจ้านาย ที่เธอกำลังเผชิญอยู่ต่างหากสิบปีที่ทำงานเคียงข้างกันมา วรารักษ์คือหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมด้วยคำตัวเลขของยอดขายและเรื่องของผลกำไรขาดทุนมาโดยตลอด เธอไม่เคยเลื่อนประชุมบอร์ดโดยไม่มีเหตุผลคอขาดบาดตาย ที่สำคัญ วรารักษ์ไม่เคยใช้อารมณ์นำทางธุรกิจแต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ ทำให้พิมพ์พิกาคิดไม่ตก...เลขาสาวตัดสินใจเดินเลี่ยงเข้าไปในมุมเงียบของโถงทางเดิน ปลายนิ้วสั่นเทากดเบอร์ติดต่อที่เธอเมมชื่อไว้ว่า คุณริณถึงจะรู้ดีว่าการคาบข่าวภายในไปบอกน้องสาวเจ้านายเป็นเรื่องไม่สมควร และอาจเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้างหากวรารักษ์รู้เข้า แต่ความอึดอัดที่แบกไว้นั้นหนักอึ้งเกินกว่าที่เธอจะจัดการเพียงลำพังพิมพ์พิการู้ดีว่าในบรรดาสามพี่น้อง มีเพียง ‘ณรินทิพย์’ หรือริณเท่านั้น ที่จะรับฟังเรื่องนี้ด้วยความใจเย็นและมีเหตุผลพอที่จะไม่ทำให้เรื่
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status